มีนาคม 2554

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เวทย์ จอมไตร ตอนที่ 3
เวทย์กำลังเดินทางไปมหา’ลัย เป็นต้องแวะระหว่างทางเมื่อคุณยายคนหนึ่งมาขอความช่วยเหลือ แกกำลังทุกข์ใจเป็นอย่างมากและมีความกระวนกระวายใจอยู่ตลอดเวลา พอเวทย์ถามไถถึงสาเหตุก็รู้มาว่า หลานชายของแกกำลังนอนซมอยู่ในบ้านด้วยโรคท้องร่วง เมื่อคราวก่อนเขาเคยเป่าเสกน้ำมนต์ให้หลานชายของแกคนนี้ดื่มจนหายจากโรคหวัดมาแล้ว คนแก่จึงเชื่อถือศรัทราในตัวเวทย์มาก

ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาผูกไทด์บุคลิกดูเป็นคนทันสมัยหากแต่เหน็บกระดานชนวนสำหรับเขียนหนังสือของเขา ในมือถือตำราทำจากใบลาน คุณยายเห็นแล้วไม่เข้าใจว่าการเรียนขั้นอุดมศึกษาสมัยใหม่ทำไมย้อนไปใช้อุปกรณ์การเรียนของคนสมัยเก่าด้วยแต่มาคิดอีกทีเด็กหนุ่มคนนี้เป็นคนรู้เรื่องเวทมนต์คาถาอาจจะมีกระดานชนวนกับตำราใบลานใช้ด้วยก็คงไม่แปลกยังไงแกก็เชื่อถือศรัทราในตัวของเขาอย่างสุดใจไปแล้ว

เวทย์ไปตรวจดูอาการของคนป่วยซึ่งนอนหน้าซีดเซียวเพราะเสียน้ำในร่างกายไปมาก เขาขอให้คุณยายจัดการต้มสมุนไพรยาหม้อทันทีโดยที่เขาได้เป่าเสกคาถากำกับลงไปด้วยเพื่อเสริมฤทธิ์ของยาแล้วยังขอหม้อดินเผามาเพิ่มอีกใบ

นักศึกษาหนุ่มใช้ชอล์กขีดกากบาทลงไปบนหม้อ ขีดวงกลมเป็นรูปตาซ้ายและตาขวา ใช้เชือกร้อยกับขอบหม้อดินเผาแล้วจัดการแขวนมันไว้หน้าบ้านของคุณยายทันที คนแก่พยายามนึกว่าแกเคยเห็นของแบบนี้จากที่ไหนมาก่อน เวทย์หันมายิ้มให้ทันทีเมื่อแขวนหม้อดินเผาเสร็จ

“เสร็จแล้วขอรับคุณยาย ‘ขุนพลหม้อตาล’ ใบนี้จะช่วยป้องกันเหล่าภูตผีปีศาจมาทำร้ายหลานชายของคุณยายแล้วอย่าลืมให้เขาดื่มยานะขอรับเขาจะได้หายจากโรคโดยไว”

เวทย์ต้องรีบเดินทางไปมหา’ลัยซึ่งเขาต้องโดยสารรถเมล์ต่อไปอีกหลายทอดกว่าจะถึงที่หมายแต่ก็ยังมีน้ำใจช่วยเหลือคน

คุณยายวัยแปดสิบกว่าแต่ความจำยังดีแกพึ่งจะนึกออกว่าสมัยแกยังเป็นเด็ก พวกผู้ใหญ่เคยทำขุนพลหม้อตาลแบบนี้แขวนไว้หน้าบ้านไว้ป้องกันภูตผีปีศาจตอนที่โรคอหิวาต์ลงพระนคร

“คนหนุ่มสมัยนี้ช่างเก่งจริงๆ รู้จักของเก่าของแก่ด้วย ขอให้จำเริญๆ นะพ่อเวทย์”คุณยายอวยพรตามหลัง เวทย์ยิ้มหน้าบานรีบวิ่งขึ้นรถเมล์ได้ทันก่อนประตูไฮโดรลิคจะปิดเสียอีก




ชีวิตในเมืองหลวงนักศึกษาหนุ่มเริ่มชินแล้วทั้งฝนตก รถติด ผู้คนอาศัยบนตึกสูงระฟ้าหากแต่น้ำใจของคนกลับต่ำลง ชีวิตที่ต่างฝ่ายต่างอยู่ไม่เกื้อกูลกันเหมือนชาวหิมพานต์ พ่อของเขาเคยบอก ว่าผู้คนในโลกนี้ยังมีวิถีชีวิตที่ล้าหลังชาวหิมพานต์อยู่ถึงพันปี พาหนะยังใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลแค่จะเดินทางไปดวงจันทร์ยังต้องเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายมหาศาลในขณะที่ชาวหิมพานต์ใช้พาหนะขับเคลื่อนด้วยพลังจิตสามารถท่องเที่ยวไปได้ทั่วจักรวาลแต่ละปีค้นพบยังพบจักรวาลใหม่ๆ อยู่เสมอ

แป๊น!!..น.น

การจราจรอันคับคั่งบนท้องถนน รถคันหลังกดแตรไล่รถคันหน้าดังระงม รถเบ๊นซ์คันสุดหรู่สมรรถนะสูงหากแต่ขยับไปได้แค่เตาคลานเพราะเจอพิษรถติด นานิ ลดกระจกไฟฟ้าลงมองตามหลังนักศึกษาหนุ่มคนหนึ่งที่พึ่งกระโจนลงจากรถเมล์อย่างรวดเร็วและวิ่งมุ่งหน้าไปในทิศของเจดีย์ภูเขาทองวัดสระเกศ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเคยเห็นเวทย์มาที่นี่แต่เธอเคยกระทั้งให้คนขับรถขับตามจนเห็นเขาหายเข้าไปในบริเวณวัดจริง

หรือว่ามหาวิทยาลัยของเขาอยู่แถวนี้แต่ทำไมต้องเข้าไปวัดเจดีย์ภูเขาทองทุกวันนะ มันเป็นคำถามที่เธอจะต้องหาคำตอบให้ได้



แฮ่กๆๆ

“แย่แล้ว!..วันนี้แรม 9 ค่ำ เดือน 1 ต้องส่งงานให้อาจารย์ปู่สกตั้งแต่คาบเรียนแรกด้วยต้องไปให้ทันให้ได้”นักศึกษาหนุ่มวิ่งอย่างกระหืดกระหอบเพราะต้องอยู่ช่วยคุณยายจนเขาต้องมาเรียนช้ากว่าทุกวัน

คะเนจากองศาของดวงตะวันเวลาตอนนี้คือ 08.25 นาทียังเหลือเวลาอีก 5 นาทีจะเริ่มเรียน ชาวหิมพานต์ไม่พึ่งพานาฬิกาแต่อ่านเวลาอย่างแม่นยำจากดวงดาวบนฟ้า นับวันเดือนเป็นค้างขึ้นค้างแรม

เขาต้องหยุดเพราะเจอคนยืนต่อแถวกันยาวเหยียดขวางทางก่อนเข้าวัด มีรถเข็นขายกล้วยแขกเจ้าอร่อย ขายอยู่ที่นี่ แม่ค้าตัวอ้วนใหญ่ผิวดำเป็นเมี่ยงยืนทอดกล้วยอยู่หน้ากระทะจนหน้าเป็นมันเยิ้ม เวลาแกพูดแต่ละทีเสียงดังเหมือนฟ้าผ่าเวลาสั่งให้ลูกค้ายืนเข้าคิวให้เป็นระเบียบ แกชื่อน้ำอ้อย หรือที่ใครแอบนิททาว่าพังน้ำอ้อยเพราะหุ่นอ้วนใหญ่เหมือนช้าง ข้างๆ ที่นั่งหลบอยู่ในร่มตลอดเวลาเป็นลูกจ้างของแกชื่อน้ำตาล

น้ำตาลสาวสวยราวกับนางฟ้ากำลังนั่งเติมเเต่งลิปสติกบนริมฝีปาก หล่อนกลัวแดด กลัวงานหนักทุกชนิดเพราะจะทำให้ผิวที่ขาวเหมือนหยวกเกิดรอยด่างดำ สิ่งเดียวที่หล่อนถนัดคือความสวย หล่อนใช้เวลากับการเติมเสริมแต่งเครื่องสำอางบนใบหน้ามากกว่าการช่วยหยิบจับงานทุก อย่าง ถึงจะน่าลำคาญแต่น้ำอ้อยก็ได้แต่เหล่ตามองด้วยความฉุ่นเฉียว แกปฏิเสธไม่ได้ว่าน้ำตาลคือตัวเรียกคนเข้าร้านเพราะลูกค้าเกือบทั้งหมดเป็นผู้ชายที่หลงความสวยของเธอกันทั้งนั้น จากเดิมแกขายคนเดียวได้วันละไม่ถึงพันแต่หลังจากได้น้ำตาลมาอยู่ด้วยขายได้ถึงวันละแสนบาท

พอกล้วยทอดถูกเอามาวางสุมจนเกือบล้นถาด หล่อนถึงค่อยนวยนาดลุกขึ้นมาตักกล้วยใส่ถุงขายให้ลูกค้า ไม่ว่าลูกค้าจะซื้อกล้วยทอดด้วยธนบัตรราคาไหน แบงก์พัน แบงก์ห้าร้อย หล่อนขายของไม่เคยทอนเงินให้ลูกค้าเลยจนขึ้นชื่อลือชา วันเดียวขายกล้วยทอดได้ถึงหลักแสนหรือหลายแสนบาทเพราะกลยุทธ์ไม่ทอนเงินให้ลูกค้าของหล่อน

น้ำตาลเป็นนางตานี เป้าหมายของเธอคือเก็บเงินให้ได้ 2 โกฐเบี้ยเพื่อจะซื้อบ้านและที่ดินในเมืองหิมพานต์เพื่อยกระดับตนเองจากภูตพรายบ้านนอก เงิน 1 เบี้ยเท่ากับ 1000 บาทในโลกมนุษย์ ตักกล้วยใส่ถุงได้ไม่เท่าไหร่สาวสวยระดับนางฟ้าก็บ่นเมื่อยข้อมือ ขอให้ลูกค้ารอก่อน ขายกล้วยแขกวันหนึ่งได้ 1 แสนบาทมันเท่ากับเศษเบี้ยในเมืองหิมพานต์ นี่หล่อนต้องทำงานหนักขนาดไหนถึงจะหาเบี้ยได้ครบพอซื้อบ้าน

เผอิญตาเหลือบไปเห็นชายหนุ่มในชุดนักศึกษากำลังเดินแทรกแถว เขาไม่ได้มาซื้อกล้วยแต่แค่จะผ่านทาง มีเพียงชายคนเดียวเท่านั้นที่มองผ่านนางตานีแสนสวยไปได้ทุกวัน น้ำตาลแทบจะลืมทุกอย่างรีบไปเกาะแขนของเวทย์ทันที

“ไงจ้ะรูปหล่อพ่อรวยจะรีบไปไหนกัน”

เขาคือทางลัดทางเดียวให้หล่อนรวยโดยไม่ต้องทำงาน

“ผมต้องรีบไปเข้าเรียนนะขอรับ ปะ..ปล่อยผมเถอะขอรับ”

“ช่วยซื้อกล้วยแขกของฉันหน่อยสิ..น้านะแค่ 20 เบี้ยเอง”

หล่อนยิ่งออดอ้อนแต่เวทย์กลับอึดอัดเขาต้องรีบเข้าห้องเรียนให้ทัน

“ยี่สิบเบี้ยเท่ากับ 20.000 บาทเลยนะขอรับ กล้วยแขกถุงเดียวแพงเกินไป เมื่อเราอยู่ในโลกของมนุษย์ก็ต้องใช้เงินสกุลบาทสิขอรับ”

“อุ้ยต้าย!.. รวยแล้วยังงก”

หล่อนเผลอพูดหลุดปากแต่ก็เต็มไปด้วยจริตจะก้านของจอมมารยาหญิง รีบมาออเซาะเบียดต้นเเขนของเขา พวกชายหนุ่ม ชายแก่ต่างเเยกเขี้ยวครางฮึ่มเมื่ออยู่ๆ มีเจ้าหนุ่มจากไหนไม่รู้ได้มาใกล้ชิดกับขวัญใจของพวกเขา

“ก็น้ำตาลขายกล้วยทอดให้ชาวโลกแค่ 1 เบี้ยเองนี่นา มนุษย์โลกจนจะตายเศษเบี้ยแค่เนี๊ยะพวกมันยังบ่น ดีแค่ไหนไม่ควักลูกตาพวกมันทิ้งโทษฐานลวนลามน้ำตาลด้วยสายตา"

มนุษย์โลกยากจนแทบไม่มีดีหล่อนเกลียดมนุษย์ที่สุด




กว่าจะสลัดน้ำตาลที่พัวพันเป็นตังเมออกมาได้แทบแย่ พ่อบอกว่าอย่าหลงวาจาพวกแม่ค้าที่ขายของโก่งราคา ตั้งแต่จากบ้านที่เมืองหิมพานต์เขาสัญญากับพ่อว่าจะตั้งใจเรียนให้จบโดยไม่ข้องแวะกับผู้หญิง จะต้องเรียนจบวิชาเอกสัปเหร่อเพื่อให้พ่อได้สมใจ

คณะมหาเวทย์ มหาวิทยาลัยใต้ภูเขาทอง

เวทย์ จอมไตร นักศึกษาวิชาเอกสัปเหร่อ เข้ามาถึงห้องเรียนก่อนอาจารย์จะมาถึง ท่ามกลางเศษขยะที่เพื่อนนักศึกษาเอาขว้างปาใส่กัน กระทืบเท้า โห่ฮาป่าใส่กันเสียงดังอึกทึกตลอดเวลา นักศึกษาเหล่านี้เป็นลูกหลานชาวหิมพานต์ที่ทำมาหากินอยู่ในโลกมนุษย์รวมทั้งพวกอมนุษย์ ภูต พรายที่อาศัยอยู่ในโลกมาก่อนแล้ว หนึ่งในนั้นเป็นสาวสวยในชุดนักศึกษารัดรูปเห็นทรวดทรงระหงแบบเดียวกับนักศึกษาสาวในโลกภายนอก

อรัญญานีนางตะเคียนแสนสวยวิชาเอกมนต์มหาเสน่ห์ ข้างกันคือสุริยันเป็นยักษ์วิชาเอกคงกะพันชาตรี ที่คอยเบียดคอยกระแซะตามจีบตามตื้อเธออยู่ตลอดเวลา สุริยันเป็นหลานชายปู่โสม ผู้บริจาคสำคัญของมหา’ลัย เขาจึงกร่างใส่ทุกคนเต็มที่

ทันทีเวทย์มาถึง นางตะเคียนสาวก็ตาใสเป็นประกายทันที สุริยันกลับตาลุก ผุดขึ้นยืนเขี้ยวยักษ์งอกออกจากริมฝีปากเพราะไม่ชอบหน้ากันมานานแล้ว คนอย่างเวทย์ที่ทั้งหล่อทั้งรวยและเรียนหนังสือเก่งจนสาวหลงทั้งมหา'ลัยเป็นอะไรที่สุริยันไม่ชอบเอาเสียเลย

“ไงนักศึกษาดีเด่นมาสายกับกับเขาเป็นเหมือนกันเรอะ”

สุริยันพูดด้วยหางเสียงไม่เป็นมิตร อรัญญานีผลักหน้าสุริยันออกไปแล้วหันมายิ้มแย้มให้เขา

“อาจารย์ปู่สกติดประชุมที่ห้องอธิการบดีด่วนแต่ประเดี๋ยวคงเข้ามาแล้วล่ะ เวทย์ไม่ได้มาเรียนสายซะหน่อย รีบเข้ามานั่งก่อนสิจ้ะ”สาวสวยชี้ให้นั่งเก้าอี้ข้างๆ เธอผลักไหล่เจ้าหนุ่มยักษาจอมตามตื้อหล่นโครมลงโต๊ะด้วยแรงมากมายผิดรูปร่างบอบบาง ดาวมหา’ลัยอย่างเธอที่ทั้งสวยทั้งเรียนเก่งเลือกที่จะคบกับผู้ชายที่มีระดับอย่างลูกชาย ส.ส.เมืองหิมพานต์มากกว่าหลานชายปู่โสมเศรษฐีบ้านนอกที่หน้าตาไม่เอาไหนแถมยังเรียนไม่เก่งดีแต่เกเรไปวันๆ

“ขอบคุณนะขอรับ”

เวทย์ตอบอย่างสุภาพ เขาเลือกจะนั่งเก้าอี้ข้างกินนรกับกินรีฝาแฝดวิชาเอกมนต์มหาลาภ เขามักจะเลี่ยงการใกล้ชิดกับอรัญญานีเพราะพ่อบอกว่าผู้หญิงสวยมากๆ มักหลายใจ ที่นั่งข้างหลังเขายังมีคนธรรพ์นามว่าเพชร วิชาเอกนาฏศิลป์ ผู้กำลังดีดกีตาร์โปร่งร้องเพลงคลอตามเบาๆ

“อาจารย์ปู่สกมาแล้ว!!”

มีคนหนึ่งตะโกนขึ้น ทุกคนรีบเข้าไปประจำที่นั่งของตน หยิบเอากระดานชนวน ตำราใบลานมาเตรียมพร้อมสำหรับการเรียน อาจารย์รีบเดินไปหยิบชอล์กไปขึ้นหัวข้อบนกระดาน

อาจารย์ปู่สก ประจำวิชาปลุกเสกของขลัง เป็นอมนุษย์ร่างอ้วนเหมือนผลชมพู่ หนวดเครา เส้นคิ้วและเส้นผมยาวจนคลุมถึงต้นขา มีปลัดขิกขนาดเท่าท่อนแขน ท่อนไฟฉายหรือเท่านิ่วมือร้อยรวมกันนับร้อยอันคล้องรอบคอทำให้อาจารย์ดูเข้มขลังยิ่งนัก

“เอาล่ะวันนี้อาจารย์จะขอตรวจงานที่สั่งให้ไปทำ ที่ให้ทุกคนไปปลุกเสกรักยม โหงพราย ทุกคนคงปลุกเสกกันเสร็จแล้วนะ”



Create Date : 14 มีนาคม 2554
Last Update : 14 มีนาคม 2554 18:30:53 น.
Counter : 441 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments