Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
10 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 

ทำโคมไฟ LED ใช้ไฟฟรีจากสายโทรศัพท์

พูดถึงของฟรีขึ้นมา ใครบ้างไม่อยากได้ไม่อยากใช้?

แต่ พอพูดถึงไฟฟ้าฟรี หลายคนคงนึกถึงการโกงมิเตอร์ไฟฟ้าที่ใครขืนทดลองทำ มีหวังได้เข้าคุกหัวโต หรือไม่ก็คิดถึงเครื่องมือประหยัดไฟฟ้ากำมะลอ ที่พวกสิบแปดมงกุฏชอบหลอกขายชาวบ้าน

แต่วันนี้ ผมจะแนะนำแหล่งพลังงานไฟฟ้าฟรี ๆ ที่สามารถใช้ได้โดยถูกต้องตามกฎหมายเสียด้วย

นั่นไง สนใจแล้วใช่ไหม? ตามมาเลย

บอกเสียก่อนว่า คนต้นคิดเรื่องที่ผมจะเขียนถึงวันนี้ ย่อมไม่ใช่ผมแน่ ไม่เก่งขนาดนั้น

ส่วนจะเป็นใคร ก็ไม่เห็นให้เครดิตเอาไว้ เอาเป็นว่าไปเจอมาจากเวปต่างประเทศก็แล้วกัน

พลังงานไฟฟ้าที่เราจะนำมาใช้ในวันนี้ เรานำมาจากสายโทรศัพท์ที่ต่อเข้ามาในบ้านเรานี่แหละ



เขา พบว่า ในสายโทรศัพท์ จะมีไฟฟ้ากระแสตรง หรือ DC ไหลเข้ามาด้วยในปริมาณที่แตกต่างกันไป อาจจะสิบกว่าโว้ลท์ ไปจนถึงหลายสิบโว้ลท์นั่นเชียว
ทำให้เขาคิดกันว่า แล้วทำไม ในเมื่อเราต้องเสียค่าดูแลเลขหมายให้แก่บริษัทโทรศัพท์ทุกเดือน ๆ อย่างในเมืองไทย ก็เดือนละเป็นร้อย

ทั้ง ที่บริษัทโทรศัพท์ ก็ไม่เห็นจะมานั่งดูแลเลขหมายของเราสักหน่อย ถึงจะมาดูแล ก็ไม่มีอะไรให้ดูแล เดือนละร้อย ปีละหนึ่งพันสองร้อยบาท แสนบ้านแสนเลขหมายเป็นเงินเท่าไร ก็ลองคำนวณเอาเอง

อย่ากระนั้นเลย ในเมื่อต้องจ่ายค่าแป๊ะเจี๊ยรายเดือนไปแล้ว เขาต่อสายโทรศัพท์ให้เราถึงในบ้าน ในสายนั้นยังแถมกระแสไฟฟ้ามาตามสายโทรศัพท์นิด ๆ หน่อย ๆ

ไฉนเราจะนิ่งดูดาย ไม่นำทรัพยากรที่เขาให้เราเปล่า ๆ ปลี้ ๆ นี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์เล่า?

กระแสไฟฟ้าพวกนี้ ถ้าไม่ใช้ ก็ใช่ว่าจะเก็บไว้ได้เสียเมื่อไร มีแต่สิ้นเปลืองไปอย่างไร้ค่า

แต่ครั้นจะต่อสาย ดึงไฟฟ้าจากสายโทรศัพท์มาใช้แบบตรง ๆ เลย มันก็จะทำให้ระบบโทรศัพท์รวนไปหมด รับสายไม่ได้บ้าง โทรออกไม่ได้บ้าง

คนดีมีฝีมือเขาจึงคิดค้นกลเม็ดแก้ทางมาให้

ว่าแล้วก็ให้ดูวงจรที่จะดึงไฟฟ้าจากสายโทรศัพท์มาใช้กันก่อนเลย ดูไปอย่างนั้นแหละ ผมเองก็ดูไม่ค่อยจะรู้เรื่องหรอก




ที่ดูก็แค่จดเอาเบอร์อุปกรณ์ที่ต้องไปซื้อหามาให้ครบถ้วน และก็ตอนบัดกรีต่อเจ้าอุปกรณ์เหล่านี้เข้าด้วยกัน

อุปกรณ์ที่ต้องซื้อหา

1. IC เบอร์ LM 317 L หรือ LM 317 T เบอร์ไหนก็ได้ขาเหมือนกัน เอามาตัวเดียวพอ

2. ไดโอด เบอร์ IN 4007 4 ตัว เชื่อมทั้งสี่ตัวตามไดอะแกรม โดยเรียงลำดับขั้วตามในรูปนะครับ

3. ความต้าทาน หรือตัว R ซื้อมาสองตัว คือ ขนาด 6.8 k หนึ่งตัว กับขนาด 240 โอห์ม อีกหนึ่งตัว

4. หลอดไฟ LED จะสีขาวหรือสีอะไรก็ได้แล้วแต่ชอบ เอามาสัก 12 หลอด

5. สายโทรศัพท์ 1 เส้น (สายแบบ RJ11 ที่ใช้ทั่วไปนั่นแหละ)

6. Splitter แยกสายโทรศัพท์ 1 ตัว




7. แผ่นซีดีเก่า ๆ 1 แผ่น และกล่องพลาสติคใสใส่แผ่นซีดีขนาด 10 แผ่น 1 กล่อง อันนี้ไม่ต้องซื้อ ขอเอาจากเพื่อนฝูงก็คงได้



อุปกรณ์ ทั้งหมดที่ว่ามา ซื้อหาจากร้านจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคส์ทั่วไป เป็นอุปกรณ์พื้น ๆ มีแทบทุกร้าน ผมซื้อเอาจากร้านใกล้บ้าน ราคารวมทุกอย่างแค่ร้อยกว่าบาทครับ

พอได้อุปกรณ์มาครบตามนี้ ก็มาเริ่มบัดกรีเชื่อมอุปกรณ์แต่ละชิ้นเข้าด้วยกัน ตามแผนผังข้างบนเลย

ใน การบัดกรีชิ้นงานชิ้นเล็กชิ้นน้อยคราวนี้ ผมได้เจ้าเครื่องมือไทยประดิษฐ์ที่แนะนำไปเมื่อคราวก่อน ช่วยงานได้อย่างมาก ทำให้ทำงานได้สะดวกสบายขึ้นเยอะ
เยอะจนอดชมอัจฉริยภาพของตัวเองไม่ได้ (ถ้ามีหางคงกระดกชี้ฟ้าไปแล้ว..)



เอารูปมายืนยันว่า ขาตั้งสารพัดประโยชน์ที่เคยชวนทำ
ใช้งานได้จริง และใช้งานได้ดีเสียด้วย

หาก คนไหน ไม่เคยบัดกรี และอ่านแผนผังข้างบนไม่ออกเลย ก็เอาไดอแกรมข้างบน พร้อมกับอุปกรณ์ที่ซื้อมา ไปจ้างช่างอิเล็คโทรนิคส์พวกช่างโทรทัศน์วิทยุ ช่วยบัดกรีให้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ช่างที่ไหนก็บัดกรีได้

กรณีที่ บัดกรีเอง ไม่ใช่ช่างมืออาชีพ จะให้การบัดกรีออกมาเรียบเนียนสวยเฉียบแบบมืออาชีพก็อย่าหวังเลย เอาแค่ว่าต่อกันติด ไม่ช็อตจนวงจรทำงานผิดพลาดก็เก่งมากแล้ว และนี่คือผลงานการบัดกรีของผม...


แม้จะดูทุเรศทุรังขวางตาบ้าง แต่ที่ลุ้นอยู่ตอนทำมาถึงขั้นนี้ก็คือ ยังหวั่น ๆ ว่าทำจนเสร็จแล้ว มันจะทำงานได้ตามที่เขาบอกหรือไม่

ตอน นี้ ปลายสายด้านหนึ่งในวงจรของเรา ก็เป็นอันเชื่อมต่อเข้ากับสายโทรศัพท์แบบ RJ11 ที่เราตัดหัวออกด้านหนึ่งเรียบร้อยแล้ว จะเหลือสายไฟเส้นเล็ก ๆ อีกสองเส้น เป็นไฟขั้ว + กับ - ที่จะรอไว้ต่อเข้ากับชุดโคมไฟต่อไป

เอาละ เมื่อแผงวงจรเสร็จ คราวนี้เราก็มาทำโคมไฟจากหลอด LED ที่ซื้อมากันดีกว่า

เริ่มจากเอาแผ่นซีดีเก่า ๆ สักแผ่น มาหมายแบ่งจุดที่จะเจาะแผ่นให้ได้ 12 จุด เท่ากับหน้าปัดนาฬิกา


แล้ว ใช้สว่าน หรือเหล็กแหลมเผาไฟเจาะ ขนาดของรู ให้พอดี ๆ กับขนาดของหลอด LED กะว่าใส่เข้าไปแล้ว ตึง ๆ ไม่หลุดง่ายก็โอเคแล้ว ถ้ารูใหญ่หลวมไป อาจต้องพึ่งบริการของปืนยิงกาว


ต่อ ไปก็เอาหลอด LED ใส่เข้าไปตามรูที่เจาะโดยใส่เข้าไปจากด้านหลังของแผ่น เพราะเราต้องการใช้ด้านที่มันวาวของแผ่นซีดีเป็นตัวช่วยสะท้อนแสน ผมกลัวว่าหลอดจะหลุด ก็เลยใช้ปืนยิงกาวยิงทับไปด้วย ก็แน่นหนาดี แต่ถ้าเจาะรูได้ขนาดเหมาะสม ไม่ต้องใช้กาวก็อยูได้

จากนั้นก็บัดกรีหลอดทั้ง 12 หลอด โดยเชื่อมขั้ว + กับขั้ว – เรียกว่าการต่อแบบอนุกรม
หลอด LED ที่เราซื้อมา ให้สังเกตดูว่า ขาสองข้างจะยาวไม่เท่ากัน จะสั้นข้างยาวข้าง



ข้างที่ยาว จะเป็นขั้ว + ข้างที่สั้นจะเป็นขั้ว –

เวลา บัดกรีจะต้องตัดขาให้สั้นเพียงจะสัมผัสกันถึง เมื่อตัดออกแล้วอย่าสับสนนะครับ เพราะแทบจะไม่มีอะไรเป็นที่สังเกตเลยว่า ขั้วไหนบวกไหนลบ
เมื่อเราเอาทั้ง 12 หลอดมาบัดกรีแบบ + ต่อกับ – จนถึงหลอดสุดท้าย อย่าไปบัดกรีอย่างเมามันจนหมดล่ะ เว้นขั้วสองขั้วสุดท้ายไว้ต่อกับสาย + และ – ที่ได้จากวงจรที่เราต่อไว้ข้างต้น
เอาแผ่นซีดีที่มีหลอด LED ที่ได้ ใส่ลงในกล่องพลาสติก เจาะรูด้านหลัง ร้อยสายไฟออกมาเชื่อมเข้ากับวงจรที่เราต่อไว้แต่แรก ขั้วไหนเป็นขั้วไหนเช็คให้ดีก็แล้วกัน





ใน รูปผมเอาแผงวงจรที่มีอยู่ไม่กี่ชิ้น แปะติดก้นกล่องด้วยปืนยิงกาวเลย ก็สะดวกดี หรือใครอยากจะแยกเป็นกล่องไว้ต่างหากก็ได้ สำคัญที่อย่าให้มีการซ็อตกันเป็นใช้ได้

เสร็จแล้วครับ โปรเจคส์หาไฟฟ้าใช้ฟรี ๆ ของเรา

ตอนนี้เป็นตอนที่ลุ้นที่สุด คือตอนเอาแผงวงจรและหลอดไฟของเรา ไปเสียบเข้ากับเต้าเสียบโทรศัพท์ในบ้าน โดยใช้ตัว Splitter แยกสาย

ตอนผมทำมาถึงขั้นตอนนี้ ลุ้นแทบจะลืมหายใจเชียวละคุณเอ๋ย

และผลลัพธ์ก็เป็นเช่นนี้....



หลอดทั้ง 12 หลอด สว่างไสวขึ้นมาทันที จนต้องถอนหายใจโล่งอก

คุณสมบัติ ของหลอด LED ที่โดดเด่นประการหนึ่งคือ ราคาถูก และที่สำคัญ สว่าง กินกระแสไฟน้อย ไม่ขาดง่าย เพราะไม่ก่อให้เดิดความร้อนเหมือนหลอดไส้แบบเก่า

แม้ โคมไฟที่ได้ จะไม่สว่างจนแสบลูกตา แต่ก็เพียงพอที่จะให้ความสว่างในห้องขนาดเล็กถึงกลาง ๆ แบบไม่ให้คนเตะโน่นชนนี่ในตอนกลางคืน ที่อาจจะมีความจำเป็นต้องลุกตื่นขึ้นมา

ที่สำคัญที่สุด โคมไฟดวงนี้ ให้แสงสว่างโดยเราไม่ต้องจ่ายค่ากระแสไฟฟ้า และด้วยคุณสมบัติที่ทนทานของหลอดชนิดที่เราใช้ จึงสามารถเปิดโคมไฟนี้ ได้ตลอดทั้งคืนหรือตลอดทั้งคืนทั้งวัน โดยไม่ต้องพะวงเรื่องค่าไฟฟ้าแม้แต่น้อย




หลอดทั้ง 12 หลอด สว่างไสวขึ้นมาทันที จนต้องถอนหายใจโล่งอก

คุณสมบัติ ของหลอด LED ที่โดดเด่นประการหนึ่งคือ ราคาถูก และที่สำคัญ สว่าง กินกระแสไฟน้อย ไม่ขาดง่าย เพราะไม่ก่อให้เดิดความร้อนเหมือนหลอดไส้แบบเก่า

แม้ โคมไฟที่ได้ จะไม่สว่างจนแสบลูกตา แต่ก็เพียงพอที่จะให้ความสว่างในห้องขนาดเล็กถึงกลาง ๆ แบบไม่ให้คนเตะโน่นชนนี่ในตอนกลางคืน ที่อาจจะมีความจำเป็นต้องลุกตื่นขึ้นมา

ที่สำคัญที่สุด โคมไฟดวงนี้ ให้แสงสว่างโดยเราไม่ต้องจ่ายค่ากระแสไฟฟ้า และด้วยคุณสมบัติที่ทนทานของหลอดชนิดที่เราใช้ จึงสามารถเปิดโคมไฟนี้ ได้ตลอดทั้งคืนหรือตลอดทั้งคืนทั้งวัน โดยไม่ต้องพะวงเรื่องค่าไฟฟ้าแม้แต่น้อย



ป็นไงบ้างครับ โปรเจ็คส์พ่อบ้านวันหยุดของผมวันนี้

ยืนยันว่าทำไม่ยาก ผมทำได้คุณก็ทำได้ ลงทุนไม่แพง แต่ผมคิดว่าใช้งานได้คุ้มเงินและแรงที่จ่ายไปแน่..

อ่านดูแล้ว ใครเห็นว่าควรจะปรับปรุงอะไรตรงไหน ช่วยคอมเม้นต์ไว้ด้วยนะครับ เพื่อจะได้ช่วยกันพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่ง ๆขึ้นไปอีกครับ...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบครับ.

หมาย เหตุ : เมื่อต่อวงจรนี้เข้าไปแล้ว ยังสามารถใช้โทรศัพท์ แฟ็กซ์ และไฮสปีดอินเตอร์เน็ตได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่ในขณะหมุนโทรศัพท์ ไฟจะกระพริบเล็กน้อย และในขณะยกหูพูดโทรศัพท์ ไฟจะดับ และจะติดอีกครั้งเมื่อวางหูนะครับ เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เกิดจากความผิดพลาดของวงจร.


เครดิต :ลุงแว่น@pantip




 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2554
5 comments
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2554 3:57:39 น.
Counter : 20090 Pageviews.

 

สุดยอดค่ะ

 

โดย: nangjai1 10 กุมภาพันธ์ 2554 4:21:53 น.  

 

ว้าว ดีจังเลย

 

โดย: nat_nene 10 กุมภาพันธ์ 2554 10:05:29 น.  

 

ความคิดดีสุด ๆ ทั้งวิธีการนำเสนอ การสอนดีมากค่ะ
เป็นการช่วยประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่ายในบ้านได้ดีค่ะ
แต่ไม่รู้ว่ามีผลเพิ่มค่าใช้จ่ายให้โทรศัพท์หรือเปล่า

แต่ยังไงก็ชอบไอเดียของเค้า และขอบคุณที่นำเสนอวิธีการและสิ่งดี ๆ ด้วยค่ะ

 

โดย: tummydeday 10 กุมภาพันธ์ 2554 11:31:17 น.  

 

 

โดย: tong-crochet 11 กุมภาพันธ์ 2554 8:18:51 น.  

 

ยอดเยี่ยมค่า

 

โดย: quilt 19 กุมภาพันธ์ 2554 19:56:31 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


dindam
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add dindam's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.