เรียนปรับพื้นฐาน

วันรุ่งขึ้นหลังจากที่พ่อและพวกญาติๆที่พากันมาส่งกลับไปแล้ว ตูย่าก็พาผมไปที่โรงเรียนเพื่อปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษอันแสนห่วยของผม


ผมได้เข้าเรียนที่ Telelingua ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนเล็กๆแห่งหนึ่ง อยู่ที่ Orchard Road


พวกรุ่นพี่ที่แอมเซ็น(Amsen)บอกว่าเด็กที่อยู่แอมเซ็นเกือบทุกคนก็เคยเรียนที่นั่นก่อนที่จะไปสอบเข้าโรงเรียนรัฐ


ที่น่าแปลกคือโรงเรียนแห่งนี้อยู่ในโรงแรม Orchard Parade Hotel ซึ่งเป็นโรงแรมระดับสี่ดาว!


ผมได้ถูกจัดให้ไปเรียนห้อง Elementary ซึ่งเป็นห้องระดับพื้นฐานที่สุด


ห้องElementaryนี้มีนักเรียนจากหลายเชื้อชาติ(ไทย จีน อินโด เกาหลี เขมร เวียดนาม)และหลากวัย(ตั้งแต่ 8ขวบ ถึง21ปี)


วันแรกที่โรงเรียนแห่งนี้ทำเอาผมเพลียเลยทีเดียวเพราะผมต้องใฃ้ความพยายามทั้งหมดในการสื่อสารกับอาจารภาษาอังกฤษซึ่งเป็นคนอเมริกัน


ยังโชคดีที่มีเด็กไทยมาเรียนอยู่ในห้องเดียวกันที่พอช่วยให้ผมพอถูๆไถๆผ่านวันนั้นไปได้


การเรียนในชั้นนี้ส่วนใหญ่จะเน้นการพูดคุยสื่อสารด้วยประโยคง่ายๆ และเรียนแต่งประโยค


กว่าหูจะคุ้นกับภาษาอังกฤษก็ปาเข้าไปหนึ่งเดือน และกว่าจะพูดสื่อสารได้คล่องก็สามเดือนโน่นแนะ


พอสิ้นเดือนที่สามนับจากวันที่ผมเข้าเรียนก็ต้องสอบวัดระดับเพื่อดูว่าพวกเรามีการพัฒนากันไปถึงไหนแล้ว


หลังจากการสอบ ผมก็ได้เลื่อนชั้นไปอยู่ Pre-intermediate ซึ่งเป็นชั้นที่การเรียนยากกว่าเล็กน้อย


ในชั้นนี้นอกจากวิชาภาษาอังกฤษที่มีพวกแกรมมา(grammar)เพิ่มมากขึ้นแล้ว ผมยังต้องเรียนวิชาคณิตศาสตร์อีกด้วย


วิชาคณิตศาสตร์ที่ผมเรียนตอนนั้นเรียนบทพีชคณิตย์พื้นฐาน(Algebra Basic) และการคำนวณพื้นที่และปริมาตรของทรงเรขาคณิตย์


โชคดีที่พอมีพื้นฐานคณิตย์มาจากไทยแล้วเลยผ่านช่วงเวลานั้นมาอย่างไม่ลำบากมาก


พออีกสามเดือนต่อมาก็มีการสอบวัดผลอีกซึ่งผมก็ได้ขึ้นไปอยู่ชั้น Intermediate 


ในชั้นนี้ภาษาอังกฤษไม่ใข่การสนทนาง่ายๆหรือแกรมมาและแต่งประโยคอีกต่อไป แต่เป็นการใช้ทุกอย่าข้างต้นมาเขียนเรียงความ


ตอนแรกๆกว่าจะเขียนเรียงความได้50คำนี่แทบจะไมเกรนขึ้น แต่พอหัดแต่งไปซักสิบบทความก็สามารถเขียนเรียงความความยาว150คำอย่างไม่ยากเย็น


นอกจากนั้นยังมีการให้อ่านบทความแล้วเขียนตอบคำถามเป็นประโยคสั้นๆ


คณิตศาสตร์ก็เรียนยากขึ้นโดยเน้นการตั้งสมการจากโจทย์ที่กำหนดให้และแก้สมการเพื่อหาค่าตัวแปร


อาจารบอกว่าในสามเดือนสุดท้ายนี้พวกเราจะทำการเตรียมตัวสำหรับการสอบ Principle of Academy Certificate Test(PACT)


PACT เป็นการสอบเพื่อเอาคะแนนไปยื่นเข้าโรงเรียนรัฐในสิงคโปร์ โดยขอแค่สอบผ่านได้คะแนนเกิน 50%ในสองวิชา ได้แก่ ภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์  จะมีโรงเรียนรัฐถึง 50 โรงเรียนให้เราเลือกเข้าได้ตามใจชอบเลยทีเดียว(สำหรับผมตอนนั้นจะเข้าSecondary1หรือ ม.1)


แต่การสอบPACTนั้นมันหินสุดๆ


รุ้นพี่ที่แอมเซ็นคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่าเด็กไทยสองพันคนที่ไปสอบปีก่อนหน้านั้นไม่มีไครผ่านซักคนเดียว!


และ แน่นอนเป็นที่สุดครับ ผมก็ตกเช่นกัน(แถมตกแบบคะแนนน่าเกลียดด้วย)


เหอะๆ เป็นการสอบตกครั้งแรกของชีวิตครับ  ขมขื่นมากเลยทีเดียว


และไอ้คะแนน PACTที่แสนต่ำของผมเนี่ยแหละที่ทำผมวิบัติ เกือบเข้าเรียนที่โรงเรียนรัฐของสิงคโปร์ไม่ได้






Free TextEditor



Create Date : 04 มีนาคม 2555
Last Update : 4 มีนาคม 2555 0:09:33 น.
Counter : 967 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

PS YerDua
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]



It's no use knowing a lot if you can't master what you know.

มันแทบจะไม่มีประโยชน์เลยที่จะรู้สิ่งต่างๆมากมายถ้าสิ่งที่คุณรู้นั้นไม่ได้รู้ลึก หรือรู้จริง
มีนาคม 2555

 
 
 
 
3
5
6
8
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31