ฉันมองเห็นแววตาคุณ ดูเปล่าดายคล้ายดาวเปลี่ยว โดดเดี่ยวในฟ้าไกล
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
13 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
ที่เดิม เวลาเดิม คนใหม่ 25

ที่เดิม เวลาเดิม คนใหม่ 25
Nov 07 03:32 Pm

"ไอ้สัตว์!!!!!" ตุ้ยคำรามลั่น พร้อมกับยัดกำปั้นเข้าครึ่งปากครึ่งจมูกผมอย่างจัง ตาตุ้ยวาวโรจน์เหมือนมีกองไฟกองใหญ่ลุกโชนอยู่ในนั้น
ผมกระเด็นหงายท้องก้นจ้ำเบ้าอย่างไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว เลือดทะลักเป็นลิ่มออกจากรูจมูกทันที ผมยกมือขึ้นปาดเลือดอย่างงงๆ
"อะไรของมึงวะ ไอ้เหี้ยตุ้ย" ผมเหลือบมองไม้ท่อนขนาดเหมาะมือที่วางเรี่ยราดอยู่ตรงนั้น
"มึงทำเหี้ยอะไรของมึง.." ตุ้ยรี่เข้าเตะซ้ำเข้าที่หน้า ผมยกมือซ้ายขึ้นกัน เสียงแข้งกระทบกระดูกดูดังทึบๆ อาการชาที่แขนวิ่งเป็นริ้วก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวด
ผมตัดใจจากไม้ท่อนนั้น ยังไงเราก็เพื่อนกัน... เราคงไม่จำเป็นต้องใช้... ตุ้ยถอยตั้งหลักแล้วกระโจนเข้าเตะซ้ำอีกครั้ง แต่คราวนี้ผมตั้งตัวได้แล้ว
ผมบิดตัวในท่านั่งปิดหน้าไว้ด้วยสองแขน พลิกมือออก รวบขาตุ้ยเอาไว้ กระชากจนตุ้ยล้มลง เสียงวี๊ดของน้ำตาลแว่วมาเข้าหูผม
ผมถลันตัวลุกขึ้น ทิ้งตัวลงกระแทกเข่าขวาเข้าที่กลางท้องตุ้ยสุดแรงเกิด..
.............................................
ตุ้ยนอนกุมท้องบิดตัวไปมา ขาวาดขวักไขว่บนพื้นจนฝุ่นคลุ้งกระจาย ผมกลืนเลือดกลับเข้าไปคอ โพรงจมูกเต็มไปด้วยฝุ่น
เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ผมหรอก ตุ้ยเป็นนักเรียนที่ดี เป็นเพื่อนที่ดี และเป็นนักดนตรีที่ดี แต่ตุ้ยไม่ใช่นักสู้..
ผิดกับผม ที่เรื่องเข้ามาหาไม่มีหยุดหย่อน..... และผมก็ไม่เคยปฏิเสธมัน อันที่จริง.. บางครั้งผมก็เริ่มมันเองด้วยซ้ำ.....
ผมส่งมือให้ตุ้ย ตุ้ยรับมันและดึงตัวเองขึ้นมา.....
เราทั้งสองคนต่างหอบหายใจ ตุ้ยยังยืนงอตัว พลางหอบจนตัวโยน อ้อ!!! คุณอย่าเชื่อละครทีวีให้มากนักนะ เพราะการสู้กันจริงๆของผู้ชาย
ส่วนใหญ่กินเวลาไม่ถึงนาทีหรอก ไอ้ประเภทผลัดกันรับผลัดกันรุกเนี่ยทีละครึ่งชั่วโมงนี่นะ เกิดขึ้นได้ยากมาก
เพราะถ้าฝ่ายไหนพลาดกันละก็ ครั้งเดียวก็สุดจะทนแล้ว... แม่งโคตรจะเจ็บ
...........................................
เรามองตากันและชั่งใจกันอยูในที ว่าจะกระโจนเข้าฟัดกันอีกรอบ... หรือจะคุยกันดี..........
............................................
อย่างแรกชนะ... ผมกับตุ้ยกระโจนเข้าหากันเหมือนหมาบ้า เสียงน้ำตาลหวีดร้องขึ้นมาอีกครั้ง...
...........................................
ถ้าผมเข้าคลุกวงในคงจะแย่... ตุ้ยตัวใหญ่กว่าผมมาก ถ้าตุ้ยรวบผมได้ ก็คงจบ
ตุ้ยเหวี่ยงหมัดไปมา มันเปลืองแรงผมรู้ดี การชกพลาดเป้าแบบสุดแรงนี่มันกินกำลังสุดๆ
ผมถอยฉากออกมานิดนึง ตุ้ยหลงกลผวาตามมาเหวี่ยงกำปั้นเปะะปะเข้ามาอีก
ผมย่อตัวก้มหลบ ก้าวเข้าประชิดแล้วช้อนหมัดเข้าท้องที่เดิมเต็มเหนี่ยว มันหยุดการเคลื่อนไหวได้ในทันที ตุ้ยทรุดฮวบลงกุมท้องหอบหายใจถี่รัวอีกครั้ง
เลือดผมที่จมูกยังไม่หยุดไหล มันยังอุ่นๆอยู่ แต่สิ่งที่ผมไม่คาดคิดมาก่อนก็คือ........น้ำตาล............
น้ำตาลถลาเข้ามากางมือขวางตุ้ยไว้จากผม ราวกับผมเป็นปีศาจร้ายที่กำลังจะโถมเข้าขย้ำเหยื่อไม่มีทางสู้
เธอยังร้องให้และสลับกับการพยายามร้องขอให้ผมหยุด... ทั้งๆที่ผมไม่คิดที่จะทำอะไรตุ้ยอีกแล้ว
ผมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ตั้งใจจะให้น้ำตาไหลย้อนกลับเข้าที่เดิม... มันไม่ได้ผล...

"มึง.. มึงออกไปจากบ้านกูเลยไอ้สัตว์"เจ้าของเสียงตะโกนไล่ผม สลับกับการไอ สำลัก
ผมมองเพื่อน.... ผมคิดถึงมิตรภาพของเรา.. ทำไมนะ ทำไมผมถึงไม่รู้เลยว่าเพื่อนผมรักน้ำตาลอยู่ แน่นอน! ผมมั่นใจว่ามันก็รักผมมากด้วย
"กูแค่อยากคุยกับน้ำตาล.."ผมแทบจำเสียงตัวเองไม่ได้ มันแหบเครือ...
"น้ำตาลไม่มีอะไรจะคุยกับพี่อีก!!!"เธอยังคุกเข่าประคองตุ้ยอยู่แต่กรีดเสียงร้องออกมาในแบบที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน.. มันเหมือนสัตว์บาดเจ็บที่ไม่ยอมให้ศัตรูเข้าใกล้
ผมยืนซวนเซ.. ถอยไปพิงรถอย่างหมดแรง น้ำตาลมองผมด้วยสายตาที่เจ็บช้ำ... ผมหลบตาเธอ
"กูลาออกจากวง.."ตุ้ยสำทับเสียงเข้ม ผมมองหน้าเพื่อน.......... เช่นกัน ผมเห็นความเจ็บช้ำในตาของเพื่อน...
"มึงไม่ต้องหรอก.. กูไปเอง.. กูแค่อยากมากอดน้ำตาลอีกครั้ง... แล้วกูก็จะไปของกู... กูไม่มีอะไรที่นี่อีกแล้ว!!"ผมพล่ามพึมพัมเหมือนคนบ้า
น้ำตาลร้องอะไรออกมาคำนึง แล้วร่างเล็กๆก็โผเข้ากอดผมเอาไว้แน่น เธอเบียดหน้าเข้ากับอกผม พร่ำพูดฟังไม่ได้ศัพท์
น้ำตาเธอมาจากไหนกันมากมายนัก มันไหลออกมาเหมือนจะไม่มีวันหมดจนชุ่มอกเสื้อผมไปหมด ผมกอดร่างเล็กๆไว้สุดแรง ซุกหน้าลงจูบผมของเธอ
ผมขอโทษ ผมขอโทษ ผมได้แต่ครวญครางในใจ น้ำตาลกอดตอบผม เธอยิ่งสะอื้นแรงขึ้น.......... ตุ้ยก้มหน้า.. มันคงไม่อยากเห็น...
ผมเชื่อว่าเพื่อนรักก็คงเสียใจไม่น้อย เมื่อเห็นคนที่มันแอบรัก เจ็บปวดจนแสนสาหัสเช่นนี้....
ทั้งหมดที่เกิดขึ้นมานี้เป็นงานฝีมือผม ผมพิถีพิถันสร้างมันขึ้นมาจากความอยาก ความเห็นแก่ตัวและความไคร่ งดงามดีมั๊ยล่ะครับ?
..........................................................
ผมใช้เวลาจากกรุงเทพมาพัทยาไม่เกินหนึ่งชั่วโมง ผมพาน้ำตาลมาอย่างไม่รู้จุดหมาย ผมแค่อยากหนีออกจากกรุงเทพ หนีจากทุกความทรงจำที่เราเคยฝากรอยกันเอาไว้
น้ำตาลกอดผมที่หลังมาตลอดทาง เราไม่ได้คุยอะไรกันเลย.... มันเหมือนกับเราพยายามที่จะซึมซับกันและกันให้มากที่สุด เท่าที่จะมากได้...
และเมื่อเรามาถึง....... พระพายก็แสดงความโกรธเกรี้ยวกับผลงานของเหล่าปีศาจ ต้นมะพร้าวริมหาดโอนเอนไปมา เสียงหวีดหวิวจากใบดังเสียดหู
ฝนกระหน่ำลงมาเหมือนท้องฟ้ามีรอยโหว่ขนาดใหญ่ น้ำตาลคุกเข่าก้มหน้าอยู่บนพื้นทรายริมทะเล หัวไหล่เธอสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้น
เสื้อขาวบางเปียกชุ่มแนบลู่ไปกับตัวเธอตามแรงของสายฝน
มันแยกไม่ออกว่าอันไหนคือน้ำฝน หรือน้ำตาของเธอ เสียงร้องให้ของเธอคลุกเคล้าไปกับเสียงคำรามของท้องฟ้า ราวจะกับจะซ้ำเติมเธอให้ย่อยยับ
รสเค็มของน้ำตาผมไหลเข้ามาเจือกับน้ำฝนที่ปลายลิ้น ผมได้แต่ยืนพิงรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่แล้วเฝ้ามองเธออย่างทำอะไรไม่ถูก
ผมจะปลอบโยนเธอได้อย่างไร ในเมื่อผมเองเป็นคนทำให้เธอต้องร้องให้ราวจะขาดใจตายอยู่ตรงนี้
สายฝนพร่างพรูลงมารอบตัวเรา ราวกับม่านคริสตัลระย้าผืนใหญ่........
...........................................
เธอไม่ให้อภัยผม..... เธอยืนยันว่าเธอยังคงรักผมมาก... แต่เธอไม่สามารถให้อภัยผมได้ มันเจ็บปวดเกินไป.. ผมเข้าใจเธอ
ผมไม่ได้ร้องขอโอกาสอีก ผมน้อมรับมันไว้.... เธอโทรตามให้เพื่อนมารับและไม่ยอมให้ผมแตะต้องตัวเธออีก
ผมหนีออกจากพัทยา.......... หนีอีกแล้ว....... หนี.........................
..........................................
ผมขับออกถนนโล่งนอกเมืองพัทยาท่ามกลางความมืด ความเร็วของมันช่วยพาน้ำตาของผมปลิวไปกับสายลมก่อนที่มันจะไหลลงแก้ม
ฤทธิ์เหล้าในสายเลือดบวกความเสียใจ เป็นเชื้อเพลิงชนิดเยี่ยมที่ทำให้มันโจนทะยานจนล้อแทบจะไม่ติดกับพื้นถนน
ในพริบตา รถยนต์กระบะคันหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากข้างทาง ผมจำไม่ได้ว่าได้เบรคหรือปล่อยให้ตัวเองพุ่งเข้าชนอัดกลางลำรถยนต์คันนั้นอย่างจัง
ผมรู้สึกเหมือนร่างกายฉีกเป็นชิ้นๆ.. และผมก็ไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว

-มีต่อ-





.......................................จบภาคหนึ่งนะครับ.................................







Create Date : 13 ตุลาคม 2552
Last Update : 13 ตุลาคม 2552 7:22:40 น. 7 comments
Counter : 166 Pageviews.

 
ว้าว เขียนนิยายด้วยอ่ะ
ไม่มีฉากเรตๆ เลิฟซีนบ้างเหรอออ


โดย: joblovenuk วันที่: 13 ตุลาคม 2552 เวลา:7:27:30 น.  

 
กำ.... ไม่มีเลยครับเพ่จ๊อบ เสียใจด้วย..


โดย: aftertime วันที่: 13 ตุลาคม 2552 เวลา:7:35:55 น.  

 


โดย: Cyber@Sunday วันที่: 13 ตุลาคม 2552 เวลา:9:03:28 น.  

 
เป็นผู้ชายที่เขียนนิยาย ดุดันดีค่ะ

แอบปนเศร้าเคล้าน้ำตาอีกด้วย

เยี่ยม..........


โดย: น้ำค้างปลายข้าว วันที่: 13 ตุลาคม 2552 เวลา:9:50:15 น.  

 


โดย: aftertime วันที่: 13 ตุลาคม 2552 เวลา:11:44:35 น.  

 
ตามอ่านจนจบภาคแรก
และรอภาคสองอย่างตั้งใจ ได้โปรดมาต่อเร็วๆ


โดย: แสนดีคนในพื้นที่ วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา:12:41:33 น.  

 


โดย: aftertime วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา:19:19:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

aftertime
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้ผ่านทาง เพื่อนร่วมเวลา
Friends' blogs
[Add aftertime's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.