Dr.Danai @ DNT Consultants
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
24 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 
Case Study: บริษัท วิ.อาร์.ยูเนียน จำกัด

การเรียนการสอนในระดับบัณฑิตศึกษา โดยเฉพาะ MBA ในวิชาการบริหารกลยุทธ หรือ การจัดการกลยุทธ ซึ่งในโลกของความเป็นจริงจะมีความแตกแต่งจากชั้นเรียนเป็นอย่างมาก

การที่จะทำให้ นศ.MBA ได้เรียนรู้และสร้างคุณค่าทางปัญญาจากผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่สูงถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ แต่การลงมือปฏิบัติในสภาพจริงของธุรกิจโดยการศึกษา และวิเคราะห์ หรือ ดูงาน ก็มีส่วนสำคัญเช่นเดียวกัน

สำหรับ การวิเคราะห์ธุรกิจ จาก Case Study ของ นศ.ในอันดับต่อมา ครับ ลองรับฟังและรับชม
(สามารถให้ความเห็นได้อย่างอิสระ)

ดร.ดนัย เทียนพุฒ
Dr.Danai Thieanphut
Managing Director
DNT Consultants

******************************************

Case Study: บริษัท วิ.อาร์.ยูเนียน จำกัด

นศ.อภิชญา สุรประภาพิชย์

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
บริษัท วีอาร์ ยูเนี่ยน จำกัด

ประวัติการทำธุรกิจ
ในปี 1972 เราเริ่มประกอบธุรกิจรับทำผลิตภัณฑ์เหล็กทุกประเภทภายใต้ชื่อของ “วิโรจน์ โลหะกิจ” ในช่วงเริ่มต้น เราเริ่มกิจการจากตึกแถวเล็กๆ 3 ห้อง ในเขตบุคคโล ช่วงเวลานั้นเราได้รับความรู้ และทักษะมากมายในการผลิตผลิตภัณฑ์จากเหล็กทั้งหมด ในที่สุดเราเลือกที่จะมุ่งเน้นไปที่การผลิตผลิตภัณฑ์จากสแตนเลสโดยเฉพาะ
ในปี 1984 เริ่มก่อตั้ง บริษัท วี.อาร์.สหกิจ จำกัด ดำเนินธุรกิจเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ท่อสแตนเลส
ในปี 1987 ก่อตั้ง บริษัท วี.อาร์.ฟิตติ้ง จำกัด ดำเนินธุรกิจเป็นผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายชิ้นส่วนนำเข้า และผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นเองภายใต้ตราสินค้าของบริษัทเอง
ในปี 1992-2000 ย้ายโรงงานใหม่ไปที่ซอยเพชรเกษม 91 เพื่อขยายกำลังการผลิตให้เพิ่มขึ้น เริ่มดำเนินการผลิต ตะแกรงสแตนเลส เป็นสินค้าใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เพิ่มมากขึ้น และเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น บริษัท วี.อาร์.ยูเนี่ยน จำกัด
ในปี 2004 ขยายตลาดไปยังต่างประเทศโดยการก่อตั้งสาขาที่ เมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
ในปี 2005 ได้รับรางวัลมาตรฐาน ISO 9001:2000 รับรองการบริหารงานคุณภาพมาตรฐานจากสถาบัน BSI ประเทศอังกฤษ
ในปี 2007 เปิดโรงงานใหม่ 2 แห่งครอบคลุมพื้นที่ 8 ไร่บนถนนพุทธมณฑลสาย 4 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้เพียงพอที่จะรองรับความต้องการจากผู้บริโภค


1. โอกาสธุรกิจและปัจจัยความสำเร็จ
โอกาสของธุรกิจนี้เกิดขึ้นจากแต่เดิม คุณสุวี หทัยพันธลักษณ์ ซึ่งเริ่มประกอบธุรกิจรับทำผลิตภัณฑ์เหล็กทุกประเภท ภายใต้ชื่อของ “วิโรจน์ โลหะกิจ” ในช่วงเริ่มต้นจากตึกแถวเล็กๆ 3 ห้อง ในเขตบุคคโล ช่วงเวลานั้นเราได้รับความรู้ และทักษะมากมายในการผลิตผลิตภัณฑ์จากเหล็กมุ่งไปการผลิตภัณฑ์จากสแตนเลสโดยเฉพาะ ซึ่งในขณะนั้นเองกระแสความนิยมผลิตภัณฑ์จากสแตนเลส มีสูงขึ้น ประกอบกับการแข่งขันทางด้านการตลาดนั้นยังไม่รุนแรงนัก จึงทำให้ผลการดำเนินงานของ บริษัทประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดีจนกระทั้งในปี 1992-2000 ย้ายโรงงานใหม่ไปที่ซอยเพชรเกษม91 เพื่อขยายกำลังการผลิตให้เพิ่มขึ้น เริ่มดำเนินการผลิต ตะแกรงสแตนเลส เป็นสินค้าใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เพิ่มมากขึ้น และเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น บริษัท วี.อาร์.ยูเนี่ยน จำกัด ซึ่งมีพื้นที่ก่อสร้างโรงงานกว่า 8 ไร่ ใช้งบประมาณในการลงทุนก่อสร้าง 200 ล้านบาท

2. บริษัทและแนวคิดของบริษัท
เนื่องจากปริมาณการใช้ก๊อกน้ำของตลาดในประเทศเพิ่มสูงขึ้นตามอัตราการขยายตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวสูง และแนวโน้มการเปลี่ยนมาใช้ก๊อกน้ำพรีเมียมที่ผลิตจากสเตนเลสเพิ่มจำนวนสูงขึ้นเพราะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น จากกระแสคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพมากขึ้น โดยก๊อกนำที่ผลิตจากสแตนเลสมีค่าปนเปื้อนจากโลหะหนักในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานกลางที่( สำนักมาตรฐานกลางเพื่อการส่งเสริมอุตสาหกรรม (สมอ.) ตรวจชื่อสำนักงานที่ถูกต้องให้ด้วย ) กำหนดไว้ ในขณะนี้ที่ผลิตภัณฑ์ก๊อกน้ำที่ใช้อยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่เกือบ 100% ผลิตมาจากทองเหลืองชุบโครเมี่ยม ซึ่งมีการปนเปื้อนสารโลหะหนักที่ปริมาณที่สูงค่ามาตรฐาน
3. สินค้าและบริการ
บริษัท วี.อาร์.ยูเนี่ยน จำกัด ได้ดำเนินการผลิต และพัฒนาสินค้าสแตนเลสหลากหลายรูปแบบ ลักษณะเฉพาะที่โดนเด่นของสแตนเลสมีอยู่มากมาย เช่น ความสามารถในการป้องกันการเกิดสนิม, มีความทนทาน, ใช้งานได้นาน และมีรูปแบบที่โดดเด่นเฉพาะตัว การนำผลิตภัณฑ์สแตนเลสมาใช้นั้นยังมีประโยชน์อีกมากมาย ดังนั้น บริษัท วี.อาร์.ยูเนี่ยน จำกัด จึงเลือกที่จะผลิตสินค้าจากสแตนเลส 5 ประเภทในเบื้องต้น ดังนี้:
- ก๊อกน้ำ และอุปกรณ์สำหรับก๊อกน้ำ
- อุปกรณ์เครื่องใช้ในห้องน้ำ
- มือจับ และอุปกรณ์ติดตั้งประตู
- ตะแกรง
- ชุดเคาน์เตอร์ อ่างล้างหน้า
สำหรับผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้า “VRH” บริษัทรับประกันในคุณภาพ เรารักษาคุณภาพของสินค้าตั้งแต่เริ่มกระบวนการผลิต การคัดเลือกวัตถุดิบทั้งหมดจะต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพเป็นอย่างดี โดยมีการจัดหาวัตถุดิบจากทั้งใน และต่างประเทศอยู่เสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทจะมีวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงสุดมาใช้ในการผลิต สินค้าที่สำเร็จสมบูรณ์ออกมาทั้งหมดจะถูกต้องตรงตามมาตรฐานที่ทางบริษัทกำหนดไว้ ยกตัวอย่างเช่น ก๊อกน้ำของเราจะต้องมีคุณสมบัติที่เกินกว่าที่มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (Thailand Industrial Standard – TIS) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (Thai Environment Institute) ได้กำหนดไว้ นอกจากนี้สินค้ารุ่นพิเศษ บางรุ่นยังผ่านมาตรฐานอังกฤษอีกด้วย ทางบริษัทมีการทดสอบสินค้าของเราอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะผ่านมาตรฐานสากลอื่นๆมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ถึงคุณภาพของ VRH
ส่วนความสำคัญในด้านการบริการนั้น ความพึงพอใจของลูกค้าคือเป้าหมายที่บริษัทให้ความสำคัญสูงสุด บริษัทมีความยินดีและเต็มใจอย่างยิ่งที่จะดำเนินการใดๆ ก็ตามเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า รวมถึงแก้ไขปัญหา และข้อสงสัยของลูกค้าโดยทันที เราใส่ใจในทุกคำวิจารณ์ และคำตอบกลับจากลูกค้าอยู่เสมอ ปัญหาทุกปัญหาจะถูกนำมาพิจารณาและดำเนินการแก้ไขโดยทันที ปัญหาที่เกิดขึ้นจะถูกส่งเข้ามายังแผนกที่รับผิดชอบเพื่อตรวจสอบที่มาของปัญหาและดำเนินการแก้ไขจุดบกพร่องของสินค้า และบริการในทันที การแก้ไขปัญหาจะถูกรายงานกลับมาที่ลูกค้าเพื่อรับประกันว่าจะไม่มีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นอีก

ข้อมูลทั่วไป (General Information)
ชื่อบริษัท บริษัท วี.อาร์.ยูเนี่ยน จำกัด
V.R.UNION CO.,LTD.
ทะเบียนบริษัท 0105531051181 (เดิมเลขที่ 5120/2531)
สถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ 137/17 หมู่ 9 ตำบลสวนหลวง อำเภอกระทุ่มแบน
จังหวัดสมุทรสาคร
สำนักงานสาขาที่ 1 947/136 หมู่ 12 ถนนบางนา-ตราด แขวงบางนา
เขตบางนา กรุงเทพมหานคร
สำนักงานสาขาที่ 2 199,199/1 หมู่ 6 ตำบลสวนหลวง อำเภอกระทุ่มแบน
โทรศัพท์ 02-8111180-4
โทรสาร 02-8138608
ประเภทธุรกิจ ผู้ผลิตและจำหน่าย สินค้าที่ผลิตจากอุปกรณ์แสตนเลส
ทุนจดทะเบียน 60,000,000 บาท

รายชื่อผู้บริหาร
1. นายสุวี หทัยพันธลักษณ์
2. นายสุเวส หทัยพันธลักษณ์
3. นายภัทรพล หทัยพันธลักษณ์
4. นางเพิ่มทรัพย์ หทัยพันธลักษณ์


วิสัยทัศน์, ภารกิจ, เป้าหมาย

วิสัยทัศน์ VISION

“มุ่งมั่นสร้างสรรค์ พัฒนาผลิตภัณฑ์แสตนเลส และ พัฒนาระบบอย่างต่อเนื่องเพื่อความพึงพอใจของลูกค้า”

ภารกิจ MISSION
1. สร้างความได้มาตรฐานของสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดยั้ง
2. เป็นผู้นำในการผลิตก๊อกน้ำแสตนเลส
3. สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้บริโภค

เป้าหมาย
1. เป็นตัวแทนจำหน่ายให้ร้านค้าชั้นนำทั่วไป ทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศ
2. มียอดขายในประเทศเติบโตขึ้นทุกปี ปีละ ไม่ต่ำกว่า 10%
3. สร้างแบรนด์ VRH

การวิเคราะห์ทัศนภาพ (Scenario Analysis)
วิเคราะห์สถานการณ์ภายนอกองค์กร
1. การเมือง
หลังจากเหตุการณ์รัฐประหารโดยกลุ่ม คมช. จนถึงปัจจุบันนี้ ก็ร่วม 1 ปี ภาพโดยรวมนั้นยังคงไม่มีอะไรแตกต่างกันเท่าใดนัก ยังคงเกิดความไม่แน่นอนอยู่ดี สถานการณ์โดยทั่วไปทางการเมืองนั้นยังคงไม่นิ่ง คาดการได้ยาก โดยภาพรวมนั้นยังคงมีความเชื่อมั่นกันอยู่ว่า แม้หลังการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค. 2550 นี้จะส่งผลให้ธุรกิจดีขึ้น แต่ก็อาจจะเป็นการกระเตื้องขึ้นในระยะสั้นๆ นั้นก็เนื่องมาจากการต่อสู้ทางการเมืองนั้นยังคงมีให้เห็นอยู่ จากกลุ่มอำนาจเก่า ที่หวังจะกลับมามีอำนาจทางการเมือง กับกลุ่มอำนาจใหม่ที่กำลังจะจับกลุ่มกัน แต่ก็ยังไม่ลงตัว ดังนั้นรัฐบาลชุดใหม่หลังการเลือกตั้งว่าน่าจะมีอายุการทำงานเพียง 1-2 ปีเท่านั้น เพราะเชื่อว่ารัฐบาลผสมจะทำให้ขาดเอกภาพ ประกอบกับสถานการณ์ต่างๆ ยังไม่นิ่ง ประชาธิปไตยยังไม่เข้มแข็ง และในที่สุดจะกลับสู่กระบวนการเดิม

2. เศรษฐกิจ
ในปัจจุบันนี้ได้เกิดปัญหาทั้งในภาคเศรษฐกิจ การเมือง และเศรษฐกิจของตลาดโลก โดยเฉพาะทางสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจในประเทศเกิดการชะลอตัว ทำให้ค่าเงินบาทเกิดการแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนในการผลิตของกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กรีดร้อน รีดเย็น หรือกลุ่มสแตนเลสนั้นเพิ่มขึ้น จึงต้องมีการปรับราคาขึ้น ส่งผลให้ทางบริษัท วีอาร์ยูเนียน เองก็ได้รับผลกระทบด้วย ซึ่งผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนมีดังนี้คือ
 ผลกระทบค่าเงินบาท
บริษัท วีอาร์ ยูเนี่ยน จำกัด นั้นเป็นอุตสาหกรรมปลายน้ำ ซึ่งจะต้องทำการรับวัตถุดิบที่เป็นแผ่นเส้น หรือท่อสแตนเลส มาจากผู้ผลิต จากนั้นจึงนำเข้าสู่กระบวนการผลิต ดังนั้นหากผู้ผลิตต้นน้ำเกิดได้รับผลกระทบนั้นก็หมายความว่าทางบริษัท วีอาร์เองก็ย่อมจะได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน เนื่องจากผู้ประกอบการต้นน้ำมีความจำเป็นที่จะต้องทำการขึ้นราคาวัตถุดิบอย่างแน่นอน จึงส่งผลกระทบต่อต้นทุน

3. สังคม-วัฒนธรรม
จากข้อมูลของ บมจ. ไทยยูนิคคอยล์เซ็นเตอร์ (TUCC) ซึ่งเป็นบริษัทรายใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งจำหน่ายผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สแตนเลส ได้แก่ ท่อสแตนเลส, แผ่นสแตนเลส, เพลาสแตนเลส และ ศูนย์บริการโลหะ กล่าวว่าการบริโภคสแตนเลสรีดเย็นในประเทศไทยประมาณปีละ 180,000 ตัน หรือ คิดเป็น 2.1 kg/คน/ปี ซึ่งอยู่ในปริมาณค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศในแถบเอเชียที่พัฒนาแล้ว เช่น ประเทศเกาหลี 12 kg/คน/ปี, ไต้หวัน 18 kg/คน/ปี และ ญี่ปุ่น 8.5 kg/คน/ปี ดังนั้น แนวโน้มการบริโภคสแตนเลสรีดเย็นของไทยจึงมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อีกมาก ตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ และ อุตสาหกรรมต่างๆ โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาปรากฏว่าอัตราการขยายตัวของจำนวนการบริโภคสแตนเลสรีดเย็นในประเทศไทย เติบโตในอัตราเฉลี่ยที่สูงถึง 13.5% ดังนั้นจึงชี้ให้เห็นว่าอัตราการบริโภคของคนไทยยังเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ
ในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมาธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูง ถึงแม้ว่าจะเกิดการชะลอตัวบ้างเนื่องจากผลกระทบจากค่าเงิน เศรษฐกิจ และการเมือง แต่กำลังซื้อของคนและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูง แต่ทางรัฐบาลเองก็ได้มาตรการต่างๆ ในการกระตุนการบริโภคคนคนในประเทศ รวมถึงทางโครงการจัดสรรต่างๆ ก็ได้ออกโปรโมชั่นต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลดราคา หรือการแถมสินค้ามากมาย ทำให้การซื้อย่อมเกิดขึ้น
หากแต่ในปัจจุบันนี้ กลุ่มผู้ซื้อเกิดการเลือกซื้อโดยการเปรียบเทียบ หากสินค้าที่ซื้อไม่มีคุณภาพสมราคาก็อาจจะทำให้ขายสินค้าไม่ได้ ซึ่งปัจจุบันนี้มีแนวโน้มการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสแตนเลสเพิ่มมากขึ้นจึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่น่าจะทำตลาดได้

4. เทคโนโลยี
 เทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่
I. ระบบ Logistic
ในภาวะน้ำมันแพงการควบคุมระบบการขนส่งจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ถูกมองดูเป็นอันมากในเรื่องของการรถต้นทุน ซึ่งปัจจุบันโลจิสติกส์มีความสำคัญมากกับธุรกิจ เนื่องจากต้นทุนจะการขนส่งนั้นสูงถึง 30% ของต้นทุนการผลิต ดังนั้นหากเราสามารถลดต้นทุนตรงนี้ได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ
ดังนั้น การบริหารงานขนส่งที่มีประสิทธิภาพสูง และมีต้นทุนต่ำจึงเป็นสิ่งที่จะต้องได้รับการพัฒนา ดังนั้นจึงควรที่จะนำเอาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารงานขนส่ง ไม่ว่าจะเป็น ระบบติดตามยานพาหนะ (GPS) โปรแกรมการบริหารงานขนส่ง (Transportation Management System; TMS) ระบบน้ำมันระบบใหม่ที่ใช้แก๊ส เองก็ตาม ซึ่งจะทำให้ต้นทุนดังกล่าวถูกลง

II. อินเตอร์เน็ต
การสื่อสานในยุคอินเตอร์เน็ต เริ่มมีบทบาท และความสำคัญสำครับองค์กรประโยชน์จากการรับส่งข่าวสารทางอินเตอร์เน็ต ทำให้ผู้ใช้ที่ต่อเข้ากับอินเตอร์เน็ต สามารถรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-mail กับผู้ใช้คนอื่นๆ ทั่วโลก ในเวลาอันรวดเร็ว ได้โดยค่าใช้จ่ายต่ำมาก นอกจากนี้ ยังอาจส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น แฟ้มข้อมูล รูปภาพ ข้อมูลแบบมัลติมีเดีย ที่เป็นภาพและเสียง ได้อีกด้วย สำหรับด้านธุรกิจและการค้า ช่วยในการซื้อขายสินค้าผ่านคอมพิวเตอร์ เราสามารถเลือกดูสินค้า พร้อมคุณสมบัติผ่านจอคอมพิวเตอร์ของเรา และสั่งซื้อ และจ่ายเงินด้วย บัตรเครดิตได้ทันที ซึ่งนับว่าเป็นความสะดวกสบาย และรวดเร็วมาก สินค้ามีจำหน่าย ทุกประเภท เหมือนห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ เลยทีเดียว
นอกจากนี้ ผู้ใช้ ที่เป็นบริษัท หรือองค์กรต่าง ๆ ก็สามารถเปิดให้บริการ หรือ สนับสนุน ลูกค้าของตน ผ่านอินเตอร์เน็ต เช่น การตอบคำถาม หรือข้อสงสัยต่าง ๆ ให้คำแนะนำ รวมถึงข่าวสารใหม่ๆแก่ลูกค้าได้
III. ความปลอดภัยของข้อมูล
ระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล เป็นเรื่องที่ต้องมีการวางมาตรการ และออกแบบในเรื่องการรักษาความปลอดภัยกันอย่างดี ความจำเป็นที่จะต้องดูแลและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการทำงานและเรื่องกฎหมาย เพราะข้อมูลที่เก็บอาจเป็นเรื่องความลับเฉพาะตัว หรือความลับทางการค้า ปัจจุบันจึงเริ่มมีอาชญากรรมที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง เช่น การแอบใช้ข้อมูล การแก้ไขข้อมูล ตลอดจนการใช้ข้อมูลที่ไม่ถูกวัตถุประสงค์ วิธีการป้องกันและรักษาความปลอดภัยจึงต้องมีการพัฒนาเทคนิคเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ
ที่มา : //www.tanti.ac.th/Com-tranning/IT/technof8.htm#06
IV. ความปลอดภัยในทรัพย์สิน
จากการพัฒนาด้านกล้องวงจรปิด หรือ CCTV ได้มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นมาก จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ในการที่จะลดต้นทุน ซึ่งกล้อง CCTV เป็นระบบรักษาความปลอดภัยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สูง ลงทุนเพียงครั้งเดียว ก็สามารถที่จะดูแลสินค้าได้ ซึ่งระบบกล้อง CCTV จะสามารถส่งสัญญานเตือนภัยได้หลายรูปแบบ ซึ่งเราสามารถที่จะติดได้หลายจุด อีกทั้งยังสามารถที่จะเรียกดูข้อมูลย้อนหลังได้ตามที่เราต้องการ

วิเคราะห์สถานการณ์ภายในองค์กร
1. อุปสงค์ของตลาด ( เพิ่ม-ลด ) (Market Demand)
บริษัทฯ มีสัดส่วนการส่งออกในต่างประเทศ 60% และจำหน่ายในประเทศ 40% โดยลูกค้าส่วนใหญ่ในต่างประเทศของบริษัทจะเป็นกลุ่มลูกค้าในประเทศ แม็กซิโก, สเปน, อังกฤษ, เบลเยี่ยม, เนเธอร์แลนด์ และประเทศในกลุ่มอาเซียน เช่น สิงคโปร์ สำหรับตลาดในประเทศนั้น บริษัทฯ ผลิตและจำหน่ายภายใต้แบรนด์ "VRH" เป็นส่วนใหญ่โดยมีสัดส่วนประมาณ 80-90% ส่วนที่เหลืออีกกว่า 10% เป็นการรับจ้างผลิต เช่น แบรนด์ อเมริกันสแตนดาด์ แบรนด์กะรัต ซึ่งส่วนใหญ่บริษัทจะผลิตเฉพาะชิ้นส่วนของท่อน้ำทิ้ง ก้านฝักบัวและอะไหล่ขนาดเล็กให้เท่านั้น

แต่ปัจจุบันนี้ บริษัทได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจากค่าเงินบาทดังนั้นจึงต้องมีการทบทวนกระบวนการใหม่ โดยนายสุวี หทัยพันธลักษณ์ กล่าวว่าครึ่งปีหลังนี้บริษัทฯ มีแผนการทำตลาดก๊อกน้ำภายในประเทศมากขึ้น ที่ผ่านมาเน้นการส่งออกเป็นหลักในสัดส่วน 60% โดยคาดว่าในปี 2551 สัดส่วนรายได้ในประเทศจะอยู่ที่ 60% ต่างประเทศ 40% ทั้งนี้การที่หันมาทำตลาดในประเทศมากขึ้น เนื่องจากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น 10% แม้จะปรับราคาสินค้าขึ้น 10%

2. ผลิตภัณฑ์ (Production Input)
2.1. คุณภาพ
สำหรับผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้า “VRH” บริษัทรับประกันในคุณภาพ เรารักษาคุณภาพของสินค้าตั้งแต่เริ่มกระบวนการผลิต การคัดเลือกวัตถุดิบทั้งหมดจะต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพเป็นอย่างดี โดยมีการจัดหาวัตถุดิบจากทั้งในและต่างประเทศอยู่เสมอเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทจะมีวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงสุดมาใช้ในการผลิต สินค้าที่สำเร็จสมบูรณ์ออกมาทั้งหมดจะถูกต้องตรงตามมาตรฐานที่ทางบริษัทกำหนดไว้ เช่น ก๊อกน้ำของเราจะต้องมีคุณสมบัติที่เกินกว่าที่มาตรฐานทางด้านผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (TIS) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (Thai Environment Institute) ได้กำหนดไว้ นอกจากนี้สินค้ารุ่นพิเศษ บางรุ่นยังผ่านมาตรฐานอังกฤษอีกด้วย ทางบริษัทมีการทดสอบสินค้าของเราอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะผ่านมาตรฐานสากลอื่นๆ มากขึ้นเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ถึงคุณภาพของ VRH
2.2. ความหลากหลาย
บริษัท วี.อาร์.ยูเนี่ยน จำกัด ได้ดำเนินการผลิต และพัฒนาสินค้าสแตนเลสหลากหลายรูปแบบ ลักษณะเฉพาะที่โดนเด่นของสแตนเลสมีอยู่มากมาย เช่น ความสามารถในการป้องกันการเกิดสนิม, มีความทนทาน, ใช้งานได้นาน และมีรูปแบบที่โดดเด่นเฉพาะตัว การนำผลิตภัณฑ์สแตนเลสมาใช้นั้นยังมีประโยชน์อีกมากมาย ดังนั้น บริษัท วี.อาร์.ยูเนี่ยน จำกัด จึงเลือกที่จะผลิตสินค้าจากสแตนเลส 5 ประเภทในเบื้องต้น ดังนี้
- ก๊อกน้ำ และอุปกรณ์สำหรับก๊อกน้ำ
- อุปกรณ์เครื่องใช้ในห้องน้ำ
- มือจับ และอุปกรณ์ติดตั้งประตู
- ตะแกรง
- ชุดเคาน์เตอร์ อ่างล้างหน้า


3. ผลประโยชน์ของภาคธุรกิจ (Regional Retail Issuer)
(รายงานและงบการเงิน)

ตารางแสดงอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ
ปี 2549 ปี2548

อัตรากำไรขั้นต้น

% 20 .39 17.89

อัตรากำไรจากการดำเนินงาน % 8.41 6.03

ต้นทุนขาย % 79.60 82.11

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร % 11.97 11.85

กำไรสุทธิ % 2.35 1.73


4. กฎระเบียบทางอุตสาหกรรม (Industry Regulation)
4.1. กฎระเบียบข้อบังคับทางกฎหมาย
 กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม
I. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการกำหนดชนิดและขนาดของโรงงาน กำหนดวิธีการควบคุมการปล่อยของเสียมลพิษ หรือสิ่งใดๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กำหนดคุณสมบัติของผู้ควบคุมดูแลผู้ปฏิบัติงานประจำ และหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมดูแลสำหรับระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ พ.ศ. 2545
II. ประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรม เรื่องคุณสมบัติของบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงาน การฝึกอบรม และการสอบมาตรฐาน
 กฎหมายด้านความปลอดภัย
I. กฎกระทรวงกำหนดมาตรการความปลอดภัย เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าในโรงงาน พ.ศ. 2550 การจัดให้มีการตรวจสอบระบบไฟฟ้าในโรงงาน การใช้ระบบไฟฟ้า การติดตั้งระบบไฟฟ้า และการปรับปรุงแก้ไขระบบไฟฟ้าจะต้องเป็นไปตามแบบแปลนที่วิศวกรกำหนด
II. ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องหลักเกณฑ์วิธีการ ดำเนินการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาพการทำงานเกี่ยวกับระดับความร้อน แสงสว่าง หรือเสียงภายในสถานประกอบกิจการ ระยะเวลา และประเภทกิจการที่จะต้องดำเนินการ พ.ศ. 2550 กำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้มีการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงาน เกี่ยวกับระดับความร้อน แสงสว่าง หรือเสียงภายในสถานประกอบกิจการ ในสภาวะที่เป็นจริงของสภาพการทำงานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
III. ประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่องกำหนดพื้นที่ให้มีการติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2550
IV. ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมฉบับที่ 3569 (พ.ศ. 2549) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 เรื่องกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์

5. เทคโนโลยีที่ใช้ในอุตสาหกรรม (Industry Technology)
การพัฒนากรรมวิธีในการผลิต เทคนิคในการผลิตต่างๆ ประสิทธิภาพด้านการผลิตที่สูงขึ้น เทคโนโลยีใหม่ๆ ระดับการใช้วัตถุดิบที่ดียิ่งขึ้น และการมุ่งเน้นที่บุคลากรเป็นปัจจัยหลัก การพัฒนาทั้งหมดจะนำไปสู้การพัฒนาที่ต่อเนื่อง สำหรับการผลิตสินค้าใหม่ๆ สู่ตลาด


ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีทางด้านการผลิตในภาคอุตสาหกรรมแม่พิมพ์นั้นมีการพัฒนาไปจากเดิมมาก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยโดยใช้เพียงคนงานเพียงคนเดียวก็สามารถทำงานแทนคนได้เป็น10-20 คน รวมถึงสามารถที่จะกัดชิ้นงานได้เป็นชิ้นด้วยการสั่งที่คอมพิวเตอร์
ดังนั้นถึงแม้ว่าบริษัทเองจะมีผลกระทบด้านการส่งออก แต่หากมองอีกด้านก็มีผลประโยชน์จากการนำเข้าเครื่องจักรด้วยเช่นกัน จึงน่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพการผลิตให้สูงขึ้น อีกทั้งยังเป็นการลดต้นทุน และเพิ่มคุณภาพของสินค้าด้วย

6. โครงสร้างอุตสาหกรรม (Industry Structure)
จากที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า บริษัท วีอาร์ ยูเนี่ยน จำกัด นั้นเป็นบริษัทภาคอุตสาหกรรมแสตนเลส ซึ่งปัจจุบันนี้ยังคงเป็นอุตสาหกรรมกึ่งๆ ปลายน้ำกับกลางน้ำอยู่ ดังนั้นปัจจัยทางด้านวัตถุดิบจึงไม่สามารถที่จะควบคุมราคาได้ หากเกิดผลกระทบด้านราคาก็จำต้องแบกรับค่าใช้จ่าย อีกทั้งในการที่จะไปสู่อุตสาหกรรมต้นน้ำนั้นก็ทำได้ยาก จึงควรที่จะมีการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม ให้เกิดความพร้อมต่างๆ อีกมากมาย แต่ใน๘ณะนี้สิ่งที่จำเป็นที่จะต้องดำเนินการคือ การปรับปรุง และเสริมสร้างระบบการผลิต และบุคลากรให้มีความเข้มแข็ง

7. การตัดสินใจของผู้ถือหุ้น (Stake Holder Position)
การตัดสินใจในปัจจุบัน ผู้ถือหุ้นใช้นโยบายการนำเข้าวัตถุดิบเนื่องจากปัจจุบันค่าเงินบาทแข็ง การนำเข้าวัตถุดิบจะมีราคาต่ำกว่าซื้อในประเทศ

การกำหนดกลยุทธ์
จากการศึกษาถึงแนวโน้มต่างๆ นั้นทำให้เราสามารถเห็นได้ว่า การที่จะปรับองค์กร หรือจะไปตามวิสัยทัศได้นั้นจำเป็นที่จะต้องดำเนินการด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้
ด้านการตลาด
1. เปลี่ยนกลุ่มลูกค้า
จากเดิมนั้นบริษัทฯ มีสัดส่วนการส่งออกในต่างประเทศ 60% และจำหน่ายในประเทศ 40% โดยลูกค้าส่วนใหญ่ในต่างประเทศของบริษัทจะเป็นกลุ่มลูกค้าในประเทศ แม็กซิโก, สเปน, อังกฤษ, เบลเยี่ยม, เนเธอร์แลนด์ และประเทศในกลุ่มอาเซียน เช่น สิงคโปร์ สำหรับตลาดในประเทศนั้น บริษัทฯ ผลิตและจำหน่ายภายใต้แบรนด์ "VRH" เป็นส่วนใหญ่โดยมีสัดส่วนประมาณ 80-90% ส่วนที่เหลืออีกกว่า 10% เป็นการรับจ้างผลิต เช่น แบรนด์ อเมริกันสแตนดาด์ แบรนด์กะรัต ซึ่งส่วนใหญ่บริษัทจะผลิตเฉพาะชิ้นส่วนของท่อน้ำทิ้ง ก้านฝักบัวและอะไหล่ขนาดเล็กให้เท่านั้นและทางบริษัทเองก็ไม่ได้สร้างแบรนด์ในประเทศอีกด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องสร้างบรนด์ในตลาด
บริษัท วี.อาร์.ยูเนี่ยน จำกัด ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สร้างต้นแบบโรงงานประหยัดน้ำ เพื่อกระตุ้นโรงงานทั่วประเทศหันมาสนใจแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ หวังโครงการสร้างเป้าขายโต 50% คุณสุวี หทัยพันธลักษณ์ ประธานกรรมการ บริษัท วี.อาร์.ยูเนี่ยน จำกัด กล่าวว่า “VRH” ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงได้ดำเนินโครงการเพื่อการประหยัดทรัพยากรน้ำมาอย่างต่อเนื่อง โดย “VRH” ประสบความสำเร็จกับ “โครงการเปลี่ยนก๊อกเพื่อประหยัดน้ำ” ให้กับโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ เขตสาธุ-ประดิษฐ์ โรงเรียนต้นแบบของโครงการ ที่สามารถประหยัดการใช้ทรัพยากรน้ำได้ถึง 50 % ต่อเดือน นอกจากนี้บริษัทมีนโยบายขยายฐานกลุ่มเป้าหมายของโครงการประหยัดน้ำให้กว้างมากขึ้น จากผลสำรวจโรงงานอุตสาหกรรมเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีตัวเลขของการใช้น้ำสูงถึง 60% จึงได้ริเริ่มโครงการต้นแบบโรงงานประหยัดน้ำขึ้น โดยร่วมมือจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ภายใต้ชื่อ “การประหยัดทรัพรยากรน้ำ” ซึ่งในโครงการดังกล่าวบริษัทจะนำผลิตภัณฑ์ อาทิก๊อกน้ำ รวมมูลค่ากว่า 150,000 บาท ไปติดตั้งที่สำนักงานใหญ่ ของการนิคมอุตสาหกรรมฯ ถึง 2 อาคาร ทั้งนี้ได้ติดตั้งเสร็จไปเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2550 ผลจากการทำโครงการดังกล่าวจะช่วยขยายวงกว้างในเรื่องการประหยัดน้ำมากขึ้น ในฐานะที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นผู้นำของโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศและสามารถแสดงผลการดำเนินโครงการฯอย่างชัดเจน ประกอบกับการส่งทีมงานของบริษัทฯเข้าไปประชาสัมพันธ์โครงการดังกล่าวตามโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ เช่นTOA Seagate ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี และสนใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าวหลายโรงงาน
ที่มา : //www.newswit.com/news/2007-05-30/0732-495af2058d98ae8774cbedcc17f93cbe/

2. สร้างแบรนด์ภายในประเทศ
ที่ผ่านมาสินค้าของบริษัทไม่ได้มุ่งเน้นที่แบรนด์เท่าที่ควร เนื่องจากเป็นการผลิตส่งให้ลู้ค้าแล้วลูกค้าไปตีตราเป็นสินค้าของตนเอง แต่ปัจจุบันนี้บริษัทจำเป็นที่จะต้องสร้างแบรนด์เป็นของตนเอง เพื่อที่จะทำตลาดของตนเองทั้งในและต่างประเทศ โดยบริษัทได้ดำเนินการจดลิขสิทธิ์สินค้าตัวใหม่ๆ


3. การโฆษณา
จากผลกระทบค่าเงินบาท ทำให้มาการเปลี่ยนแปลงกลุ่มตลาดใหม่ โดยมุ่งเน้นที่ตลาดในประเทศมากขึ้น และเนื่องจากที่ผ่านมาทางบริษัทไม่ได้เน้นตลาดในประเทศ และส่วนใหญ่ตลาดในประเทศจะเป็นการผลิตให้กับสินค้ารายอื่นๆ จึงทำให้ไม่เป็นที่รู้จักในประเทศเท่าที่ควร
ดังนั้นการที่จะทำตลาดภายในประเทศนั้น จำเป็นที่จะต้องลงทุนด้านการโฆษณาเพื่อเป็นการส่งเสริมการขายให้กับผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้น โดยในปี 2550 บริษัทได้ตั้งงบการทำการตลาดสูงถึง 20 ล้านบาท โดยมุ่งหวังว่าสินค้าภายใต้แบรนด์ VRH จะเป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้น

4. ด้านราคา
เปิดตัวสินค้าให้เป็นที่รู้จักในราคาที่ถูกสุดๆ เพื่อให้เกิดความตื่นตัวในเรื่องของคุณสมบัติการประหยัดน้ำของสินค้า

กล้าแลก !!!
ก๊อกเก่าทุกสภาพมีราคา 50 บาท
นำก๊อกเก่า "มาแลกซื้อ" ก๊อกใหม่ได้แล้ววันนี้...เมื่อนำมาแลกซื้อก๊อกน้ำสเตนเลส VRH Durata ที่ร้านสุขภัณฑ์ชั้นนำทั่วประเทศ
ก๊อกน้ำเอนกประสงค์/ก๊อกสนาม VRH Durata ขนาดกะทัดรัด ราคาประหยัด คุณภาพเกินตัว เหมาะสำหรับ บ้าน ที่พักอาศัย คอนโด โครงการฯ สถานศึกษา อาคารสาธารณะ
คงทนแข็งแกร่ง สวยงาม ปิดสนิท ไม่รั่วซึม ตลอดอายุการใช้งาน ผ่านการทดสอบกว่า 500,000 ครั้ง หรือรับประกันนาน 12 ปี ตั้งแต่วันนี้ - 31 กรกฎาคม 2550

ด้านผลิตภัณฑ์
 สร้างสินค้าแนวคิดใหม่
รุกตลาดด้วยสินค้าตัวใหม่ “ก๊อกประหยัดน้ำ” ซึ่งสามารถช่วยประหยัดน้ำได้สูงถึง 5 เท่าจากก๊อกน้ำปกติ

สังคมและสิ่งแวดล้อม
ดำเนินการด้านกิจกรรมต่างๆ กับกลุ่มโรงเรียน โดนการส่งเสริมการสร้างห้องน้ำให้กับทางโรงเรียน ส่งเสริมให้รักสิ่งแวดล้อม VRHได้รับคำแนะนำจากกรมอนามัยให้บริจาคก๊อกน้ำและสร้างห้องสุขาบริจาค

VRH ผู้ผลิตก๊อกสเตนเลสรายแรกของประเทศไทย ได้ดำเนินการ โครงการ " น้ำแลกก๊อกเพื่อใช้น้ำพอเพียงอย่างรู้คุณค่ากับ VRH " ตั้งแต่กลางปี พ.ศ.2549 เพื่อคืนกำไรสู่สังคม ในฐานะที่ VRH เป็นหน่วยงานเอกชนที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับก๊อกน้ำ


VRH ได้รับคำแนะนำจากกรมอนามัยให้บริจาคก๊อกน้ำ และสุขภัณฑ์ แก่วัดโลกโมฬี ในปลายปี พ.ศ.2548 หลังจากนั้นในปี 2549 VRH ได้สร้างห้องสุขาบริจาคแก่ โรงเรียนวัดท่าเสา โดยเชิญคณะจากงานนิทรรศการส้วมโลก เข้าเยี่ยมชมสถานที่ ณ ที่โรงเรียนวัดท่าเสาด้วย และในปีเดียวกัน VRH ได้บริจาคก๊อกประหยัดน้ำแก่โรงเรียนอีก 3 แห่งด้วยกัน คือ โรงเรียนวัดบางหัวเสือ (สมุทรปราการ), โรงเรียนวัดสวนส้ม (สมุทรปราการ), โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ (สาธุประดิษฐ์) และบริจาคก๊อกประหยัดน้ำแก่วัดอีก 1 แห่ง คือ วัดฟ้าคราม (ปทุมธานี)


และในปีนี้ทาง VRH ได้บริจาคก๊อกน้ำประหยัดแก่ โรงเรียนวัดเวตะวันธรรมาวาส ขณะเดียวกันก็ได้ชักชวนบริษัท CA Global Stainless ร่วมทำบุญโดยการสรางห้องสุขาบริจาคแก่ โรงเรียนวัดอ้อมน้อย (สมุทรสาคร) ด้วยเช่นกัน


VRH รู้สึกยินดีที่เป็นส่วนหนี่งที่ช่วยเหลือสังคม โดยโรงเรียนและวัดต่างๆที่ได้ใช้ก๊อกประหยัดน้ำ VRH นอกจากจะได้ใช้ผลิตรภัณฑ์ที่มีคุณภาพแล้ว ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายน้ำประปาลงได้ และการใช้ก๊อกประหยัดน้ำ VRH ยังมีผลทำให้น้ำไม่กระเด็นเลอะเทอะลงพื้นห้องน้ำทำให้ไม่เกิดความชื้นแฉะอันเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรค...
ที่มา : //www.vrh.co.th/event_news.aspx?xid=72&language=th

บุคลากร
บริษัทมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาศักยภาพพนักงานของบริษัท โดยใช้ระบบการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เข้ามาเสริมเพื่อสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานให้แก่พนักงานของบริษัท
ผลสำเร็จของโครงการฯ
ผลประโยชน์ระดับองค์กร
1. มาตรฐานการปฏิบัติงานด้านทรัพยากรมนุษย์ในเชิงกลยุทธ์
2. ความสามารในการบริหาร / จัดการด้านอัตรากำลังพลขององค์กร
3. ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายเงินเดือน
4. หัวข้อต่าง ๆ รวบรวมไว้เป็น มาตรฐานสำหรับการฝึกอบรมพนักงาน
5. คู่มือ มาตรฐานความสามารถในการปฏิบัติงาน
6. ลดอัตราการ เข้า ออก ของพนักงาน
7. ลดอัตราการสูญเสียวัสดุ และผลผลิตชิ้นงาน
8. ความรู้ และ ทักษะ เกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน
9. ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง ผู้บริหาร กับ พนักงาน
10. เพิ่มผลิผลิตต่อองค์กร
ผลประโยชน์ ระดับพนักงาน
1. พนักงานจะเข้าใจบทบาทการปฏิบัติงานของตนเอง และ การทำงานเป็นทีม
2. พนักงานจะได้รับการพัฒนาทักษะงานโดยสามารถปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในระบบงาน
3. พนักงานจะมีความก้าวหน้าในอาชีพการงานอย่างเป็นรูปธรรม
4. พนักงานจะมีความก้าวหน้าในอาชีพการงานอย่างเป็นรูปธรรม
5. พนักงานจะเข้าใจความคาดหวังขององค์กร
6. พนักงานจะมี “วิสัยทัศน์” สอดคล้อง เช่นเดียวกันกับ “วิสัยทัศน์” ขององค์กร

เทคโนโลยีการผลิต
มีการนำเทคโนโลยีเครื่องจักร มาใช้แทนแรงงานคน เช่น มีการซื้อเครื่องเชื่อมหุ่นยนต์ มาแทน เครื่องเชื่อมที่เชื่อมด้วยมือ เพื่อให้การทำงานเร็วขึ้น มีการซื้อเครื่องกลึง CNC (เครื่องกลึงอัตโนมัติ) แทนเครื่องกลึงที่กลึงด้วยมือเพื่อให้งานมีมาตรฐาน และปัจจุบันนี้ทางบริษัทได้ดำเนินการประปรุงคุณภาพด้านระบบงานผลิตด้วยการนำเอาระบบการบริหารการผลิตโดยรวมหรือ TQM เข้ามาศึกษาและปรับคุณภาพของระบบการผลิต

การเงิน
เนื่องด้วยปัจจุบันบริษัทได้เปลี่ยนเป้าหมายในด้านตลาดเป้าหมายจากเดิมส่งออก 60% ในตลาดต่างประเทศ และ 40% ในตลาดในประเทศ เปลี่ยนเป็นตลาดต่างประเทศ 40% และในประเทศ 60% จากผลกระทบของค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น จึงส่งผมให้บริษัทต้องวานโยบายทางด้านการเงินใหม่ด้วยการทุ่มเงินลงทุนไปทางด้านโฆษณา ด้านการเพิ่มกำลังการผลิต ด้านการขนส่งสินค้า ด้านบุคลากร ซึ่งเมื่อประมาณการถึงงบประมาณต่างๆ แล้วบริษัทจึงตัดสินใจกู้เงินลงทุนระยะยาวจากทางธนาคารไทยพาณิชย์สูงถึง 200 ล้านบาท เพื่อที่จะเสริมสร้างศักยภาพในด้านต่างๆ ที่จะทำให้การผลิตและการบริการที่ดี และตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้า

บทสรุปผู้จัดทำ

จากการศึกษาข้อมูลของบริษัท วีอาร์ ยูเนี่ยน จำกัด นั้นทำให้ทราบถึงความเป็นมาของบริษัท สิ่งหนึ่งที่มองเห็นได้ว่าทำมัยทำมัยอุตสาหกรรมสแตนเลสจึงยังคงอยู่ได้ คือ วัตถุดิบที่นำเข้ามาสู่กระบวนการผลิตนั้นถือได้ว่าเป็นสินค้าสำเร็จรูปไปในตัว ซึ่งหมายความว่าสแตนเลสเมื่อเราซื้อมาเท่าไร เวลาขายเป็นเศษเหล็กก็ยังคงได้ราคานั้นหรือมากกว่านั้น ซึ่งหากเรานำเอาวัตถุดิบที่ได้มาเพิ่มคุณค่ามากเท่าไรนั้นก็หมายความว่าเราก็จะได้กำไรจากส่วนนั้นเพิ่มขึ้นไป แต่เดิมนั้นทางบริษัทได้มุ่งเน้นที่ตลาดต่างประเทศเป็นหลัก ดังนั้นต้นทุนทางด้านการโฆษณาจึงไม่มี ส่วนใหญ่จะมีเพียงต้นทุน Over Head กับต้นทุนวัตถุดิบ ดังนั้นหากสินค้ามีปัญหาก็ยังสามารถหายเป็นเศษเหล็กได้ แต่ในปัจจุบันนี้ผลกระทบจากค่าเงินบาทส่งผลให้ต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น การที่จะส่งสินค้าออกไปนอกประเทศเหมือนเดิมจะทำให้บริษัทขาดทุน ดังนั้นบริษัทจึงได้ดำเนินการปรับปรุงระบบใหม่ โดยมุ่งเน้นที่ตลาดในประเทศมากขึ้น และลดตลาดต่างประเทศลง
จากการเปลี่ยนแปลงนี้ บริษัทเองจะต้องดำเนินการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารงานใหม่ โดยเปลี่ยนตลาดเป้าหมายเป็นภายในประเทศแทน สิ่งหนึ่งที่ทำให้การทำตลาดในประเทศทำได้ยากนั้นเนื่องมาจาก แต่เดิมนั้นบริษัทมุ่งเน้นตลาดต่างประเทศเป็นหลัก โดนส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นตลาดในประเทศ หรือต่างประเทศนั้นบริษัทไม่เคยที่ทำสินค้าภายใต้แบรนด์ของตัวเองอย่างจริงจัง โดยส่วนใหญ่จะเป็นการผลิตให้ผู้อื่นทั้งสิ้น ดังนั้นการทำตลาดจึงเป็นปัจจัยอันสำคัญอย่างหนึ่ง โดยทางบริษัทได้ดำเนินการส่งเสริมการขายต่างๆนาไม่ว่าจะเป็นการยิงสปอร์ตโฆษณาทางสื่อ วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และอื่นๆ โดยทางบริษัทได้ตั้งงบสูงถึง 20 ล้านบาท
หากมองในเรื่องของผลิตภัณฑ์ การที่บริษัทจะเข้าแข่งขันนั้นจำเป็นจะต้องออกสินค้าที่สร้างความแตกต่างจาคู่แข่ง ดังนั้นบริษัทจึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “ก๊อกประหยัดน้ำสแตนเลส” ภายใต้แบรนด์ VRH เพื่อให้เป็นที่รู้จักของตลาด ในการเปิดตัว และอีกสิ่งหนึ่งที่ทางบริษัทให้ความสำคัญคือเรื่องของช่องทางการจำหน่าย ตลาดหลักๆที่ทางบริษัทมองคือ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ตลาดคอนเวอร์เนี่ยนสโตร์ โรงเรียน มหาวิทยาลัยและรีสอท เป็นต้น หังจากนั้นบริษัทได้กระตุ้นกระแสการบริโภคเพิ่มขึ้นโดยการ Promotion สุดพิเศษด้วยการนำก๊อกเก่ามาแลกก๊อกใหม่ ซึ่งทำให้สินค้าเป็นทีรู้จักมากยิ่งขึ้น จากการดำเนินการอย่างนี้ทำให้บริษัทขาดทุนสูงถึง 2 ล้านบาท แต่ก็ทำให้สินค้าก๊อกประหยัดน้ำเป็นที่รู้จักของตลาด ด้วยกระแสการลดต้นทุนของน้ำที่ใช้ส่งผลให้ยอดความต้องการก๊อกประหยัดน้ำเพิ่มขึ้น บริษัทจึงจำเป็นที่จะต้องเพิ่มกำลังการผลิตให้เพิ่มขึ้น โดยได้ดำเนินการจัดตั้งโรงงานแห่งที่สองโดยได้รับเงินสนับสนุนจากธนาคารไทยพาณิชย์ และได้ดำเนินการปรับปรุงคุณภาพทั้งระบบ โดยมุ่งหวังที่จะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในเวลาอันใกล้นี้




Create Date : 24 สิงหาคม 2551
Last Update : 24 สิงหาคม 2551 23:17:33 น. 0 comments
Counter : 4914 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

dnt
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




ที่ปรึกษาธุรกิจชั้นนำด้านจัดการกลยุทธ
( ผู้นำและริเริ่มการจัดทำ Balanced
Scorecard & KPIs)
การบริหาร HR ที่เน้นความสามารถ
(Competency Based Approach)
การพัฒนา HRD-KM และ
การจัดการสมัยใหม่
*************************
Friends' blogs
[Add dnt's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.