Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2559
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
24 ตุลาคม 2559
 
All Blogs
 
จิตเกาะพระ8ตค2559 การับสัมผัสและเข้าถึงอารมณ์พระรัตนตรัยเขาทำกันอย่างไร?

จิตเกาะพระ8ตค2559
ขอขอบพระคุณที่มากจากNatchayaSavill กลุ่มเฟสบุค จิตพร้อมรับภัยพิบัติ สาธุค่ะ (กราบ)😃
...
#การรับสัมผัสและเข้าถึงอารมณ์พระรัตนตรัยเขาทำกันอย่างไร?

๐ หากใครติดตาม การให้ความรู้ทางธรรมของ คณะจิตเกาะพระ มาโดยตลอด
ไม่ว่า ผ่านทางเฟส Phu Bodin หรือในกลุ่ม #จิตพร้อม?รับภัยพิบัติ
จะสังเกตุว่า ... ทางคณะฯ จะเน้นหนักมากๆ ...
เรื่อง การยึดถือพระรัตนตรัย เป็น สรณะที่พึ่งที่สูงสุด
การเข้าถึงคุณพระรัตนตรัย การรับสัมผัสอารมณ์พระรัตนตรัย เหล่านี้เป็นต้น
เพราะ นี่คือ พื้นฐานของจิต ที่พวกพุทธจริตทั้งหลาย ต้องมี ต้องเป็น ต้องทำได้
เพราะเรามี พุทธานุสสติ เป็นกรรมฐาน ใช้กรรมฐานนี้ในการปฏิบัติธรรม
เพื่อมรรค ผล นิพพาน ที่เราต้องการ

ดังนั้น เรื่องนี้ เราเน้นมากในเรื่อง #การฝึกจิตเกาะพระ
เพื่อเจริญสมณธรรมให้ได้ผล
เราจำเป็นต้อง เข้าถึง คุณพระรัตนตรัยได้อย่างหมดจิตหมดใจ
จนสามารถทรงอารมณ์พระรัตนตรัยได้ตลอดเวลา
เพื่อประโยชน์ในการเดินวิปัสสนา ด้วยกำลังของสมาธิจิตค่อนข้างสูง นั่นเอง

๐ วันนี้ ถือเป็นโอกาสดี ที่จะได้แบ่งปันแนะนำ แนวทาง ที่ตนเองและครูจิตเกาะพระ
ทุกท่านได้ปฏิบัติและรับอารมณ์พระรัตนตรัยได้สำเร็จจนเกิดผลแล้ว ทรงตัวแล้ว จึงนำมาแบ่งปัน ให้กับผู้ปฏิบัติจิตเกาะพระที่กำลังเดินมรรค ปฏิบัติอยู่ในช่วงกลาง
ที่กำลังเดินวิปัสสนากรรมฐาน จำเป็นต้องรู้แนวทางไว้เพื่อนำไปปรับใช้และ
ปฏิบัติให้ได้ จริงๆแล้ว แนวทางนี้ ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่น สู่ รุ่น ...
และปฏิบัติกันต่อมา จนเป็นสิ่งที่ถูกซึมซับ ในจิตในสายเลือดของพวกเราไปแล้ว

***ขั้นตอนการรับอารมณ์พระรัตนตรัย นั้น เริ่มจาก ....

1. เริ่มจากเราทรงฌานสูงไว้ก่อน((จะฌานลืมตา หรือ หลับตา ก็ได้แล้วแต่ถนัด))
เรามักจะใช้ ฌานลัดนิ้ว เพื่อเข้าสู่ฌานสูงสุด จนถึงขั้นทรงเอกัคคตารมณ์
(ว่าง ไม่มีความคิดใดใด) เป็นอารมณ์หนึ่งเดียว นิ่ง สงบ โปร่ง เบา
ตรงนี้จะสังเกตุว่า #จิตยิ้ม ใช้คำนี้ ง่ายดีเห็นภาพ คือ
จิตจะทรงพรหมวิหาร4 เต็มอัตรา เย็น ออกมาเลย ว่าง สงบ เรียบ เฉย
ไม่มีนิวรณ์ เลย เขตนี้ ทรงอย่างนี้สักระยะนึง จนแน่ใจว่า ว่าง จริงๆ
จิตนิ่งสนิทนาน จริง …
.*****จุดนี้สำคัญมากนะ ต้องทำให้ถึงก่อนนะ จึงจะทำลำดับต่อไป****

2. จากนั้นแล้วค่อยประคอง จุดนี้ น้อมระลึกถึง พระคุณของพระรัตนตรัย
จะเป็นพระพุทธเจ้า พระธรรม หรือ พระอริยสงฆ์ ก็ได้
อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่คิดว่า จิตเราเข้าหาท่านได้ อย่างซาบซึ้งตรึงใจ ..
.ค่อยๆนำอารมณ์จิตตรงนี้ เข้าไปหาพระองค์ท่าน..
เปรียบเปรย...เหมือนเรากำลังบรรจง นำเข็มเล็กๆไปวางบนผิวน้ำแผ่วๆ ไม่ให้เข็มจม ให้เข็มนั้นลอยได้อยู่บนผิวน้ำได้
เพราะความแผ่วเบาอันปราณีตที่เราวาง ไม่กระทบกระเทือนความตึงของผิวน้ำ
จึงทำให้เข็มเล่มเล็กๆ นั้นลอยอยู่บนผิวน้ำได้
เปรียบเทียบให้เห็นว่า เรากำลังเข้าไปสัมผัส รับอารมณ์พระรัตนตรัย ...
เราต้องนอบน้อมทำด้วยความเคารพอย่างสูงสุด ความละเอียดอ่อนปราณีต มากที่สุด
พระรัตนตรัย นั้นสูงสุด บริสุทธิ์ สะอาดหมดจดไปให้ถึงความดีของท่าน(พระพุทธเจ้า)
ระลึกถึงพระคุณงามความดีของพระองค์ท่านแบบชนิด น้ำตาไหล ซาบซึ้ง เกินคำบรรยาย ใดใด อยู่ในอารมณ์ นี้ ไปจนอิ่มเอม
แล้วจึงขอบารมีพระท่านครอบจิตลูกด้วยเจ้าค่ะ ...
ขอให้ลูกสัมผัสอารมณ์จิต ดวงจิต ดวงวิญญานของพระองค์ท่านด้วยเถิด ..

.ณ วินาที นี้เราจะรับสัมผัสความเมตตา อ่อนโยน เป็นกระแสความเย็น แผ่ครอบคลุมจิตเราเลย
ขอพระบารมีทั้ง30ทัศที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญมา หลั่งไหลสู่จิตลูกด้วยเถิด
ขอให้ทุกอณูเนื้อจิตลูก ปกคลุมไปด้วยพระบารมีของพระองค์
ให้จิตลูกกลายเป็น จิตพระ ...พระเป็น ลูก ลูกเป็นพระ ...
ตอกย้ำ ซ้ำๆ ในจิต จนแนบแน่น หากใครมีทิพยจักขุญาน
ก็จะสามารถเห็น รูปในจิต หรือ อทิสมานกาย นั้นเปลี่ยนเป็น พระ หรือ กายแก้วอันละเอียดอ่อน เลยทีเดียว ((ปัจจัตตัง))
...คราวนี้ มหัศจรรย์ แห่งจิตจะบังเกิดกับเรา เราจะรู้ได้ถึงความคับแน่นอก จิตใหญ่ จิตโต จิตมโหฬาร จะตามมาทันที
พลังอันบริสุทธิ์ ยิ่งใหญ่ พลังพุทธะ ที่เราน้อมจิตอาราธนาเข้าหาพระองค์อย่างนอบน้อม อันนี้เอง ที่เข้ามาสู่จิตเรา

เมื่อเรารับสัมผัสอารมณ์พระรัตนตรัยนั้นได้แล้ว เราจะรู้ได้ทันที เพราะ...
กำลังจิตเราจะเปลี่ยนไปในทันทีแบบ ก้าวกระโดด...
พละกำลังอันมหาศาลมาปรากฏ
นาทีนั้น บอกได้คำเดียวว่า เราจะเป็นผู้อยู่เหนือโลก ปล่อยวางโลกทั้งโลกได้ภายในพริบตา กำลังใจที่จะตามมา ไม่ใช่กำลังใจมนุษย์แน่นอน
มันทั้ง เด็ดเดี่ยว เข็มแข็ง มั่นคง แข็งแกร่ง คำว่า กลัว หวาดหวั่น ต่อสิ่งใดๆไม่มี ...
หมด จบ สิ้น ทุกสิ่งทุกอย่าง กำลังใจอันนี้เอง ที่เป็นผู้ประหารกิเลส ให้ขาดสะบั้นลงในพริบตา
เพราะลำพังกำลังใจของมนุษย์ ที่เต็มไปด้วยกิเลส นั้น มันไม่เพียงพอต่อการ ละ วาง กิเลส ตัณหา อวิชา อกุศลกรรม ที่สะสมในจิตนานนับภพชาติไม่ถ้วน ...

๐ เราตามหาตัว ผู้รู้ ได้มันไม่ยาก แต่จะ เป็นผุ้วาง นี่สิ มันยาก
เพราะกำลังใจมันไม่พอจะปล่อยวาง จึงต้องใช้กำลังใจของพระพุทธเจ้าเข้ามาสวม แทนจิตเรา
กำลังใจที่ได้นี้ ยังเป็นกำลังใจที่คิดจะตอบแทนคุณพระรัตนตรัย คุณพระศาสนา
ทำงานเพื่อตอบแทนคุณพระโดยไม่หวังผลตอบแทน นี่ต้องใข้กำลังใจตรงนี้
ดังนั้น คำว่า " #มอบกายถวายชีวิตต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า "
จะปรากฏในจิตแบบร้อยเปอร์เซนต์ เลยทีเดียว
ไม่ใช่แค่ท่องจำเอาแบบติดปากอีกต่อไป...

ปล. บอกซะก่อนนะ นี่ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ
โดยเฉพาะ ผู้ที่ปรารถนาพระนิพพาน จำเป็นอย่างยิ่ง จักต้องเข้าไปให้ถึง..สาธุ

โมทนาสาธุ
ณัฐชยาวดี
...
น้อมจิตกราบโมทนาสาธุการค่ะ
ครูพี่แนท นี่คือ คำแนะนำการปฎิบัติ เพื่อให้จิตได้เข้าถึงพระรัตนตรัยอย่างบริบูรณ์.. คือ จิตเป็นพระได้อย่างแท้จริง .. หลายๆท่านที่ได้ปฎิบัติจริง ได้เข้าถึงแล้ว พบความอัศจรรย์ บังเกิดกับจิตตนแล้ว .. ที่ว่าความยาก ในการ
วิปัสนา ที่ทำๆมาโดยตลอด เผลอบ้าง หลงบ้าง ทุกข์จัง ล้มลุกคลุกคลานเหลือเกิน .. หายไปไหนเสียแล้ว.. เมื่อได้น้อมรับ พระรัตนตรัย เป็นกระแส อันนุ่มนวล เย็นจิต แต่หนักแน่นมั่นคง ประดุจ หินผา สลัด
กิเลส ทิ้งไปในพริบตา จนเจ้าตัวก็ยังงง .. พระท่านทรงตรัส เหตุผลเพื่อยืนยันให้ว่า.. #จิต เมื่อสัมผัสอารมณ์เบื้องสูงได้ จะสลัด อารมณ์เบื้องต่ำทิ้ง ทันที จึงรู้สึกว่าง่ายต่อการปล่อยวาง ก็ด้วยเหตุนี้..สาธุ

ลูกขอน้อมจิตกราบสาธุการในพระมหาเมตตาสมเด็จพ่อองค์ปฐม ..ขอพระพุทธบารมีของพระองค์ ให้ดวงจิตทั้งหลายที่หมายมุ่งพระนิพพาน ได้พบธรรม อันสูงนี้ และปฎิบัติ เพื่อเข้าถึงให้จงได้ ด้วยเทอญ
...
สาธุค่ะครูแนท ธรรมที่ครูให้น้อมจิตตามเลยค่ะ
...
สาธุธรรมครับ ครูแนท ดีมากเลย ที่ช่วยกันออกมาทำหน้าที่ตรงนี้ เพื่อช่วยเหลือกันและกัน เช่น จิตน้องนุ่ง จิตยังไม่ค่อยจะแข็งแรง จิตที่กำลังเดินตามกันมา และสิ่งที่ทางคณะจิตเกาะพระ กำลังทำนั่นคือ ตอบแทนคุณพระรัตนตรัย โดยเฉพาะ ตอบแทนคุณท่านพ่อ หลวงพ่อ ที่ทำให้ลูกๆทุกคนได้มีวันนี้ คือ มีดวงตาเห็นธรรม พ้นทุกข์ทั้งปวง แถมยังให้ลูกๆได้มีโอกาสชิมรสพระธรรมคำสอนแล้ว ยังให้รับรู้และสัมผัสอารมณ์พระรัตนตรัย ซึ่งเป็นอารมณ์เบื้องสูง ที่นักภาวนาทุกคนต้องทำให้ถึง เข้าให้ถึงสภาวะนี้ มิฉะนั้นแล้ว จิตก็จะไม่มีพลัง คือไม่มีกำลังใจที่จะไปต่อ เดินมรรคต่อให้ถึงคำว่า ผล โดยเฉพาะ พระนิพพาน ซึ่งต้องใช้บารมีบบ. คือต้องได้กำลังใจจากพระพุทธองค์และพระอริยสงฆ์สาวกเหล่านั้นด้วย เพราะตามลำพังเราจะอาศัยเพียงสติปัญญาหรือกำลังใจแห่งตนเพียงอย่างเดียวนั้น เห็นทีไม่พอเพียงแน่ เพราะด้วยเวลาเหลือน้อย เพราะอายุขัยคนเราเด่วนี้ไปไม่ถึง100ปีแล้ว เราจะมัวช้ามิได้แล้ว ฉะนั้น หากเราคือ นักภาวนา จำเป็นเหลือเกินที่จะต้องเรียกครูบาอาจารย์ช่วยเราอีกแรงนึง โดยเฉพาะ พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระอริยสงฆ์สาวกทุกๆองค์เหล่านั้น เพราะขณะที่เราเดินมรรคอยู่นั้น บางทีเราติดนู้นนี่นั่น แล้วเราจะไปถามใครเขา โดยเฉพาะในพระสมาธิ ซึ่งไม่มีใครอยู่ข้างเราเลย ดังนั้น ถึงอยากแนะนำพวกเราต้องขยันส่งจิตถามบบ.เอง ส่งจิตถามไป แต่ไม่ต้องรอคำตอบ เด่วสมาธิจิตขณะที่เราทรงอยู่นั้น จะเชื่อมกับดวงจิตบบ.เอง ท่านให้ทำเสาอากาศรอรับไว้อย่างนั้น เด่วท่านมาตอบ มาดลจิตดลใจให้เราต้องรู้ธรรมที่เราติดอยู่นั้นเอง ถึงบอกไงว่า เดินมรรค อย่าให้จิตไปติดอะไร เพราะจิตจะหยุดเดินมรรค สภาวะตรงนี้ พวกเรายังตามไม่ค่อยจะทัน แค่ลำพังเจริญสติภาวนาให้เกิดต่อเนื่องยังทำยาก แล้วจะไปรู้ไหมว่า จิตตนเองนั้น ติดอะไรบ้าง ดังนั้น คนที่จะทำกรรมฐาน จะให้จิตเดินมรรคไปถึงผลพระนิพพานได้เร็ว จำเป็นต้องมีครูสอน หรือมีผู้รู้คอยชี้แนะให้จิตเราเดินมรรคได้ไม่หยุดยั้ง ยกเว้น ถ้าทำภาวนา เอาแค่จิตสงบเฉยๆย่อมทำเองได้ แต่ถ้าเกินกว่านั้น พวกเราไปไม่ได้แล้ว นอกจาก คนๆนั้น มีธรรมผุดมาสอนตนเอง หรือไม่ก็มีครูบาอาจารย์ท่านมาดลจิตให้รู้ แต่ทั้งสองเคสนี้ มิได้เกิดกับใครง่ายๆ ถ้าไม่มีสองอย่างนี้แล้ว การเดินหลงทาง ออกจากมรรคไปเรื่อยๆย่อมมีสูง โดยเฉพาะ ทำไปๆพอมีคนถามนิดหน่อย เราก็จะตั้งตนเป็นครูบาอาจารย์ของเขาแล้ว อย่าลืมะว่า คนที่เข้ามาหาตนนั้น พวกเขาคือลูกหลานพระพุทธเจ้าหรือครูบาอาจารย์ของตนเอง เพราะฉะนั้น ครูทุกคนต้องให้เกียรติ ทุกดวงจิต ว่าพวกเขาเหล่านั้น มิใช่ โง่เขลาเบาปัญญา เพราะดวงจิตนั้น อดีตชาติ อาจเคยเป็นพ่อแม่ ครูบาอาจารย์หรือผู้มีพระคุณของตนมาก่อน .. ครูสอนธรรมะ หากตนยังหลงตนเองอยู่ แล้วเราจะสอนผู้อื่นออกจากความหลงอื่นๆได้อย่างไร โมทนาสาธุ
...
โมทนา สาธุในธรรมทานค่ะครูพี่แนท สาธุค่ะ ความแตกต่างในจิตของเราจะเกิดขึ้นในทางที่ดี อย่างเห็นได้ชัด เมื่อจิตเราได้ถูกครอบไว้ด้วยพระเมตตา มหาเมตตาของพระพุทธองค์ ความเมตตาต่อคนอื่น สัตว์อื่นของเราจะมากล้นจนไม่มีประมาณ เกิดความสงสารที่ต้องมาร่วมเกิดร่วมตาย ร่วมรับทุกข์ ทรมานจนถึงกับไม่กล้าที่จะคิดโกรธ เกลียดเคียดแค้นกับผู้ที่เบีอดเบียนตนเอง การให้อภัยจึงมีบังเกิดขึ้นได้ง่าย ยกตัวอย่างให้ฟัง ว่านี่คือผลดีของการเข้าถึงคุณของพระรัตนตรัยอย่างต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่าการทรง " อารมณ์พระ"
ลองทำตามที่ครูพี่แนทแนะนำดูค่ะ ไม่มีผลเสียแต่ประการ แต่ถ้าทำสำเร็จคุณเอาจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด แล้วตามมาด้วยครอบครัวบุคลอันเป็นที่รักและอีกหลายๆสิ่ง
ขอโมทนา สาธุและขออวยพรให้ทุกท่านประสบกับความสำเร็จได้อย่างตั้งใจ สาธุค่ะ
สาธุธรรม ครูอุ๋ย
มีเสียครับครูอุ๋ย มีแน่นอน ก็เช่นจากที่ทำงานมีแต่เรื่องทุกข์ใจไหนจะทะเลาะกะเพื่อนร่วมงาน ไหนจะทะเลาะกะงาน ร่วมทั้งเรื่องส่วนตัวด้วย ทุกอย่างกับตะละปัดหมดเลย ตอนนี้ทำงานก็ไม่มีศัตรูมีแต่มิตร นอนก็หลับสะบายใจ เรื่องส่วนตัวก็ปลงได้ กินนอนมีความสุข นี้พูดถึงผลที่ได้ ที่ยังเรียนไม่จบนะครับ ยังเสียหายเช่นนี้ ถ้าเรียนจบแล้วบอกลาทุกข์ได้เลยอิอิ ขอบพระคุณอาจารย์ภู ครูบัวครูแนท และคณะครูจิตเกาะพระครับ ที่ทำให้ผมเข้าใจทุกอย่างตามความเป็นจริงมากขึ้นครับ สาธุ..
...



Create Date : 24 ตุลาคม 2559
Last Update : 24 ตุลาคม 2559 10:03:52 น. 0 comments
Counter : 448 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
doraeme
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add doraeme's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.