นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตย์ทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา

Gohan Museum @ Tokyo Station

หลายสิ่งในชีวิตเราควบคุมไม่ได้ แต่ก็มีหลายสิ่งที่เราควบคุมได้ อย่างน้อยๆก็เรื่องการเขียนบล็อกนี่ละ อยากจะเขียนเมื่อไร เรื่องอะไร ทำได้ตามความพอใจ (อิอิ..ด้วยเหตุนี้ นานๆจึงจะเขียนบล็อกใหม่สักที) วันนี้เป็นวันที่อยากจะทำอะไรอย่างที่อยากทำอีกวัน

ในTokyo มีสถานที่น่าสนใจมาก(ในความรู้สึกของดิฉัน) มากกว่าRoppongi HillsหรือTokyo Midtown เสียอีก ซึ่งก็คือ Tokyo Station นั่นเอง บางคนที่รู้จักดิฉันก็อาจจะบอกว่า แน่ละซิ..ก็หล่อนใช้Japan Rail Passนี่ จำเป็นที่เธอจะต้องใช้Tokyo Stationเป็นทางผ่านไปโน่นมานี่อยู่แล้ว แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ถูกต้อง

ถ้าใครต้องใช้สถานีโตเกียวจะรู้ว่าหลายปีมานี้สถานีโตเกียวมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่มาตลอด แต่ดิฉันไม่เคยรำคาญนะแค่อยากรู้ว่า.. แล้วมันจะออกมามีหน้าตาเป็นอย่างไร..มากกว่า

แล้วในที่สุดก็มี Gransta มาให้ตื่นตาตื่นใจ และยังจะอะไรอื่นๆที่จะตามมาตามconcept "Tokyo Station City"อีกก็ไม่รู้ ล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกาที่ผ่านมา ร้านขายขนม ของฝากต่างๆที่ชั้นใต้ดินด้านห้างDaimaruที่เรียกว่าFirst AvenueTokyo Station มีการปรับปรุง(อีกแล้ว)ทั้งๆที่ของเดิมก็ดี๊ดี โดยจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติก่อนปีใหม่

Tokyo Station มีหลายสิ่งที่น่าสนใจ วันหนึ่งกลับจากเกียวโต ลงจากชินคันเซนทางด้านใต้ ก็พบร้านขายข้าวและโชว์รูมเล็กๆที่มีป้ายติดไว้ว่าGohan Museum แค่ป้ายชื่อก็สะดุดตาแล้ว



ส่วนหัวของตัว"g" ทำเป็นรูปเมล็ดข้าว เพราะgohanแปลว่าข้าว(ที่หุงแล้ว)นั่นเอง






ด้านหน้า สะอาดสะอ้าน สวยงาม






การนำเสนอในแต่ละช่วงฤดูกาลมีความแตกต่างกัน
Mascot ทำเป็นรูปสุนัข แต่ความจริงส่วนหัวของสุนัขเป็นชามข้าว




ภายในห้องแสดงเล็กๆนี้ มีเอกสารแจกฟรีมากมาย เป็นเอกสารที่สวยงามมากๆ
เอกสารตรงส่วนนี้เป็นเอกสารเกี่ยวกับพืชผักผลไม้ต่างๆที่เป็นอาหาร




เอกสารสอนทำอาหาร เน้นการบริโภคข้าว ในมื้อต่างๆ








หนังสือดีๆ ภาพสวยๆ เมื่อแจกฟรี เราก็มิอาจขัดศรัทธา หยิบมาพอประมาณ


พิพิธภัณฑ์ข้าวสวยส่วนนี้ เป็นเพียงห้องแสดงเล็กๆเท่านั้น แต่ก็สร้างความสนใจได้ไม่น้อย ตัวพิพิธภัณฑ์จริงๆอยู่ที่ตึก Tokyo International Forum ซึ่งอยู่หน้าสถานีด้าน Marunouchi Exit

พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งขึ้นเพื่อให้ชาวญี่ปุ่นบริโภคข้าวมากขึ้น
(ปัจจุบันชาวญี่ปุ่นกินข้าวน้อยลง กินอาหารแบบฝรั่งกันมาก จนน่าเป็นห่วง)

ได้แต่หวังว่าเหตุการณ์เช่นนี้คงจะไม่เกิดขึ้นในเมืองไทย
แต่พิพิธภัณฑ์ข้าวนี้เป็นความคิดที่ดีมาก บ้านเราน่าจะทำบ้าง อย่างน้อยก็เพื่อปลูกฝังเยาวชนรุ่นใหม่ให้รู้ว่ากว่าจะได้ข้าวมา คนปลูกลำบากขนาดไหน ไม่ควรกินทิ้งกินขว้างและช่วยกันหวงแหนปกป้องพันธุ์ข้าวของไทยไว้

อิอิ..ขึ้นต้นเป็นมะลิซ้อน ตอนจบเป็นมะลิลา..ได้ไงก็ไม่รู้




 

Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2552
3 comments
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2552 23:47:24 น.
Counter : 912 Pageviews.

 

แวะมาหาความรู้ค่ะ

 

โดย: never the last 20 กุมภาพันธ์ 2552 1:37:40 น.  

 

ชอบอาหารญี่ปุ่นจังค่ะ ดูมีประโยชน์ต่อสุขภาพ
ดีจัง ... เกี่ยวกับที่โพสท์รึเปล่าคะ อิอิ

มารื้อฟื้นภาษาญี่ปุ่นด้วย เรียนมาก็คืนครูหมดแล้ว
จำได้ก็คงคำว่าโกะฮังนี่แหละค่ะ

 

โดย: Tristy 21 กุมภาพันธ์ 2552 3:35:23 น.  

 

เป็นประเทศที่น่าไปจริง ๆ ค่า
น่ารักไปซะทู้กอย่าง

 

โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน 22 กุมภาพันธ์ 2552 21:46:28 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Daytime Lantern
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
19 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Daytime Lantern's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.