Group Blog
 
<<
มกราคม 2561
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
30 มกราคม 2561
 
All Blogs
 

ประสบการณ์ตรงการขอขมาเจ้ากรรมนายเวร

“ประสบการณ์ตรงการขอขมากรรมเจ้ากรรมนายเวร”

ท่านใดอ่านแล้ว สามารถนำไปปรับใช้ในการขอขมากรรม เจ้ากรรมนายเวร ที่เขียนเป็นธรรมทาน ก็เพื่อกาลนี้โดยเฉพาะ

มาตามสัญญาญาจากโพสที่แล้ว ได้กล่าวไว้ว่าจะมาเขียนประสบการณ์โดยตรงที่เผชิญมา ผู้เขียนเป็นครูสอนกรรมฐานแน่นอนว่า ก่อนที่จะสอนใครได้นั้นต้องประสบเจอกับตนเองมาก่อน และอีกหลายๆเหตุการณ์ที่ต้องเรียนรู้ด้วยตนเองก่อน อีกไม่นาน สภาวะธรรมที่ผู้เขียนได้เจอนั้น ต้องมาเขียนเป็นธรรมทาน และนำมาสอนในลำดับต่อไป เหตุการณ์ที่พบเจอ ก็มิใช่เรื่องบังเอิญแต่อย่างใด ด้วยเพราะวิบากกรรมที่ทำมาส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่ง ต้องเรียนรู้ด้วยตนเองก่อน ถึงจะสอนผู้อื่นได้

เจ้ากรรมนายเวรที่เคยได้เจอนั้นก็มาหลายรูปแบบ ทั้งที่มาจากลูกศิษย์ที่ผู้เขียนได้สอน(เพราะไปละเมิดกรรมเขา) หรือมาจากวิบากกรรมเก่าในอดีตของผู้เขียนเอง ทั้งจากความฝัน และเหตุการณ์จริงๆ เคยโดนเจ้ากรรมนายเวรขู่มาหลายครั้งต่อหลายครั้ง โอกาสนี้ขอเขียนเรื่องการขอขมากรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรที่เพิ่งผ่านมาได้ไม่นาน..

ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปเชียงราย เยือนสถานธรรมบ้านรากแก่นแห่งโพธิญาณ เวียงป่าเป้า ซึ่งขณะนี้กำลังได้ดำเนินการก่อสร้างอยู่ ใครอยากไป อดใจรออีกหน่อย เพราะตอนนี้สถานธรรมยังไม่พร้อมรับรอง แต่ผู้เขียนไปเพราะมีหน้าที่ต้องไป ในวันแรกที่ไปถึง ช่วงค่ำๆได้สนทนาธรรมกับครูภู แล้วได้พูดคุยกันเรื่องเวร กรรม ในขณะที่พูดถึงเรื่องเวร กรรมนั้น ผู้เขียนก็เริ่มเจ็บที่แขนซ้ายขึ้นมาแปล๊บๆ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร คุยธรรมกันต่อสักพัก ก็แยกย้ายกันไปนอน ก่อนนอนก็สวดมนต์ไหว้พระ อุทิศส่วนกุศลตามปกติ อาการเจ็บที่แขนก็เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ปวดร้าวไปทั้งแขน ทั้งๆที่วันนั้นผู้เขียนไม่ได้ยกของหนัก หรือทำอะไรที่จะเป็นสาเหตุให้มีอาการปวดแขนได้เลย และในคืนวันนั้นผู้เขียนก็ได้ปวดแขนข้างซ้ายตลอดทั้งคืน จะพลิกตัวทีนึงก็ต้องเอามืออีกข้างช่วยพยุงเอาไว้ ระหว่างนั้นก็รู้แล้วว่า สาเหตุที่เจ็บปวดนั้น เป็นเพราะเจ้ากรรมนายเวรเขามาตามทวงคืน เอามืออีกข้างจับที่แขน ตาใน(จิต)เห็นบาดแผลชัดเจน เป็นรอยลึกมาก

เลยทำการแยกกายแยกจิต ไม่สนใจอาการปวด แยกจิตอยู่กับพระ ภาวนาไปเรื่อยๆ และทำการแกะกรรมอยู่หลายครั้ง ด้วยการสารภาพผิดออกมาจากใจจริง ต่อเจ้ากรรมนายเวร บอกกล่าวเขาไปว่า “ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมต่อท่าน กรรมใดที่เคยเบียดเบียนท่าน ล่วงเกินทางกาย วาจา ใจ ด้วยเจตนาก็ดี ไม่มีเจตนาก็ดี ที่ทำไปเพราะด้วยอวิชชา ความไม่รู้ และไม่มีเจตนาที่จะเบียดเบียนท่านเลยแม้แต่น้อย ทำไปตามหน้าที่เท่านั้น บัดนี้ข้าพเจ้าสำนึกผิดแล้ว รู้ซึ้งความเจ็บปวดนั้นแล้ว ขอให้ท่านอโหสิกรรมให้กับข้าพเจ้าด้วยเถิด ข้าพเจ้าไม่มีสิ่งใดตอบแทน นอกจากบุญกรรมฐาน ที่ได้ทำมาตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน จะมีผลต่อ ข้าพเจ้าเพียงใดขอท่าน โปรดอนุโมทนา ส่วนกุศลนี้ ขอจงพึงได้รับประโยชน์เช่นเดียวกับข้าพเจ้าทุกประการ..”

ในขณะที่กล่าว ก็อาราธนาบารมีสมเด็จพ่อครอบกายครอบจิต ทั้งตัวผู้เขียนและเขา แผ่เมตตาให้เขาด้วยความรัก ทำการแกะกรรมซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายครั้ง แต่ก็เหมือนเจ้ากรรมนายเวรผู้นี้จะไม่รับรู้ หรือไม่ยอมให้อภัยแต่ประการใด พอรุ่งเช้าผู้เขียนก็ทำงานตามหน้าที่ของผู้เขียนไปเรื่อยๆ แขนก็ยังแสดงอาการเจ็บให้เห็นอยู่อย่างนั้น เห็นนะว่ากายเจ็บ แต่ใจไม่ได้เป็นทุกข์ ไม่เร่าร้อน ไม่ดิ้นรน เพราะทราบดีว่านี่คือ กฎแห่งกรรม เวลาผ่านไปสักพัก ขณะเดินทางกลับจากการซื้อของ เจ้ากรรมนายเวรผู้นี้ปรากฏกายให้เห็น เป็นผู้หญิงโบราณ สวมชุดพร้อมรบแบบตะเบงมาน พร้อมดาบ เธอเอาดาบชี้หน้าผู้เขียนหน้าตาดุดันมาก กล่าวว่า “กูจะเอามึงให้ตาย” ในขณะที่ผู้เขียนได้ยิน เธอแสดงอาการ และกล่าววาจาเช่นนั้น ถามตนเองว่า ในอดีตเราเป็นนักรบผู้ชาย ที่ฆ่าผู้หญิงอย่างนั้นหรือ??? พอมีคำถาม ภาพก็ปรากฏมาให้เห็นว่า ผู้เขียนได้ฆ่าสามีของผู้หญิงท่านนี้เสียชีวิต เธอเจ็บแค้นผู้เขียนมาก ที่ไปพรากสามีไปจากเธอ และรู้อีกว่า บาดแผลที่จิตเห็นเมื่อคืน คือบาดแผลที่เธอผู้นี้กระทำต่อผู้เขียน แผลนี้อยู่บริเวณที่ต่ำกว่าหัวไหล่ลงมาประมาณหนึ่งคืบ แต่ที่ผู้เขียนได้กระทำเขาไว้ในอดีตคือ ฟันแขนเขาขาดออกจากัน บริเวณตรงหัวไหล่ตรงรอยต่อพอดี หลังจากนั้นผู้เขียนก็มีอาการเจ็บแผล บริเวณทั้งสองที่ตามมา..

ในขณะที่ได้เห็นภาพปรากฏขึ้นมาเช่นนั้น ผู้เขียนแยกจิตไปกราบแทบเท้าของเธอผู้นั้นทันที ทำด้วยใจที่สำนึกผิดจริงๆ สารภาพความผิด บอกกล่าวเธอไปอีกครั้ง ตามที่พูดแบบเมื่อคืน คราวนี้ เธอปล่อยร้องไห้โฮลั่นแค้นก็แค้น(เหมือนการสื่อสารในครั้งนี้ จิตถึงจิต) แต่ทำอะไรผู้เขียนไม่ได้มากไปกว่านี้ เพราะผู้เขียนอาราธนาบารมีพระส่งให้เธอตลอด (พระมหาเมตตาชนะทุกสิ่ง) เธอรอผู้เขียนมาเป็นร้อยปี ผู้เขียนสงสารเธอจับใจ แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากแผ่บุญ และสอนธรรมให้ กล่าวถึงความพลัดพราก ความทุกข์ทรมาน จากความอาฆาตพยาบาท ทันใดนั้นเอง อาการที่เจ็บแขน หายไปเกือบ 90% ถ้าใครไม่ได้ประสบด้วยตนเอง ย่อมไม่มีทางเชื่อแน่ๆ

ถามว่าหลังจากนั้นอาการเจ็บปวดหายไปเลยไหม ก็ไม่หายเลยทีเดียวหรอก ผู้เขียนเองก็ทราบด้วยจิตแล้วว่า เขายังไม่ยอมอภัยให้ง่ายๆ เปรียบเสมือนคนเรา ที่อารมณ์มีขึ้น มีลง ยามใดที่โกรธมาก เขาก็แสดงอาการโกรธออกมาด้วยการทวีความรุนแรงมากขึ้น แต่หากช่วงไหน อารมณ์เบาลงมา ความเจ็บปวดก็เบาลงตามไปด้วย อาการเจ็บปวดรุนแรงแบบเดิมก็ไม่ปรากฏอีก เพียงแต่จะมีอาการเจ็บเป็นระยะๆ ที่เจ็บมากหน่อย ก็ตรงบริเวณบาดแผลทั้งสองที่ มีอาการเจ็บตามรอยแผลชัดเจน ตามที่ผู้เขียนได้กล่าวไว้ด้านบน ผู้เขียนก็อาราธนากระแสพระมหาเมตตาส่งไปให้เรื่อยๆ เป็นเช่นนั้นอยู่สามวัน อาการเจ็บจึงหายเป็นปกติ โชคดีที่ผู้เขียนได้ฝึกจิตมาอยู่บ้าง และไม่ทิ้งพระพุทธเจ้า เลยพอรู้ว่าจะต้องวางกำลังใจอย่างไร และต้องทำอะไร

ที่เจ้ากรรมนายเวรเขามาแสดงตัวตนให้เห็นนั้น ผู้เขียนถือว่าเป็นโอกาสอันดี ที่เราจะได้ทำการขอขมากรรมต่อกัน เพราะเราไม่อาจทราบได้เลยว่า เราเคยไปล่วงเกินใคร เบียดเบียน กาย ใจ ของใครอย่างไรบ้าง การได้ขอขมากรรม ถือว่าได้เป็นการปลดล็อกจิต ไม่ให้จิตติดกรรม โดยเฉพาะผู้ปรารถนาพระนิพพาน ต้องเคลียร์จิตให้หมด แต่หากตอนนี้เขายังไม่มาให้เห็น ก็ไม่ต้องรีบไปตามเขาเข้ามานะ ให้เขาเข้ามาเองก่อน แล้วจึงทำการขอขมากรรม ในระหว่างนี้ก็อุทิศส่วนกุศล ตามแบบฉบับวัดท่าซุงไป แต่ถ้าไปเรียกเขามา เท่ากับเปิดทางให้เขา ทีนี้ล่ะโดนเอาคืนแบบกระหน่ำเป็นแน่

อย่าลืมว่า กรรมในอดีตที่เราทำมานั้นมีไม่น้อยเลยนะ อย่าเสี่ยงดีกว่า และทางที่ดี ตัดกรรมเสียตั้งแต่ปัจจุบันนี้ ด้วยการรักษาศีล 5 เป็นอย่างน้อย และรีบภาวนา พัฒนาจิต เจริญสติปัญญาให้เข้าถึงซึ่งพระนิพพานให้ได้ในชาติปัจจุบัน กรรมอื่นๆที่ตามมาไม่ทัน ก็ถือเป็นโมฆะไป พระท่านถึงบอกว่า อย่าเสี่ยงเกิดมาเลยแม้แต่ชาติเดียว เพราะเราไม่อาจทราบได้เลยว่า หากชาติหน้าเราหลงเกิดมาอีก ต้องพบ ต้องเจอกับอะไร ยิ่งไปกว่านั้นหากหลงผิดกระทำกรรมหนักขึ้นมาล่ะ ผลกรรมนั้นอาจขวางมิให้เราเข้าถึงมรรคผลก็เป็นได้ ชาตินี้ ได้พบพระธรรม ได้รู้หนทางการเดินมรรคแล้ว ลงมือทำเสียแต่วันนี้แหละดีแล้ว จะไม่มาเสียใจทีหลังว่า ปล่อยโอกาสให้ล่วงเลยโดยเปล่าประโยชน์

ธรรมทานครั้งนี้บุญกุศลจักมีแก่ข้าพเจ้าเพียงใด ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลขอให้เจ้ากรรมนายเวร สองสามีภรรยาคู่นี้ จงได้รับผลบุญเช่นเดียวกันทุกประการ และขอให้ได้พบพระธรรมนำทางสว่างให้แก่จิตตนเองทั้งสองท่าน และเข้าถึงซึ่งพระนิพพาน ในอนาคตกาลด้วยเทอญ..

หินพระธาตุ พลังพุทธานุภาพ
...
สาธุ อนุโมทามิ นิพพานะปัจจะโยโหตุ
ขอบพระคุณที่มาจากเฟสบุค
หินพระธาตุ พลังพุธานุภาพ 30มค2561
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=199083330836553&id=100022046618400
...


...




 

Create Date : 30 มกราคม 2561
0 comments
Last Update : 30 มกราคม 2561 17:18:29 น.
Counter : 254 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


doraeme
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add doraeme's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.