แต่ละวัน...ในโลกของมนุษย์ล่องหน
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2549
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
10 ธันวาคม 2549
 
All Blogs
 
หิวกระหาย

โรดอลโฟ ผลักฝาโลงออกอย่างช้าๆ จากข้างใน ขอบฝาค่อยๆ แยกออกจากตัวโลงอย่างช้าๆ ไม่มีแสงใดเล็ดลอดเข้ามาจากภายนอก เขาจึงผลักมันกว้างออกโดยทันที เสียงดังครูดคราดอย่างแรงจากการที่ไม่ได้ถูกใช้งานเป็นเวลานาน

โรดอลโฟ ลุกขึ้นนั่ง หาวพลางปัดผงดินออกจากเสื้อคลุมไปพลาง เขาสอดลิ้นไปมาระหว่างฟันบนล่าง เพื่อทดสอบว่าเขี้ยวทียังอยู่ครบและคมกริบเช่นเดิม ช่างรู้สึกดีอะไรเช่นนี้ ที่ได้ตื่นขึ้นและเคลื่อนไหวอีกครั้ง เขาหลับไปนานเท่าไรแล้วนี่ เขายืนขึ้น และตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ไครโอเจนิค ที่ติดอยู่กับโลง เขาตั้งมันไว้ที่หนึ่งพันปี ช่างนานแสนนาน เกินกว่าที่เขาจะทราบอะไรได้ เกินกว่าที่จะแน่ใจว่าเจ้าเครื่องจักรนี่มันปลุกเขาตามเวลาที่ตั้งไว้

เยี่ยมไปเลย เมื่อหนึ่งพันปีก่อน โรดอลโฟ เป็นหนึ่งในบรรดาแวมไพร์ไม่กี่ตนที่เข้าร่วมในสงครามเพื่อเอาชีวิตรอด สงครามกับเหล่ามนุษย์ หลังตะวันตก ทุกๆ คืนโรดอลโฟจะตื่นขึ้นเพื่อเสาะหาเหยื่อมนุษย์เพื่อป้อนให้กับความหิวกระหายที่พล่านอยู่ทั่วร่าง แต่เขาก็หวาดระแวงที่จะถูกค้นพบในสิ่งที่เขาเป็น ยามตะวันขึ้น ในทุกๆ เช้า เขาต้องหวนกลับไปพักผ่อนอยู่ในโลง หวาดหวั่นว่าระหว่างนั้น แวน เฮลซิ่ง และบรรดานักล่าแวมไพร์ผู้ไม่เคยเกรงกลัว จะตอกลิ่มทิ่มหัวใจเขา ในที่สุด เขาก็สุดทน เขาจึงว่าจ้างให้นักฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบียสร้างเครื่องไครโอเจนิค ปั๊ม สำหรับโลงของเขา ค่าจ้างนะรึ โรดอลโฟ มอบให้สิทธิพิเศษให้เธอเป็นอาหารมื้อสุดท้ายก่อนที่เขาจะหลบไปหลับอย่างยาวนาน หลับอย่างอมตะ

เพียงพอซะทีกับการรำลึกความหลัง ถึงตอนนี้ สงครามน่าจะจบสิ้นลงแล้ว และเหล่ามนุษย์คงจะพ่ายแพ้ สิ่งที่โรดอลโฟต้องทำก็คือเข้าร่วมกับบรรดาเหล่าอมตชนอีกครั้งหนึ่ง---หลังจากนั้น แน่นอนสิ เขาก็จะเสาะหามนุษย์ผู้ที่มักร้องให้ฟูมฟายและหวาดกลัวยามที่ถูกเขาดูดเลือดเพื่อเป็นอาหาร เขาไม่ได้ลิ้มรสอาหารมานานนักแล้ว

เขาโผล่ขึ้นมาจากตึกที่ซ่อนตัว และสิ่งที่เขาพบเห็นสร้างความสับสนแก่เขายิ่งนัก เขาอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ไร้ซึ่งแสงจันทร์ ไร้แม้กระทั่งแสงไฟจากเมืองแมนฮัตตัน บรรดาเหล่าแวมไพร์ไปอยู่ซะที่ไหนกัน? บรรดาชนชาติของเขาไปเฉลิมฉลองอยู่ซะที่ใด?

เขาหันไปมองดูรอบๆ และพบว่ามีแสงไฟจุดเล็กๆ อยู่ทางด้านตะวันออก เขาจึงเดินไปในทางนั้น และพบแวมไพร์กลุ่มเล็กๆ จับกลุ่มอยู่ที่หัวมุมถนน ใบหน้าพวกเขาดูซีดเซียว น่าจะซีดเซียวกว่าที่เคยเป็น ตาของพวกเขาดูปราศจากความเฉียบคม

“โรดอลโฟ” หนึ่งในนั้นขานเรียก “นั่นคุณรึ? ไม่น่าเป็นไปได้!” ถึงแม้ว่าเสียงของเธอจะดูเข้มแข็ง แต่เธอดูผอมแห้งและเจ็บป่วย บรรดาแวมไพร์ตนอื่นเริ่มที่จะจับกลุ่มเข้ามาใกล้ขึ้น พลางส่งเสียงถกกันพึมพำ

“ใช่ นี่ผมเอง นั่นใครกัน”

“ฉันเอง ซาบรีนา คนรักและเหยื่อคนแรกของคุณไงล่ะ เกิดอะไรขึ้นกับคุณรึ พวกเราต่างคิดว่าคุณพ่ายแพ้และถูกฆ่าไปเมื่อพันปีก่อนแล้วซะอีก”

“ซาบรีนา งั้นรึ” โรดอลโฟ รู้สึกถึงความปรารถนาเฉกเช่นในความทรงจำที่รำลึกถึงความสุขสมเพียงใดที่เขาได้รับยามเมื่อเขาดูดเลือดเธอซะจนหมดร่าง “ผมไม่ได้ถูกทำลายหรอก ผมเพียงแต่หลับไปเท่านั้น หลับเพื่อรอวันเวลาที่พวกเราได้รับชัยชนะเหนือเหล่ามนุษย์บนโลก” เขามองไปรอบๆ ในความรกร้าง “แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมคาดหวังไว้เลย”

“โอ...” แวมไพร์อีกตนหนึ่งเอ่ยขึ้น “แล้วคุณหวังไว้เช่นไรล่ะ”

โรดอลโฟ ยักไหล่ “ความรุ่งเรื่องของอาณาจักรแห่งแวมไพร์ โดยมีเหล่ามนุษย์เป็นทาส ยังไงล่ะ”

ซาบรีนา จ้องไปที่โรดอลโฟ ตาของเธอเริ่มทอสีแดง “มนุษย์คนสุดท้ายได้กลายสภาพไปกว่าหนึ่งร้อยปีก่อนนี้แล้ว โรดอลโฟ ไม่มีมนุษย์อีกแล้ว”

“ไม่มีรึ!” โรดอลโฟ ตกตะลึง “พวกเราสักคนไม่มีใครรู้เลยรึว่ามันหมายความว่ากระไร เลือดของมนุษย์เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเรา หากปราศจากมนุษย์ที่คอยอ้อนวอนร้องขอ...” เขาพลันเข้าใจในทันใด

ซาบรีนา แสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย “ตอนนี้คุณเข้าใจแล้วใช่มั๊ยว่าทำไมพวกเราจึงเป็นเช่นนี้ นั่นเป็นเพราะว่าไม่มีเลือดสดๆ เป็นเวลากว่าศตวรรษแล้ว โรดอลโฟ พวกแมวและสัตว์ต่างๆ ต่างก็ทยอยตายลงหลังจากที่สิ้นมนุษย์ พวกเราไม่สามารถจะมองเห็นการหลีกเลี่ยงหนทางแห่งความตายได้เลย สำหรับพวกเราแล้ว ไม่มีอะไรเหลืออยู่นอกเหนือจากความหิวกระหาย”

“แล้วคุณทานอะไรกันล่ะ”

เธอชะงัก “พวกเราเริ่มที่จะดูดเลือดกันเอง และรู้สึกว่าสายเลือดของเราเริ่มที่จะอ่อนแอลงเรื่อยๆ ตามกาลเวลา แต่ที่รัก เลือดของคุณได้นอนนิ่งอยู่เป็นเวลานับพันปี มันต้องมีรสชาดสดสุดหอมหวานเป็นแน่...”

เธอตรงเข้าหา โรดอลโฟ อย่างช้าๆ ขณะที่เหล่าแวมไพร์ตนอื่นๆ ค่อยๆ ล้อมเข้ามาทางด้านหลัง รอยยิ้มที่ชั่วร้ายปรากฏอยู่บนใบหน้าของแต่ละตน เฉกเช่นเดียวกับของเธอ

“ซาบรีนา! คุณต้องไม่---”

“คุณเคยทำกับฉันมาแล้ว เพื่อนเก่าที่รัก”

โรดอลโฟ หันหลังและวิ่งออกไป แต่กระนั้นเขาก็รู้ดีว่าไม่มีทางหนีได้ ไม่มีอีกต่อไป●

________________________________________
จากเรื่อง “Hunger”
แต่งโดย Michael A. Burstrein




Create Date : 10 ธันวาคม 2549
Last Update : 10 ธันวาคม 2549 13:17:44 น. 1 comments
Counter : 221 Pageviews.

 
ว้าว


โดย: PutterZ (ToppuT ) วันที่: 10 ธันวาคม 2549 เวลา:19:05:01 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

demerzel
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add demerzel's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.