Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2548
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
14 ธันวาคม 2548
 
All Blogs
 
ต้องตาตรึงใจ...จุดชม “ทะเลหมอก” ชวนฝัน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 13 ธันวาคม 2548 07:35 น.

สายลมเย็นยะเยือกพัดมาเยือนอีกครั้ง ดอกไม้เริ่มผลิดอกเบ่งบานอวดสีสัน นี่คือสัญญาณของฤดูหนาว ฤดูที่ฟ้าสวยใส เหมาะแก่การเที่ยวเขาชมดอยเป็นอย่างยิ่ง และเมื่อขึ้นไปเที่ยวเขาเที่ยวดอยแล้ว สิ่งที่นักท่องเที่ยวทั่วไปนิยมปฏิบัติก็คือ การตื่นแต่เช้ามืดเดินทางฝ่าความหนาวไปดูพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยงาม

อนึ่ง ในเมืองไทยนั้นมีภูเขาดงดอยมากมายที่เต็มไปด้วยทะเลหมอกยามเช้า โดยแต่ละที่ต่างก็มีความสวยงามแตกต่างกันออกไป

ในหน้าหนาวนี้เหล่านักเดินทางท่องเที่ยวตัวยงได้มาบอกเล่าถึงความงดงามของจุดชมทะเลหมอกที่น่าสนใจในเมืองไทย ซึ่งแต่ละคนต่างก็มีจุดชมทะเลหมอกในเมืองไทยแตกต่างกันออกไป

สุรจิต จามรมาน นักเดินทาง นักเขียน ช่างภาพ และบรรณาธิการภาพ หนังสือNature Explorer เล่าว่า ช่วงหน้าหนาวท้องฟ้าจะสวยสดใส โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมที่เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว จะเหมาะแก่การไปเที่ยวดูทะเลหมอกมาก สำหรับจุดชมทะเลหมอกยามเช้าในเมืองไทยที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วทุกสารทิศก็คงจะเป็น ห้วยน้ำดัง ภูชี้ฟ้า ผาตั้ง ม่อนกิ่วลม และดอยเชียงดาว ที่อยู่ทางภาคเหนือ ส่วนทางอีสานที่ขึ้นชื่อก็ได้แก่ ภูกระดึง (ผานกแอ่น) ผาแต้ม (ผาชนะได)

สำหรับจุดชมทะเลหมอกที่ช่างภาพนักเดินทางชอบมากก็คือ ที่ ดอยเชียงดาว จ.เชียงใหม่ เพราะเป็นการสถานที่ท่องเที่ยวดูทะเลหมอกเชิงผจญภัย เนื่องจากการที่จะขึ้นไปถึงยอดดอยนั้นค่อนข้างลำบาก ต้องเดินเท้าขึ้นไปหลายวัน ต่างไปจากที่อื่นที่สามารถขับรถขึ้นไปจอด แล้วลงเดินนิดหน่อยก็ดูทะเลหมอกได้ ฉะนั้น นักท่องเที่ยวที่ดอยเชียงดาวนี้จึงไม่พลุกพล่าน และไม่ต้องแย่งกันดู

“ที่ดอยเชียงดาวพิเศษกว่าที่อื่นๆ เพราะมียอดเขาแหลมสูง มองเห็นโดยรอบได้ทั้ง 360องศา และจะมีทะเลหมอกอยู่รอบๆฐานที่เรายืน ให้ความรู้สึกว่าเราได้ไปสัมผัสถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่และความยิ่งใหญ่มหาศาลอย่างอิ่มเอิบใจ ส่วนตอนกลางคืนก็สามารถนอนดูดาวได้อย่างเต็มตา ถือว่าเป็นที่ดูดาวที่ดีที่สุดในประเทศก็ว่าได้”

สุรจิตเล่าความประทับใจ ก่อนที่จะพูดถึงสิ่งที่ต้องเตรียมในการไปเที่ยวดอยเชียงดาวว่า การเดินทางไปชมทะเลหมอกที่ดอยเชียงดาวนั้นต้องไปค้างแรมเท่านั้น เนื่องจากการเดินเท้าขึ้นไปบนยอดดอยต้องใช้เวลากว่า 7 ชั่วโมง จากอำเภอเชียงดาวขึ้นไปตามหมู่บ้านแม่นะ ไปพักแรมที่หน่วยรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว โดยต้องนำอุปกรณ์ในการค้างแรมไปเอง เช่น เต็นท์ ผ้าห่ม เสื้อกันหนาว อาหาร หรือแม้กระทั้งสุขาก็ต้องทำต้องหากันเอาเอง และที่สำคัญก็คือ น้ำดื่ม เพราะบนดอยเชียงดาวไม่มีสิ่งปลูกสร้างหรือร้านค้าใดๆ ผู้ที่ขึ้นไปต้องเตรียมน้ำดื่มไปให้เพียงพอ

หันมาทางด้านอภินันท์ บัวหภักดี บรรณาธิการฝ่ายภาพอนุสาร อสท.กันบ้าง ซึ่งอภินันท์ได้แสดงทัศนะว่า “ทะเลหมอกจะสวยได้ฉากหลังต้องงาม มีภูเขาตั้งอยู่ อย่างเช่น ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ห้วยน้ำดัง อุทยานแห่งชาติแม่เมย ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วชอบทะเลหมอกที่ห้วยน้ำดัง เพราะเมื่อมองออกไปแล้วจะเห็นดอยเชียงดาวเป็นฉากอยู่เบื้องหลัง สวยงามมากๆ”

นอกจากนี้ บก.ภาพ อสท.ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ฤดูหนาวเป็นฤดูของการท่องเที่ยว ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นเหนือกันเป็นจำนวนมาก ดังนั้นในการเดินทางแต่ละครั้งจึงต้องวางแผนให้ดี ตรวจเช็คสภาพของยานพาหนะ และควรหลีกเลี่ยงช่วงวันหยุดยาว และวันเสาร์-อาทิตย์

ในขณะที่ นพดล กันบัว ช่างภาพประจำอนุสาร อสท.กล่าวว่า ทะเลหมอกที่เขาได้เคยไปสัมผัสมา ทั้งที่เชียงใหม่ น่าน แม่ฮ่องสอน เชียงราย และที่อื่นๆอีกมากมาย ล้วนแต่สวยงามทั้งสายหมอกและทิวทัศน์ด้วยกันทั้งสิ้น แต่สถานที่ที่นิยมและรู้จักกันดีที่สุดก็คงจะเป็น ดอยผาตั้ง-ภูชี้ฟ้า ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นโดยเฉพาะช่วงวันหยุดพักผ่อน

“ที่ดอยผาตั้ง-ภูชี้ฟ้า ในช่วงหน้าหนาวจะสวยที่สุดเนื่องจากเป็นช่วงที่ดอกไม้นานาพันธุ์ อาทิ พญาเสือโคร่ง หรือที่เรียกกันว่า ซากุระเมืองไทย ต่างพากันผลิดอกแย้มบานสะพรั่งไปทั่วทุกสารทิศ และด้วยลักษณะทางกายภาพของภูชี้ฟ้าที่มีเอกลักษณ์ของยอดเขาที่แหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าทำให้สามรถชมทะเลหมอกได้สวยงามมองซ้ายหันขวาก็เจอสายหมอกเป็นปุยขาวติดตาตรึงใจ อีกทั้งการเดินทางด้วยรถยนต์ก็สะดวกสบาย ทำให้ที่นี่ได้รับความนิยมอย่างไม่น่าสงสัยเลยที่เดียว” นพดลเล่าถึงความประทับใจ

เช่นเดียวกับ ม.ล.สราลี จิราธิวัฒน์ ผู้ดำเนินรายการเที่ยวละไม...ไทยแลนด์เวิลด์ ที่เล่าว่า “โดยส่วนตัวจะชอบเที่ยวแบบผจญภัย โดยเฉพาะเที่ยวภูเขา อย่างเช่น แม่ฮ่องสอน ปาย แม่สะเรียง และก็ชอบภูเขา และยังชอบดูพระอาทิตย์ขึ้นตัดกับสายหมอกในยามเช้า ท่ามกลางป่าเขาและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งจะหาดูในเมืองกรุงไม่ได้ ส่วนจะสวยมากน้อยแค่ไหนก็ต้องขึ้นอยู่กับจังหวะและจุดที่เรายืนอยู่ด้วย”

พิธีกรเสียงใส เล่าต่อว่า ตนเคยไปดูทะเลหมอกในหน้าหนาวมาหลายแห่งแล้ว ต้องบอกเลยว่าตัวเองโชคร้ายเพราะไม่ว่าจะเป็นภูชี้ฟ้า หรือภูกระดึง ก็ยังไม่เคยเห็นหมอกที่เป็นทะเลเหมือนในรูปภาพเลย เคยเจอแต่หมอกบางๆที่สามารถมองเห็นพื้นล่างได้ ถึงจะไม่เคยได้เห็นหมอกแบบเป็นปุยคลื่นทะเลแต่ก็ต้องยอมรับว่าแค่ที่เคยเห็นมาก็สวยมากแล้ว

“จริงๆ แล้วเที่ยวรับลมหนาว หรือแม้แต่ชมทะเลหมอกไม่จำเป็นต้องไปไกลถึงเชียงใหม่ เชียงราย ที่ใกล้ๆ กับกรุงเทพฯ อย่างกาญจนบุรี ปากช่อง หรือแค่อุทยานแห่งชาติพุเตย จังหวัดสุพรรณบุรี ก็มีสายหมอกยามเช้าให้ได้ลิ้มรส อีกทั้งอากาศยังหนาวเย็นไม่แพ้ภาคเหนือของไทยเลยทีเดียว” พิธีกรขาลุยกล่าว

เมื่อได้เห็นความงดงามของทะเลหมอกแล้ว หนาวนี้ก็เตรียมจัดโปรแกรมเที่ยวเขาชมดอย เช้าคอยยลทะเลหมอกกันได้เลย แต่ยังไงก็ต้องเผื่อใจไว้บ้างเพราะธรรมชาตินั้นอยู่เหนือการควบคุมของมนุษย์


5 จุดชมทะเลหมอกที่น่าสนใจ

1. ภูชี้ฟ้า (เชียงราย) : บนภูชี้ฟ้ายามเช้าในฤดูหนาวจะงดงามไปด้วยทะเลหมอกลอยละล่อง และที่พิเศษก็คือช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. จะเป็นช่วงที่ภูชี้ฟ้าเต็มไปด้วยดอกเสี้ยวบานขาวสะพรั่งสวยงามอยู่ทั่วบริเวณภูชี้ฟ้า

2. ภูกระดึง (เลย) : ในหน้าหนาวทุกๆ เช้า(มืด) จะมีนักท่องเที่ยวเดินฝ่าความหนาวไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดภูกระดึงที่ ผานกแอ่น ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยงามในท่ามกลางบรรยากาศภูผา และต้นสน

3.แก่งกระจาน (เพชรบุรี) : จุดชมทะเลหมอกใกล้กรุง ซึ่งมีเขาพะเนินทุ่งเป็นจุดชมวิวขึ้นชื่อ โดยที่ กม.31 จะมีจุดชมวิวและมีตำหนักของสมเด็จพระเทพฯ ส่วนที่ กม.33 เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่เด่นที่สุด เพราะ ณ จุดนี้จะเห็นทะเลหมอกลอยอ้อยอิ่งอยู่ท่ามกลางขุนเขาและป่าใหญ่

4. ภูทับเบิก (เพชรบูรณ์) : ณ จุดชมวิว ที่เป็นจุดสูงสุดของเพชรบูรณ์ เมื่อมองลงไปในหน้าหนาวจะเห็นทะเลหมอกลอยเป็นปุยอยู่ทั่วบริเวณ ท่ามกลางบรรยากาศภูเขากะหล่ำกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาที่แวดล้อม

5. ผาชนะได (อุบลฯ) : ทุกๆ เช้าในอุทยานฯผาแต้ม ที่ผาชนะได จะมีคนไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยาม แต่ว่าส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยเห็นพระอาทิตย์ขึ้น แต่จะเห็นทะเลหมอกขาวโพลนเป็นสายลอยช้าๆ ไปตามแนวหน้าผาที่ทอดยาวขนานลำน้ำโขงฝั่งไทย-ลาวแทน

หมายเหตุ : ภาพทั้งหมดจาก ททท.












Create Date : 14 ธันวาคม 2548
Last Update : 14 ธันวาคม 2548 14:47:35 น. 19 comments
Counter : 275 Pageviews.

 
ทะเลหมอกยามเช้ากับขุนเขาตระหง่านที่ภูชี้ฟ้า


โดย: debby the gunner วันที่: 14 ธันวาคม 2548 เวลา:15:04:37 น.  

 
บนดอยเชียงดาวสามารถมองเห็นทะเลหมอกได้รอบทิศทาง


โดย: debby the gunner วันที่: 14 ธันวาคม 2548 เวลา:15:05:54 น.  

 
แก่งกระจานจุดดูทะเลหมอกใกล้กรุงฯ


โดย: debby the gunner วันที่: 14 ธันวาคม 2548 เวลา:15:07:03 น.  

 
ทะเลหมอกในบรรยากาศภูผาป่าสนที่ผานกแอ่น ภูกระดึง


โดย: debby the gunner วันที่: 14 ธันวาคม 2548 เวลา:15:07:53 น.  

 
ผาชนะไดจุดชมตะวันก่อนใครในสยามมีทะเลหมอกที่งดงามไม่แพ้ที่ใด


โดย: debby the gunner วันที่: 14 ธันวาคม 2548 เวลา:15:08:49 น.  

 
ภูชี้ฟ้า กะ ผาชนะได เคยไปแล้วค่ะ ที่อื่นยังเลย
ไปตอนปีใหม่นี่แหล่ะ ถ้าไปปีใหม่อีก คนต้องเยอะมาก ๆ แน่ ๆ เลย


โดย: ชิด ๆ (พี่บี ๆ) IP: 61.14.46.14 วันที่: 14 ธันวาคม 2548 เวลา:17:51:45 น.  

 
เคยไปแต่แก่งกระจานครับ


โดย: L-twin วันที่: 14 ธันวาคม 2548 เวลา:18:38:01 น.  

 



น้าเด๊บบ........รูปสวยเหมือนเดิม

นู๋อยากไปอยู่ท่ามกลางทะเลหมอกกมั้งอ่ะ


แปะโป้ง อยากลืมพาไปด้วย


โดย: บาบู.....ใสซื่อ IP: 203.147.55.211 วันที่: 14 ธันวาคม 2548 เวลา:19:11:34 น.  

 
สวยทุกรูปเลยค่ะน้า

เห็นแล้วคิดถึงภูกระดึง อยากไปอีกกกกกกก


โดย: หะนู . . . ใสซื่อกว่า IP: 58.10.32.181 วันที่: 14 ธันวาคม 2548 เวลา:21:16:36 น.  

 
มาลงชื่อเฉยๆ


โดย: เจนนี่_T วันที่: 15 ธันวาคม 2548 เวลา:9:06:24 น.  

 
เคยไปแล้วทุกที่ …. ยกเว้นภูชี้ฟ้า
อีกไม่นานได้ไปแน่

ปล. รูปเอามาจากเว็บผู้จัดการ ซึ่งเอามาจาก ททท. อีกที
ไม่ได้ถ่ายเองฮับ


โดย: debby the gunner วันที่: 15 ธันวาคม 2548 เวลา:11:39:25 น.  

 
มาลงชื่อด้วยคนคะ ชอบอ่านเรื่องที่คุณเขียนทุกกระทู้เลย ชอบเที่ยวคะ เย้ๆๆๆ เดี๋ยวจะติดตาม blog เรื่อยๆ นะคะ ว่างๆ ก็แวะไปชม Blog เราบ้างนะคะ


โดย: diary_cs วันที่: 16 ธันวาคม 2548 เวลา:17:41:10 น.  

 
น้าไปดูหมอกกัน

นอกเรื่องนะ ...
เอานี่ไปอ่านด้วย นู๋ชอบเรื่องนี้ เพราะคิดเหมือนคนที่เขียนคนนี้แหละ
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&month=10-2005&date=08&group=2&blog=1

...น่าใจหายเหมือนกัน ถ้าวันหนึ่งที่เราวิ่งไล่ความรัก แล้วพบว่า คนที่เราวิ่งไล่ เขากำลังไปตามทางของเขา จนเราเหนื่อยหรือล้มลง แล้วหันมาพบว่า ไม่มีใครอยู่ข้างหลังเราแม้แต่คนเดียว ไม่มีสักคนที่จะคอยประคองดูแล

เราเองก็คงเคยเหนื่อยกับการวิ่งไล่ความรัก มองแต่ข้างหน้าว่าเมื่อไหร่ที่จะไล่ได้ทัน โดยไม่ทันได้ตระหนักว่า ถึงวิ่งไล่ทันจะมีประโยชน์อันใด เมื่อสิ่งที่เราวิ่งไล่มันไม่ใช่ของๆเรา


โดย: บีบี IP: 58.11.14.105 วันที่: 17 ธันวาคม 2548 เวลา:12:17:01 น.  

 
^
^
บีบี อย่างน้อยถ้าเป็นพี่ พี่จะมี บีบี คอยประคอง ใช่มะ

หรือพี่จะต้องไปทำฟามรู้จักกับคุณ " ผมจะอยู่ข้างหลังคุณ "
จะได้มีคนคอยเราอยู่ข้างหลัง ฮี่ๆๆๆ

น้าเด๊บบบบบบบบบ เรียกเจ๋ยๆกัวลืมนู๋


โดย: sunsnow IP: 203.147.55.211 วันที่: 19 ธันวาคม 2548 เวลา:10:19:54 น.  

 
พี่ซัน

....แม้ความรักจะบาดให้ใจเจ็บแปลบได้เพียงใด แต่มิตรภาพก็เยียวยาหัวใจให้บรรเทาความเจ็บปวดได้เช่นเดียวกัน วันที่ผิดหวังวันที่อ่อนล้าเมื่อไม่มีใคร เพื่อนคือคนที่เข้าใจและจะเดินเคียงข้างเรา ไม่ว่าใครก็ตามถึงจะต้องรู้ว่าการอยู่บนโลกที่ทั้งสวยงามและโหดร้ายใบนี้มันอาจจะยากแสนสาหัส ต้องฝ่าฟันอุปสรรคอีกมากแค่ไหน แต่เพียงได้รู้ว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ ยังมีใครที่ยังห่วงใยและเป็นเพื่อน มันก็มากพอที่จะช่วยให้เราสามารถยืนหยัดปรับตัวกับโลกแห่งความจริงนี้ต่อไปอย่างไม่เดียวดาย ....

พี่มีปืน 1 กระบอก นู๋ก้อมีปืน อีก 1 กระบอก
เราจะมีกันและกันใช่มะพี่
อิอิ

แต่...ผมอยู่ข้างหลังนี่ น่ากลัวนะ เด๋วเอามีดมาแทงหลังเมื่อไหร่ก้อไม่รู้
กร๊ากกกก

แล้วเรามาเล่นอะไรบล็อคน้าวะนี่ เด๋วน้าหล่า ไปดีก่า


โดย: BBwindy วันที่: 20 ธันวาคม 2548 เวลา:10:11:23 น.  

 

อืมมม เพื่อนสำคัญ สำหรับพี่นะ

พี่ว่าหลายๆอย่าง พี่ผ่านมาได้เพราะเพื่อนเยอะนี่แหละ
เลยเหงาน้อย อาศัยขอเจอกันเยอะๆเมาท์ๆ ก้อลืมเส้าได้
อยู่คนเดียวให้น้อยๆ ไม่งั้น ประสาทกินตัวเอง

อย่างช่วงก่อน ชั้นก้อรู้นะ ว่าพวกแกรอ่ะเบื่อๆฟัง
แต่อย่างที่บอกอ่ะ ทนๆหน่อยเหอะ กร๊าก
ชั้นยังเบื่อตัวเองเลย รอวันหลุดพ้น
ไม่มีใครอยากเป็นแบบนั้นหรอก แต่ใจมันห้าม บ่ ได้
อารมณ์ เหมือนโดนหักหลัง จากคนที่เราเลือกจะไว้ใจ

และแล้ว วันนี้ก้อมาถึง อิอิ รู้สเตป ตัวเองดี
ตอนนี้ บิน สบาย หลุดโพ๊น


[b]เพื่อนคือคนที่เข้าใจและจะเดินเคียงข้างเรา ..

เราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ ..
ยังมีใครที่ยังห่วงใยและเป็นเพื่อน ..[/b]


ขอให้ทุกคน ที่เป็นทุกข์ ค้นหาทางออก และหลุดพ้นได้ในเร็ววันนะคะ


น้าเด๊บไม่ว่าหรอก มาดีดีมีสาระ อิอิ ใช่มะน้า


โดย: ซันสแนวววว์ IP: 203.147.55.211 วันที่: 20 ธันวาคม 2548 เวลา:13:58:09 น.  

 
อ่าวกำ ลืมไป ใช้คำสั่งผิด กร๊ากกกกกกกก


โดย: ซัน IP: 203.147.55.211 วันที่: 20 ธันวาคม 2548 เวลา:13:59:14 น.  

 
ซึ้ง ๆ ๆ ๆ


โดย: debby the gunner วันที่: 20 ธันวาคม 2548 เวลา:16:55:19 น.  

 
กิกิ แวะมาชม blog สั ส้ม แปร๋นนนนนนนนนนนนนนนนนน แปร๋น
ค๊าฟ


โดย: ปะการังหอม วันที่: 23 ธันวาคม 2548 เวลา:12:51:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

debby the gunner
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Nothing's gonna change my world.
Friends' blogs
[Add debby the gunner's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.