:: Bienvenue à Aum&Cédric Blog ::

Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
3 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 

**ฉลองวันแรงงาน ด้วยการเตรียมตัวตกงาน...T_T**

สวัสดีทุกๆคน วันนี้มาอัพได้ ก็ตามหัวข้อไดอารี่นั่นแล่ะ
แต่ไม่ต้องตกใจกันไป ที่ต้องตกงานนี่ก็ด้วยเหตุจำเป็นจริงๆ
หากจะให้เล่าว่าทำไม เรื่องมันก็ยาวมากกก เลยต้องเก็บมาเล่าที่นี่
ขอเล่าแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไปละกันนะ เพราะตอนนี้ยังอยู่ในอาการเซ็ง
ไม่ค่อยมีอารมณ์อยากจะเขียนอะไรซักเท่าไหร่ เอาคร่าวๆให้เข้าใจกันก็พอนิ

อย่างที่รู้กัน อุ้มกับเซดริกทำกิจการเปิดร้านขายอาหารที่ฝรั่งเศสมาสี่ปีแล้ว
หลายๆคนคิดว่าทำร้านอาหาร แบบมีโต๊ะมีอะไร ความจริงแล้วเป็นร้านขายอาหาร
อธิบายง่ายๆก็อาหารแบบข้าวแกงบ้านเราน่ะ อาหารถุง ลูกค้าซื้อกลับไปกินกันที่บ้าน
มีอาหารขายเกือบทุกชนิดตั้งแต่จานแรก จานหลัก จนถึงขนม เครื่องดื่ม
แล้วนอกจากนี้ก็ยังมีขายผลิตภัณฑ์หมู พวกเนื้อหมู แฮม ไส้กรอก ฯลฯ
รับทำอาหารกล่องแบบเบนโต๊ะฝรั่ง ส่งตามบริษัท รับทำจัดเลี้ยงบริษัท
จัดเลี้ยงบุฟเฟ่ต์สำหรับงานปาร์ตี้ต่างๆ ตามบ้าน ตามห้องจัดเลี้ยง ฯลฯ

เรารับกิจการนี้มาแบบ take over คือร้านนี้มีมานานก่อตั้งกันมาเกินสามสิบปีแล้ว
เจ้าของเดิมเป็นเจ้านายเก่าของน้องชายสามี ทำจนจะเกษียร เค้าถึงขายต่อให้เรา
ราคาตอนที่ซื้อต่อกิจการ (กิจการอย่างเดียวนะ ไม่ได้ซื้อตึก ตึกยังต้องเช่าเค้าอยู่)
คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆสิบสองล้านบาท (พูดจริงนะไม่ได้พูดเล่น) โดยการกู้ธนาคาร
กว่าจะกู้ผ่านได้ก็ใช้เวลานานพอสมควร เพราะหาแบงค์ปล่อยกู้ให้เรายากมากๆ
แต่เพราะเซดริกตั้งใจอยากจะมีร้านเป็นของตัวเอง ก็เสาะหาธนาคารที่ยอมให้กู้จนได้

สรุปว่าเมื่อสี่ปีก่อนโน้น เราซื้อร้านนี้ด้วยเงินสิบสองล้านบาท ต้องผ่อนกับธนาคาร
เป็นระยะเวลาเจ็ดปี รวมดอกเบี้ยของธนาคารที่พอกพูนขึ้นเรื่อยๆ ราคานี้ถือว่าแพงมาก
แต่ตอนนั้นคิดว่าเรากล้าที่จะเสี่ยง หลายๆฝ่ายที่เราปรึกษาทั้ง บัญชี ทนาย ครอบครัว
ทุกๆคนเห็นด้วยกับการลงทุนของเรา มองว่าเป็นความคิดที่ดี กิจการมีแนวโน้มรุ่งเรือง

ตอนที่ซื้อต่อมานั้น คือเซ้งกิจการ รวมพนักงานเดิมที่ทำร้านมาก่อนหน้านี้ด้วย
เนื่องจากเราไม่มีเงินมาลงทุนมากมายอะไร สายป่านเราไม่ยาว ความจริงไม่มีเลย
เงินค้ำประกันกับแบงค์ตอนกู้ ส่วนนึงเป็นเงินเก็บจากการทำงานของเราสองคน
ซึ่งก็ไม่มากมายอะไร พ่อแม่สามีกับเจ้าของร้านเดิมยอมปล่อยกู้ให้เราส่วนหนึ่ง
เพื่อเอาไปค้ำประกันกับธนาคาร เค้าถึงยอมปล่อยเครดิตให้เรา เงินเริ่มต้นในแคชเชียร์
มีอยู่แค่สองร้อยยูโร (ถือว่าน้อยมากสำหรับการเริ่มต้น เหมือนเริ่มจากศูนย์จริงๆ)

เมื่อเริ่มรับต่อกิจการ ร้านเราจัดตั้งการทำธุรกิจในรูปแบบบริษัท
ตรงนี้ต้องอธิบายให้เข้าใจคร่าวๆก่อน ว่าการทำร้าน ทำธุรกิจในต่างประเทศ
ไม่เหมือนที่เมืองไทย ไม่ใช่ว่าอยู่ว่างๆเบื่อแล้วเอากับข้าวไปขายหน้าบ้านได้
ที่นี่จะทำกิจการขายอาหารในร้านหรือตามตลาด ต้องมีการจัดตั้งบริษัทลงทะเบียน

ร้านเราเป็นบริษัทที่มีเจ้าของสองคน (สามีอุ้มเละน้องชายสามี)
มีพนักงานอีกสี่คน อุ้มก็เป็นหนึ่งในพนักงานที่มีตำแหน่งเป็นเมียเจ้าของร้าน
แต่ไม่ใช่เจ้าของร้าน เพื่อให้อุ้มได้รับสิทธิ์และการคุ้มครองในฐานะลูกจ้าง
และป้องกันไม่ให้เดือดร้อนรับภาระหนี้ของบริษัท ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

กิจการร้านของเราต้องใช้เงินมาก นอกจากเงินผ่อนร้านที่ต้องให้ธนาคาร
เงินเดือนที่ต้องจ่ายให้ทุกๆคน (ทั้งหมด หกคน) ยังมีค่าภาษีเจ้าของกิจการ
ภาษีลูกจ้าง ซึ่งคำนวณแล้ว ภาษีแพงเท่ากับเงินเดือน หมายความว่าร้านเรา
รับภาระต้องจ่ายเงินเดือนสองเท่า คือมีคนทำงานแค่หกคน แต่ต้องจ่ายสิบสองคน
นี่ยังไม่นับเงินค่ากับข้าว ค่าเช่าร้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนรถติดตู้เย็นของบริษัท
ค่าน้ำมันรถ ค่าผ่อนครัว(ที่กู้เค้ามาซ่อมครัว) ค่าภาษีกิจการรายปี ค่าภาษีป้ายร้าน ฯลฯ

ยังไม่นับเรื่องที่ไม่คาดคิดที่ทำให้ต้องเสียเงิน ตอนเครื่องทำน้ำร้อนที่ร้านเสีย
ห้องทำความเย็น ตู้เย็นเสีย แคชเชียร์ เครื่องชั่งน้ำหนักเสีย แฟกซ์โทรศัพท์ เครื่องซักผ้า
เครื่องตัดแฮม เครื่องปรับอากาศ เครื่องเคลือบกล่องอาหาร เครื่องบดเนื้อหมู ฯลฯ
บางอย่างต้องซื้อใหม่ บางอย่างเสียค่าซ่อม บางอย่างต้องพยายามซ่อมกันเอง

แล้วยังมีค่าปรับ ตอนที่มีคนมาตรวจความสะอาดร้าน ก็โดนค่าปรับหนัก
เพราะเซดริกกับน้องก่อเรื่องไล่เค้าออกจากร้าน ค่าปรับเวลาจอดรถผิดที่
ค่าปรับตอนจ่ายภาษีช้า ค่าปรับตอนบัญชีธนาคารโดนบล็อค ตอนเช็คเด้ง ฯลฯ

เราเคยคิดแก้ไขปัญหา ตั้งใจจะเอาพนักงานออกไปบ้าง เพราะค่าใช้จ่ายหลัก
ของร้านเราก็คือเงินเดือนพนักงานและค่าภาษีจ้างงานที่ต้องเสียทุกๆเดือน
แต่เราไม่มีเงินจ่ายค่าชดเชยเงินเดือนให้เค้า แต่ละคนทำงานกันเกินสามสิบปี
จะเอาเงินที่ไหนไปจ้างให้เค้าออก เงินเดือนย้อนหลังสิบเดือน ค่าอาวุโส ค่าป่วยการ ฯลฯ
แรกๆก็ไม่มีอุปสรรคอะไรมากนัก ปีแรกที่เริ่มต้น กิจการหมุนเวียน มีเงินเข้าออกเสมอ
แม้ปีแรกจะปิดบัญชีด้วยการไม่มีกำไร แต่เราก็ดีใจที่สามารถบริหารร้านได้โดยไม่มีหนี้สิน

ปีที่สอง ปัญหาก็เริ่มเกิด มีการก่อสร้างตึกบนที่จอดรถประจำของลูกค้าหลายๆคน
ร้านเราอยู่กลางใจเมืองบนถนนคนเดิน ที่เป็นเขตปลอดรถ แล้วรถจะไปจอดที่ไหน
ถ้าที่จอดรถสาธารณะใหญ่ของเมืองโดนตึกมาสร้างทับแบบนั้น ที่ร้ายหนักว่าเดิม
มีการยกเลิกการเดินรถเมล์ ไม่ให้รถเมล์ผ่านเข้ามากลางใจเมือง ทุกคนต้องเดินเท้า
หรือไม่ก็ต้องขี่จักรยานหรือนั่งรถบริการฟรีของเมือง (ซึ่งมีวิ่งน้อยมาก) มาแทน

ลูกค้าของเราหดหาย รายได้ของร้านก็ลดลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เราจมหนี้ทันที
แม้ว่าผู้ว่าการของเมืองคนนั้นจะโดนเด้งจากตำแหน่งไปแล้ว (สมน้ำหน้าทำชาวบ้านเดือดร้อน)
แต่การแก้ไขปัญหาเบื้องต้นก็ไม่ทันภาวะเศรษฐกิจของโลกที่ตกต่ำ และส่งผลกระทบไปทั่ว
ทำให้ธุรกิจของเราที่แย่อยู่แล้ว จมดิ่งลงเหว จมลงไปในกองหนี้ ลึกลงไปกว่าเดิมเรื่อยๆ

ปีที่สามเราจำเป็นต้องเจรจาประณอมหนี้ และได้รับการค้ำประกันอนุมัติให้กู้เพิ่ม
เพื่อลดภาระหนี้ และช่วยให้หมุนกิจการได้ ตอนนี้เราต้องผ่อนร้านยาวกว่าเดิมอีกสามปี
อุ้มยังจำความรู้สึกตอนที่ไปเจรจาต่อรองประนอมหนี้กับธนาคารข้างๆคุณสามีได้ดี
สามีทั้งขอร้องทั้งอ้อนวอนให้เค้าเข้าใจสถานะการณ์และยอมช่วยเหลือพยุงร้านเราต่อ
เซดริกเป็นคนไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมถอดใจอะไรง่ายๆ เค้าแสดงออกอย่างชัดเจนว่าพร้อมจะสู้
เซดริกไม่อยากคว้าน้ำเหลว และไม่เคยละทิ้งปัญหาโดยไม่ต่อสู้เผชิญกับมันให้ถึงที่สุด
ตอนนั้นอุ้มช่วยอะไรสามีไม่ได้เลยนอกจากให้กำลังใจเค้า รู้สึกเหมือนตัวเองไร้ประโยชน์
ที่เห็นสามีตัวเองแทบจะกราบวิงวอนขอร้องให้เค้าช่วย น้ำตาอุ้มไหลอาบแก้มแบบไม่รู้ตัว

สองปีมาแล้วทั้งเซดริกและอุ้ม เลิกรับเงินเดือน เพราะร้านขาดเงินขั้นรุนแรง
เงินเก็บส่วนตัวของเราร่อยหรอ เพราะเอาไปโป๊ะหนี้ร้านจนหมดแทบสิ้นเนื้อประดาตัว
ตอนแรกที่เคยคิดว่าทำงานร้านมีกิจการเป็นของตัวเองนั้นดี เราจะได้ทำเพื่อตัวเอง
ที่ไหนได้ ที่ทำมาแทบตายกลับต้องเอาไปให้คนอื่นเค้าหมด ไม่มีอะไรเหลือให้ตัวเองซักนิด

ถามว่าเราอยู่กันยังไง อยู่กันได้มั้ย แบบไม่มีเงินเดือน มันก็อยู่ได้โดยไม่เดือดร้อน
เรายังมีอพาร์ทเมนท์ให้อยู่ (ค่าเช่ารวมกับร้านแล้ว) มีอาหารเหลือของร้านให้กิน
หลายๆคนมองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าเราเดือดร้อน ชีวิตเราดูปกติดี แต่มันก็แค่เปลือกนอก
บางครั้งเราลำบากเราทุกข์ใจแต่ไม่อยากให้คนอื่นต้องพลอยรู้สึกเดือดร้อนไปกับเราด้วย

เราไม่มีเงินเดือน หมายความว่าเราไม่มีเงินเก็บ ชีวิตอยู่กับความเครียดที่ต้องแบกภาระหนี้
โชคดีที่อุ้มมีครอบครัวที่พอจะช่วยเหลือจุนเจือได้ สองปีหลังๆที่กลับไทย พ่อออกค่าตั๋วให้
และทั้งพ่อทั้งญาติที่ไทยก็ยังให้เงินค่าขวัญถุงกับอุ้มอยู่เสมอ ครอบครัวไม่เคยทอดทิ้งเรา
ฝ่ายพ่อแม่สามี ก็ยินดีให้กำลังใจ ช่วยเหลือทุกอย่าง พาเราไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาคลายเครียด
พยายามจัดปาร์ตี้ เปิดบ้านให้เราได้อาศัยพักผ่อน สร้างบรรยากาศทำให้เรามีความสุข

เริ่มต้นปีนี้ แม้ว่าเซดริกพยายามรัดเข็มขัดค่าใช้จ่ายร้านแบบมากถึงมากที่สุด
ลดเงินเดือนน้องชาย ซ่อมแซมร้านเพื่อเรียกลูกค้าสร้างยอดขาย แต่หนี้ก็ไม่ได้ลดลง
ร้านเรายังติดจ่ายภาษีย้อนหลังอยู่เยอะมากกก บางตัวเราไม่ได้จ่ายเค้ามาเป็นปีๆ
เราไม่ได้หลีกเลี่ยง แต่เราไม่มีจะให้ เคยพยายามเจรจาขอให้ลดหย่อนผ่อนส่งทีละนิด
ได้รับหมายศาลบังคับให้ไปรายงานตัวทุกเดือน ไม่เช่นนั้นจะโดนยึดสมบัติพัสถานที่เรามี
(โชคดีที่เราไม่มีอะไรมากมายให้เค้ายึด บ้านก็ไม่มี มีแต่รถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมดด้วยซ้ำไป)

ล่าสุดปลายเดือนที่แล้ว โดนเรียกตัวให้ไปพบกับผู้พิพากษาศาลแพร่งเป็นการส่วนตัว
เพื่อเจรจาแก้ไขปัญหา เนื่องจากเห็นได้ชัดว่าบริษัทเราอยู่ในภาวะลำบากมีปัญหาการเงิน
งานนี้เซดริกขอไปเจรจากับศาลเพียงคนเดียว (ไม่เอาน้องไม่เอาเมียไปเป็นภาระว่างั้น)

ผลออกมาค่อนข้างเลวร้าย ศาลเสนอตัวให้รัฐมีส่วนเข้ามาช่วยเหลือปรับปรุงบริษัท
เพราะเราติดหนี้ค่าภาษีกับเค้าอยู่เยอะ ในขั้นแรกจะยอมตัดภาระการจ่ายภาษีออกไปก่อน
โดยให้กิจการของเราดำเนินการต่อ แต่ต้องทำการตัดเวลาทำงานของพนักงานเก่าๆลง
เนื่องจากรู้ว่าเราไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยให้พนักงานเก่าได้ จึงจำเป็นต้องจ้างเค้าต่อ
โดยให้เวลางานน้อยลงแค่ครึ่งเดียว เราจ่ายเงินเดือนครึ่งเดียว ส่วนรัฐจะจ่ายที่เหลือให้
ส่วนพนักงานใหม่อย่างอุ้มต้องโดนจ้างออก (เพราะอุ้มเข้ามาทำงานเป็นคนสุดท้ายนั่นเอง)
โดยอุ้มจะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐเป็นเบี้ยเลี้ยงขั้นต่ำของคนตกงานตามกฏหมายที่นี่

งดจ่ายภาษีชั่วคราวแต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ต้องเสียทุกๆเดือน ก็ต้องดำเนินต่อไปเรื่อยๆ
ถ้าหลังจากนี้ไม่มีการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น ร้านเราก็ต้องเลิกกิจการไปโดยปริยาย
ถ้าเป็นในแง่ลบจริงๆ เราอาจต้องติดหนี้ไปตลอดชีวิต แต่ถ้าถึงตอนนั้นจริงๆ
ศาลตัดสินยอมช่วยเหลือ เราอาจจะได้รับการผ่อนปรน ไม่ต้องติดหนี้หนัก
หรือจะให้ดี ถ้าเราขายต่อร้านได้ เซ้งกิจการต่อให้คนอื่นได้ทัน เราก็อาจจะรอด

ตอนนี้เรายังคิดไปไกลมากไม่ได้ ต้องทำตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดให้ทำไปก่อน
เพื่อพยุงบริษัทให้อยู่ได้นานพอที่จะมีคนมาเซ้งกิจการต่อ (ถ้าจะมีคนอยากซื้ออ่ะนะ)
ถ้าไม่รอดก็ต้องไปสู้กับศาลอีกนัด แต่ถ้าเราพยุงร้านให้ทรงตัวได้ ร้านเราก็อาจจะอยู่ต่อไปอีก

แต่ที่แน่นอนตอนนี้คือ อุ้มจำต้องเป็นคนตกงานอย่างเลี่ยงไม่ได้นั่นเอง
ถามว่ารู้สึกยังไงตอนนี้ ตอบได้คำเดียวว่า เซ็งจิต ไม่ใช่ว่าดีใจที่ไม่ต้องทำงาน
(ตลกมาก ตอนอุ้มทำงานไม่ได้เงินเดือน แต่พอตกงานรัฐกลับจะให้เงินช่วยซะงั้น)
บอกตามตรง คนทำงานหาเลี้ยงตัวเอง กับคนไม่ทำงานแล้วให้คนอื่นหามาเลี้ยง
มันมีความรู้สึกแตกต่างกัน คนที่เคยทำงานอย่างอุ้ม เคยภูมิใจที่หาเลี้ยงตัวเองได้
จู่ๆต้องกลายเป็นคนตกงาน กินเงินรัฐบาลไปวันๆ สบายก็จริง แต่รู้สึกไร้ค่ายังไงชอบกล

สามี(ที่เพิ่งจะไล่เมียตัวเองออกจากงาน ชิ) ก็พยายามปลอบใจเสมอ ว่าไม่เป็นไรๆ
อยู่บ้านดูแลบ้าน ทำกับข้าวให้เค้ากิน ทำให้เค้ามีความสุขเหมือนแต่ก่อน ไม่ดีกว่าหรือ
(เซดริกบอกอยู่เสมอว่าสมัยอุ้มไม่ทำงาน เค้ามีความสุขมากกว่าตอนนี้หลายเท่าตัว)
แต่ก่อนตอนเราเริ่มต้นชีวิตคู่เราไม่มีอะไรเลย ตอนนี้เรามีทุกอย่างที่ควรจะมี ร้าน
อพาร์ทเมนท์ รถยนต์ ทีวี มือถือ โน้ตบุ้ค ฯลฯ แต่เรากลับไม่มีความสุขเท่าสมัยก่อน

ตอนนี้อุ้มก็พยายามหาทางออกให้ตัวเองอยู่ เตรียมตัวตกงานแต่ไม่อยากให้นาน
อาจจะเอาเวลาเปิดโอกาสให้ตัวเองทำอย่างอื่นเพิ่มเติม ดูแลบ้านกับสามีให้มากขึ้น
มีเวลาให้กันมากกว่าเดิม (ขนาดทำงานด้วยกันยังรู้สึกว่าต่างคนต่างอยู่เลย ขอบอก)
หาเวลาไปสอบทำใบขับขี่ (คิดว่าอาจจะได้รับการลดหย่อนชั่วโมงเรียนลงบ้าง)
ถ้ามีโอกาสงานดีๆเข้ามา ก็อาจจะได้ทำงานที่อื่น (มีแววได้กลับไปทำงานโรงแรมอีกรอบ)
ก็พยายามมองโลกในแง่ดีแง่บวกเข้าไว้ คอยบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร เข้มแข็งแล้วก็สู้กันต่อ

หวังว่าคงเล่าให้ฟังอย่างละเอียด และหวังว่าคงจะเข้าใจกันทุกๆคนแล้วนะจ้ะ
อ่านแล้วจะแปลกใจหรือไม่แปลกใจ ตอนนี้ก็คงรู้กันหมดแล้วล่ะว่าทำไม ฮ่าๆๆ
ขอบคุณทุกๆคนอีกครั้งสำหรับกำลังใจที่มีให้อุ้มเสมอ ไม่ว่าจะยามทุกข์ยามสุข
ขอบคุณที่รับฟัง คอยอยู่เคียงข้างกัน (แม้บางคนอุ้มไม่เคยได้พบได้เจอกันด้วยซ้ำ)

ตอนนี้ขอตัวไปกำจัดความเซ็งจิตก่อน แล้วจะกลับมาอัพเดททริปเที่ยวต่อละกันนะ
จนกว่าจะพบกันใหม่ค่า





 

Create Date : 03 พฤษภาคม 2553
34 comments
Last Update : 7 มิถุนายน 2553 5:11:43 น.
Counter : 694 Pageviews.

 

คุณอุ้ม รู้ไหมนี่ว่าอ่านไปด้วยแล้วเครียดตาม แต่นับถือน้ำใจและกำลังใจคุณอุ้มมากๆนะคะ เพราะว่าเข้มแข็งได้มากขนาดนี้เลย แม่ลูกอ่อนอย่างอิชั้นทะเลาะกับสามีทีแทบเข่าอ่อน ทำไรไม่ถูกกันเลยทีเดียวเชียว แต่คุณอุ้มนี่ขอบอกว่า life goes on ฮ่ะ มันต้องมีทางออกของชีวิตที่ดีและคิดบวกไว้ก่อนแล้วกันนะ ยังไงเป็นกำลังใจให้คุณอุ้มและเซดริคนะคะ ขอให้ทุกอย่างไปในทางดีขึ้นๆๆๆๆๆๆนะคะ คิดถึงและเป็นห่วงเสมอนะ บิชู...

 

โดย: bunny2teddy IP: 78.21.133.90 4 พฤษภาคม 2553 0:09:09 น.  

 

อืม คุณอุ้มและสามีสู้จริงๆค่ะ ไม่รู้จะปลอบว่ายังไง แต่ขอให้กำลังใจและชื่นชมหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ของคุณอุ้มและสามีนะคะ

พักนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาอ่าน แล้วจะเข้ามาให้กำลังใจให้บ่อยกว่านี้ค่ะ

ยิ้มๆนะคะ

ปล อิ๋งเอง คนที่เจอที่วัดไทยที่เบลเยี่ยม แต่ไม่ทักเพราะไม่รูว่าจะทักว่าอะไรไง :)

 

โดย: Ing IP: 80.200.225.172 4 พฤษภาคม 2553 1:05:37 น.  

 

อย่างที่คุณอุ้มว่า...ชีวิตไม่สิ้น ก็ต้องดิ้นกันต่อไปค่ะ เป็นกำลังใจให้อย่างเต็มที่ หากต้องการคนพูดคุย ปรึกษา...พร้อมรับฟังเสมอนะ

ชีวิตมีขึ้น มีลง...ตอนนี้ อาจจะเป็นขาลง..แต่พอก้าวข้ามผ่านไปได้ จะเป็นความภาคภูมิใจนะคะ

เข้มแข็งต่อไปนะจ๊ะ และปัญหาทุกอย่างมีทางออกนะ...

Be strong and Keep smiling na

 

โดย: memaviemeo @ DiClub IP: 87.91.37.170 4 พฤษภาคม 2553 1:12:59 น.  

 

^^ ชอบประโยคนี้จังค่ะ "ตอนนี้เรามีทุกอย่างที่ควรจะมี ร้าน
อพาร์ทเมนท์ รถยนต์ ทีวี มือถือ โน้ตบุ้ค ฯลฯ แต่เรากลับไม่มีความสุขเท่าสมัยก่อน"

กับประโยคที่คุณเซดริกบอก"ไม่เป็นไรๆ
อยู่บ้านดูแลบ้าน ทำกับข้าวให้เค้ากิน ทำให้เค้ามีความสุขเหมือนแต่ก่อน ไม่ดีกว่าหรือ"

จริงอย่างที่คุณอุ้มและคุณเซดริกบอก ถ้าเรามีหมดทุกอย่าง แต่ความสุขหายไป เราจะมีสิ่งเหล่านั้นไว้ทำไมค่ะ
ถึงแม้ช่วงนี้ชีวิตอาจลุ่มๆดอนๆบ้าง แต่สองคนไม่ทิ้งกัน ช่วยเหลือ ให้กำลังใจกัน แค่นี้ก็คือความสุขที่ดีที่สุดแล้วละคะ

ขอเป็นกำลังใจให้คุณอุ้มและคุณสามี ขอให้ผ่านพ้นช่วงเวลาแบบนี้ไปไวๆ และก็มีกำลังใจสู้ต่อไปนะคะ..ล้มบ้างก็เป็นธรรมดาค่ะ ล้มได้ก็ลุกได้เช่นเดียวกัน..
สู้ๆๆๆน๊า..

 

โดย: oattoto @ diaryclub ^^ IP: 89.150.114.70 4 พฤษภาคม 2553 1:14:33 น.  

 

I felt apprecaited all you have done for ur business .I pray for u hopefully can be better soon . You husband he is the best !!

 

โดย: jasminepennati IP: 78.239.141.58 4 พฤษภาคม 2553 1:36:52 น.  

 

เราเข้าใจทั้งหมดที่คุณอุ้มเล่า การมีกิจการของตนเองโดยเฉพาะในยุโรปแบบของคุณอุ้ม ไม่ง่ายเลย

ปัญหามีทางออกนะ อย่างน้อยตอนนี้ก็ผ่านปัญหามาได้ส่วนหนึ่งแล้ว ค่อยคิดค่อยทำไปทีละนิด มันต้องดีขึ้นแน่ ๆ

"เข้มแข็งแล้วก็สู้กันต่อ" เราขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ

 

โดย: ostojska 4 พฤษภาคม 2553 1:43:49 น.  

 

I've liitle fight iwht my husband today , I thought I will be angry again when he has finish work today . But after read the the things u wrote , it's just How muchh I realised that 'Love" can be great inspiration and fill energy not get any frustrated .You guys cheer up each orther and carry on sooo muchh . You the best If am your husband I'll be extremely pround of you p aum . Cheer up you both for get away for crisis and terribly things .
God bless

 

โดย: jasmine pennati IP: 78.239.141.58 4 พฤษภาคม 2553 1:46:36 น.  

 

คุณพี่คะ เป็นกำลังใจให้คุณพี่นะคะคุณพี่ ขอให้เรื่องร้ายๆ ผ่านไปได้ด้วยดีนะคะคุณพี่ พยายามโทรหาคุณพี่แต่มิมีใครรับอ่ะคุณพี่

 

โดย: จอย ณ อาเมียง IP: 93.4.68.143 4 พฤษภาคม 2553 1:53:36 น.  

 

ปัญหาที่เจออยู่ตอนนี้และอุปสรรคที่ขวางทางอยู่ข้างหน้า เขื่อว่า หญิงแกร่งอย่างคุณอุ้มยังไงก็ต้องผ่านมันไปได้ ฟ้าหลังฝนยังมีเสมอนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

 

โดย: ไผ่ แม่แบร๊ทแอนด์พอลล่า IP: 94.225.66.162 4 พฤษภาคม 2553 2:09:45 น.  

 

ดีนะที่รัฐเค้าช่วยมั่งอ่ะ นึกว่าแต่จะช่วยแต่อิพวกนั้น
ไว้เค้าเม้ากันวันเสาร์น๊า

 

โดย: kwang IP: 88.141.157.122 4 พฤษภาคม 2553 2:15:20 น.  

 

เข้ามารับกำลังใจจากคุณ

สู้ ๆนะคะ

ฉันก็จะสู้ ๆ เช่นกัน

 

โดย: intimacy 4 พฤษภาคม 2553 2:18:09 น.  

 

เป็นกำลังใจให้ คุณอุ้ม ด้วยนะคะ ...

ขอให้หาความสุขของตัวเองให้เจอเร็ว ๆ
และผ่านพ้นอุปสรรคทุกอย่างไปด้วยดีค่ะ

เอาใจช่วยอีกแรงค่ะ ...

 

โดย: ต่าย IP: 82.75.169.165 4 พฤษภาคม 2553 2:58:26 น.  

 

เป็นกำลังใจให้คุณอุ้มและคุณเซดริกนะคะ

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเก๋เชื่อว่าคุณอุ้มกะคุณเซดริกเป็นคนสู้และมีกันและกัน ยังไงก็ต้องผ่านพ้นอุปสรรคไปได้

 

โดย: gehyah IP: 60.242.68.5 4 พฤษภาคม 2553 6:08:31 น.  

 

อุ้ม .. ชีวิตยังไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันต่อไปนะ ... เป็นกำลังใจให้มากๆๆ ถึงมากที่สุด ... แม้เรื่องราวจะผ่านเข้ามามากมาย .. อุ้มอาจจะรู้สึกว่าอุ้มไม่ได้ช่วยเซดริกเท่าที่ควร แต่อุ้มรู้มั้ยว่าสิ่งที่อุ้มและเซดริกมีให้กันเสมอคือ การ love one another ... นี่แหละคือพื้นฐานของชีวิต ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าลืมที่จะมอบความรักให้คนรอบข้าง และ มอบความรักให้ตัวเอง .. แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นจ๊ะ

สู้ๆ

 

โดย: .:FoN:. IP: 10.226.101.69, 203.185.134.4 4 พฤษภาคม 2553 8:30:26 น.  

 

เป็นกำลังใจให้นะคะ

เข้าใจเลย ตามุกก็สร้างบริษัทมากับมือ จากที่เคยรุ่งเรือง ตอนหลังเศรษฐกิจไม่ดี มีคนในบริษัทโกง ตาพยายามประคับประคอง สุดท้ายต้องให้บริษัทใหญ่ take over พนักงานส่วนใหญ่อยู่รอด แต่ตามุกเสียเงินเก็บทั้งหมด บ้าน ๆลๆ ตอนนี้ต้องย้ายออกจากบ้านตัวเองไปอยู่บ้านพักตากอากาศที่เบลเยี่ยม อยู่ด้วยเงินเกษียณของยาย แต่ตาเค้าพอใจที่เค้าช่วยให้คนอื่นๆยังอยู่ได้ ไม่ตกงานกันหมด

 

โดย: Mucki_girl IP: unknown, 193.24.32.37 4 พฤษภาคม 2553 9:03:16 น.  

 

อุ้ม...ตามมาอ่าน

เก่งมากเลยที่มาถึงตอนนี้ได้ สู้มาขนาดนี้แล้วอย่าเพิ่งยอมแพ้นะจ๊ธ อุ้มมีครอบครัวที่น่ารัก มีสามีที่ดี เป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิงคนนึงแล้ว ยังไงก็สู้ต่อไปนะ

 

โดย: mameaw IP: 210.1.27.179 4 พฤษภาคม 2553 10:47:48 น.  

 

กว่าจะตามหา blog นี้เจอ เหนื่อยเลย

 

โดย: แม่ข้าวฟ่างเองนะ อุ้มจ๋า (^SoFaNaNon^ ) 4 พฤษภาคม 2553 16:39:05 น.  

 

อ่านแล้วกลุ้มแทนอะอุ้ม เราได้แต่ให้กำลังใจ อย่าคิดมากนะอุ้ม

ทุกอย่างต้องมีทางออกจ้าอุ้ม เราขอให้อุ้มเซ้งร้านได้นะ อะไรๆก็อาจจะดีขึ้น

เราว่าอุ้มหางานใหม่ได้สบายเลยแหละ

ถ้าเครียดก็แวะมาหาเราที่บ้าน มาดื่มๆกันได้นะ

 

โดย: ปูปาย IP: 90.58.244.128 4 พฤษภาคม 2553 22:08:31 น.  

 

คุณอุ้ม....ขอปรบมือเป็นกำลังใจให้คุณอุ้ม และชื่นชมในความเข้มแข็ง
ที่คุณอุ้มมีนะคะ แทบไม่อยากจะเชื่อว่าคุณอุ้มเจอเรื่องหนัก ๆ มาเป็นแรมปี
เท่าที่ตัวเองปวดหัวเรื่องงานอยู่ตอนนี้ถือว่าน้อยมากเลยเมื่อเทียบกับคุณอุ้ม
แต่ขอให้คุณอุ้มสู้ และฝ่าฝันอุปสรรคที่มีไปได้ และมีวันที่ดีกว่าข้างหน้าค่ะ
มีเพื่อน ๆ คอยเป็นกำลังใจให้แม้เพียงคำพูด หวังว่าจะทำให้คุณอุ้มยิ้มได้นะคะ

 

โดย: litamonkey IP: 124.122.189.246 4 พฤษภาคม 2553 23:28:14 น.  

 

อุ้มสู้ๆ ไม่รู้จะให้กำลังใจว่ายังไงดี ยังไงขอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดีนะ และดีขึ้นๆๆๆ นะ
โอม เพี้ยง ขอให้ลูกค้าไหลมาเทมา ตอนนี้มีเวลาดูแลตัวเองกับสามีมากขึ้น อุ้มคือกำลังใจอันยิ่งใหญ่ของเซริกเลยแหละ สู้ๆ กันต่อไปนะ



 

โดย: kookkai IP: 88.168.237.32 4 พฤษภาคม 2553 23:34:05 น.  

 

 

โดย: นนนี่มาแล้ว 5 พฤษภาคม 2553 0:18:14 น.  

 

พี่อุ้มบอกได้แค่ว่า สู้ค่ะพี่ จะไม่ให้คิดมากได้ยังไง จะบอกว่าอย่าเครียดได้ยังไง ทุกอย่างที่สร้างมา กว่าจะมาถึงจุดนี้ที่ฝันเอาไว้ ตอนนี้ทุกอย่างมันอาจจะถึงจุดตกที่นักลำบาก แต่เชื่อนะพี่ มันต้องมีทางออก ตอนนี้พี่เครียดพี่กลุ้มพี่สงสารแฟน แต่อย่าท้อค่ะพี่ คิดได้แต่อย่าท้อค่ะ เป็นกำลังใจให้นะพี่อุ้มสู้ ภาวะนาขอให้มีนักรบขี่ม้าขาว มาช่วยไวๆนะค่ะ

 

โดย: ติ๊กค่ะ IP: 79.85.111.30 5 พฤษภาคม 2553 0:47:15 น.  

 

คุณอุ้มใจสู้มากเลย ทำได้แค่นี้ก็ถือว่าเข้มแข็งมากแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป เป็นกำลังใจให้นะคะ

 

โดย: Coucou Bamboo 6 พฤษภาคม 2553 12:24:42 น.  

 

มาทักทายนะคะ










 

โดย: puy_naka63 7 พฤษภาคม 2553 0:33:10 น.  

 

กำลังจะย้ายไปอยู่กับแฟนที่ฝรั่งเศสคะ ติดตามมาอ่านเรื่องคุณอุ้มด้วยคน เก่งมากๆคะ สู้ๆนะคะคุณอุ้ม

 

โดย: พิม IP: 192.168.0.102, 113.53.44.104 8 พฤษภาคม 2553 15:24:50 น.  

 

เข้าใจคุณอุ้มนะคะ และอยากบอกว่า ตั้งแต่อ่านบล็อกของคุณอุ้มมา ทำให้เรามีกำลังใจที่จะต่อสู้ปัญหาที่เข้ามาหลายๆ อย่างได้เหมือนกัน แอมเชื่อว่า คุณอุ้มจะผ่านเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ได้เป็นอย่างดี เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ ๆ คะ

 

โดย: amily IP: 58.9.50.214 10 พฤษภาคม 2553 17:22:28 น.  

 

อยากบอกว่าถึงคุณอุ้มจะไม่มีงาน ไม่มีอะไรหลายๆอย่าง
แต่สิ่งหนึ่งที่ คุณอุ้มมีอยู่คือ "คุณสามีที่ดีมากๆๆ" นี่แหละค่ะ คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตค่ะ....ขอให้ทุกอย่างผ่านไปในทางที่ดีขึ้นนะคะ สู้ๆค่ะ

 

โดย: พี่หน่อย IP: 117.47.130.151 11 พฤษภาคม 2553 13:39:56 น.  

 

คุณอุ้ม เจ้มาเป็นกำลังใจให้นะ ต้องระวังรักษาสุขภาพมาก ๆ ช่วงนี้ ก็ถือว่าพักร้อนนะคุณอุ้ม เอาเวลามาดูแลครอบครัว ดูแลเซเดริก นะ และเจ้ขอให้กิจการผ่านพ้นช่วงแย่ ๆ นี้ไปได้ มีทางออกที่ดี ปัญหาทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี สู้ สู้ นะอุ้ม

 

โดย: Misslorraine 11 พฤษภาคม 2553 19:14:45 น.  

 

เพิ่งเข้ามาอ่านครั้งแรก อ่านแล้วอืม...นี่หละชีวิต เคบมีประสบการณ์เครียดเพราะเงินหมุนไม่ทันเหมือนกัน โอ... เกิดมาชาตินี้ไม่เคยเครียดอะไรอย่างนี้อีกแล้ว......

แล้วตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ 1 ปีกว่าผ่านไปแล้ว

 

โดย: duck_rice IP: 27.104.239.46 29 กันยายน 2553 22:46:01 น.  

 

พี่อุ้มขา นู๋มาเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้พี่และเซดริกนะคะ ขอให้ผ่านปัญหาไปได้ด้วยดี นู๋อ่านแล้วเครียดไปกลับพี่อุ้ม แล้วไม่ต้องนึกถึงเลยว่าพี่อุ้มจะเครียดแค่ไหน แต่ตอนนี้เห็นพี่อุ้มมาอัพไดอัพที่บ้านสะใภ้บ้างแล้ว คงสบายใจขึ้นมาบ้างแล้วใช่มั้ยคะ พี่อุ้มดูแลตัวเองด้วยนะคะ นู๋เป็นห่วง นู๋ส้มคะ

 

โดย: นู๋ส้มclementine IP: 193.253.141.82 3 กุมภาพันธ์ 2554 3:37:55 น.  

 

เพิ่งเห็นบล็อกคุณอุ้ม....อ่านแล้วเข้าใจความรู้สึกเลยค่ะ....เพราะสามีทำกิจการเหมือนกัน ภาษีเนี่ยตัวดี เล่นหนักจริงๆเลยเนอะ แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นค่ะ สู้ๆนะคะ แต่ละคนก็มีปัญหากันทั้งนั้น ว่าแต่จะเหมือนหรือต่างกันแค่นั้นเองเนอะ สู้ๆอีกรอบค่ะ

 

โดย: อ้อน IP: 88.185.130.175 19 เมษายน 2554 0:35:48 น.  

 

คุณอุ้มคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ ทุกปัญหามีทางออกเสมอ
ตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ ปัญหาผ่านมาหนึ่งปีแล้ว ยังคอยให้กำลังใจอยู่นะคะ สู้ๆคะ

 

โดย: น้ำหวาน IP: 87.169.127.183 8 มิถุนายน 2554 1:43:50 น.  

 

จุ๋มเองค๊า จำกันได้ไหม ขอเป็นเพื่อนในบล็อกด้วยคนคะ อ่านไปก็คอตีบตัน

 

โดย: จุ๋ม (Love Series ) 14 มิถุนายน 2554 18:53:43 น.  

 

อ่านแล้วน้ำตาจะไหล ตอนที่แฟนคุณอุ้มไปคุยกับธนาคาร อ่านแล้วมันตื้นตัน บอกไม่ถูก..ขอชื่นชมกำลังใจที่เข้มแข็งของคุณทั้งคู่ ที่ยืนหยัดจะทำความฝันให้สำเร็จ และขอปรบมือให้ดังๆให้กับคนแกร่งอย่างคุณทั้งสอง เอ๋ยังนึกภาพไม่ออกเลยถ้าเป็นตัวเองที่เจอปัญหาแบบเดียวกับที่คุณอุ้มกับสามีเจอ ไม่รู้ว่าเราจะสู้กับปัญหานั้นยังงัย และจะสู้ไหวหรือเปล่า แต่อย่างน้อยคุณอุ้มก็ทำให้เราเห็นแล้วว่า ถ้าเรากล้าที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้า อย่างน้อยเราก็ได้ก้าวผ่านอุปสรรคไปอีกขั้น และได้เดินตามฝันไปอีกหนึ่งก้าว แม้ว่ามันจะยังอีกไกลแต่อย่างน้อยเราก็ได้ทำมัน และทำอย่างจริงจัง สู้สู้ค่ะ

 

โดย: เอ๋ IP: 91.91.162.151 24 กรกฎาคม 2554 4:57:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Valentine's Month


 
aumdeeda
Location :
Ouagadougou Burkina Faso

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อดีตคนโรงแรม
ที่ได้พบรักกับหนุ่มชาวฝรั่งเศส
ไกลถึงกรุงบรัสเซลส์เบลเยี่ยม
จากนั้นได้ผันตัวมาเป็นเถ้าแก่เนี้ย
ร้านขายอาหาร ณ เมืองอาเมียง
ทางเหนือของประเทศฝรั่งเศส
ปัจจุบันย้ายมาทำธุรกิจที่ประเทศ
"บูร์กินาฟาโซ"
ในทวีปอัฟริกาตะวันตก
Friends' blogs
[Add aumdeeda's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.