Group Blog
 
 
กันยายน 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
20 กันยายน 2559
 
All Blogs
 
จิตเกาะพระ13กย2559 รักษาใจเป็นปกติ



 ขอบพระคุณที่มา เฟสบุคPhu Bodin สาธุค่ะ
...
#รักษาใจเป็นปกติ
ตื่นมาก็เห็นธรรมผุดในจิตเลย
คนที่ฝึกจิตมาดี มักเป็นเช่นนี้
แต่ถ้าไม่ฝึก พอตื่นขึ้นมา ตายังไม่ทันลืมเลย
ความคิดผุดขึ้นมาก่อนเลย คิดนู้น คิดนี่ 
เช่น คิดเรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่องคนรักหรือเรื่องลูก
แต่ส่วนใหญ่จะคิดแต่เรื่องไร้สาระเสียมากกว่า
ยังไม่ทันจะล้างหน้าหรืออาบน้ำเลย 
จิตหรือความคิด สั่งให้เราทำนู้นทำนี่กันอีกแล้ว
ถ้าไม่ฝึกจิต จิตก็ส่าย จิตไม่นิ่ง ก็เลยวิ่งตามความคิด
นักภาวนาเขาทราบดีว่า ความคิด มิใช่จิต แต่เป็นเจตสิก
ความคิดหรือเจตสิก มักเกิดขึ้นพร้อมจิต และดับไปพร้อมจิต
นั่นแหละคือ ธรรมชาติแห่งจิต มิได้ผิดปกติแต่อย่างใด
นั่นแหละ จิตปกติของมนุษย์ทุกคน
แต่มีมนุษย์จำพวกนึง ที่สวนกระแสโลกหรือกระแสมนุษย์
นั่นก็คือ พระพุทธเจ้า พระอริยสงฆ์สาวกฯ 
หรือคนที่ฝึกจิตอยู่ขณะนี้
ดังนั้น ปฎิบัติธรรมก็เพื่อละตัวนี้ ละกิเลสตัณหาฯ
รวมๆแล้ว คือ ต้องพยายามละขันธ์๕ตนเองให้ได้

นักภาวนา ที่มีสติสัมปชัญญะ 
ย่อมแยะแยะ ความคิด ดีหรือไม่ดี
ไม่จำเป็นต้องไปวิ่งตามทุกความคิด 
ยิ่งพระอริยเจ้า ท่านทิ้งหมด ทั้งดีและไม่ดี 
จิตท่านถึงจะว่างเป็น อนัตตาได้ วิมุตติได้

มาพูดถึง ธรรมในจิตกันต่อ คือ ..
อย่าไปเรี่ยไรหรือขอร้องใครจากที่ไหนเลย
อย่าพยายาม เพราะไม่ได้ผล สักเท่าไหร่
ยิ่งอยากได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งไม่ได้
เป็นเพราะ จิตยังไม่เป็นบุญ 
หมายความว่า บุญยังไม่เต็มเปี่ยมในจิตในใจ

แต่ถ้าจิตเป็นบุญ เต็มเปี่ยมในจิตในใจ
เพราะว่า จิตคือเนื้อนาบุญ
เราแทบไม่ต้องไปเรี่ยไรหรือร้องขอจากใครที่ไหน
จิตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยบุญ จะสะเทีอนไปถึงบบ.
เดี๋ยวจะเป็นหน้าที่ของเหล่าเทพหรือเทวดาทั้งหลาย 
ท่านจะช่วยดลจิตหรือดลใจให้ลูกหลานทำบุญที่ไหน
ถึงอยู่ไกลแสนไกล ลูกหลานก็ไปถึงจนได้
อาทิเช่น ถ้าวัดใด มีพระอรหันต์ หรือพระดี พระแท้
ประเดี๋ยวผู้คนมาเต็มวัดเลย ไกลแค่ไหนก็ไปถึง
แต่ถ้ามิใช่พระที่กล่าวมา ต่อให้วัดอยู่ข้างบ้านก็ไม่ไป
จะสร้างหรือจะซ่อมแซมสิ่งใด ดูขาดแคลนไปหมด
อย่าสงสัยว่า ทำไม ไม่มีคนไปทำบุญ
เพราะผู้คนมักชอบทำบุญกับพระอริยเจ้า 
เพราะจะได้อานิสงส์หรือผลบุญมากกว่านั่นเอง
แต่มิได้หมายถึง ให้ทุกคนมองข้ามบุญเล็กๆน้อยๆกันนะ
ทำไปๆ ทำไปตามกำลังใจตน
พยายามทำบุญให้ครบทั้ง 3 กริยา
"ทาน"  "ศีล"  "ภาวนา" 
โดยเฉพาะ ผู้ที่ปรารถนาพระนิพพาน
บุญทั้งสามต้องเต็ม(เปี่ยม) นอกจาก ทานศีลแล้ว
บุญภาวนา ต้องทำให้ครบถ้วนบริบูรณ์ด้วย
นั่นหมายถึง ต้องได้ทั้งสมถะและวิปัสสนา
และวิปัสสนาต้องให้ขาดสิ้นด้วย
หมายถึง คำว่า  "แจ่มแจ้ง" 
ถ้าจิตไม่แจ่มแจ้ง คือ ปัญญาไม่มากพอ
จิตก็จะไม่วางภายใน 
อะไรคือตัวแจ่มแจ้ง นั่นคือ "ปัญญาญาณ" 
มิใช่ปัญญาที่เกิดจากภาวนา เฉยๆ
เพราะนอกจากจะได้ปัญญาดังกล่าวมาแล้ว 
เราต้องทำปัญญาตัวนี้ ให้เป็น "ปัญญาญาณ"
ถ้าไม่งั้น จิตไม่แจ่มแจ้ง จิตไม่ปล่อยวาง ภายใน
เมื่อจิตไม่รู้จักปล่อยวางภายใน ผลก็คือ 
จะสอบตกอยู่เรื่อยๆ กับคำว่า "โลกธรรม" หรือ "สิ่งกระทบ"

คำว่า "ปัญญาญาณ" แปลว่า ไม่ต้องเสียเวลาวิปัสสนาอีก
เพราะวิปัสสนากันมาหลายรอบแล้ว จนวิปัสสนาขาดสิ้น
พออะไรมากระทบจิตปุ๊บ! เราก็วางได้ทันทีเลย ไม่มีคำว่า เอ๊ะอ่ะ
ไม่ต้องไปเอ๊ะอ่ะ คือ ไม่ต้องสงสัยอะไร เพราะมีสติปัญญารู้ทันจิต
และก็รู้เท่าทันอารมณ์ใดๆ เช่น เวทนาใดๆ จิตสังขารใดๆ เป็นต้น
เพราะจิตแจ่มแจ้งย่อมมองเห็นเกิด-ดับ 
ความคิดเกิดตอนไหนเราก็รู้ ความคิดดับไปตอนไหนเราก็รู้อีก
สรุปก็คือ เริ่มต้นยันจบ "Start thru the end!
เราต้องรู้ทัน คือเห็นหมด
เพราะทุกสิ่งเป็นไปตามกฏไตรลักษณ์แทบทั้งสิ้น
โมทนาสาธุ



Create Date : 20 กันยายน 2559
Last Update : 20 กันยายน 2559 14:27:03 น. 0 comments
Counter : 176 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
doraeme
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add doraeme's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.