Group Blog
 
 
กันยายน 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
21 กันยายน 2559
 
All Blogs
 
จิตเกาะพระ 10กย2559 จิตเกาะพระ



 ขอบพระคุณที่มาเฟสบุคPhuBodin 10กย2559
#จิตเกาะพระ 
ทำไม จิตต้องเกาะพระ
ทำไม เราต้องเป็นจิตบุญ

จิตไม่เกาะพระไม่ได้ 
ถ้าไม่อย่างนั้น จิตจะไปเรื่อยเปื่อย ไร้จุดหมาย
จิตนะจิต มิใช่ "ขอนไม้" ปล่อยให้ลอยตามน้ำไม่ได้
เราต้องหาที่ยึดของจิตตนเอง
ถ้าผู้ใด ขยันปล่อยจิตเหมือนขอนไม้นั้น
สุดท้าย ผลเป็นไง ทราบกันดี

สำหรับคนที่เกาะพระติดแล้ว 
พระจะอยู่ในใจตลอด
ถ้าเกาะพระติดจริง จิตจะเป็นพระไปด้วย
พอจิตเป็นพระจริง ธรรมะย่อมผุดขึ้นมาให้เห็น
และธรรมที่ผุดขึ้นมาในจิต จะมาสอนตนเอง
เพราะไม่มีธรรมที่ไหน หรือธรรมนอกจิต
มาสอนสั่งตนดีเท่ากับธรรมในจิตตนเอง
เพราะจิตเขาจะจดจำไปยันตาย "จนวันตาย"
ถ้าเอาแค่อ่านหรือฟังธรรม เฉยๆ 
พอนานไป อีกหน่อยก็ลืม เชื่อเห่อ ..
(เหมือนเพลงพุ่มพวง)

พอจิตเกาะพระจนกลายเป็นพระ
จนกลายเป็น "จิตบุญ" 
ย่อมมีธรรมผุดขึ้นมาสอนตนเป็นระยะๆ
นอกจาก จิตเป็นพระ เป็นบุญแล้ว
แถมจิตยังมีธรรมะประจำจิตตนเองด้วย
ในที่สุด จิตบุญกลายเป็นจิตธรรม
กล่าวคือ จิตเป็นธรรม ธรรมเป็นจิต
หรือ จิตคือธรรม ธรรมคือจิต คือตัวเดียวกัน
เรียกว่า จิตธรรม หรือจะเรียกว่า ธรรม เฉยๆก็ย่อมได้
พอเข้าใจยังว่า เข้าถึงธรรมกันได้อย่างไร
ถ้าอยากรู้ก็ทำจิตเป็นพระเป็นบุญกันก่อน
แล้วถึงจะรู้ว่า "จิตธรรม" มันแปลว่าอย่างไร

แต่ก่อนจิตจะมาเป็นพระหรือเป็นจิตบุญนั้น
ต้องผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง ไม่ยากหรอก
คือ เดินตามมรรค และเดินให้สุดซอยด้วย
ถ้าเดินสุดซอย หมายถึง เดินมรรคครบถ้วน
ย่อมมีทั้งศีล สมาธิ ปัญญา  
เราจะมีแค่อย่างใดอย่างนึง ไม่ได้
และภายในใจก็จะมีแต่ "ไตรสรคมณ์"
เพราะยึดพระรัตนตรัยเป็น "สรณะ" 

#ความหมายใน wikipedia
ไตรสรณคมน์ แปลว่า การถึงพระรัตนตรัยว่าเป็นที่พึ่งที่ระลึก 
ได้แก่ การเปล่งวาจาขอถึงพระพุทธ, พระธรรม และพระสงฆ์ 
ว่าเป็นสรณะที่พึ่งพิงที่ระลึกว่า

พุทฺธัง สรณัง คัจฺฉามิ
ธมฺมัง สรณัง คัจฺฉามิ
สงฺฆัง สรณัง คัจฺฉามิ
ทุติยมฺปิ....
ตติยมฺปิ....

ไตรสรณคมน์ เป็นการน้อมกาย, วาจา, ใจ 
นำพระรัตนตรัยเข้าไปไว้ในตน 
เพื่อแสดงว่า ตนมีพระรัตนตรัยเป็นที่ระลึกนึกถึงและเป็นที่พึ่งตลอดไป 
และแสดงตนเป็น "พุทธมามกะ" เป็นผู้รับนับถือพระพุทธศาสนา

โมทนาสาธุ
...
คนที่จิตเกาะพระติด มักจะเป็นดังเช่นในรูปนี้  สรุปก็คือ ไม่ว่าเราจะมองเห็นอะไร สิ่งใดๆ ตาในคือจิต มักจะมองเห็นพระเป็นแก้วก่อนเลย แล้วเราค่อยเห็นสิ่งที่ตนต้องการดูหรือเห็น สาธุ
...
ถ้าจิตผู้ใดเห็นดังนี้ แสดงว่า กรรมฐานต่อเนื่อง คือ พุทธานุสติกรรมฐาน ต่อเนื่อง แต่ถ้าจิตผู้ใดเป็นดังนี้ แล้วจิตเขาจะไปไว
...
แต่มิได้เกาะพระดั่งรูปนี้นะ อันนี้แค่เกาะภายนอกเท่านั้น แต่เข้าไม่ถึงภายใน คือ จิตยังไม่เป็นพระซะทีเดียว แค่เกาะพระเป็นเฉยๆ อันนี้เปรียบเทียบให้เห็นกันจ๊ะๆ
...
#พุทธมามกะ 
แปลว่า ผู้ถือว่าพระพุทธเจ้าเป็นของเรา 
หมายถึง ผู้ประกาศตนว่า ขอถือพระพุทธเจ้าว่าเป็นสรณะ 
หรือผู้ประกาศตนว่า เป็นผู้นับถือพระพุทธศาสนา

การประกาศตนเป็นพุทธมามกะนั้น 
อาจจัดทำเป็นพิธีเหมือนการประกาศตนเป็นอุบาสก อุบาสิกา
ในสมัยพุทธกาล เรียกว่า พิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ 
นิยมทำกันในวาระดังนี้
เมื่อเด็กมีอายุประมาณ 12 -15 ปี
เมื่อจะส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ 
หรือไปในถิ่นที่ไม่มีพระพุทธศาสนา
โรงเรียนจัดทำพิธีแก่นักเรียนที่เข้ามาศึกษาใหม่ในแต่ละปี
เมื่อมีคนต่างศาสนาต้องการจะนับถือพระพุทธศาสนา
Info:wikipedia
...
สำหรับคนที่ชอบสวดมนต์ไหว้พระ แต่ถ้าออกนอกบ้านไปทำธุระที่อื่น ไม่สามารถกลับบ้าน เราไม่สามารถแบกเอาห้องพระของตนไปด้วย ก็สวดมนต์ได้ โดยกำหนดนึกถึงพระพุทธเจ้าเป็นประธาน หรือถ้ากายป่วย นั่งสวดมนต์ไม่ได้ ก็ให้เอาจิตกำหนดสวดเองภายในก้ได้ ทุกอย่างกำหนดที่จิตทั้งหมด ทุกอย่างสำเร็จก็ด้วยใจแทบทั้งสิ้น ดังนั้น ทำอะไรก็ตามแต่ เราต้องมั่นใจ แล้วทำยังไงถึงจะมั่นใจ ตอบ.. เราต้องวางกำลังใจตนให้ถูก แล้วเราจะมั่นใจตนเอง .. สวดมนต์ให้จิตเขาสวดด้วย แต่ถ้ากายสบายดี แต่จิตไม่อยากสวดมนต์ อานิสงส์หรือผลบุญ ย่อมเกิดไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย คือได้บุญไม่เต็มที่ เพราะจิตไม่เป็นบุญ กายพร้อมแต่จิตไม่พร้อม เช่น บังคับหรือขืนจิตต้องทำ อันนี้อย่าทำเด็ดขาด ก่อนจะทำกรรมฐานทุกครั้ง ให้เราดูว่าจิตตนเป็นยังไง สบายหรือไม่สบาย แต่ถ้าตอบว่าไม่ค่อยสบาย งั้นอย่าเพิ่งทำกรรมฐาน ถึงทำไปเดี๋ยวเสียเวลาเปล่า ให้ไปทำอย่างอื่นก่อน พอจิตสบายดีแล้ว เราค่อยมาทำกรรมฐาน พอจิตดีแล้ว เราบอกให้ทำอะไร จิตก็ทำได้ดีทีเดียว จิตอยู่ที่เราเอง ทำไม กลับไม่ค่อยจะเข้าใจจิตตนเอง แถมมั่วว่าตนเข้าใจผู้อื่น แต่ทั้งๆที่จิตตนไม่เคยเข้าใจเลย แสดงว่า คนนั้น  "Fake"   มั่ว ไม่จริงใจ หลอกลวง.. หลอกตนเองยังไม่พอ แถมหลอกตนเองอีกนะ สาธุ
...
ว่างๆ ให้จิตเขาสวดมนต์เอง ฝึกไว้ๆ เป็นจริงตามนั้น เชื่อดิ ทำมาแล้วได้ผล
...
สาธุ
สวดในใจเจ้าค่ะที่นึกได้
สาธุ นึกได้เมื่อไหร่ก็ให้จิตตนเองพนมมือและก็สวดมนต์ไหว้พระ สติคอยบอกจิตตนเองด้วย ที่เหลือจิตเขาจะทำเอง ลองทำดูหลายครั้ง กำหนดบอกจิตทำบ่อยๆดูสิ แล้วจะรู้เอง เห็นจิตนั่งสวดมนต์เองเลย แม้นกระทั่งกายหยาบพักผ่อน(นอนหลับปุ๋ย) เดี๋ยวนอนมาแล้วสติจะรายงานให้ตนเองรู้ว่า จิตตนไปทำไรมาขณะที่กายพักผ่อน สาธุ
...
จิตเกาะพระดีกว่า เพราะได้บุญกุศล เพราะเป็นกรรมฐานด้วย แต่เกาะอย่าอื่นไม่เห็นได้อะไร ที่ผ่านมาแล้วนั่น ยิ่งเกาะกายหยาบตนมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งทุกข์มากขึ้นเท่านั้น ก็ให้ดูพระอริยเจ้าเป็นตัวอย่าง ท่านพากันละร่างกาย พากันละขันธ์๕ตนเอง ใครยิ่งละได้มากเท่าไหร่ ใจยิ่งเบาสบายมากเท่านั้น แถมได้เป็นบุญกุศลหนักด้วย สาธุ
...
สาธุ พอเข้าใจเรื่องสมาธิจิตหรือ เกี่ยวกับจิตเดินนำหน้า จิตมันล้ำหน้ากายหยาบล่วงหน้าไปแล้วนั้น มิได้ให้เราไปยึดหรือเกาะอะไรตรงนั้น หรือสภาวะนั้นๆ แต่ถ้าพูดถึงสมาธิจิต เราก็แค่รับรู้และก็วางเฉย แต่ขณะจิตเกิดสมาธิ ถ้าเราบริกรรมหรือภาวนาอะไรอยู่นั้น ปรากฎจิตเป็นสมาธิ จิตก็จะไปรู้นู้นนี่ รู้แม้นกระทั่งจิตตนกำลังทำอะไร กายทำอะไร แต่ถ้าคำบริกรรมหายไป หรือคำภาวนาหายไป เราอย่าไปตามหาคำบริกรรมหรือคำภาวนากันนะ เพราะจิตเลยคำว่า วิตก วิจาร ไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าเรายังจะคลำหาคำบริกรรม เดี๋ยวสมาธิถอยทันที ตรงนี้คุณเข้าใจดีแล้วนะครับ ปล่อยมันไปเลย จิตจะเป็นสมาธิหรือฌานอะไรก็ปล่อยมันไปเลย เพราะจิตเธอเคยได้ของเก่ามาแล้ว ชาตินี้ คุณแค่เจริญสติมากๆเท่านั้นพอแล้ว เดี๋ยวก้พบจิตเดิมแท้ที่จิตเคยบำเพ็ญมาแต่เก่าก่อนนั้น คราวนี้เราถึงทำต่อยอดของเก่าเราไปเลย สาธุ คนทำกรรมฐาน โดยเฉพาะครูกรรมฐาน ต้องรู้เข้าใจเรื่องสติกับจิตให้ดีให้แม่นๆ ถ้าไม่งั้น อย่างอื่นรู้ไปก็เท่านั้นเพราะผิดหมด ผิดตั้งแต่ต้น สาธุ
...
คือภาวนาอยู่แล้วเกิดนิมิตทางตาเห็นเทวดามังคะ เมื่อเห็นแล้วก็วางใจเฉยหรือคะ
....... อ่อ โมทนาสาธุจิตของคุณด้วยครับ เคยเป็นเคยเห็น เมื่อจิตเป็นทิพย์(ละเอียด) ตาในมักจะเห็นสิ่งละเอียดด้วยกัน ไม่แปลกอะไร คนที่บอกแปลกเพราะจิตยังไม่เป็นทิพย์ ส่วนคนที่มีจิตเป็นทิพย์จะเป็นเรื่องปกติ ของแบบนี้ ยิ่งอยากเห็นยิ่งไม่ได้เห็น สรุปแล้วก็ผ่านๆๆ พระไม่ให้เราไปยึดถืออะไรตรงนั้น พระเน้นให้ปฎิบัติเพื่อพ้นทุกข์ อะไรที่มิใช่ทางพ้นทุกข์ก็อย่าพากันหลง พากันเอา พากันให้ความสำคัญ รีบๆข้ามไปเอา "วิปัสสนาญาณ" สาธุ
...
ใครนึกถึงท่านพ่อ (สมเด็จพ่อองค์ปฐม) หรือพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ หรือหลวงพ่อบ่อยๆ ขอให้ช่วยดึงจิต ช่วยยกจิตลูกหลานด้วย ช่วยจิตนิ่งเป็นสมาธิเร็ว เข้าฌานเร็ว จะได้ถอดกายทิพย์ไปกราบแทบพระบาทท่านพ่อ หลวงพ่อ ข้างบนพระนิพพานด้วย สาธุๆๆ
...
ท่านพ่อ (สมเด็จพ่อองค์ปฐม) ท่านโปรดทรงเครื่องจักรพรรดิ หรือ "พระวิสุทธิเทพ"  มีกายสีเนื้ออ่อนละเอียด เครื่องประดับส่วนใหญ่มักเป็นเพชรทั้งหมด พระองค์ท่านใจดีกับลูกหลานทุกคน พระองค์จะชอบยิ้มเล็กๆที่พระโอษฐ์ พยายามส่งจิตหาท่านพ่อบ่อยๆ แล้วจิตตนจะจำได้เอง ถ้าจิตใครจำได้แม่นยำ ไม่ต้องห่วงเรื่องวิปัสสนา และปล่อยวาง เด่วจะเป็นไปโดยอัตโนมัต เพราะคำว่า พุทโธ อัปปมาโณ หาที่สุดหาประมาณมิได้ สาธุ
...
สาธุ แม่นแล๊ว ถ้าเกาะพระไม่ติด เพราะใจมันยังไปติดอย่างอื่นหรือเปล่า ลองตรวจสอบจิตตนเองดูนะ .. เหมือนคนจะทาสีไม้ แต่ไม่ได้ทำความสะอาดไม้ เวลาทาสีคิดว่าจะติดไหม อาจติดบ้าง แต่ทาเสร็จแล้ว เหมือนสีไม่เท่ากัน เหมือนคนละสี กระด่างกระดำ .. จิตคนเราก็เช่นกัน #ถ้าจะให้จิตเกาะพระได้แนบสนิท (ขออนุญาตใช้คำนี้) เราต้องชำระล้างจิตตนให้สะอาดก่อน มิได้หมายถึงจิตคุณไม่สะอาด ไม่บริสุทธิ์ แค่พูดธรรมะให้ฟังเฉยๆ เพราะพระในจิตพี่ภูเคยสอนไว้ว่า คนที่จะทำจิตเกาะพระได้นั้น สรุปก็คือ ทำยังไงก็ได้ให้จิตนิ่งเป็นสมาธิก่อน เพราะขณะที่จิตนิ่งเป็นสมาธิอยู่นั้น จิตจะเป็นบุญกุศล ..นี่ไงคือปัญญา ว่าทำไม๊ คนส่วนใหญ่ถึงทำไม่ได้ จิตเกาะพระไม่ติดกันสักที.. พี่ภูคิดว่า เธอฉลาด รู้แล้วว่าจะทำอย่างไร ต่อไปนี้ก็ขึ้นอยู่ที่เธอเองแร๊ะ สาธุ
...
สาธุ อย่าเอาหนี้มาอ้าง เวลาทำกรรมฐาน อย่าเอาหนี้มาต่อรองกรรมฐาน ตรงนี้เธอต้องวางกำลังใจตนให้ถูกต้องก่อนน๊า ถ้าเธอพูดแบบนั้น เศรษฐี ก็เป็นอรหันต์กันหมดจิ คนจนไม่มีสิทธิ์เงยหัวขึ้นได้เลย พระพุทธสาสนา พระพุทธเจ้าบอกว่า ทุกคนเท่าเทียมกันหมด ต้นทุนเท่ากันหมด โดยเริ่มต้น คำว่า "มนุษย์" เพราะสามารถบรรลุธรรมได้เหมือนกันหมด น๊านแร๊ะ จะบอกให้นะว่า ยิ่งจนยิ่งเห็นทุกข์ ยิ่งเห็นธรรมง่ายดายกว่าคนร่ำรวย จำไว้เลยว่า คนที่เกิดมาชาตินี้ ไม่ร่ำรวย คือจนสุดๆ ยิ่งไม่มีอะไรเหลือเลยนั่นแหละ..คนที่จะไปนิพพานได้อย่างง่ายดายนัก นี่เอาอารมณ์พระมาตอบเธอโดยเฉพาะเลยเนี๊ย รีบๅรับไปเร็วเลย ดังนั้น ห้ามท้อ ถอยตั้งหลักได้ #โอกาสทองเธอมาถึงแล้ว ถ้ารอหมดหนีหรือให้รวยก่อน เธอคิดว่า เธอไม่ติดสุขทางโลกแน่นะ ดูพี่ภูเป็นตัวอย่างนี่ เป็นผู้ที่ไม่มีอะไรเหลือเลย แม้นกระทั่ง กายใจ เพราะชาตินี้ ยกถวายพระหมดแล้ว มีลมหายใจก็มิใช่ของตน เป็นของกายหยาบเขา เพราะกายหยาบก็ไม่ใช่ตน มิใช่ของตนเองอีกแล้ว จิตเข้าใจดีแล้ว พร้อมตายทุกเมื่อ ทุกวันนี้ก็ไม่อยากจะมีลมหายใจอยู่แล้ว อยากมีกายแก้ว ที่อยู่บนพระนิพพานนู้น เพราะสบายกว่ามีกายหยาบมากๆเลย นับแต่ท่านพ่อเมตตาพาลูกขึ้นไปข้างบนนู้น สรุปแล้ว กำลังใจอย่างเดียวลูกเอ๊ย  ..สรุปแล้วที่เหลือจะมีอะไรเป็นของเราอี๊ก ไม่มีแล้ว กลายเป็นอนัตตาไปหมดแล้ว ตอนนี้ ตายทั้งๆที่ยังมีลมหายใจอยู่เนี๊ย จิตลำหน้าไปก่อนแล้วนะน้องรัก
...
กราบสาธุค่ะ

มีคำถามของคนแอบเรียนค่ะ:p

ไม่สามารถเลือกภาพพระประจำจิตได้ ใครโพสภาพไหนมาก็ชอบหมด จิตก็จะจำภาพที่เพิ่งเห็นผ่านไป ภาพเลยเปลี่ยนทุกวัน ไม่นิ่งซักที   เลยรู้สึกลิงค์กับท่านไม่ได้อ่ะค่ะ ทำไงดีคะ (ปัญหาเดิมๆ ของตัวเอง แก้ไม่ตกซักที)
รักเดียวใจเดียวไง๊ ง่ายนิดเดียว สาธุรักเดียวใจเดียวไง๊ ง่ายนิดเดียว สาธุ
Lek PC เคยแนะไปแล้วว่า จิตจะทำงานได้ดีเพียงอย่างเดียวในเวลาเดียวกัน หากใช้จิตทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน จิตทำไม่ได้ ฉะนั้น เธอต้องมีสติคอยบอกกับจิตตนเองว่า เลือกมาแค่หนึ่งภาพเพื่อนำมาปฎิบัติ ที่เหลือเราแค่ดูเฉยๆ อยากแนะนำขณะปฎิบัติ คือ ก็ไม่ต้องไปดูภาพที่อื่น แต่ก็นะ เป็นไปได้ยาก เพราะแนะไปแล้วเธอก็ไม่ทำหรือทำไม่ได้อีก ถ้าไม่เปลี่ยนนิสัยก็ทำไม่ได้ เราอย่าตามจิตหรือฝืนจิต เพราะเราพยายามฝึกจิตให้เข้าสู่ความเป็นกลาง  สาธุ
ถ้าตั้งหลักได้แล้ว ถ้าไม่เข้าใจก้ถามมาใหม่ได้ตลอด สาธุ และขอบพระคุณที่ถาม ที่สนใจจิตเกาะพระ สาธุ
ค่ะ อาจารย์ จะบอกจิตให้เลือกภาพเดียว (ไม่ได้ตั้งใจไปดูเองนะคะ อย่างมาอ่านในนี้แล้วเห็นคนโพสภาพพระ จิตก็เกาะแล้ว ต่อไปจะเตือนจิตว่า แค่ดูผ่านพอ) แค่ขั้นแรกก็ไม่ผ่านเสียแล้ว งั้นยังไม่มีคำถามต่อค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ
สาธุ คอยบอกจิตคือบอกตนเองว่า รักเดียวใจเดียวน๊า คริคริ
แหม๊ ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก เพียงแค่มีสติมากๆ ว่าขณะนี้เรากำลังปฎิบัติภายในอยู่ ดูได้ตามปกตินั่นแหละ เพียงแต่ว่า ให้เรามีสติเยอะๆ หายหน้าหรือหลบหน้าผู้คน นั่นมิใช่ผู้ปฎิบัติที่แท้จริง อย่าไปหนี แค่มีสติมากเท่านั้นเอง
...




Create Date : 21 กันยายน 2559
Last Update : 21 กันยายน 2559 19:04:12 น. 0 comments
Counter : 192 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
doraeme
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add doraeme's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.