Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2559
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
8 ตุลาคม 2559
 
All Blogs
 
จิตเกาะพระ1ตค2559 ชาติสุดท้าย



จิตเกาะพระ1ตค2559 ชาติสุดท้าย
ขอบพระคุณที่มาจากเฟสบุคPhuBodin สาธุค่ะ
#ชาติสุดท้าย
กระแสธรรมนี้ ผุดขึ้นมาสอนใจผู้เขียน
ให้พากันทุกข์ชาติสุดท้ายนี้กันเถิด
เพราะต่อไป ไม่ต้องมีความทุกข์กันอีก
โดยเฉพาะ ผู้ที่ปรารถนาพระนิพพานชาตินี้
พระในจิตท่านแนะนำว่า ..
#จงอย่าสนใจอารมณ์ขณะเสวยทุกข์
แต่ให้พากันเร่งความเพียร 
นั่นคือ เจริญสติปัญญาให้มาก
เพราะเห็นมีอยู่สิ่งเดียว ที่นำพาเราพ้นทุกข์นี้ได้
และผู้ที่มีจิตใจเข็มแข็ง เด็ดเดี่ยว กล้าหาญ
นั่นหมายถึง กำลังใจ ต้องมีมาก
มิฉะนั้น เราแพ้มันแน่นอน
ที่ผ่านมานั้น เราก็แพ้มาโดยตลอด
คือแพ้กิเลส เรียกว่า "แพ้ใจตนเอง"
มิได้เราแพ้ใครหรืออะไร 
เพราะการปฎิบัติธรรมนั้น เรามิได้แข่งขันกับใคร
แต่แข่งกับตนเอง คือแข่งกับกิเลสตนนั่นเอง
หากเอาชนะใจตนได้ เราก็ชนะใจคนทั้งโลกได้เช่นกัน
เพราะมิใช่จิตภายในตนหรอกหรือ 
ที่เป็นฝ่ายยึด เกาะหรือนำมาเป็นเรา มาเป็นของๆเรา
หากจิตไม่ยึดเอาร่างกายนี้เป็นเรา เป็นของเราแล้ว
ส่วนร่างกายของผู้อื่น เราก็ไม่ยึดเอามาเป็นของเราเช่นกัน
ฝึกปล่อยวางร่างกายของตนเองก่อน
ถ้าวางร่างกายตนได้ ร่างกายผู้อื่น ย่อมวางได้ไม่ยาก

บางคนสงสัยว่า ทำไม ยิ่งปฎิบัติก็เหมือนยิ่งทุกข์
เพราะจิตกำลังเรียนรู้เรื่องทุกข์
เราก็เลยเห็นคำว่า ทุกข์ บ่อย
เพราะผู้ใดเห็นทุกข์ ผู้นั้นเห็นธรรมฯ
พระต้องการใหเราเห็นทุกข์ชัดๆก่อน
หากจิตเห็นทุกข์อย่างแจ่มแจ้งแล้ว 
เดี๋ยวจิตค่อยๆปล่อยวางทุกข์เอง
เห็นทุกข์แจ่มแจ้ง ต่อไปเราค่อยเห็นธรรม
เพราะทุกข์นั่นแหละคือธรรม คือความจริง
ความจริง ที่มีอยู่ด้วยกัน ทุกคน 
นั่นหมายถึง กองทุกข์ นั่นหมายถึง ขันธ์5
และสิ่งที่มองเห็นทุกข์แจ่มแจ้งนั่นก็คือ ปัญญา
ปัญญาญาณ ยิ่งเห็นทุกข์แจ่มแจ้งแทงตลอด
คือเห็นแบบทะลุปรุโปร่ง หายข้องใจ หายสงสัย
ต่อไป ทุกขเวทนาทางจิตก็จะไม่เกิดขึ้นอีก
เพราะจิตเห็นแจ่มแจ้งแทงตลอด 
จิตถึงจะปล่อยวางทุกข์ทั้งปวงได้
เมื่อจิตวาง จิตจึงว่างได้เมื่อนั้น และก็สุขใจได้ เมื่อนั้น 
นี่เรียกว่า จิตวางทุกข์ได้หมดจดแบบพระอริยเจ้า
และต่อไปไม่มีกลับมาวิปัสสนากันใหม่อีก
เพราะวิปัสสนาขาดสิ้นไปแล้ว "รู้แจ้ง"

ที่พากันปฎิบัติธรรม หรือพากันเดินมรรค
ก็เพื่อออกจากทุกข์ของตนเอง 
นี่เรียกว่า การหลุดพ้นเบื้องต้น
ส่วนหลุดพ้นเบื้องปลายคือ พ้นวัฏสงสาร
พ้น31ภพภูมิ หรือ พ้นเวียนว่ายตายเกิด
เราถึงจะไปนิพพานกันได้
หากวันนี้ เราปฎิบัติยังไม่พ้นทุกข์เลย
แล้วจะไปพระนิพพานกันได้อย่างไร
เพราะคนที่ไปพระนิพพานนั้น กำลังใจต้องเยอะ
เยอะขนาดไหน ก็ดูหลวงพ่อ เป็นตัวอย่าง
ไม่ต้องเท่าพ่อก้ได้ แต่อย่าให้ห่างไกลพ่อนัก
รีบๆทำกำลังใจตามพ่อไป ติดๆ อย่าให้ห่าง
ส่วนคนที่มีกำลังใจมากก็เป็นห่วงจิตน้องนุ่งบ้าง
จิตน้องนุ่งอาจจะเผลอเลอ มัวแต่เล่น มัวแต่เดิน โต๋เต๋
ให้ผู้ที่มีกำลังใจมากก็อย่าไปอยู่นิ่งเฉยๆ 
นานๆที ช่วยออกมากระตุ้นจิตน้องนุ่งกันสักทีนึง
ถ้าไม่มีใครช่วยกระตุ้น ก็จะหยุดพัฒนาจิตตนเอง
เนื่องจากมีกำลังใจน้อย กิเลสคอยจะดึงลงต่ำอยู่เรื่อย
หากเรามีความเพียรน้อยหรือมีกำลังใจน้อย
เราถึงได้แพ้กิเลส คือแพ้ใจตนเองอยู่ เรื่อย
จะรอใกล้จะหมดลมหายใจกันห่อนหรอ ค่อยทำ 
เราจะหัดว่ายน้ำเอาอีตอนเรือใกล้จมอย่างนั้นหรือ..
มันไม่ทันแล้ว เพราะมันสายเกินไป ..

ความศรัทธา ทุกคนอาจเปี่ยมล้น
แต่ความเพียร อาจมีไม่เท่ากัน
หากมีความเพียรมากนั่นหมายถึง กำลังใจมาก
กำลังใจ หมายถึง สติปัญญา 
กำลังใจ หมายถึง บุญบารมีของใครของมัน
บุญที่เคยทำกันมาตั้งอดีตจนถึงปัจจุบัน
และบุญนั้นก็จะส่งผลให้ตนมีความเพียร
มีกำลังใจปฎิบัติธรรม เพื่อหลุดพ้น เป็นต้น
อย่าช้านัก เพราะเวลามีน้อยนิด
เอาจิตพ้นก่อน อย่างอื่น ค่อยว่ากัน
หากจิตพ้นแล้ว ถ้ายังไม่ตายเราก็ไม่ทุกข์อะไร
แต่ถ้าตายไป เราก็ไม่ทุกข์ แถมมีแต่สุข ..
ดังนั้น ถ้าจิตตนเป็นเช่นนี้ ลองตอบตนเองสิว่า 
สมมุติว่า เราตาย จิตเราจะจุติที่ไหน
"สุคติภูมิ" หรือ "ทุคติภูมิ"
โมทนาสาธุ
...
เธอทั้งหลาย พระพุทธองค์ ทรงลองผิดลองถูกมาให้พวกเราแล้ว ฉะนั้น จงพากันเดินตรงทางเถิด ทางสายกลางนั่นไง พากันเดินไวๆ ช้าไม่ได้ รอไม่ได้ เพราะไม่รู้วันตาย ..ต่อไป เราแค่เดินตามรอยพระพุทธบาทเท่านั้นเอง จะลองผิดลองถูกกันอีกทำไมอีก โมทนาสาธุ
...
พระพุทธองค์ ทรงมีวิริยะบารมีสูง เอาชีวิตเข้าแลก กว่าจะได้มาซึ่งคำว่า #พระธรรมคำสอนฯ เพื่อรื้อ ขนสัตว์ ออกจากวัฏสงสาร ""แต่จะมีสักกี่คนมองเห็นถึงความลำบากตรากตรำของพระองค์ แต่ถ้าเห็นค่าพระธรรมกันจริง ก็ต้องปฎิบัติตาม
...
โดนใจอย่างแรง อยากร้องให้กับปัณหาที่เกิด กวังนิพพานชาตินี้แต่ติดมากๆ
...โมทนาสาธุ อุปสรรค์หรือปัญหาหรือกรรมย่อมมีด้วยกันทุกคน เพียงขอให้เราแก้ที่ต้นเหตุปัญหานั่นหมายถึง แก้ไขที่จิตก่อน ถ้าตามแก้ไขอย่างอื่น ผิดทางหมดเลย ลองพิจารณาดูนะ ว่าจริงมั๊ย แต่การแก้ปัญหานั้น ต้องใช้สติปัญญษ ตามที่พระพุทธองค์ตรัสสอนไว้ดีแล้วนั้น ..สาธุ
หากจิตติดอะไรแล้ว จิตไม่ว่าง ก็กลับนิพพานไม่ได้แน่ เราต้องมีสติปัญญาเยอะๆแล้ว จะช่วยเราพ้นสิ่งที่เรียกว่า พันธนาการชีวิต ให้ค่อยลดลงไปได้ด้วย สติปัญญา .สาธุ เอาใจช่วยน๊า
...
เคยเดินตรง เจอปัณหานี้ติดเลย อยากหลุดแต่มีห่วงที่ทำขึ้นเอง
...เจริญสติภาวนาเยอะๆ เด่วก็ออกมาจากตรงนั้นได้เอง อย่าไปโทษกรรมหรือผู้อื่นหรืออย่างอื่น อย่ารอให้กรรมมันหมดก่อน ค่อยทำ พอดีกัน พระท่านแนะนำว่า ให้ทำบุญหนีบาป ยิ่งต้องเร่งความเพียรมากๆ
...ทุกข์ทั้งหลายนั้นเกิดแต่เหตุ เราสร้างเหตุไว้แล้วผลก็ย่อมตามมาดหมือนเงาตามตัว ไม่อยากเจอทุกข์ก็ต้องดับที่เหตุด้วยการหยุดสร้าง หยุดกระทำทั้งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม เดินตามรอยพระพุทธองค์ทรงตรัสสอนให้พวกเรายึดในหลักของ ทาน ศีล ภาวนา สาธุค่ะ
...
พระพุทธองค์ ทรงบำเพ็ญตบะ ทรงบำเพ็ญเพียร บำเพ็ญทุกรกิริยา บำเพ็ญต้องแลกด้วยชีวิต ตัดเป็นตาย กว่าจะได้มาซึ่ง "ตรัสรู้" แล้วลองหันมาดูการบำเพ็ญของตนั้น เป็นยังไงบ้าง ทำได้แค่ไหน แค่เสี้ยวหนึ่งของพระองค์จะได้ไหม สาธุ
...
วันนี้ก็เจอปัญหาค่ะ ตอนแรกก็หลงอารมณ์ พอมีสติก็ลองพิจารณาดู รู้สึกเบื่อเหมือนกันค่ะ แค่เรื่องเดียวอารมณ์เกิด-ดับหลายรอบมากค่ะ สาธุค่ะ
...โมทนาสาธุ นี่แหละ พอเข้าใจมั๊ยมั๊ยว่า ทำไม พระถึงให้เราเจริญสติภาวนามากๆ ก็เพราะว่า จะได้มีสติตามดูจิต คือตามรู้เท่าทันอารมณ์จิตตนเองนี่ไง ถ้าตามทัน เดี๋ยวอารมณ์จิตก็จะดับลงเอง หรือจิตจะไม่สนใจอีกต่อไปแล้ว เพราะนั่นคือตัวเวทนา สังขาร ที่นักภาวนากำลังปฎิบัติ เพื่อละขันธ์5ตนนี่เอง เพราะเวทนา สังขาร เป็นหนึ่งในขันธ์5 สาธุ
ฉะนั้น อย่าได้หลงตามอารมณ์จิตที่เกิดขึ้นกันนะครับ คอยท่องจำไว้ว่า นั่นคือ คลี่ "ขรี้" อิอิ ต่อไป เราจะได้ไม่ต้องหลงวิ่งตามมันอีก เพราะถ้าเราไม่มีสติมากพอ จิตก็จะหลงเอาอารมณ์ขณะเกิดขึ้นนั้นๆ แล้วนำมาเป็นเรา มาเป็นของๆเรา ท้ายที่สุด เรานั่นแหละที่ ทุกข์ใจเอง
...
หากยามใดที่รู้สึกท้อแท้ในชีวิต หรือไม่มีกำลังใจในการปฎิบัติหรือจิตไม่มีแรงเดินมรรคาต่อ ขอให้ทุกคนคอยระลึก นึกถึงความเพียรของพระพุทธองค์นั่น แล้วกำลังใจตนไม่รุ๊ มาจากไหน ลองดูๆ น้ำตาผู้เขียน ไม่รุ๊ มาจากไหน ไหลริน จะร้องทำมั๊ย ไม่รุ๊ พอแม่ตายยังไม่ร้องไห้ขนาดนี้เลย นี่อะไร ร้องไห้เป็นเผาเต่า สงสัยจิตจะสั่งลาขันธ์๕ สั่งลาทุกข์ทั้งปวง มั้ง
โมทนาสาธุ ตอนนี้เธอทำอยู่แล้ว ว่าแต่ว่า ทำทุกขณะจิตหรือเปล่าเท่านั้นเอง หากกำลังใจตนถดถอยขอให้กลับมาดูการบำเฑ็ญของพระพุทธองค์กันนะ เราจะได้มีกำลังใจมาก จิตจะได้เดินมรรคต่อไป คราวนี้นะ จิตไม่เดินโต๋เเต๋ หรือเดินเล่นอีกแล้ว วิ่งเลยครับผม....#เวลาเป็นอารมณ์พระ เธอรู้มั๊ยว่า พี่ภู ไม่อยากอยู่สักวินาทีเดียว ถ้าตายขณะทรงอารมณ์พระแบบนี้ดีมากเลย ตายไปไม่เสียชาติเกิดแน่ เธอทั้งหลายจงพากันมั่นใจในมรรคผลของตน เพราะตนทำเอง ย่อมรู้ดี ใช่ไหม .. และพยายามจำจดสภาวธรรมที่พึงเกิดในจิตของตน ..
การปฎิบัติธรรมนั้น ไม่มีผู้ใดช่วยใครได้ แม้นกระทั่ง พระตถาคต ท่านยังตรัสว่า เป็นผู้บอกทางให้แก่เธอเดินเลย แล้วครูกรรมฐานหละ ยิ่งกว่านั้น ฉะนั้น จึงบังคับใครไม่ได้ทั้งน๊าน นอกจาก วาระหรือโอกาสคนๆนั้น มาถึง หากยังไม่มา หรืออาจทำตามกัน พอนานวัน เดี๋ยวเลิกทำ เพราะมิได้เอาใจมาทำ มาเดินมรรคา สาธุ
...
กราบอนุโมทนาสาธุคะ  ขอบคุณในธรรมของพระพุทธองค์คะ  พิจารณาในธรรม เห็นทุกข์แล้ว จิตจะเกาะภาพพระท่านไว้ตลอดคะ เพราะเราไม่รู้จะตายตอนไหน สาธุคะ
...โมทนาสาธุ งานทางโลกเป็นหน้าที่ของกายหยาบเขา ก็ทำไปตามปกติ แต่งานทางธรรมนั้นเป็นหน้าที่ของจิต ถ้ายังมีลมหายใจก็รีบๆภาวนา เพราะเวลาไปเราต้องไปแต่ผู้เดียว ไม่มีใครติดตามเราไปเลยสักคนเดียว สิ่งของที่ตนพยายามหามาทั้งหมดนั้น หาไปกับเราไม่ เห็นมีแต่บุญกับบาปเท่านั้น ที่ยังคงติดตามเราไปทุกภพทุกชาติ ตอนนี้ หากเรารู้ดังนี้แล้ว ทำไง รีบๆกำหนดการไปของจิตตนแต่เนิ่นๆ เลือกเอาเองนะ สวรรค? พรหม? นิพพานฦ คงไม่มีใครอยากไปอบายภูมิหรือนรกภูมิกันหรอก แต่หากใครมัวประมาทชีวิตกันอยู่ โอกาสตกไปในอบายย่อมมีมาก พยายามทำภาวนาบ่อยๆน๊า กรรมฐานทำง่ายที่สุดก็คือ จิตเกาะพระ แค่นึกถึงพระ ทีนึกถึงหน้าแฟนยังทำกันได้  คิดถึงแบบนั้นมากเกินก็ไม่พากันหลุดพ้น เห็นมีแต่จะพากันยึดติด จมปักแต่กองทุกข์สังขาร เลือกเอาเองเด้อ สู้ๆนะ โมทนาสาธุ
...โมทนาสาธุ สัญญาคืออดีต อย่านำมาปะปนกันในปัจจุบัน เอาปัจจุบันนี้นี่แหละ พยายามทำแต่บุญกุศล ทำแต่ความดี ที่ผ่านมานั้น หากตนเคยทำผิดพลาดไปแล้ว รีบให้อภัยตนเองไวๆ ที่เราให้อภัยผู้อื่นยังได้เลย ดังนั้น เราย่อมให้อภัยตนด้วย สาธุ
...โมทนาสาธุ หากท้อก็ให้เรานึกถึงคุณงามความดีของพระพุทธองค์นั่น หรือคุณงามความดีของพระอริยเจ้าเหล่านั้น สาธุ แล้วจิตตนจะได้เดินมรรคต่อไปได้นะครับ สู้ๆน๊า ขอให้เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไป สาธุ
...
สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ ทุกวันนี้ปฏิบัติเห็นแต่ความทุกข์เหมือนอย่างหลวงพ่อท่านบอกความเกิดเป็นทุกข์เมื่อมีสังขาร(ขันธ์5)ก็ต้องมีทุกข์ หิวหรืออิ่ม ร้อน หนาว ก็ทุกข์ ทุกข์จากการพรักพรากจากของรักของชอบ เจอกับความไม่ชอบ ไม่พอใจก็เป็นทุกข์ สรุปทุกข์ทั้งนั้นหากต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกก็จะต้องพบเจอแต่สิ่งเหล่านี้ไม่จบไม่สิ้นแต่จะอย่างไรก็ตามข้าพเจ้าก็จะขอทำจิตให้มั่นคงสร้างกำลังใจให้มาก หมั่นทำความเพียรเพื่อความหลุดพ้นแห่งวัฎฎะนี้ให้ได้ดีกว่าต้องมาเจอแต่ความน่าเบื่อหน่ายในการเวียนว่ายไม่มีที่สิ้นสุดขอปฎิบัติตามคำสอนของหลวงพ่อตั้งจิตคิดไว้ทุกวันว่าตายเมื่อไรขอไปนิพพานเมื่อนั้นจะไม่ขอเกิดอีก นิพพานัง ปรมัง สุขขัง
...โมทนาสาธุ นิพพานัง ปรมังสุขัง ขอให้นิพพานชาตินี้ สาธุ



Create Date : 08 ตุลาคม 2559
Last Update : 8 ตุลาคม 2559 9:16:35 น. 0 comments
Counter : 174 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

doraeme
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add doraeme's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.