ฉันมองเห็นแววตาคุณ ดูเปล่าดายคล้ายดาวเปลี่ยว โดดเดี่ยวในฟ้าไกล
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
6 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
ถนนโลกีย์ 45

ถนนโลกีย์ 45

Nov 24 08:34 Pm


อีกราวยี่สิบนาทีเราน่าจะถึงบ้านเพ ผมคะเนระยะทางกับเวลาในใจ เราอยู่บนรถบัสโดยสารจากระยอง
หลังจากที่ควบไอ้แก่มาร่วมๆสองชั่วโมง ผมระบมปากแผลจากแรงสั่นสะเทือน หลังก็ปวดจากนกที่นอนซบมาตลอดทาง
ไอ้แก่ซึ่งยังผลิตควันขาวเป็นทางอย่างสม่ำเสมอ มันกินน้ำมันเครื่องขนาดหนัก
แต่ผมมีแผนจะทำงานร่วมกับมันอีกครั้ง ต้องหาวิธีแต่งองค์ทรงเครื่องกันหน่อย สภาพนี้ ขืนไปฉะกับใครเข้า ก็คงไม่รอดทั้งมันทั้งผมนี่ล่ะ
ผมเลี้ยวเข้าระยอง วนหาร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ที่ดูมีฝีมืออยู่บ้าง และเริ่มบอกเล่าความต้องการของผม
เช่นล้างเครื่องยนต์ขูดเขม่า คว้านกระบอกสูบให้ใหญ่ขึ้น ขัดพอร์ท เปลี่ยนเบอร์นมหนู สารพันที่จะทำให้ให้ไอ้แก่มันแรงจัดมากพอที่จะฟัดกับเครื่องยนต์ทุกชนิด
อุปกรณ์เพื่อความสวยงามถูกถอดทิ้งทั้งหมด เหลือไว้เฉพาะที่จำเป็น ส่วนงานที่ช่างต้องทำเพิ่มคือ ช่วงล่างที่หนึบแน่น เบรคที่หยุดเฉียบขาด
ผมต้องการความแรง กับความมั่นใจ เงินสดจะถูกทิ้งไว้เพื่อมัดจำชิ้นงานส่วนหนึ่ง
ส่วนที่เหลือ ผมจะกลับมาจ่ายให้ตามคุณภาพของงาน....

ผมอดอมยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นช่างในร้านชี้ชวนกันให้ดูนก เธอช่างสดใส แก้มที่แดงปลั่งจากไอแดด ยิ่งทำให้เธอดูน่าถนอม
ผิดกับผม หัวที่โกนเลี่ยน โชว์แผลเป็นกลางหัว เสื้อผ้ารุงรังกับคอนเวิร์สคู่เก่าคร่ำคร่า มันคงสร้างความประหลาดใจให้ผู้พบเห็นพอสมควร
นกหันมาเห็นช่างที่หลบตากันวูบวาบ เธอไม่ได้เชิดใส่ แต่กลับส่งยิ้มอ่อนหวานให้แทน ก็เป็นซะอย่างนี้ แล้วจะไม่ให้ผมรักได้ยังไงวะ...
"แฟนพี่น่ารักจังนะครับ.. " ช่างยิ้มประจบให้เงินในมือของผม ผมพยักหน้า "อืม ผมก็ว่างั้น... " ผมส่งเงินให้ช่าง "สงสัยน้องเค้าจะตาบอดน่ะครับ"
ผมตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะขื่นๆให้กับตัวเอง " ไม่หรอกพี่..." ช่างรุ่นพ่อผมประจบอีก " น้องเค้าตาถึง พี่สองคนสมกันดี "
ผมยิ้มให้ช่าง ก็คงยังงั้นละมัง....
ก็... ผมมันผีร้าย ส่วนเธอก็นางฟ้าปีกหัก

ไอเค็มของทะเลผสมกับไอเสียจากเครื่องยนต์เรือ ได้เป็นกลิ่นแปลกๆ กลิ่นคล้ายกับความปวดร้าวของธรรมชาติที่ตัดพ้อต่อฝีมือของมนุษย์
ผมตัดสินใจข้ามมาที่เกาะเสม็ดเพื่อรักษาตัว เสี่ยงดวงมาหาเพื่อนรุ่นน้องที่เป็นอดีตนักกีฬาวินเสิร์ฟทีมชาติที่ฝีมือพอฟัดพอเหวี่ยงกับฝรั่งได้สบายๆคนหนึ่ง
แต่ด้วยอุบัติเหตุทางน้ำ ทำให้จักรผันตัวเองมาเป็นบีชบอย คอยดูแลจัดสรรให้บริการกีฬาทางน้ำให้กับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติแทน
ชีวิตก็แบบนี้ เรื่องประหลาดใจวนเวียนเข้ามาไม่รู้จักหยุดหย่อน ถ้าผมเจอจักร อะไรๆก็คงจะง่ายขึ้นเยอะ
เสม็ดเมื่อยี่สิบปีที่แล้วไม่ได้เป็นอย่างนี้ เรือข้ามฟากมีวันละไม่เกินสามเที่ยว ไม่มีบังกาโลเกินความจำเป็น ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำจืดให้ฟุ่มเฟือย
ท่าเทียบเรือยังทำจากไม้ซุงกับไม้มะพร้าวขนาดใหญ่ อาหารทะเลก็ราคาถูกมาก เนื่องจากเรือที่ลงไปตระครุบไล่จับมัน ก็อยู่บนเกาะกันนั่นแหล่ะ ได้มา ก็หิ้วขึ้นมาขายกันเลย
บางหาด บางอ่าว ยังเป็นจุดที่เข้าถึงได้ยาก ต้องใช้เรืออ้อมเอาเท่านั้น และบางจุดต้องต้องเดินเท้าขึ้นภูเขาเอาเอง ที่นี่แหล่ะ น่าจะเหมาะที่สุดสำหรับการซ่อนตัว
ถ้ามันจะตามมาล่าผมจริง อย่างน้อยผมก็ไม่น่าจะสิ้นไร้ไม้ตอกเท่าไหร่นัก...

นกดูมีความสุข ผมก็พลอยมีความสุขตามเธอไปด้วย บางครั้ง ผมก็รู้สึกเหมือนพ่อ เหมือนพี่ของเธอ จริงอยู่ ที่ผมอยากได้เธอไว้
แต่ผมก็สำนึกอยู่ตลอดเวลาว่า ชีวิตเล็กๆที่อยู่ในอ้อมแขนผมนี้ มีค่ามากเกินจนกว่าจะเอามันมาละลายทิ้งกับผม
เธอยังมีอนาคต มีชีวิตที่สวยงามกว่ารออยู่ เธออาจจะไม่รู้ แต่ผมรู้.. ผมอาจจะเลวใส่ทุกคนในโลกได้ แต่ไม่ใช่กับเธอ
มันเป็นรักที่แปลกประหลาดสำหรับผม แค่ช่วงเวลาไม่กี่วันที่เราได้คบหากัน ผมรู้สึกแต่ว่า อยากจะให้ทุกอย่างกับเธอ
ผิดกับครั้งก่อนหน้า ผมก็แค่อยากจะได้อยู่ฝ่ายเดียว แล้วอันไหนมันจริง??? หรือก็จริงทั้งสองแบบ???
แต่มันแน่อยู่อย่าง... ที่ผมไม่มีสายตาให้ผู้หญิงคนไหนอีกเลย ตั้งแต่ได้เธอมา...
เฮ้ยคุณ.. ผมพูดจริงๆ!!!!
อย่าเลี่ยนนะเว๊ย....... ถ้าผมจะหวาน มันเป็นรักที่ผมได้ใกล้ชิดและดูแลมันจริงๆเป็นครั้งแรกนี่หว่า หรือคุณไม่เคย.....

มันเป็นเรือขนสัมภาระที่ดัดแปลงจากเรือหาปลา ไม่ใช่เรือโดยสาร เราขอติดเรือเค้ามาด้วยค่าโดยสารที่สูงกว่าปกติหน่อยนึง
เจ้าเรือเก่าคร่ำคร่าและดูเหมือนจะจมมิจมแหล่ลำนี้ ค่อยๆกระดืบตัวเองออกจากท่า แคมเรือทั้งสองปริ่มน้ำจนน่ากลัวเมื่อคลื่นลูกเล็กๆไหลมากระแทก

" เราจะพักกันที่ไหนคะพี่... " นกเอียงคอถามเสียงดังแข่งกับเครื่องยนต์
ผมส่ายหน้า "ชายหาดมั้ง..." เธอซัดเพี๊ยะเข้าที่หัวไหล่ผม ทำหน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง ก่อนกลับไปสนใจมะม่วงเปรี้ยวฝานเป็นชิ้นที่สู้อุตส่าห์หอบมาจากระยองต่อ
มันอร่อยตรงไหนวะ เปรี้ยวก็เปรี้ยว แถมบางลูกก็เปรี้ยวชิ๊บหาย ไม่เข้าใจลิ้นของผู้หญิงเลยจริงๆ หรือว่าพวกเธอไม่มีต่อมรับรสเปรี้ยวกันหว่า
ถึงได้กินกันน่าเอร็ดซะขนาดนั้น.....
เรานั่งกันที่ม้ายาวเตี้ยๆเกือบท้ายเรือ นกเบียดเข้ามานั่งที่พื้นเก้าอี้ระหว่างขาผม ไม่ใช่ว่าที่นั่งอื่นไม่มี แต่นกก็เป็นแบบนี้ เธอจะเข้ามาเบียดและซุก ทุกครั้งที่ทำได้
อืม.. วันนึงผมจะเบื่อเธอมั๊ยนะ.. อีกห้าปี.. หรือสิบปี... ว่าแต่.... ถึงตอนนั้นแล้ว เราจะยังได้อยู่ด้วยกันอีกหรือ...
ผมแอบถอนใจยาว พลางกระชับอ้อมแขนของตัวเองให้แน่นเข้า...... นกหันมายิ้มให้...
เธอขะยั้นขะยอให้ผมชิมมะม่วงนั่นให้ได้ ผมตัดใจกัดเข้าไปคำนึง ทั้งๆที่เกลียดผลไม้เปรี้ยวทุกชนิด.... เวร!!! แม่งเปรี้ยวชิ่บ
นกหัวเราะชอบใจ... หน้าผมคงจะเหยเกน่าดู แต่.... เรื่องแค่นี้น่ะหรอที่ผมจะแหยง... ผมคว้ามะม่วงที่เหลือมายัดใส่ปากเคี้ยวกร้วมๆ
ปั้นสีหน้าราวกับว่ามันอร่อยเสียเต็มประดา นกทำตาโต... ก่อนที่จะหัวเราะแบบรู้ทัน... เธอเอามือปิดปากผมไว้เป็นเชิงบังคับให้ผมกลืนให้หมด
ผมรีบกระเดือกเข้าไป ก่อนที่รสเปรี้ยวมันจะซ่านลิ้นไปมากกว่านี้ นกทำหน้าถูกใจ ก่อนที่จะตบมือแปะๆให้ผมแล้วยกนิ้วหัวแม่มือให้ ผมยักคิ้วตอบ
พร้อมกับตาที่กวาดไปทั่วลำเรือตามความเคยชิน เด็กเรือวัยรุ่นสองคนที่คงจะแอบมองเราอยู่ พวกเขายิ้มสะอาดให้ ผมยิ้มตอบ...
การแสดงความรักต่อกัน.. ไม่ว่าจะที่ไหน.. มันก็ดูดีทั้งนั้นแหล่ะ ผมคิดงั้นนะ... มีแต่ไอ้พวกบ้าโรคจิตขาดรักนั่นแหล่ะ ที่เห็นมันเป็นเรื่องไม่ควร...
ไอ้เด็กสองคนนี่คงไม่รู้หรอกว่า เราผ่านอะไรกันมา หรือ เรากำลังจะไปเจอกับอะไร...
ถ้าเด็กเรือสองคนนี่เค้ารู้... เค้าจะกล้าแลกเหมือนที่ผมทำมั๊ย.......

ก็ไม่แน่.. โลกนี้ไม่ได้มีคนบ้าอย่างผมคนเดียวซะเมื่อไหร่ พวกเค้าอาจจะบ้ายิ่งกว่าผมก็ได้
และถ้าวันหนึ่งวันใด พวกเค้าลงมือแลกวิญญานตัวเองกับความรักแล้วละก็ ผมก็ขอให้เค้าโชคดี............ อย่างน้อยก็ให้ดีกว่าผม....
ที่ไม่รู้เลยว่าจะเสียมันไปเมื่อไหร่ อาจจะเป็นก้าวแรกที่ลงจากเรือนี่ก็ได้ ใครจะรู้.....
อืม... ไม่เป็นไรน่า อย่าบ่นให้มากนักเลย... อย่างน้อยตอนนี้ผมก็ได้อยู่กับเธอ จะเอาอะไรมากมายหนักหนาเล่า.....

.................................


นกพยายามจะก้าวให้ทันผม เธอจะช้าช่วงที่มีโขดหิน มันก็ไม่ง่ายสำหรับการที่จะกระโดดข้ามไปมาของมือใหม่...
เราเดินลัดเลาะกันไปตามชายหาดจากหน้าด่าน มันยังไม่มีรถบริการหรอกนะตอนนั้น คุณต้องเดิน.. ถ้าเรือไม่อ้อมไปส่ง
เรือที่เรามาก็ไม่ได้อ้อมไปส่ง ผมบอกคุณแล้วไง ว่ามันเป็นเรือขนสัมภาระ....
ผมถอดเสื้อให้เธอคลุมกันแดด ส่วนตัวเองก็แบกของทั้งหมดรุงรัง ของผมน่ะมีเป้เดียว แต่ของนกซัดเข้าไปซะสามกระเป๋า
ทำยังกับจะย้ายบ้าน... ให้ทิ้งๆไปบ้างก็ไม่ยอม ไอ้นู่นก็ต้องใช้ ไอ้นี่ก็มีประโยชน์ แต่ที่แย่สุดคือ ตุ๊กตาหมีสีชมพูตัวย่อมที่ผมซื้อให้
ลองนึกภาพที่ผมอุ้มตุ๊กตาหมีสีชมพูเอาเองก็แล้วกัน ไม่รู้จะเล่ายังไงว่ะ......
ผมตั้งใจจะไปอ่าวนวล มันเป็นอ่าวเล็กๆที่ซ่อนตัวเองอยู่อย่างลึกลับ มีบ้านพักแบบทำง่ายๆอยู่สองสามหลัง ผมรักที่นั่น ไม่รู้ทำไมสิ.....
ถ้าเราเริ่มเดินจากตรงนี้ มันก็น่าจะห่างซักสามกิโลกระมัง บ้านของจักรก็อยู่แถวนั้น เลยขึ้นไปบนเขา จักรเป็นคนเกาะโดยกำเนิด
เกิดจากทะเล และก็มีวี่แววว่ามันจะตายไปกับทะเล

ผมหยุดรอนกบ้างเป็นจังหวะ เหงื่อเธอเริ่มซึมออกมาเกาะที่ปลายจมูก นกไม่บ่นหรือโยเย แววตามีแต่ความตื่นเต้น มันคงเหมือนกับการผจญภัยครั้งใหญ่สำหรับเธอ
ผมยิ้มให้กำลังใจ ก่อนที่จะส่งมือให้เธอเกาะเพื่อก้าวข้ามโขดหิน เราสวนผ่านนักท่องเที่ยวเป็นระยะ
ส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ มีบางคนที่ยิ้มทักทาย แต่ส่วนใหญ่ก็เมินเฉย
เราก็คงดูเหมือนวัยรุ่นคู่นึง ที่หนีพ่อแม่มาแอบอยู่ด้วยกันเพื่อที่จะมีเซ็กส์กันริมทะเลซักวันสองวัน.... ดีแล้วล่ะ ที่มันไม่สะดุดตาใคร....

ทรายของเสม็ดขาวยังกับน้ำตาลทราย เอ.. หรือคำว่าน้ำตาลทรายมันมาจากที่นี่วะ..
ถ้าจำไม่ผิด เกาะนี้มีชื่อที่เรียกเล่นๆว่า เกาะแก้วพิศดาร
ในวรรณคดี นางเงือกพาพระอภัยกับลูกหนีมาถึงนี่
นางยักษ์ไล่ตามผัวสุดที่รักมา เพื่อที่จะมาตายห่าที่นี่จากปี่ของผัวตัวเอง
พระอภัยมณีนี่ก็แปลก ล่อให้มั่วไปหมดทั้งยักษ์ทั้งปลา แถมฆ่าเมียเก่าทิ้งซะอีกแน่ะ
คนเลวก็เป็นแบบนี้... ส่วนใหญ่จะถูกรัก... ไม่รู้ทำไมสินะ........

.....................................................

แค่เห็นมันด้านข้างแต่ไกลผมก็จำมันได้ในทันที ผมหยิกยาวหยอง เนื้อตัวดำเป็นมันเลื่อม กล้ามเนื้อแข็งนูนเป็นลูก
จักรกำลังดึงและลากเรือใบให้ขึ้นจากทะเล ผมแหกปากตะโกน " ไอ้เหี้ยจักรรร..." ....


-มีต่อ-


Create Date : 06 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2552 12:02:16 น. 2 comments
Counter : 380 Pageviews.

 
ชอบตรงที่ "เฮ้ยคุณ.. ผมพูดจริงๆ!!!! อย่าเลี่ยนนะเว๊ย....... ถ้าผมจะหวาน" 555 ไม่บอกไม่รู้เล้ย


โดย: แสนดีคนในพื้นที่ วันที่: 6 พฤศจิกายน 2552 เวลา:11:13:20 น.  

 
^
^
หรือคุณไม่เคย 555


โดย: aftertime วันที่: 7 พฤศจิกายน 2552 เวลา:9:02:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

aftertime
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้ผ่านทาง เพื่อนร่วมเวลา
Friends' blogs
[Add aftertime's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.