ความจริง-ความดี-ความงาม.........พยายาม-ส่งมอบ-ให้ปวงชน <<<<<<<<<<<<<<<<<
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
14 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
วิญญาณของ "ซาน สุ่ย" : เข้าถึงภาพทิวทัศน์แบบจีน










ข่มอัตตา






ศิลปินคือผู้สร้างศิลปกรรม




เมื่อได้รับการขนานนามว่า "ผู้สร้าง" โห....ใหญ่ชิบโป๋ง

เออหนอ..ตัวข้าฯนี้เนรมิตสร้างสรรค์อะไรก็ได้ อยู่แค่ปลายนิ้ว

ตัวกูนี่เปรียบเสมือน"พระเป็นเจ้า" นะเฟ้ยยยย





กว่าฝีมือจะไต่ระดับมาขั้นนี้

กว่าชื่อเสียงจะกระฉ่อนร่ำลือมาขั้นนี้

กว่าชิ้นงานจะขายได้ในราคาเท่านี้

เฮอะ!.......(คนอ่านคิดเอาเอง)




ในทางจิตรกรรมจีน มีวิธีครับ



วิธีอาราย..(วะ)

ครูอาจารย์ทางศิลปะจีน รู้ทางของศิลปินดี

รู้ทางของลูกศิษย์ลูกหาดี









จึง





ต้องข่ม"อัตตา"ของมัน





ให้มันตัวพองลมน้อยหน่อย









ในกระบวนภาพจีน "ภาพทิวทัศน์" (山水 ซานสุ่ย) นับเป็น theme ที่สำคัญที่สุด

ผมว่า ศิลปินเอก ที่ครูยอมรับ ผ่านการ "ครอบ" จากครูมาแล้ว

ต้อง ปฏิบัติ เข้าใจ ทราบซึ้ง ถึงแก่นแท้แห่ง ซานสุ่ย


ตราบอดีตถึงปัจจุบัน นับเป็นพันๆปี

การเขียนภาพ ซานสุ่ย ไม่เคยขาดสายเลย






ท่านจะเห็นภูเขา เทือกเขา ขุนเขา โดดเด่นเป็นสง่า

นี่คือ "ซาน" 山 เป็นดังกระดูกสันหลังของภาพเขียน

มั่นคง หนักแน่น ไม่หวั่นไหว ไม่คลอนเคลื่อน ตรึงมั่นกับปัฐพี

ยอดสูงเสียดฟ้า มีหมอกเมฆมวยมุ่นเป็นระยะ

ทำให้บางครั้งยอดเขาต้องถูกบดบัง หม่นมัว

ที่แสงลอดได้ก็แจ่มชัด สดใส บรรเจิดจ้า

เห็นพรรณพฤกษา พวกสน ไผ่ หรือไม้ไร่ระดะเป็นทิวแถว

บางต้นต้องลมบนที่แรงกรรโชก จนกิ่งหัก คดงอ บิดเบี้ยวตามแรงลม

หงิกหยักยักย้ายไปตามอุณหภูมิที่ผันผวน

หน้าร้อนสลับหนาว ทำให้การเจริญเติบโตแตกต่าง

ที่ทานทนไหวก็เติบใหญ่ชะโงกเงื้อม

ที่ทนสู้ไม่ได้ก็ตายทรากโกรกโกร๋น





หว่างขุนเขานั้นเล่า

ยามหิมะละลาย ยามสายฝนประพรม หรือถั่งเทราดรด

ลางที่มีตาน้ำผุดปุดพ่นซึม

ความชุ่มชื้นซ่านแทรกในอณูอากาศ ตามติณชาติวัชพืช

เปลือกสนมีเฟิร์น มอสส์ และเห็ดรา



จากน้ำเป็นหยดหยาดย้อย ค่อยสะสมเป็นสายรินไหล

หลายหลายสายค่อยกลายไปเป็นลำธาร ไหลเอื่อยอ้อยอิ่งผ่านไพรพง

น้อยเป็นมากจึงหลากไหลลงเรื่อยเรื่อย

คลอเคลียโขดหิน ดินกรวด ลูบกร่อนจนมนลบเหลี่ยมคม

ถึงโตรกผาสูงชันกระโจนโครมโครมขรมน้ำตกเชี่ยว

เม็ดกระเซ็นกระเด็นเป็นฟองฝอย

ชวนฝูงปลาใหญ่ปลาน้อยทะยานแหวกว่าย

ครั้นมาถึงแอ่งอ่างหินดินทรายจึงขังน้ำเป็นบ่อบึง

พงอ้อแขมจึงงอกงามตามริมตลิ่ง ที่โขดหินหลืบศิลาล้วนตะไคร่เขียว

นี่คือ "สุ่ย" 水 ที่อ่อนละมุนหรือแรงเรี่ยวเชี่ยวกรากแปรเปลี่ยนผัน

เป็นอเนกอนันตรูปทรงสภาวะ






ทั้ง"ซาน" และ "สุ่ย" อิงแอบแนบชิดมิเคยห่าง

เป็นยินหยางเคียงคู่อยู่ตราบนิรันดร์

สรรพชีวิตได้พึ่งพิงอย่างสุขสราญมั่นอยู่เนานาน




มนุษย์นั้นเล่าแลดูกระจ้อยร่อยริด เมื่อเทียบกับขุนเขามหืมาโอฬาริก



โอ...มนุษย์เอ๋ย ไฉนเลยบังอาจอวดเบ่งเก่งกล้าอหังการ์นัก

เมื่อเทียบกับอายุขัยโขดศิลาขุนเขานับล้านปี

เจ้าก็เปรียบดังธุลีละออง ที่ฟูฟ่องอยู่เพียงพริบตา...ในห้วงมหาจักรวาล



ฉะนี้แล ฯ





นี่จึงเป็นการเขียน ภาพ


"ข่มอัตตา"


ทั้งของผู้วาด และ ผู้ดู






รูป "คน" ใน ซานสุ่ย จึงเป็นแค่ส่วนประกอบเล็กๆ

แทบจะไม่มีความหมาย ไม่มีเสียเลยก็ได้






ในโอกาสวันตรุษจีน

ขอนำภาพซานสุ่ย ใน collections ของผม

และภาพ reproduction จากชิ้นเอกที่ในพิพิธภัณฑ์ต่างๆ

ที่สะสมไว้ส่วนหนึ่ง

มอบให้เป็นของขวัญปีใหม่จีน และวาเลนไทน์

แก่เพื่อนๆครับ

อ่านชมกันให้จุใจครับ








1. ภาพทิวทัศน์ที่มีชื่อเสียงกระฉ่อนโลกา

จิตรกรสมัยซ่งเหนือนาม กว๋อซี (郭 熙)

ภาพแรกนี้ชื่อ "แรกวสันต์" (早 春)




เชิญชมครับ






รายละเอียดของ "แรกวสันต์"











ส่วนที่บันทึก ตามพระราชโองการของจักรพรรดิ์เฉียนหลง




2.ภาพที่สองชื่อ "ปลีกวิเวกที่บ้านชนบท" (山 莊 髙 逸) ของกว๋อซี

เป็นภาพลอกเลียนแบบลอกเลียน แต่ฝีมือยังขาดรายละเอียดมากๆๆ







รายละเอียด







ตราประทับของพระราชคอลเล็คชั่น
乾 隆 御 覽 之 寳 แปลว่า
"ศิลปสมบัติชิ้นวิเศษซึ่งองค์จักรพรรดิ์เฉียนหลงได้ทอดพระเนตรแล้ว"



ตราประทับของsectionหนึ่งของพระราชคอลเล็คชั่นของจักรพรรดิ์เฉียนหลง ที่เรียกว่า
三 希 堂 (ซานซีถาง) แปลว่า "ห้องแห่ง 3 ลายมือสุดหายาก"
ซึ่งได้แก่ลายมือของ หวางซีจือ(王 羲 之) หวางเซี่ยนจือ(王 獻 之) และ หวางสุน(王 珣)





3. ภาพที่สามชื่อ "ภูเขาฤดูศารท" (秋 山 图)
ของจวีหราน (巨 然) สมัยห้าราชวงศ์-ต้นราชวงศ์ซ่ง

ต่อมามีผู้วิจารณ์ว่า ไม่ใช่จวีหราน แต่เป็น หวูเจิ้น(呉 鎭)
จิตรกรสมัยราชวงศ์หยวน







รายละเอียด




ส่วนบันทึก โดยลายมือของเจ้าเมิ่งฝู่ (เลียนแบบ)


ส่วนลายมือและตราประทับของเจ้าเมิ่งฝู่




4. จิตรกรนาม ฟ่านควาน (范 寛) แห่งสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ
ภาพ "ท่องเที่ยวไปในขุนเขาลำธาร" (谿 山 行 旅)

.




รายละเอียดภาพข้างบน




.

ส่วนตราประทับหลวง




5. ฉิวยิง 仇 英 (ลอกเลียน) สมัยหมิง สำนักเขียนภาพ "หวู"
ชื่อภาพ "ศาลาต้นสน พินิจธาร" (松 亭 试 泉)






ส่วนชื่อภาพ


รายละเอียด







6. ฉิวยิง (仇 英) (เลียนแบบ)
ภาพชื่อ "เทพวิมานในธารเมฆ" (雲 溪 仙 舘)







ส่วนรูปภาพเต็มขนาด



ส่วนบทกวีทั้งหมดดลบันดาลใจให้วาดภาพ




7. ภาพของ หวางฉี (王 祁)
ชื่อภาพ "ธารกระเพื่อม ผางาม" (拂 水 晴 崕)





รายละเอียดภาพข้างบน





ส่วนชื่อภาพ และตราประทับ




8. ภาพ "หย่อนเบ็ดท่ามกลางธารน้ำและขุนเขา" (山 溪 垂 釣)
โดยจิตรกรนาม จือเหลียง (之 良)





รายละเอียดภาพข้างบน


.

ส่วนชื่อภาพ และตราประทับ




9. ภาพของ เกาเข่อกง (高 克 恭) จิตรกรสมัยราชวงศ์หยวน
ชื่อภาพ "ขุนเขาและเมฆา" (雲 山 图)





รายละเอียด









ส่วนบันทึก 3 บันทึก












10. จั่วหลิน (左 林)
ชื่อภาพ "หมอกเหนือแม่น้ำซี่โจว" (泗 洲 烟 水)





รายละเอียด



ส่วนชื่อภาพ ลายเซ็น และตราประทับของจิตรกร




11. สือเทา (石 涛) จิตรกรสมัยหมิง-ชิง
ชื่อภาพ "ชาวประมงกลับบ้าน" (歸 漁)
ถ้ากลับไปอ่านบล๊อก ปาต้าซานเหริน เขาเป็นสหายกัน
เป็นเชื้อพระวงศ์หมิงตกที่นั่งลำบากเช่นเดียวกัน





รายละเอียดชาวประมง





ส่วนชื่อภาพและลายเซ็น ตราประทับ




12. หนีจ้าน (倪 瓚) จิตรกรสมัยราชวงศ์หยวน
ภาพชื่อ "กระท่อมที่เนินบูรพา" (東 崗 草 堂) เป็นภาพเลียนแบบ





รายละเอียด




ต้นไม้แบบนี้เห็นแล้วคิดถึง "หนีจ้าน" ได้เลย ท่านปาต้า ก็นิยมสไตล์นี้




ส่วนบันทึก ลายเซ็น ตราประทับ





13. ชื่อภาพ "ธารยะเยือก วิหคคืนรัง" (寒 江 歸 禽)
ไม่ปรากฏนามจิตรกร




รูปนี้คล้ายกับมีกลิ่นไอของสมัยซ่งอยู่มาก




14. ภาพ "ป่าหนาวปราชญ์อาวุโส" (寒 林 髙 士)
ไม่ปรากฏนามจิตรกร





รายละเอียด




ส่วนชื่อภาพ




15. ภาพชื่อ "สุนทรียสนทนาบนเรือชายน้ำ" (江 舟 雅 叙)
ไปรากฏนามจิตรกร





รายละเอียด




ส่วนชื่อภาพ ไม่มีตราประทับ (ทำให้ดูขาด ไม่สมบูรณ์)





16. จิตรกรชื่อ มู่จ้ง (牧 仲)
ภาพชื่อ "กลางฤดูศารทที่ตำหนักริมน้ำ" (水 殿 秋 深)





รายละเอียด




ส่วนชื่อภาพ ลายเซ็น และตราประทับ





17. ภาพของจิตรกรนาม หยางฉงไป่ (楊 重 柏)
ภาพชื่อ "ใบไม้แดงบ้านชายเขา" (紅 树 山 居)






รายละเอียด








ส่วยชื่อภาพ ลายเซ็น และตราประทับ





18. จิตรกรร่วมสมัยชื่อ หัวจาง (華 章)
วาดภาพชื่อ "ยอดมังกรเขียว ภูเขา ฮั่วซาน" (崋山蒼龍嶺)





รายละเอียด




ส่วนชื่อภาพ



................................





วิธีการเรียกขานแบบของรูปจีน



วาดเขียนแบบละเอียด
เหมือนจริง (realism) หรือ "กุงปิ"工筆
พระเจ้าซ้องฮุยจงฮ่องเต้ ทรงเชี่ยวชาญในสไตล์แบบนี้มาก
อีกคนก็ เฟยเอี้ยน ที่วาดรูปเหยี่ยว ในบล็อกสารภาพบาป
หรือ ล่าสุด ก็แบบของ สวีปิน
ที่เพิ่งจัดแสดงที่เอ็มโพเรียม นั่นแหละ

แต่เห็นในการประชาสัมพันธ์บอกว่าเป็นแบบ "เหนือจริง"
ผมก็เป็นเง็งอยู่เหมือนกันว่า มี school ใหม่ละหรือ
เขาอาจจะอยากเน้นว่า "เหมือนจริงยิ่งกว่าของจริง" จึงใช้ศัพท์นั้น
ซึ่งความจริง "เหนือจริง" ในวงการศิลปะใช้เรียกแทน Surrealism
คือเป็นอะไรที่ไม่มีในชีวิตจริง
เช่น รูปนาฬิกาที่เหลวเป็นขี้ผึ้งลนไฟ ของ Salvadore Dali เป็นต้น





อีกแบบ คือแบบป้ายพู่กันอย่างรวดเร็ว
ไม่เน้นรายละเอียด แต่เน้นฝีพู่กัน และฟอร์ม
เรียกว่า "เสี่ยอี้" 冩意
ตัวอย่างก็รูปหลี่ไป๋ ในบล็อกบทกวีจีน
หรือรูปม้าของ สวีเปย์หง เป็นต้น
สำนักนี้อาจคล้ายๆกับพวก "อิมเพรสชั่นนิสม์"
ที่จับเอาความประทับใจฉับพลันมาสร้างงาน



ก็งามไปคนละแบบ แล้วแต่ใจคนดูครับ.





การเรียกอีกแบบหนึ่งคือ เรียกตาม theme ภาพว่าเป็นรูปอะไร


เช่น



ซานสุ่ย 山水 คือ ภูเขา-สายน้ำ (ทิวทัศน์)

ฮวาเหนี่ยว 花鳥 คือ ดอกไม้-นก

เฉ่าฉง 草虫 คือ ติณชาติ-แมลง


ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่า เขาเรียกสองสิ่งคู่

สิ่งที่ นิ่ง กับ สิ่งที่เคลื่อนไหว

ก็เป็นการผูกพันกับปรัชญาเต๋าที่มี ยิน กับ หยาง นั่นเอง








อีกอย่างหนึ่ง คือ ความสมดุล



ในภาพแบบอิงตะวันตก อาจมีครูสอนว่า ตรงนี้ว่าง ทำให้รูปไม่สมดุล



ต้องมีนั่นนี่ ไว้ถ่วงสักหน่อย



ในภาพจีน "ความว่าง" มีน้ำหนักครับ


เราจึงอาจเห็นภาพที่ดูแล้วไม่สมดุล แม้เป็นจิตรกรชั้นเอก




ยกตัวอย่าง เช่น หมาเหยี่ยน 馬遠
(แซ่หม่า เมื่อเสียงระดับสาม มาต่อกัน
ต้องอ่านออกเสียงพยางค์แรกเป็นเสียงระดับสอง)



จะวาดภาพที่มุมใดมุมหนึ่งของกระดาษหรือผ้าไหม



จึงมีสมญา ว่า "หม่า 1 มุม"

คนดูจึงต้องคิดในใจว่า

"ความว่างเปล่า" หรือ space นั้น "มี" น้ำหนัก มีความหมาย

เหมือนเพราะชามนั้นว่าง จึงใส่อาหารได้

เป็นไงครับ ดูเป็นวิทยาศาสตร์ผสมปรัชญายังไงชอบกลแฮะ



นอกจาก space แล้ว รูปเขียนจีนยังเน้น time ด้วย

เหมือนกับบทกวี เหมือนๆกับไฮกุ วากะ

มักต้องสะท้อนถึง "เวลา" หรือ "ฤดูกาล"

บางครั้งต้องละเอียดถึง ช่วงไหนของฤดู

ช่วงไหนของวันด้วยซ้ำไป

ดังตัวอย่าง


ภาพ "แรกวสันต์" (Early Spring) ของ กว๋อซี เป็นต้น.




ภาพเขียนภาพวาด ยังเป็นแค่ 2 มิติ

ถ้าเป็นดนตรี เพลง ภาพยนตร์ จะได้ "speed" เข้าไปด้วย

เหมือนที่พวกเราทั้งหลายเขียนบล๊อกนี่แหละ

มีทั้งเพลง ดนตรี และ แอนิเมชั่น

มีทั้ง ช้า...เร็ว...ปานกลาง...หยุด(pause)...แช่(freeze)



ถ้าไม่มีช่องไฟ...ถ้าไม่มีเว้นวรรค...ถ้าไม่มีจังหวะ

จะดูงาม จะฟังเพราะ ได้หรือ ?




...........................................





น่าจะ "พอ" ไว้แค่นี้ก่อน นะนะ นะครับ

เดี๋ยวฟุ้งมากไป ใครเขาจะหาว่า "ไม่พอเพียง"

ยังดีกว่า "ไม่เต็มเต็ง" เนอะ 5555







........................................





ดนตรีเที่ยวนี้ก็เอาที่เคยเม็นชั่นไว้ในบล๊อกที่แล้ว

ภูเขาสูง น้ำไหล (髙 山 流 水)

บรรเลงโดย กู่เจิง





ขอบคุณ You Tube เช่นเคย


สวัสดีครับ





......................................................................................






Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 11 มกราคม 2556 17:09:36 น. 79 comments
Counter : 5246 Pageviews.

 
สวัสดียามเช้าครับพี่



ชอบภาพ หย่อนเบ็ดท่ามกลางธารน้ำและขุนเขา ครับ
และชอบมากที่สุด
คือคำที่พี่เขียนไว้ว่า

"ความว่างมีน้ำหนัก"


เคยคิดนะครับ
ว่าทิวทัศน์แบบในภาพเขียนจะมีอยู่จริงหรือ
แต่พอได้ไปหวงซาน ไปง๊อไบ๊ ไปกุ้ยโจว
ผมถึงได้รู้ว่าทิวทัศน์งดงามเช่นนี้ "มีจริง"


บล็อกพี่วันนี้
ผมอ่านแล้วเหมือนได้นั่งฟังอาจารย์สอนเรื่องราวศิลปะเลยครับ

ขอบคุณพี่มากจริงๆครับ





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:8:02:09 น.  

 
น่าทึ่งจริงๆค่ะ ภาพแต่ละภาพเหมือนมีชีวิตเลย ต้องฝึกฝนทั้งกายและใจ สวยค่ะ


โดย: วนิส วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:8:27:11 น.  

 
สวัสดีครับ
ขอบคุณมากนะครับสำหรับคำอวยพรดีๆ และแวะเข้าไปทักทายกัน...

งานศิลปะของจีน หรืองานภาพพู่กันจีน นี่สุดยอดเลยนะครับ แต่ผมว่ามันวาดยากๆ มากลเยครับ ผมเคยลองฝึกเขียนอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จครับ

งานที่นำมาให้ชในวันนี้ผมชอบมากๆ เลยครับ อาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้ผมกับไปฝึกเขียนใหม่ก็อาจเป็นไปได้ครับ
ขอบคุณมากเลยนะครับ

ขอให้มีความสุขในวันแรกของสัปดาห์การทำงานนะครับ


โดย: เพลงดาบกระบี่เดียวดาย วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:9:00:40 น.  

 
สวัสดีครับ

...ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ ครับผม

ขอบคุณที่แวะ เยี่ยมครับ

...มาที่นี่ อิ่มเอมใจ กับบทความ และภาพจิตรกรรมของจีน ขอบคุณครับ


โดย: นายนุ 1991 (nai-nu-19 ) วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:11:56 น.  

 
หมูที่เห็นเป็นหมูเลี้ยงครับพี่
เหมือนหมูป่าบ้านเราเลยนะครับ
แต่ผมไปอินเดียทริปนี้
ทานหมูน้อยครั้งมากเลยครับ
ส่วนใหญ่เป็นไก่ ปลาและผักครับ
ผักกาดขาวนี่มาทุกมื้อเลยครับ 555
กินกับนานและจาปาตี
คล้ายๆโรตีบ้านเราแต่เค้าปิ้งมาจนดำไหม้เลยครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:01:29 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:7:54:43 น.  

 
ดีจัง ได้ชมภาพวาดจีนกับลายมืองาม ๆ อีกแล้ว ดูแล้วเพลินมากกก เพลงในคลิปเพราะมาก ขอบคุณมากที่นำมาแบ่งปันกันนะคะ ได้รู้ศัพท์เกี่ยวกับภาพวาดของจีนหลายคำเลย ยิ่งอ่านบล๊อคของคุณdingtechก็ยิ่งทึ่ง ได้ความรู้เรื่องเกี่ยวกับจีน ๆ แบบลงลึกในรายละเอียดจริง ๆ ค่ะ

ทิวทัศน์ของเมืองจีนเหมาะจะวาดภาพซานสุ่ยมากที่สุด ไม่ว่าจะวาดด้วยสีขาว-ดำหรือที่เป็นสี ๆ แต่เราชอบสีขาว-ดำ ดูแล้วสวยแล้วก็คลาสสิกกว่า คนจีนโบราณนี่เข้าใจคิดนะคะ เขียนอักษรหรือวาดภาพด้วยสีดำแล้วประทับตราด้วยสีแดง ดูแล้วลงตัวและขับความงามของภาพให้เด่นขึ้นด้วย ถึงเป็นภาพวาดสีก็ดูสวยเหมือนกัน

อัพบล๊อคใหม่แล้วค่ะ แต่ยังไม่ได้ลงเรื่องบทกวีหลานถิง ยังเขียนไม่เสร็จเลยหาเรื่องอื่นมาให้อ่านไปก่อน


โดย: haiku วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:8:05:15 น.  

 
ผมเคยฟังเพลงนี้ของเบโธเฟ่น
แต่ไม่ทราบเบื้องลึกเบื้องหลังของเพลงนี้เลยครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:11:12:40 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรวันเกิด ในวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา

พรฟูฟ่อง ทำให้รักแรกคลิกใจพอง ล่องลอยมาจนถึงบัดนี้ค่ะ: )

ขอให้คุณมีความสุขทุกวัน


โดย: Love At First Click วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:18:49 น.  

 

..มิโดนพันทิพย์แจ้งว่า บล็อคมิเข้ายาก มิเลยลบสคริปเกลี้ยงเลย แบบว่ามือใหม่ ใส่อะไรไปไม่รู้ แหะๆๆ แต่ถ้ายังติดปัญหาอยู่อีก รบกวนแจ้งด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

*************************

แต่ตอนนี้ มิจัง จะไปหาหมาต่อค่ะ ฝากบ้านต่ออีกหน่อยนะคะ


โดย: nompiaw.kongnoo วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:21:48 น.  

 
โอ้ลายเส้นพู่กันจีนนี้ดูขลังดีจริงๆครับ สวยงามพริ้วไหว
ตราประทับบางอัน ผมเห็นแล้วนึกถึงที่อยู่บนขนมไหวพระจันทร์เลยครับ ไม่รู้ทำไม ขอบคุณสำหรับข้อมูลความรู้ครับ
ป.ล. คลิ๊ปดูแล้วสบายใจดีครับ ดนตรีฟังเพลิน


โดย: takaiji วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:15:11:28 น.  

 
สวัสดียามดึกค่ะ...
ภาพจิตรกรรมจีน สีสวยดูสบายตาดีค่ะ คนวาดดูท่าจะมีความชำนาญไม่น้อย...


โดย: Devonshire วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:38:31 น.  

 
แวะมาทักทายและเยี่ยมเยียนค่ะ
สบายดีนะคะ
ได้แต่ดูรูปเพราะอ่านไม่ออกสักตัว


โดย: Yolanrita วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:1:50:53 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่

ขอบคุณสำหรับข้อมูลเพลงของเบโธเฟ่นนะครับ
เดี๋ยวผมจะลองไปฟังดูอย่างตั้งใจอีกรอบครับพี่








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:3:06:28 น.  

 
ขอบคุณสำหรับพรวันเกิดนะคะ


โดย: ณ มน วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:13:50:55 น.  

 
ผมแยกไม่ออกเหมือนกันครับพี่
ว่าตัวไหนเป็นกบตัวผู้หรือตัวเมีย
รู้แต่ว่า
ถ้ามาเดินเพ่นพ่านแถวร้านผมล่ะก็
โดนพนักงานผมจับไปผัดกระเพรากบแน่นอนครับ 5555




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:16:28:17 น.  

 
เหมือนได้เข้าคลาสเรียนเรื่องรูปภาพจีนเลยค่ะคุณ Dingtech อิ อิ
รูปภาพจีนนี่จริงๆด้วย พออ่านแล้วถึงได้สังเกตว่า...มีความว่างเปล่าอยุ่ในนั้น
แต่เป็นความว่างเปล่าที่มีน้ำหนัก ...มีความสมดุล
เลยทำใหดูแล้วกลมกลืนนะคะ
...
ชอบคำบรรยายเรื่อง ซาน สุ่ย มากๆค่ะ
รู้สึกได้ถึงขุนเขา สายน้ำ ความพริ้วไหวและตะไคร่เขียว
...
จินตกวีจังเลย


โดย: Suessapple วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:17:31:57 น.  

 
ไม่ได้ลองภูมิไรหรอกครับ

ตัวชัชเองดูก็ยังงงๆ
เพราะชัชไม่ศึกษาศิลปะสมัยใหม่รึเปล่าไม่รู้

แต่ที่แน่ๆไม่ค่อยถูกใจเท่าไรครับ
มันดูวุ่นวายและเพ้อเจ้อแปลกๆ
ดูแล้วไม่สบายตาและไม่สบายใจเอามากๆ

แต่ที่เอามาลงคือมันแปลกดีครับ
ฮ่าๆๆๆ

++++++

ชัชเคยเรียนวาดภาพพู่กันจีเหมือนกันครับ
แต่ไม่ได้ฝึกซ้อมมานาน ฝีมือระดับอนุบาลก็ลดถอย

เอาไว้ว่างๆวาดงามๆจเอามาอวดครับ


โดย: ชัช (กู่ฉิน ) วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:17:43:20 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรในวันเกิดนะคร๊า มีความสุขมากมายเช่นเดียวกันค่ะ


โดย: prizella วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:18:25:04 น.  

 
หวัดดีค่าาา

ขอบคุณนะค่า...ที่มาอวยพรวันเกิดให้ อิอิ ^^


โดย: ChilliPadi วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:05:05 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:6:44:18 น.  

 
เราต้องเดินทางทั้งชีวิต

จุดหมายอยู่ที่ไหนเล่า???


.
.


ผมก็คิดถึงคำตอบนั้นอยู่ครับพี่



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:09:51 น.  

 
"แท้จริงล้วน ว่างไร้

ไม่มีอะไร ต้อง ลุ ถึง"

...

.

ผมเคยได้ยิน



โดย: Dingtech วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:16:32:33 น.  

 
เจอภาพแบบต้องดูนานๆ อีกแล้วแฮะ
ภาพแบบนี้บางทีต้องดูนานเกือบเท่าคนวาดเลยครับ ( เกินไปมั้ย 555+ )
การได้มองภาพและเก็บทุกฝีแปรงทุกรายละเอียด
ถือเป็นการบำบัดได้ทั้งคนวาดและคนมอง
ถึงจะวาดเองไม่ได้แบบนี้แต่การได้สงบจิตแล้วค่อยๆ มองรายละเอียด
คงเป็นการทำสมาธิอย่างหนึ่ง ผลที่ได้รับมีทั้งความสงบและความรื่นรมย์

สำหรับการวาดภาพแบบจีนเท่าที่อ่านดูถือว่าเป็นหลักศิลปะสากลเลยครับ
ความสมดุล ความว่างเปล่า การเว้นวรรค การมีจังหวะ
ล้วนทำให้องค์ประกอบของงานศิลปะดูสมบูรณ์ ( ไม่อยากใช้คำว่าสมบูรณ์แบบ )
ทั้งหมดสามารถปรับใช้ได้กับงานศิลปะแทบทุกแขนงจริงๆ ครับ


โดย: พลทหารไรอัน วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:18:52:35 น.  

 
สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ที่แวะไปอวยพรวันเกิดค่ะ และขอโทษที่แวะมาช้าไปนิดหนึ่ง ภาพ สวยนะคะ


โดย: hanajohn วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:23:28:21 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:7:44:08 น.  

 
เยี่ยมยุทธ์ ข้าน้อยขอคารวะ


โดย: Love At First Click วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:8:14:37 น.  

 
สวัสดีวันสุขครับ

แฮะๆๆๆๆ...ไม่ได้คุมกันหรอกครับ เป็นแมวของคนข้างบ้าน น่ะครับ บ้านผมสมัยนั้นก็เหมือนกับโรงแรมหรือที่พักผ่อนหย่อนใจของพวกเค้าน่ะครับ

ขอให้มีความสุขกับการทำงานนะครับ



โดย: เพลงดาบกระบี่เดียวดาย วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:9:36:03 น.  

 
ผมเองก็ชอบพระสูตรนี้ครับพี่
อาจจะจำเนื้อความไม่ได้ทั้งหมด
แต่ตระหรักถึง "ใจความ" และ "แก่น" ของคำสอนที่ซ่อนอยู่

ตอนหมิงหมิงอายุไม่กี่เดือน
ผมชอบอุ้มเค้าแล้วก็ท่องพระสูตรนี้ให้เค้าฟังด้วยครับ
ฟังจนหลับไปเลย 5555






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:11:39:50 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: nompiaw.kongnoo วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:11:54:21 น.  

 
สวัสดีค่ะ

คราวนี้รูปเยอะ ดูอิ่มเลย (แต่มีอีกก็ดูอีกนะคะ)

แป๋วดูรูปทั้งหมดแล้วนึกถึงตอนที่ดู series เกาหลี จำชื่อเรื่องไม่ได้แล้วที่นางเอกเป็นจิตรกรแต่ปลอมตัวเป็นผู้ชาย มีตอนนึงนางเอกถูกตำหนิว่าใช้สีสดเกินไป .... พอดูรุปบล็อกนี้แล้วเลยเพิ่งเข้าใจ (แต่ตอนดูในหนังก็รู้สึกว่ารูปสีสดก็สวยดีนะคะ)

ชอบรูป เทพวิมานในธารเมฆ สวยจริงๆ เหมือนลอยอยู่ในสวรรค์ค่ะ

สังเกตว่ารูปศิลปะของจีนมักเป็นรูปยาวๆแบบนี้นะคะ มีเหตุผลหรือเปล่าเอ่ย

พูดถึงเรื่องความว่าง มีคนทักบ่อยๆว่ารูปที่แป๋วถ่ายมักจะหนักข้างเดียว.... ดูแล้วคงขัดๆตา คนถ่ายก็มักจะตอบว่า เป็นรูปที่ถ่วงน้ำหนักด้วยความว่าง พออ่านเรื่องความว่างทำให้ใจชื้นขึ้นมานิดว่าอย่างน้อยก็ไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมคะ

ส่วนเรื่อง"ฮอร์โมนรัก" ฮา แป๋วว่าใจเป็นนายกายเป็นบ่าวนะคะ สองปีไปแล้วอยู่ที่ใจล้วนๆค่ะ ส่วนสองปีแรกคิดเอาเองว่ามีส่วนอยู่บ้าง แต่ไม่เท่ากับใจที่มั่นและศรัทธาหรอกนะคะ

ขอบคุณที่แวะไปอวยพรวันตรุษค่ะ
ขอให้คุณ dingtech มีความสุขมากๆเช่นกัน และเขียนบล็อกให้อ่านกันไปนานๆนะคะ


โดย: SevenDaffodils วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:08:24 น.  

 
คุณดิ่ง….WOW อะไรจะเยี่ยมยอดข้อมูลปานนี้ คงจะค้นคว้ากันเป็นวันๆ ขยันมากๆๆๆ

ขอบคุณครับที่กรุณาไปสุขสันติ์วันเกิดให้ผม



ขอขอบคุณครับ ขอให้บุญรักษาให้คุณดิ่งมีความสุขในวันวาเลนไทน์ และในเดือนแห่งความรักนะครับ


โดย: yyswim วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:15:15:40 น.  

 
วนารี กราบขอบพระคุณกับคำอวยพรค่ะ
ขอให้คุณ Dingtech
มีสุขภาพแข็งแรง
มีแต่ความสุขค่ะ



โดย: วนารี วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:20:20:09 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปที่บล็อค ครับผม งานแบบที่ท่านพี่แนะนำมา ผมยังไม่เคยลองปั้นเลยครับแต่ก็มีแอบๆปั้นแนวไกล้ๆเคียงอยู่บ้างครับ ไว้วันหลังผมจะเอามาลงบล็อคครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลและภาพนะครับผม


โดย: takaiji วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:1:54:51 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:8:00:38 น.  

 
สวัสดีครับพี่ ผมลองเข้าไปดูรูปปั้นแนว Hercules at Rest
ที่พี่แนบภาพมาให้ดู แล้วหลายภาพ ก่อเกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะปั้นแนวนี้ขึ้นมาเลยครับ กล้ามเนื้อสุดยอดจริงๆครับ ขอบคุณอีกคราครับผม


โดย: takaiji วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:10:54:05 น.  

 


บล็อกนี้มันเป็นอะไรที่มีสาระสุดยอดเลยอะ...
ทำให้คนอย่างสมถึกถึงกับไมเกรนขึ้นเลยทีเดียว


โดย: สมถึก วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:11:06:29 น.  

 
กรุงเทพฝนตก
แต่เชียงใหม่น่ะร้อนมากเลยครับพี่



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:15:26:31 น.  

 
คุณไฮกุ:
ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยเรื่องตราประทับสีแดง
เพิ่มความเด่นของภาพและอักษรได้มากมาย
นี่ต้องเรียกว่า "ภูมิปัญญา" แล้วเนาะ

คุณเปิ้ล:
Thxs, u r the only one who mentioned 'bout my verse

คุณชัช กู่ฉิน:
น่าจะศึกษาศิลปะและดนตรีเปรียบเทียบไปพร้อมๆกัน
จะดีมากเลย เชื่อผมดิ จะมันมาก
เอาว่าไปเริ่มด้วยดูหนังการ์ตูนญี่ปุ่น 3 เรื่อง
Piano no Mori, Nodame Cantabile และ Beck

คุณพลทหารเจฟ:
"ดูภาพนานเกือบเท่าคนวาด" ...ไม่เว่อร์เลยครับ
รูป 'พำนักในภูเขาฟู่ชุน' ของ หวงกุงว่าง ใช้เวลาเขียนนาน
ถึง 4 ปี
ซิมโฟนีเบอร์ 1 ของบรามส์ ใช้เวลาแต่ง 21 ปี
ผมว่างานพวกนี้ดู(ฟัง)ใน ต่างเวลา ต่างวัย
ต่างประสบการณ์ จะไม่เหมือนเดิมครับ นี่กระมังที่เรียกงานเหล่านี้ว่าเป็น "อมตะ"

คุณแป๋ว:
ดีใจครับที่คิดเรื่อง "สมดุล" ตรงกัน
รูปจีนที่มันออกแนวยาวๆนี่ผมก็ยังไม่เคยเจอใครอธิบาย
ถ้าเดาเอา คิดว่าเมืองจีนจะหนาวทำให้บ้านมีหน้าต่างแคบยาว ความเคยชินตรงนี้เลยยกสิ่งที่เห็นมาวาด
อีกอย่างแนวบรรทัดการเขียนอักษรจีนเดิมเขียนบนติ้วไม้ไผ่ ความนิยมเชิงแนว ตั้ง-ยาว อาจชักนำให้เกิดภาพทรงนี้ได้...ลูกศิษย์"มั่ว"จื๊อ 555

คุณสิน yyswim:
ที่เอามาเขียนในบล๊อกมันเป็นงานอดิเรกที่ผม"เล่น" มายาวนาน
จดๆพิมพ์ๆไว้ เหมือนเอาของเก่ามาขายครับ
ออกแรงตรงเช็คที่มีตัวเลข ศักราช อะไรเทือกนี้
ถือสาหาความอะไรจริงๆจังๆไม่ได้หรอกครับ
อย่าเรียกว่า"ข้อมูล"เลย

น้อง takaiji:
ดีใจจริงๆที่รูปปั้นนั้นสร้างแรงบันดาลใจที่ผมคาด(หวัง)

คุณสมถึก:
ผมชอบงานของคุณและทำให้ผมมีความสุขจริงๆ
ไม่มีงานแบบคุณสิ ผมจะไมเกรนขึ้นกบาล
เพื่อนๆเราต้องการอาหารหลากรสครับ
ขืนกินซ้ำๆอย่างเดียว...อ๊วกแตกตายห่...


โดย: Dingtech วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:15:34:27 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่


ผมอ่านเม้นท์พี่แล้วก็ชอบครับ
ตอบได้หลากหลายดีจัง
ชอบเป็นพิเศษคือคำตอบที่พี่ตอบพี่แป๋ว คุณเจฟ และน้องสมถึกครับ 5555










โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:7:11:01 น.  

 
อ่านแล้วเข้าไม่ถึงในรายละเอียด พอดูภาพแล้วก็อ่านชื่อที่เค้าตั้งให้ทำให้อยากไปยืนดูภาพจริงค่ะ คงจะดึงดูดและทรงพลังมากพอดู มานึกดูเท่าที่จำได้ คิดว่ายังไม่เคยไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ที่มีภาพวาดจีนอะไรเทือกนี้เลยค่ะ


โดย: prunelle la belle femme วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:16:32:11 น.  

 
55555

คุณเปิ้ล:
Thxs, u r the only one who mentioned 'bout my verse
.....
because I read all of them
.....
คุณ Dingtech ขอแฟชั่นหนุ่มๆบ้าง
เอ...ทำไงดี
เวลาเราลงรูปหนุ่มๆ มาลงเพื่อนหนุ่มๆก็จะขอแต่รูปสาวๆ
พอเราเอารูปสาวๆลง ก็มีคนขอรูปหนุ่มๆ
.....
งั้นไปเดินเล่นบนเขาดูหิมะดีกว่าค่ะคุณ Dingtech
ดูวิวสวยๆดีกว่าเนาะ


โดย: Suessapple วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:3:37:37 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:8:17:33 น.  

 
....

บล็อกของพี่เนี่ยมันเป็นอะไรที่...ศิลปะชั้นสูง...เกินกว่าที่
คนเฉกเช่นสมถึกจะซึมซับได้จริง ๆ


โดย: สมถึก วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:9:51:32 น.  

 
เจอคุณที่บ้านนายสมถึก ไปหาอะไรหลากรส
เพราะสาระมากไปก็เบื่อแบบที่คุณว่า

แต่มาเจอในนี้ก็รสชาติดีไปอีกแบบ
ขออนุญาติแวะมาชิมบ้างนะคะ



แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:11:23:32 น.  

 
ผมเดินดูธงที่ผูกไว้ส่วนใหญ่
น่าจะมาจากวัฒนธรรมของชาวธิเบตที่เดินทางมาแสวงบุญยังอินเดียครับพี่

คนอินเดียนับถือพุทธน้อยมากครับ
ไม่ถึง 0.5 % ด้วยซ้ำ

ที่พุทธคยา
ถ้าไม่บอก
เหมือนเดินอยู่ในธิเบตเลยครับ
มีแต่ลามะเดินเต็มไปหมดเลยครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:44:28 น.  

 
"สมัยเด็กดูการ์ตูนดราก้อนบอล
ดูแล้วก็อยากไว้ผมทรงโงกุน
ไม่นึกเลยว่าตอนนี้วัยรุ่นนิยมกันจริงๆ
กว่าจะนิยมกัน เราก๊อเลยวัยแล้ว...
เฮ้อออ...เซี่ยดายจัง"
.....
นึกไม่ออกแล้วค่ะคุณ Dingtech ว่าผมทรงโงกุนเป็นยังไง

.....
อ๋อ..ทรงที่ชี้ตั้งๆอยู่บนหัวน่ะเหรอคะ

....
ทรงนี้ที่ยุโรปไม่นิยมเลยค่ะคุณ Dingtech
วัยรุ่นไทยจะได้อิทธิพลมาจากญี่ปุ่นและเกาหลี
แต่เราว่าถ้าคุณ Dingtech เลยวัยรุ่นไปไม่กี่ป้ายรถเมล์
ก็น่าจะลองทำดูนะคะ ฮี่ๆๆๆๆ
....
ความสวยกับความน่ากลัวบางทีมันก็อยู่ด้วยกันได้นะคะ
ถนนบนเขาที่เป็นทางลาดขึ้นไปนั้น
เราค่อยๆเดินขึ้นไป ต้องระมัดระวังมากๆเลยค่ะ
เพราะลื่น และมีอยู่ครั้งนึงที่กำลังเดินไปดีดี
มีคนเล่น Sleigh โผล่มาตรงทางโค้ง มาเร็วมาก
เราเกือบหลบไม่ทัน แล้วด้านล่างนั่นเป็นเหวค่ะ
ถ้าเดินไม่ระวัง ถ้าหลบไม่ทัน
ข้างล่างก็คงจะกลายเป็นสุสานของเราดีดีนี่เอง อิ อิ
....
ในความสวยต้องมีความน่ากลัวค่ะ
แล้วคุณ Dingtech ว่าไม่ดีเหรอคะ


โดย: Suessapple วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:17:38:17 น.  

 
อัพบล๊อคบทกวีหลานถิงเพ่ิงเสร็จก็แจ้นมาบอกคุณdingtechก่อนใครเลย ต้องขอบคุณมากสำหรับคำแปลบทกวีนะคะ แปลได้เพราะมาก ๆ เลยค่ะ ทำให้เนื้อหาบลีอคสมบูรณ์ขึ้นเยอะเลยค่ะ ทีนี้ก็ได้รู้ความหมายซะที

เราแปะลายมือไว้ให้ดูด้วย ลองแวะไปดูว่าเขียนเป็นยังไงนะคะ


โดย: haiku วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:20:44:55 น.  

 
อ้าวคุณเปิ้ลกับคุณก๋าก็แวะมาชิมเหมือนกัน
รสชาติแบบตะวันออกก็ดีค่ะ ที่กล่าวมานั่นทานบ่อย
ปกติทานได้แทบทุกรสชาติ
แล้วแต่ช่วงเวลาและอารมณ์

เบื่อๆบางทีก็ไปส้มตำ แซ่บดี อิ อิ
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
แล้วจะแวะมาค้นๆตู้กับข้าวบ้านนี้อีกที


แอมอร


โดย: peeamp วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:20:51:52 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: nompiaw.kongnoo วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:23:33:31 น.  

 
วรยุทธล้ำลึกยิ่งนัก บทกวีคมคาย


โดย: . (ตาพรานบุญ ) วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:1:30:14 น.  

 
ขอบคุณที่อวยพรวันเกิดนะคะ



โดย: praewa cute วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:5:09:03 น.  

 
สวัสดีค่ะ...
แวะมาชมภาพวาดจีน ที่สวนงามมากๆ ด้วยคน

ลายมือภาษาจีน ก็ ชอบมากๆ เลยค่ะ
เป็นงานศิลปะทีมีเอกลักษณ์
ตัวแจงเองก็เคยใช้เป็นแรงบันดาลใจในการวาดภาพของตัวเองอยู่บ้างเหมือนกัน

ขอบคุณที่นำภาพ และข้อความดีๆ มาฝากนะคะ


โดย: jme วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:7:54:46 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:8:12:45 น.  

 
ขอบคุณที่ให้ความรู้คร้าบ


โดย: แอ๋ง (hieina ) วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:9:27:16 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรวันเกิดค่ะ


โดย: sony23 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:10:10:03 น.  

 
ประกาศ 7 วันอันตรายของรัฐบาล
ทำให้ที่ร้านผมแขกหายไปทันทีครับ

เงียบมาสองสามวันแล้วครับ
คงต้องรอหลัง 26 นี้
แล้วดูอีกทีว่าบ้านเมืองจะไปทิศทางใดอะไรยังไงต่อ

เฮ้อ ----




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:13:59:22 น.  

 
สวัสดียามเย็นค่ะคุณ Dingtech ...
ขอบคุณสำหรับ response นะคะ
เราก็แค่ถามๆไปอย่างนั้นแหละค่ะ
บาทีก็ไม่รู้จะคุยอะไร...
...
ชอบคำว่าขวัญอ่อนจังเลยค่ะ
ขวัญอ่อนนี่แบบ..ขี้ตกใจเนาะ
แต่เราขี้กลัวมากกว่า เราเป็นคนขี้กลัวจนหัวหดเลย อิ อิ
รถไฟฟ้าเหาะที่คน Dingtech เคยบอกว่านั่งจนฉี่ราด..55
เราไม่เคยกล้าขึ้นเลยค่ะ
แต่ถ้ามีคนท้า..ก็ขึ้นนะ ขึ้นไปทำเก่งนั่งกลัวอยู่บนนั้น
อาจจะไปหัวใจวายตายอยู่บนนั้นก็ได้ ฮี่ๆๆๆ
แต่มันจะฮึดแบบหมาจนตรอกอ่ะ...กร๊ากกกก
น้องแมวจนตรอกดีกว่า...ฟังดูมันน่ารักดี
...



โดย: Suessapple วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:16:53:58 น.  

 
แวะมาเยี่ยมตอนเย็นๆจร้าาาา


โดย: nompiaw.kongnoo วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:17:28:50 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรวันเกิดค่ะ ภาพเขียนสวยๆตามแบบจีนเจี๊ยบก็ชื่นชอบนะคะ แต่ไม่มีหัวทางนี้เอาเสียเลย

คงต้องแวะมาเยี่ยมบ่อยๆซะแล้ว ^.^


โดย: aim_j วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:19:58:55 น.  

 
สบายดีป่าวคะเนี่ย


โดย: nompiaw.kongnoo วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:07:29 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

ขอบคุณสำหรับคำอวยพรค่ะ


โดย: Cutetetsu วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:9:46:17 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะค่ะ


โดย: Nonglaae วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:12:55:11 น.  

 
ภาพแต่ละภาพสวยๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ
ดูมีมิติ
แต่ต้อง ข่มอัตตากันด้วยน้อ
+++
คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ
[ของตกแต่งโดนๆคลิกเลย]
+++
ป.ล. ขอบคุณสำหรับคำอวยพรวันเกิดนะคะ


โดย: yopathum วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:15:02:19 น.  

 
แวะมาชมภาพสวย ๆค่ะ และ ขอบคุณที่แวะมาอวยพรวันเกิด.. และขอใหมีความสุข เช่นกัน นะคะ ..
คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ


โดย: tifun วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:16:22:58 น.  

 
Cia Cia

Photobucket


โดย: hiansoon วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:18:33:33 น.  

 
แรกๆชัชออกแนว ขอให้เป็นกู๋ฉิน ซื้อหมดครับ
ตอนนนี้ไม่ได้ละ ซื้อแผ่นนึงฟังเพลงเดียว
การดาวโหลดเลยเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับชัช
ฮ่าๆๆๆ

มีคนเคยถามว่าใครเก่งที่สุดในจีน
ชัชตอบว่า ชัชเอง อ. ชัชก็เก่ง
อ. คนอื่นๆก็เก่ง
เค้าถาม เอาทางเทคนิค ไม่เอาทางจิต
ชัชบอก เทคนิคที่แหล่ะ
คนเหนือเล่นเพลงเหนือ คนใต้เล่นเพลงใต้
ในเหนือและใต้ยังมีสำเนียงส่วนตัวอีก
ที่ชัชต้องการสื่อคือ ไม่มีใครเก่งที่สุดจริงๆ

ปรมาจารย์ที่เสียไปแล้วอาจจะเข้าใจบางเรื่องไม่เท่าชัชก็เป็นไปได้
ชัชที่ยังไม่ตายก็อาจจะไม่เข้าใจบางเรื่องเท่ากับเด็กอนุบาลก็น่าจะมี

พูดถึงฝรั่งคลิปสุดท้ายนี่ เค้าใช้กู่ฉินของ อ. หวังเผิงนะครับ
อ. บอกว่าเคยมาที่โรงงานด้วย
แล้วเคยวิเคราะห์โน้ตเพลงโบราณทั้งเล่ม
แต่เล่นสู้ชัชไม่ได้ซักเพลง (อันนี้ อ. พูดนะครับ)
อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นฝรั่งนั่นเอง

เรื่องลมหายใจนี่สำคัญมาก
เร็วๆชัชนี้พบว่า ลมหายใจกับการเข้าใจเพลง
มันจะทำให้เพลงออกมาสวยมาก จังหวะจะไม่สี่สี่ สามสี่
พวกนี้จดไม่ลงเลย เดี๋ยวต้องพยายามต่อไป ฮ่าๆๆ


โดย: ชัช (กู่ฉิน ) วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:21:24:10 น.  

 
ขอบคุณมากนะคะที่เข้าไปอวยพรวันเกิดให้

ขอให้มีความสุขเช่นกันค่ะ


โดย: ลูกสมอเรือ วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:16:08:48 น.  

 
แวะมาทักทายตอนเย็นจร้าาาา


โดย: nompiaw.kongnoo วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:17:23:39 น.  

 
วันนี้ตามมาเดินป่า ชมขุนเขากับสายธารา
คุณดิ่งอธิบายบรรยากาศขุนเขา สายน้ำกับธรรมชาติได้เห็นภาพ ถ้าไม่เป็นคนช่างสังเกตและไม่ชื่นชมธรรมชาติ คงไม่สามารถอธิบายรายละเอียดได้แบบนั้น อ่านไปเห็นภาพป่าลึก แหล่งต้นน้ำ ต้นไม้ใบหญ้า ผุดมาเป็นฉากๆ

การส่งลูกศิษย์ไปวาดภาพขุนเขา ให้ตระหนักว่ามนุษย์เป็นแค่จุดเล็กๆในธรรมชาติ จะได้ลดอัตตา เป็นความคิดที่แยบยลมาก อัตตาเป็นสิ่งที่ละวางได้ยากจริงๆนะคะ

แวะมาชมภาพของขวัญปีใหม่จีน และวาเลนไทน์ด้วยค่ะ สายน้ำและขุนเขาที่เมืองจีนสวยงามจริงๆ
ตบท้ายได้ฟังบรรยายเรื่อง วิธีการเรียกขานแบบของรูปจีน ต้องบอกว่าหาฟังหาอ่านที่อื่นยากจริงๆ

"สองสิ่งคู่ สิ่งที่ นิ่ง กับ สิ่งที่เคลื่อนไหว" ไม่บอกก็จะไม่ได้สังเกต พอรู้แล้วก็เริ่มเห็นนั้นจริงๆ

บล๊อกคุณดิ่งนี่อ่านรอบเดียวเก็บไม่หมดจริงๆค่ะ ทำหนังสือเมื่อไหร่อย่าลืมบอกด้วยนะคะ

ขอบคุณมากค่ะ


โดย: Noshka วันที่: 4 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:04:26 น.  

 
รบกวนถาม -พี่สามารถจำแนกได้อย่างไรว่าภาพใหนจริงภาพไหนของลอกเลียน ครับ?


โดย: โทนี่ IP: 10.10.6.232, 58.137.3.204 วันที่: 25 สิงหาคม 2553 เวลา:13:55:39 น.  

 
for chinese antique painting ,do thailand have any apprizal instutite organize or sale market ?
can I have your contact address ?
phone or E-mail ...


โดย: โทนี่ IP: 10.10.6.232, 58.137.3.204 วันที่: 25 สิงหาคม 2553 เวลา:14:22:19 น.  

 
คุณโทนี่...

การสามารถจำแนกภาพจริงและลอกเลียนได้เป็นเรื่องยากมาก...ถ้าคนลอกเลียนมีฝีมือ เช่น จิตรกร จางต้าเชียน เคยปลอมรูปโบราณขายให้ชาวตะวันตกและพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง

ตอบง่ายๆคือผู้ดูต้องศึกษาของแท้....ดูมาก เห็นมาก
ที่ว่าแท้คือชิ้นที่รับรองโดยผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ

ซึ่งต้องดู สไตล์ เส้นพู่กัน ลายมือ-ลายเซ็น ตราประทับ กระดาษ-ไหม
(เหล่านี้อาศัยของแท้ หรือรูปถ่ายของแท้ เป็นตัวเทียบ)

ส่วนประกอบอื่นๆ เช่น ราคา แหล่งที่มา ผู้จำหน่าย ฯลฯ

สรุปว่า...อาศัยประสบการณ์

ถ้าเป็นของระดับประมูลโดยคริสตี้ที่แพงมากๆ ต้องมีการถ่ายภาพเอ๊กซเรย์ ขูดเอาสี/หมึก/กระดาษ ไปคำนวณหาอายุ หรือดูรายละเอียดเส้น(จากการกระจายของเม็ดสี/หมึก)

เท่าที่ทราบในประเทศไทยยังไม่มีหน่วยงานเรื่องนี้

ส่วนตัวผมขณะนี้ถ้าต้องการสื่อสารอะไรขอให้ใช้ทางบล๊อกแก๊งค์นี้จะสะดวกที่สุด
ยินดีครับ ผมศึกษารูปจีนเป็นงานอดิเรก ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไรครับ


โดย: Dingtech วันที่: 26 สิงหาคม 2553 เวลา:2:55:03 น.  

 
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณสำหรับคำตอบ,ครับ.
-พอจะมีคำแนะนำหรื่อแหล่งข้อมูลหรือประสพการณ์สำหรับภาพวาดของ Master Zhao mingfu บ้างหรือเปล่าครับเช่นเอกลักษณ์การวาดหรือเขียน ที่เป็นของจริง และที่เป็นชิ้นลอกเลียนแบบ.
-การขายภาพโบราณเหล่านี้ ควรมีขั้นตอนหรือการเตรียมการอย่างไรบ้าง(ไม่ว่าขายให้เอกชนหรือให้พิพิธภัณฑ์)
จากตั้งแต่เริ่มต้นจนจบการขายไป.
รบกวนด้วยครับ.


โดย: โทนี่ IP: 10.10.6.232, 58.137.3.204 วันที่: 26 สิงหาคม 2553 เวลา:14:53:25 น.  

 
ขอโทครับในข้อข้างต้นเป็น master Zhao mengfu ครับ
ว่าแต่ ตีสองยังไม่พักผ่อนอีกหรือครับเนี้ย เข้าเวรหรือครับ.
เฮ่ๆ ล้อเล่นครับ


โดย: tony IP: 10.10.6.232, 58.137.3.204 วันที่: 26 สิงหาคม 2553 เวลา:15:09:45 น.  

 
คุณโทนี่...

เจ้าเมิ่งฝู่เป็นจิตรกรและนักเขียนอักษรจีนที่โด่งดังมาก
หนังสือที่เผยแพร่ผลงานมีมากพอควร
อยู่ในพิพิธภัณฑ์ต่างๆซึ่งมีขาย(อาจจะกระจายอยู่เล่มละนิดละหน่อย)
ในเมืองไทยมีขายที่เอเชียบุ๊ค และร้านนานมี
หาดูตามเน็ตก็คงมีมากเหมือนกัน
จำเป็นจริงๆที่ต้องรู้จักของจริงก่อน

ถัดมาคือดูตราประทับ
มีหนังสือที่รวบรวมรูปตราที่เชื่อถือได้
เจ้าเมื่งฝู่มีตราหลายอันมาก
ยังมีตราของนักสะสมหรือสถานที่สะสมหากเช็คได้ว่าแท้ก็ยิ่งช่วยคอนเฟิร์ม

เมื่อคืนผมปวดท้อง ตื่นมาตีสองกว่าหายากิน
รอยาออกฤทธิ์จึงเข้าบล๊อกตอบคำถามคุณ

การขายภาพโบราณแท้ ผมไม่ทราบครับ แต่เดาคงไม่ผิดหรอก ตลาดมืดกับตลาดสว่าง
ถ้าเรามีของแท้ได้มาบริสุทธิ์ก็น่าจะขายผ่านตลาดสว่างที่รับประมูลและหักค่านายหน้า
เช่นคริสตี้ เมืองไทยคงเป็นแถวโรงแรมริเวอร์ซิตี้ สี่พระยา
ไว้ใจได้ทั้งผู้ซื้อผู้ขาย

ถ้าคุณมีครอบครองอย่างบริสุทธิ์ลองถ่ายรูป และส่วนรายละเอียดที่ผมว่าไว้
โคล้สอัพตราประทับ แล้วโพสมาสิ จะลองประเมินเบื้องต้นให้
เล่าที่มาที่ไปด้วยยิ่งดี ผมมี Reference มากพอควร

ผ่านด่านนี้ได้ค่อยว่าต่อนะครับ

อาจตกม้ารอบแรกก็ได้...555 ล้อเส่น(ด้วย)


โดย: Dingtech วันที่: 26 สิงหาคม 2553 เวลา:19:27:33 น.  

 
ขอบคุณ สำหรับคำตอบคุณDingtech.ครับ
ผมหาไม่ผิดคนจริงๆ
ก่อนอื่นต้องบอกกอ่นว่าเป็นการครอบครองอย่างบริสุทธิ์
แน่นอนครับเก่าเก็บมากว่าส่สิบปีจากรุ่นพ่อ
แต่โพสไม่ได้ครับไม่ได้เป็นสมาชิก
แนะนำวิธีด้วยครับ หรือถ้าให้ดีหลังไมล์ก็ได้ครับ.


โดย: tony IP: 10.10.6.232, 58.137.3.204 วันที่: 27 สิงหาคม 2553 เวลา:13:02:51 น.  

 
คุณโทนี่ครับ...เอาอย่างนี้ละกัน
คุณส่งอีเมล์ของคุณให้ผมไว้ จะหน้าไมค์/หลังไมค์ก็ได้
แล้วผมจะติดต่อกลับ...ดีมั้ย?


โดย: Dingtech วันที่: 27 สิงหาคม 2553 เวลา:20:32:12 น.  

 
sorry ! เป็น tonytang73@hotmail.com ครับ.


โดย: โทนี่ IP: 10.10.6.232, 58.137.3.204 วันที่: 28 สิงหาคม 2553 เวลา:14:16:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Dingtech
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]









◉ ภุมราท้าโลกกว้าง . . เกินฝัน

หวังวาดสู่สวรรค์ . . . . . เวิกโพ้น

แท้คืนสู่สามัญ . . . . . . มละตื่น

ยังฉงนงวยโงกโง้น . . . .โง่ตื้นลืมตาย ฯ





Dingtech :

ผมเป็นคนธรรมดา ธรรมดา มาจากบ้านนอก
รักศิลปะทุกชนิด ทุกรูปแบบ ทุกสัญชาติ

รักชาติไทย รักประเทศไทย
รักคนไทยทุกคน จงรักภักดี และ
เคารพสักการะพระมหากษัตริย์ไทย

ยินดีแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆทุกคนครับ





since 16 December 2009





Previous count
283,845 Pageviews

Website counter
Restart count 26-5-2012
New Comments
Friends' blogs
[Add Dingtech's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.