มุมดีดี มีอยู่มากมาย อยู่ที่เราจะมองเห็นมันหรือไม่..เท่านั้น
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2549
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
13 สิงหาคม 2549
 
All Blogs
 
ท้องเสีย



สองสามวันนี้ ผมมีอาการท้องเสีย ถ่ายเป็นน้ำตลอด วันละหลายๆครั้ง อาการเริ่มต้นก็มีอาการเหมือนกับอาหารไม่ย่อย จะอาเจียร นอนพะอืดพะอมทั้งคืน พอวันรุ่งขึ้นก็ได้เรื่องเลยครับ เริ่มมีอาการท้องเสีย วันแรกก็ยังพอมีกากบ้าง พอวันที่สองก็เริ่มเป็นน้ำเลย วันที่สามก็เริ่มดีขึ้น ก็ไม่ได้ไปหาหมอ หรือกินยาหรอกครับ อาศัยกินน้ำเยอะๆ เพราะเป็นคนไม่ชอบกินยา แล้วผมยังมีความเชื่อว่า ร่างกายเราจะสามารถรักษาตัวเองได้ระดับหนึ่ง แล้วก็นอกจากอาการท้องเสีย ก็ไม่มีอาการอื่นๆเช่นเป็นไข้ อาเจียร หรือปวดบิด ก็เลยคิดว่ารอดูอาการซะ 2-3 วันก่อน

ระหว่างที่เป็นก็ลองไปหาข้อมูลเกี่ยวกับอาการท้องเสีย ก็พบเรื่องที่น่าสนใจที่ไม่เคยรู้มาก่อน เลยอยากจะนำมาสรุปไว้ที่นี่ เผื่อใครๆผ่านมาจะได้รู้เรื่องเกี่ยวกับท้องเสียมากขึ้น





อาการท้องเสีย


เวลาเราได้ยินใครบอกว่า "ท้องเสีย" เราก็จะนึกถึงอาการถ่ายเหลว ถ่ายเป็นน้ำ ถ่ายบ่อยๆ ซึ่งเป็นอาการที่แต่ละคนอาจจะเข้าใจคำว่าท้องเสียไม่เหมือนๆกัน ในทางการแพทย์ยึดเอาความหมายที่แพร่หลายที่สุดคือ ถ่ายเป็นน้ำ และรวมเอาการถ่ายมากกว่า 3 ครั้ง ถ่ายเป็นมูกหรือเลือดปนออกมาด้วย เป็นอาการท้องเสีย

อย่างข้อมูลที่ค้นได้มา คนที่มีอาการท้องเสียที่มีมาให้หมอตรวจรักษาในแต่ละวัน อาจจะมากถึง 15-20% ของคนไข้ทั้งหมด ซึ่งการรักษาอาจจะมีตั้งแต่ไม่ต้องกินยา จนถึงขึ้นส่งห้อง ICU

กลไกของการท้องเสีย


การที่เราถ่ายเป็นน้ำ หรือถ่ายเหลว เนื่องมาจากเซลส์ผนังของลำไส้ใหญ่สูญเสียไป ทำให้น้ำในร่างกายรั่วออกมา ลำไส้ใหญ่จะทำหน้าที่ในการดูดน้ำจากกาก ที่ผ่านการย่อยและดูดซึมจากลำไส้เล็ก เมื่อตัวลำไส้ใหญ่เองไม่สามารถดูดน้ำกลับเข้าร่างกาย แถมยังสูญเสียน้ำออกมาอีก ทำให้เราถ่ายออกมาเป็นของเหลว หรือเป็นน้ำในกรณีที่เป็นมากๆ

ส่วนสาเหตุที่ทำให้สูญเสียเซลส์ผนังลำไส้ใหญ่ ก็อาจจะเกิดจากหลายกรณี เช่นอาหารเป็นพิษ การติดเชื้อในลำไส้ ซึ่งการรักษาก็คงต้องแล้วแต่อาการ ถ้าอาหารเป็นพิษเมื่อร่างกายขจัดออกได้หมดอาการก็ดีขึ้น แต่ถ้าเป็นเพราะติดเชื้อก็อาจจะต้องการยาปฏิชีวนะช่วย

การรักษา


จะเห็นว่า ถ้าผนังลำไส้ใหญ่สามารถดูดน้ำกลับได้ตามปกติ อาการท้องเสียก็จะหายไป โดยปกติ ผนังลำไส้ใหญ่จะสามารถงอกตัวใหม่ได้ภายใน 3 วัน อาการท้องเสียจึงจะค่อยๆดีขึ้นภายในวันที่ 2 หรือ 3 ของการรักษา ในทางการแพทย์เราไม่สามารถไปเร่งให้ผนังลำไส้ฟื้นตัวเร็วๆได้ สิ่งที่ทำได้คือ เสริมเติมสิ่งที่หายไปจากการที่ลำไส้ทำงานได้ไม่เต็มที่ โดยกินเกลือแร่ทดแทน อาจจะไม่จำเป็นต้องไปนอนให้น้ำเกลืออย่างที่บางคนคิดกัน เพราะน้ำเกลือขวดนึง ก็เท่ากับผงเกลือแร่หนึ่งซองเท่านั้นเอง ต้องเจ็บตัวโดนเข็มจิ้มอีกต่างหาก

การรักษาที่สำคัญอีกอย่างคือต้องรักษา ต้นเหตุที่ทำให้ผนังลำไส้ใหญ่สูญเสียไป ซึ่งคงต้องอาศัยการวินิจฉัยจากแพทย์ว่า เป็นจากการติดเชื้อหรือไม่ จึงจะสามารถจ่ายยาปฏิชีวนะได้ถูกต้อง ถ้าเกิดจากอาการอาหารเป็นพิษ ก็แค่กินน้ำเกลือแร่บ่อยๆ กินน้ำเยอะๆ เพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ ร่างกายเราก็สามารถจะฟื้นตัวได้เอง

สิ่งที่ควรเก็บข้อมูลก่อนไปพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยได้ถูกต้องเกี่ยวกับอาการท้องเสียก็คือ เรื่องเกี่ยวกับ จำนวนครั้งที่ถ่าย, ลักษณะมีมูกยืดๆ หรือเลือดปนไหม ,กลิ่น, เป็นน้ำหรือเนื้อกว่ากัน, มีไข้มั๊ย ซึ่งจะใช้ในการประกอบการตัดสินใจให้ยา อาการที่สำคัญอีกอย่างคือ อาเจียน ซึ่งควรจำให้ได้ว่าอาเจียนก่อน หลัง หรือพร้อมๆกับท้องเสีย เพราะในโรคบางอย่าง ท้องเสียเป็นแค่อาการประกอบในตัวโรคที่แย่ๆได้

ข้อแนะนำเบื้องต้น


ข้อแนะนำเบื้องต้นสำหรับอาการท้องเสีย ที่คนทั่วๆไปอาจจะจำไว้ใช้จะเป็นดังนี้ครับ

  • ให้รู้วิธีรักษาตนเองขั้นต้น คือการกินน้ำเยอะๆ กินเกลือแร่ ควรจะมีผงเกลือแร่ติดบ้านเอาไว้ ถ้าหาไม่ได้จริงๆก็กินโค๊กใส่เกลือก็ได้ครับ หรือจะเป็นน้ำข้าวต้มใส่เกลือก็ยังพอไหว
  • รู้จักสังเกตอาการที่แพทย์จะซักถาม เพราะมันมีส่วนในการตัดสินใจในการให้ยา
  • รู้จักการรอคอย เพราะโรคนี้เป็นโรคของเลข 3 อาการมีสามอย่างหลักๆ คือ วันที่ 1 ปวด วันที่ 2 ถ่าย วันที่ 3เพลีย หลังกินน้ำเกลือแร่ กว่าจะดูดซึมและนำไปใช้ร่างกายจะหายเพลีย ก็ปาไปเกือบๆ 3 ชั่วโมง ผนังลำไส้ใช้เวลางอกตัวราวๆ 3วัน ดังนั้นอาการท้องเสียมักจะหายในวันที่สองหรือสามหลังการรักษา

  • สุดท้าย รู้จักหาสาเหตุ ซึ่งมีตั้งแต่ อาหารรสจัด อาหารที่ไม่ถูกส่วน อาหารที่เป็นยาระบาย โรคภัยบางอย่าง อนามัยส่วนตัว ฯลฯ ถ้ารู้จะได้ป้องกันได้




อ้างอิง: เนื้อหาทั้งหมด ยกมาจากกระทู้ "เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับท้องเสียที่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้" ของหมอแมว (apgar@hotmail.com)
//www.mthai.com/webboard/7/96118.html


Create Date : 13 สิงหาคม 2549
Last Update : 24 สิงหาคม 2549 14:24:58 น. 11 comments
Counter : 16531 Pageviews.

 
เป็นบ่อยเลยค่ะ ท้องเสียเนี่ย


โดย: โสมรัศมี วันที่: 13 สิงหาคม 2549 เวลา:20:59:24 น.  

 
แอบมาดูบล๊อกพี่เอ มาถึงก็ท้องเสียเลย 555+

อันนี้กิ๊กก็เป็นบ่อยๆแหล่ะพี่เอ น่าเบื่อเนอะ


โดย: KIkzy IP: 203.144.184.168 วันที่: 22 สิงหาคม 2549 เวลา:11:37:28 น.  

 
เย้.. น้องกิ๊กมาเยี่ยมละ


โดย: dharma วันที่: 23 สิงหาคม 2549 เวลา:1:43:50 น.  

 
ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลข้างต้นเพราะตอนนี้แม่ได้ท้องเสียมาได้ประมาณ2วันแล้วกะว่าอาการไม่ดีขึ้นจะพาไปหาหมออีกรอบ แต่พออ่านข้อมูลว่าให้รอประมาณ 2-3วันอาการจะดีขึ้น ก็เลยจะรอดูอาการอีกสักวันก่อน


โดย: Pornla IP: 124.157.226.25 วันที่: 18 ตุลาคม 2549 เวลา:8:51:33 น.  

 
ขอบคุณค่ะ วันนี้ท้องเสียพอดี


โดย: โดเรมอน IP: 125.24.64.98 วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:12:27:34 น.  

 
เป็นเหมือนกันเลยครับ


โดย: ปังคุง IP: 202.149.25.234 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:17:23:12 น.  

 
เธ‚เธญเธšเธ„เธธเธ™เธกเธฒเธเธ„เธฃเธฑเธš เธ—เน‰เธญเธ‡เน€เธชเธตเธขเธกเธฒ เธˆเธฐเธชเธฒเธกเธงเธฑเธ™เนเธฅเน‰เธง เน€เธžเธฅเธตเธขเน€เธฅเธข ^^


โดย: เนเธŠเธกเธ›เนŒ IP: 222.123.24.195 วันที่: 19 มิถุนายน 2553 เวลา:16:46:16 น.  

 
ขอบคุณมากเลยครับ เป็นอย่างที่บอกเลยครับ


โดย: farm IP: 223.207.158.149 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2553 เวลา:13:22:25 น.  

 
ขอบคุณครับ


โดย: เอก IP: 27.55.0.163 วันที่: 7 ธันวาคม 2554 เวลา:15:00:57 น.  

 
ขอบคุณมากๆนะค่ะสำหรับความรู้ที่เป็นประโยชน์


โดย: พี่ตุ๊ก IP: 124.122.204.103 วันที่: 28 กรกฎาคม 2555 เวลา:7:42:30 น.  

 
นอนแบบอยู่ วันนี้เป็นสิบหนแล้วมั่งได้อ่านข้อมูลก็รู้สึกสบายใจขึ้น

เดี๋ยวหาย ขอบคุณนะคะ


โดย: Tallow IP: 1.47.100.97 วันที่: 16 สิงหาคม 2555 เวลา:18:58:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

dharma
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]














ไหนๆก็มาแล้ว แวะไป
เซ็นสมุดเยี่ยม
หน่อยนะครับ

วันเกิด blog นี้ : 2 กุมภา 49
















Friends' blogs
[Add dharma's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.