UbonBoy
Group Blog
 
 
เมษายน 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
23 เมษายน 2554
 
All Blogs
 
กระทู้ที่ผมคิดว่านักลงทุนหน้าใหม่ควรอ่านที่สุด

ขออนุญาติเจ้าของกระทู้และคุณ MudleyGroup ที่นำข้อความในกระทู้นี้มาโพสนะครับ
//topicstock.pantip.com/sinthorn/topicstock/2008/08/I6908867/I6908867.html


เป็นกระทู้ที่อยู่ในคลับอิสระภาพทางการเงินครับเกี่ยวกับระบบการเทรดแบบ KZM คนที่คิดค้นคือคุณ MudleyGroup ในกระทู้นี้จะรวบรวมแนวคิดต่างๆไว้มากมายเหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และมือเก่าทั้งหลาย


สำหรับกระทู้นี้ที่มีผลกระทบกับผมมากมายเรียกได้ว่ามันทำให้ผมเปลี่ยนแนวคิดในการลงทุนไปเลยผมจะยกตัวอย่างบางข้อความที่ผมอ่านแล้วแบบว่าเปิดหูเปิดตาผมมากและมีอิทธิพลกับการเทรดหุ้นของผมมากมาย


M ความจริงหากทุกคนต้องการส่วนต่างจากเกมส์เงินเราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าเราต้องเลือกสนามการเล่นให้ถูกต้องก่อนเป็นอันดับแรกครับ สมัยแรกนั้นผมยังเด็กอาศัย Trading skill อย่างเดียวสะสมหุ้นมันใช้เวลานานเพราะผมยังอ่อนประสบการณ์ไม่รู้จักการเลือกสนาม การเลือกหุ้นนั้นข้อจำกัดคือ คนเข้ามาเล่นมันน้อยก็มีแต่พวกเราๆ และก็รายใหญ่ ถ้าเป็นหุ้นตัวเล็ก ยกเว้นอยู่วันดีคืนดีมันมีค่าขึ้นมาเพราะบริษัททำกำไรได้ดี  หรือโชคดีที่มีคนบางกลุ่มมาปั่นราคาแล้วมีกระแสของคนเข้ามาเล่น พอเห็นภาพมั้ยครับ หากเราต้องการเงินเข้ากระเป๋าจริงเราต้องเลือกกลุ่มลูกค้าเป้าหมายก่อน ถ้าเป็นพวก Fund เค้าจะเรียกว่าเลือกกลุ่มเหยื่อก่อน ทำไมเราไม่เลือกสนามที่มีเงินให้เราอย่างเหมาะสม กล่าวคือ Mass เล่นกันอย่างหนาแน่น พอเริ่มเห็นภาพมากขึ้นมั้ยครับ ทำไมพวก เฮดจ์ฟัน ถึงดูสภาพคล่องของตลาดก่อนจะเข้าไปเล่นตลาดนั้นๆ
   แต่กระนั้นเพื่อไม่ให้รายย่อยหนีไปเล่นแบบนี้กันหมด รายใหญ่จึงต้องมีการปั่นราคาหุ้นให้สูงเพื่อดึงดูด เพราะมนุษย์จะถูกล่อหลอกด้วยผลตอบแทนที่สูงกว่า ดังนั้นเราจะเห็นว่าหุ้นรายตัวให้ผลตอบแทนสูงกว่าตัวดัชนีมาก เช่นสมมุติ Index ขึ้น 1% (ไม่รวมการคำนวนดัชนีเพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจ) หุ้นมาเกตแค็บอาจขึ้น 1.5-2% หุ้นปั่นอาจขึ้น 5-20% จะมีรายย่อยคนไหนอยากเล่นกับพวก ETF ที่อ้างอิงกับ Index ผมตอบได้เลยว่าน้อยมาก เพราะในภาวะเหตุการณ์ที่เอาผลตอบแทนมาล่อคนทั่วไปมักมองในเทอมของ Short Run > Long Run ซึ่งต่างจากพวก Fund ระดับ มืออาชีพที่จะมองในแง่การทำรายได้สม่ำเสมอของ Long Run > Short Run


ข้อความข้างต้นนี่ทำให้นึกถึงตัวผมเลย คือมองผลตอบแทน short run > long run และผมคิดว่ามือใหม่หลายๆคนก็คิดแบบผมคือมองผลตอบแทนระยะสั้นมากกว่ามองผลตอบแทนระยะยาว อีกอย่างมันทำให้รู้ว่าพวก Fund ต่างๆเขามองตลาดอย่างไร


ก่อนจะวางกลยุทธ์ได้เราต้องเข้าใจถึง สภาวะพื้นฐานของตลาดทุน ก่อนครับ ผมอยากให้เพื่อนๆค่อยฝึกที่จะออกแบบแนวคิดไอเดียของตัวเอง เพราะถ้าผมระบุว่าต้องทำแบบนั้นแบบนี้ก็เท่ากับส่งเพื่อนๆไปเจอเค้าจัดการในสนามรบ โดยส่วนตัวเป็นธรรมดาที่เราเห็นในเว็ปบอร์ดว่าโดยมากจะให้ความสำคัญที่การคาดการณ์ เช่นถ้ามีคนมาโพสท์ทิศทางแนวทางของตลาดถูก บ่อยๆก็จะมีคนสนใจมาก ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตรงนี้เป็นดาบสองคม และจะทำให้เราเน้นไปในเรื่องของการพยามคาดเดาทิศทางของตลาด ไม่ได้หมายความว่าไม่ดีนะครับ  แต่มันจะทำให้คนที่เริ่มจะพัฒนา skill เริ่มยึดตึดอยู่กับความถูกต้องของการคาดเดา ภายใต้สภาวะการณ์ที่ไม่แน่นอน โมเดลที่เราสร้างขึ้นจึงมันจะ Bias ไปในทิศทางตามความเชื่อของตนเองในทิศทางนั้นๆ สุดท้ายแล้วกลไกของความไม่แน่นอนจะทำให้เราได้เรียนรุ้เองครับ และการต่อยอดให้ระบบทำงานแทนเราจะลำบากมากในเทอมของ Long Run ยกตัวอย่างความจริงแบบยอมขายหน้าตัวผมเองเลยก็ได้ ถ้าให้ผมทายทิศทางของตลาดนะครับ ผมจะทายถูกเสีย 2 ผิด เสีย 8  - -"  ดังนั้นเกมส์นี้มันสำคัญที่กลยุทธ์ครับมาฝึกวางกลยุทธ์กันดีกว่าครับ


อันนี้ก้อโดน ส่วนมากมือใหม่ทั้งหลายที่เข้ามาอ่านกระทู้ในห้องสินธรผมคิดว่า80-90%จะเข้ามาอ่านการคาดเดาทิศทางของตลาดหรือหุ้นที่ตัวเองถืออยู่ซึ่งจริงๆแล้วมันควรจะให้ความสำคัญกับกลยุทธ์หรือระบบการเทรดเพราะการคาดเดาก็คือการคาดเดาพื้นฐานส่วนใหญ่ก้อจะมาจากข้อมูลในอดีตซึ่งไม่ได้รับประกันว่าอนาคตจะถูกต้อง100%และเมื่อผมต่อยอดไปหาความรู้เพิ่มเติมก็ได้ความรู้มาเพิ่มว่าไม่มีระบบไหนที่จะทำให้คุณชนะได้100%เพราะทุกระบบล้วนใช้ข้อมูลในอดีตมาทำการสร้างขึ้นมาเพราะฉะนั้นคุณควรจะยอมรับความสูญเสียบ้างและพัฒนาระบบของคุณให้ดีขึ้นเรื่อยๆค่อยๆแก้ไขจุดอ่อนของระบบ


เข้าเรื่องดีกว่า พื้นฐานของตลาดนั้นประกอบไปด้วยแค่สองส่วนเท่านั้น คือช่วงที่เป็น Swing กับ Trend
Swing คือช่วงที่ตลาดมีทิศทางไม่แน่นอน
Trend คือ ช่วงที่ตลาดได้กำหนดทิศทางที่แน่ชัด และคนมักจะขาดทุนกันและขายหมู มากที่สุดในช่วงนี้
คราวนี้เราจะรู้ได้ไงเมื่อไรมันเป็น Trend หรือ Swing คำตอบคือ ไม่รู้
ดังนั้นโมเดลเราจึงต้องออกแบบมาให้มันรับได้กับสภาวะทั้งสองแบบนี้ให้ได้นั่นเอง ดังนั้นนี่จึงเป็นโจทย์ของเราที่ต้องแก้ให้ได้


อันนี้ก้อใช่เลยตลาดมีแค่2ช่วงเท่านั้นเพราะฉะนั้นระบบของคุณควรจะออกแบบมาเพื่อให้รับตลาดได้ทั้ง2ช่วง


จริงๆมีอีกหลายข้อความที่อ่านแล้วเปิดหูเปิดตามือใหม่อย่างผมมากมายสำหรับใครที่สนใจในระบบ KZMหรือการลงทุนต่างๆก็สามารถมาแลกเปลี่ยนความรู้หรือช่วยชี้แนะผมด้วยก็ได้นะครับเพราะผมยังเป็นเม่ามือใหม่ครับ






Free TextEditor


Create Date : 23 เมษายน 2554
Last Update : 23 เมษายน 2554 20:13:36 น. 4 comments
Counter : 286 Pageviews.

 
เป็นประโยชย์มากกกกก


โดย: chai_zone วันที่: 23 เมษายน 2554 เวลา:20:21:04 น.  

 
เข้ามาเยี่ยมบลอคนะครับ


โดย: konseo วันที่: 23 เมษายน 2554 เวลา:20:56:41 น.  

 
คุณ chai_zone ตามไปอ่านต่อได้นะครับผมว่าน่าสนใจมากเลยครับ


โดย: diabloth วันที่: 23 เมษายน 2554 เวลา:21:07:56 น.  

 
ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมครับคุณ konseo


โดย: diabloth วันที่: 23 เมษายน 2554 เวลา:21:08:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

diabloth
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add diabloth's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.