I love you camera บทที่ 3





บทที่ 3.

วันนัดถ่ายภาพที่บ้านเพท ทิวขับรถตู้ของบริษัทพร้อมกับไก่ไปรับลันนาที่คอนโดที่ลันนาพักอาศัย พร้อมช่างแต่งหน้าทำผม แล้วเดินทางไปรับสไตลิสต์และชุดเสื้อผ้าเตรียมพร้อมไว้แล้วอีกแห่ง ทั้งหมดก็มุ่งตรงไปสตูดิโอที่บ้านเพท ทิวเคยมากับธนาครั้งหนึ่ง วันนั้นยังไม่เจอเพทและไม่รู้ว่านี้คือบ้านของเพท วันที่มากับธนายังสงสัยว่าบ้านใครกว้างขวางอย่างนี้ รวมบริเวณสวนด้วยน่าจะเกือบไร่ เป็นบ้านเก่าคงหลายปี ที่มาต่อเติมใหม่

ประตูรั้วเหล็กใหญ่เปิดออก เห็นบ้านใหญ่อยู่ข้างหน้ารอบด้านด้วยสวนร่มรื่น ทิวนำรถไปจอดตรงเทอเรส เพทยืนยิ้มรับอยู่แล้วในชุดเสื้อสีขาวกางเกงสีน้ำตาลสามส่วน ทั้งหมดช่วยขนของโดยมีคนใช้ในบ้านเพทมาอำนวยความสะดวกช่วยขนด้วย

เพทนำทั้งหมดเดินผ่านหลังตึกใหญ่ด้านหลัง เห็นสระว่ายน้ำ เดินอ้อมสระกลางลานบ้าน ไปที่บ้านอีกหลังมี 2 ชั้นสร้างอยู่ขิดกำแพง  ขึ้นไปชั้นบนเป็นห้องโถงใหญ่ ซึ่งเป็นสตูดิโอถ่ายภาพ ดูแล้วคงจะตีห้องอีกห้องขยายมาเป็นห้องใหญ่ห้องนี้ ที่มุมห้องมีชุดไฟเล็กตั้งเอาไว้ชุดหนึ่ง ด้านติดหน้าต่างมีโต๊ะถ่ายภาพนิ่งตั้งอยู่ด้วยกล้องตัวใหญ่รุ่นมิเดียมบนขาตั้งกล้อง พร้อมด้วยชุดไฟร่มชุดหนึ่ง ข้างโต๊ะยังเห็นมีกระถางต้นไม้กำลังออกดอกสวยตั้งเรียงไปตามชิดฝาห้อง ที่หน้าต่างกระจกผ้าม่านเปิดแง้มค้างอยู่ ทิวมองลงไปข้างล่างเห็นสระว่ายน้ำใสแจ๋วอยู่ด้านล่าง สระนี้คงจะเป็นที่ให้หล่อนได้ออกกำลังกาย มิน่าถึงมีรูปร่างแข็งแรงร่างสวยอย่างนี้นี่เองเล่า

ที่มุมห้องด้านหนึ่งทำเป็นห้องกั้นช่างแต่งหน้า แต่งผมและชุดเสื้อผ้าถูกนำไปแขวนที่ราว ลันนาพร้อมแล้วนั่งให้ช่างทำผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง โดยมีสไตล์ลีสต์มืออาชีพมาเลือกชุดกับลันนาและร่วมปรึกษาการถ่ายภาพกับเพท

ทิวถือโอกาสดูภาพในห้อง มีภาพขยายแขวนอยู่ตามผนังด้านหนึ่ง บางแผ่นยังไม่ใส่กรอบ มีชั้นหนังสือตั้งอยู่มุมห้องบนชั้น ทิวไล่สายตาดู ส่วนใหญ่เป็นหนังสือต่างประเทศ ในจำนวนนั้นมีตำราถ่ายภาพเล่มหนาดีๆหลายเล่ม บนโต๊ะทำงานตัวยาวของเพทตั้งคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะรุ่นใหญ่ความจุคงมหาศาลแน่ เครื่องพิมพ์อินเจ็ตตั้งคู่กับเครื่องพิมพ์สีเลเซอร์ ทิวเห็นสมุดงานที่เธอทำตอนจบจากต่างประเทศ เปิดดูส่วนใหญ่เป็นภาพบุคคลทั้งชายหญิงเด็กคนแก่ตามถนนตามเมือง มิน่าชอบถ่ายงานบุคคล มีถ่ายภาพทิวทัศน์บ้าง

..ไม่มีภาพของเพทเลย..ช่างภาพก็อย่างนี้แหละ มักไม่ค่อยมีภาพตัวเอง เพราะเอาแต่ถ่ายคนอื่น แต่ว่ามีเพื่อนของเพทที่สนิทอย่างเพื่อนหญิงบ้างมั้ยนี้หรือรูปคนอื่นบ้าง ไม่เห็นมีรูปใครเลย ทิวสงสัย หันไปมองตามฝา เผื่อจะพบภาพที่มีเพทอยู่ด้วย

ผู้หญิงคนนี้ทำให้ทิวอดทึ่งอะไรหลายๆอย่าง นอกจากจะรับงานถ่ายภาพแล้ว เวลาว่างเพทจะทำอะไรอีกน่า ทิวพยายามจินตนาการ เห็นฐานะแล้วอยู่ที่บ้านน่าจะเป็นประเภทคุณหนูไม่เห็นจะต้องมาจับกล้องให้ลำบาก มีอะไรขัดๆให้ชอบกลอยู่

ขณะที่ลันนากำลังทำผมแต่งหน้า ทิวไปช่วยเพทและไก่จัดตั้งไฟและเซ็ทฉากซึ่งเป็นแบบม้วนมาจากราวติดกับฝาผนัง หลังจากแต่งหน้าทำผมแล้ว มาเลือกเสื้อผ้ากันสไตลิสต์สาวคนนั้น กำหนดคอนเซบโดยการร่างแบบคราวๆมาปรึกษากับเพทและทิว เพทจึงลงมือลั่นชัตเตอร์ ท่าทางที่เธอตั้งกล้องสลับการเข้าออกจัดแสงอย่างชำนาญ อย่างช่างภาพผ่านการศึกษามาหลายปี ตอนนี้เพทมีโอกาสใช้ความรู้นั้นมาทำงานครั้งนี้ได้อย่างมั่นใจ

ทุกครั้งที่เพทลั่นชัตเตอร์ ภาพนั้นส่งผ่านกล้องคุณภาพสูง ทั้งหมดที่ทุกคนมุงดูสลับกับไปมองที่ภาพนางแบบหน้าฉาก แต่ละภาพนั้นส่งผ่านจากกล้องไปเก็บสำรองเข้าคอมพิวเตอร์ไปปรากฏบนหน้าภาพบนจอใหญ่ imac ขนาด 21 นิ้ว ที่ไก่กำลังนั่งคุมอยู่ ท่าทางการทำหน้าที่กดไกชัตเตอร์ของเพทดูทะมัดทะแทง แต่ที่สำคัญภาพที่ปรากฏบนจอนั้นมันให้จังหวะไปกับท่าทางการโพสต์ท่าจากการกำกับของสไตลิสต์ แต่ละภาพจึงให้อารมณ์ภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปคัดเลือกภาพที่ดีที่สุดในแต่ละเซทเสื้อผ้า

“เป็นยังไงบ้างคะ ภาพออกมาถูกใจหรือเปล่าคะ”เพทหันไปถามสไตลิตท์ที่ชื่ออ๋อม หลังจากหมดเซทแรกของเสื้อผ้า ก่อนที่จะเปลี่ยนชุดต่อไป

“สวยทีเดียวคะ ดูรูปตัวเองซินา " อ๋อมเรียกให้ลันนามาดูทั้งสองดูมีสีหน้าพอใจ โดยเฉพาะลันนานั้นยิ้มถูกใจเมื่อเห็นรูปในคอม

“เหมือนที่คิดเอาไว้เลยคุณเพทถ่ายรูปเก่งนะคะ”

“เพทจะได้ถ่ายซ่อม ก่อนที่เปลี่ยนเครื่องแต่งกายไปในชุดต่อไปนะคะ”

“ดูแล้ว ไม่ต้องซ่อมเลยนะคะ กล้องสมัยใหม่นี้ดีกว่าเมื่อก่อน ที่จะต้องถ่ายเทสก่อน แต่เดี๋ยวนี้ถ่ายเห็นได้ทันที และถ่ายได้มากด้วย ดูกันจุใจ” อ๋อมบอก

“แต่นั้นแหละคะ ถ่ายเยอะก็ลำบากฝ่ายศิลป์ต้องมานั่งคัดเลือกภาพมาก ซึ่งภาพมันจะคล้ายกันต่างกันที่แววตาและท่าทางนะคะ แต่มีภาพให้เลือกมากกว่าสมัยก่อนเพราะสมัยก่อนนั้นเค้าถ่ายน้อย ใช้เวลานานกว่าจะลั่นไกแต่ละภาพ เทสแล้วเทสอีกแต่ภาพมั่นใจได้ชัวร์กว่าคะ มันก็ดีไปคนละอย่าง” เพทให้ข้อคิดถึงการถ่ายภาพ เพทยังเคยใช้กล้องฟิล์มถ่ายในช่วงเป็นนักศึกษาวิชาถ่ายภาพ

“ไม่ทราบว่าถ้าให้มีสีฉากบ้างดีมั๊ยคะ” อ๋อมถามแบบไม่เจาะจงใคร

“พี่ทิวจะนำไปจัดหน้าแบบไหนคะ ดูเหมือนเจาะขาวใช่มั๊ยคะ” เพทหันมาถามทางทิว

“มีทั้งสีและเจาะขาวครับ ถ่ายแบบมีฉากขาวไว้ก่อนน่าจะดีกว่าครับ แล้วค่อยมาเพิ่มสีในคอมเอาทีหลังถ้าต้องการใส่สี เพราะคอมเดี๋ยวนี้เรื่องการแต่งภาพใส่สีแต่งสีทำได้ทุกอย่างครับ” ทิวบอกเป็นเชิงปรึกษา

“ถ้าต้องการฉากสีหลังใช้โฟโตช็อปใส่สีอะไร ผมจัดให้ได้ครับ” ไก่เสนอตัว

“ที่วางไว้เช่นนั้น” ทิวบอกแล้วหันมาทางสไตลิสต์อ๋อม “เพราะคุณอ๋อมอาจต้องการจะให้มีฉากหลังสีได้ กำหนดได้ครับ เผื่อเอาไว้เอาไว้เลือกหลายๆแนวก็ดี ซึ่งนั้นหลังจากเสร็จการถ่ายมาเลือกภาพสกรีนกันอีกที หลังคัดภาพออกไปจนเหลือภาพที่ดีที่สุด แล้วนั้นจึงกำหนดภาพไหนมีฉากสีบ้างดีมั้ยครับ”

“ส่วนใหญ่หนังสือถ้าคิดสีไม่ออกส่วนใหญ่แล้วจะเจาะพื้นแกหลังขาวเอาไว้ก่อน คือหมายความว่า มีแต่ภาพแบบโดดๆเลยทำให้หนังสือน่าดู ภาพเด่น เพราะถ้าใช้สีไม่ดีบางทีก็จะไปแย่งภาพนางแบบนะครับแล้วเวลาแก้สีตอนหลังแล้วจะยุ่งยากมากกว่าครับ” ทิวอธิบาย

“สำหรับเพทเองเวลาถ่ายภาพก็มักจะใช้ฉากหลังสีขาวหรือไม่สีเทาเป็นพื้นหลัง เพราะจะเอาไปใส่ฉากหลังสีอะไรก็ได้ในคอม โดยตัวแบบนั้นสีจะไม่เพี้ยนเลยแต่ใส่ฉากสีไปเลยก็ดีนะคะ เพราะเวลาเปลี่ยนชุดใหม่ก็ต้องเซ็ทฉากและวางไลน์นิ่งใหม่อยู่แล้วพิจารณาจากชุดของนางแบบที่ใส่ว่าออกโทนสีอะไร ก็จะได้จัดฉากสีให้เข้ากับชุดถ่ายแล้วจะได้เห็นภาพชัดเจน อย่างที่ถ่ายชุดนางแบบในชุดสีโทนอุ่นที่ใช้ฉากสีไข่ไก่ไปแล้วนั้นเพทจัดแสงไล่สีกาเดียนแบบจากเบาไปหาหนัก การจัดแสงอย่างนี้จะให้สีเนียนกว่าในคอม แต่ถ้าสีเดียวโดดๆแต่งในคอมได้ดีกว่า เลือกใช้สีไดเยอะ”เพทยกตัวอย่างอย่างผู้กดชัตเตอร์

ทุกคนดูเหมือนตกลงตามความคิดนี้ ตอนนี้ทิวกางแบบร่างหนังสือให้ทุกคนดู ที่เขาและไก่ได้วางภาพไว้กับหน้าเหมือนจริงแบบหนังสือที่จะพิมพ์ออกมา เพราะการทำงานได้ง่ายกันระหว่างผู้กำกับภาพ ผู้ถ่ายและผู้ออกแบบ จะต้องเห็นภาพโครงร่างของหนังสือมาก่อน ดังนั้นทิวจึงเปิดโน๊ดบุคของตัวเอง แล้วเปิดให้ทั้งหมดดูแต่ละหน้า ได้กำหนดคราวๆ ภาพนางแบบเต็มหน้า ครึ่งตัว หน้านี้เต็มตัว ตามที่กำหนดไว้ในหนังสือ

ทิวเสนอเอาโน๊ดบุ๊คเครื่องนี้ตั้งเคียงกันกับเครื่องเดสท็อปแล้วเรานั่งดูไปพร้อมๆกัน 2 เครื่อง ขณะที่คุณเพทลั่นชัตเตอร์ทุกคนจะเห็นได้ชัดง่ายว่าหน้าไหนและเซทไหนที่น่าจะถ่ายในลักษณะไหน คุณอ๋อมจะง่ายต่อการกำกับให้การโพทท่านางแบบ จะดูแนวภาพแต่ละเซทให้เข้ากับหน้า ดูพร้อมกันไปทีละเซทจะเข้าใจตรงกัน แล้วถ้าจะปรับเปลี่ยนกัน หรือถ่ายมุมอะไรจะได้ไปตามแต่ละคนที่ต้องการ โดยยังอยู่ในแนวทางของหนังสือในเบื้องต้น

“เพราะแต่บางตอนที่เรื่องดำเนินไป ภาพจะแสดงเรื่องราวออกมาตามเนื้อหานะครับ อย่างนี้เป็นภาพหน้ากลางเต็มหน้าบ้างสลับกันไปไม่ให้สัดส่วนภาพเหมือนๆกันบางหน้ามีเฉพาะใบหน้าของนางแบบ และมาแบบรวมท่าทางต่อเนื่อง 4 ภาพรวมอยุ่กันในหน้าเดียว ซึ่งนี้เป็นตัวอย่างการวางภาพครับ เพื่อให้หนังสือมีภาพหลากหลายแนวภาพให้น่าสนใจ เพื่อจะให้เหมือนให้ได้ทั้งอ่านและดูภาพไปพร้อมกันนะครับ”

ทิวอธิบายพลางเปิดหน้าแบบให้เห็นอย่างคราวให้ทั้งหมดเห็นตรงกันเข้าใจ เพื่อจะได้ทำงานได้ที่ได้วางกรอบการทำงานให้ชัดเจนและรวดเร็วขึ้น

“คุณลันนาใช้เครื่องแต่งกายมาถ่ายกี่ชุดครับ”

“อ๋อมตัวเองเลือกเสื้อผ้ามาให้เค้ากี่ชุด”ลันนาถามอ๋อม

“ก็เอามาตามที่ภัครกำหนดมา ก็ประมาณ 6 ชุด”

ทิวเปิดดูลิสต์รายการในสมุดงานส่วนตัว ที่ทิวจะบันทึกไอเดียการทำงานไว้ งานชิ้นนี้เขาได้อ่านบทเรียบเรียงแล้ว ออกแบบชุดไว้คราวๆว่าจะถ่ายที่ไหนอย่างไร ซึ่งในบทที่เขียนมานี้กำหนดให้มีชุด รำไทยปักษ์ใต้ ชุดรำชาวเหนือ ชุดบัลเลต์ ชุดทำงานแบบพนักงานบริษัทที่ประกอบด้วยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ชุดกีฬาร้องเท้าผ้าใบ อีกชุดน่าจะเป็นชุดลำลองแบบถ่ายเจาะใบหน้า cose up รายการที่กำหนดและสไตลิสต์นำมาตามกำหนดของภัครคนเขียนเรื่องนี้ ถ่ายในสตูดิโอได้หมดเลย  แต่...ชุดกีเพ้าจีนสีแดงนี้ซิ ทิวเริ่มคิด จะถ่ายในสตูดิโอยังไร ตอนที่คุยกับเพท ให้นางแบบยกมือไหว้แบบคนจีนยิ้มตรงนั้นคงจะเชย  มันดูแข็งไม่เป็นธรรมชาติยังไงอยุ่ 

"เออ..เพท..พี่มีเรื่องปรึกษา "

"เรื่องอะไรหรือคะ"

"ละแวกแถวบ้านเพทนี้..พอจะหาศาลเจ้าได้ที่ไหนบ้าง"

"ทำไมหรือคะ" ตอนแรกเพทยังงงอยู่ ที่จู่ๆทิวถามขึ้น

"พี่ได้ความคิดว่า..ไอ้ชุดกีเพ้าจีนสีแดงนี้ ถ้าเราจะไปถ่ายในศาลเจ้าดีมั๊ย  ถ่ายในบรรยากาศจริงแบบจีน เราจะได้มุมมากขึ้น แบบว่าให้เห็นกระถาง ควันธูป องค์พระ หรือถ่ายที่ประตู"

"ศาลเจ้าหรือพี่.."เพทพึมพำใช้ความคิด "ไม่แน่ใจ.. เพทก็ไม่สังเกตุ เดี๋ยวลองถามลุงนำดู แกน่าจะรู้จัก" เธอหมายถึงคนสวนที่ทำงานที่บ้านนี้

"ถ้าหาได้ไม่ไกล เราไปติดต่อขอใช้สถานที่ดู  คงจะไม่ยุ่งยากในการจัดแสง"  ทิวหยุดนิดหนึ่ง

“ถ้า 6 ชุด ใช้เวลาถ่ายเฉพาะในสตูดิโอนี้ วันเดียวเสร็จ แต่ถ้าจะถ่ายในศาลเจ้า คงใช้เวลา 2 วัน เพท..คิดว่ายังไง"

"2 วัน ก็ได้นี้คะ เพทก็ว่าน่าดีเสียอีก ถ้าถ่ายในศาลเจ้าจริง เคยคิดถ่าย แต่ไม่มีโอกาส ถ้าหาได้ ก็น่าลองนะคะ" เพทเห็นด้วยกับความคิดทิว

การพูดคุยระหว่างเพทกับทิวนั้น ทำให้ทั้งหมดมาร่วมฟังเพื่อร่วมรับฟังร่วมกัน อ๋อมและลันนานั้น ยังไม่ถาม ก็นิ่งฟัง ว่าจะสรุปกันอย่างไร  ทิวเองก็กังวลเสียแล้ว ถ้าจะใช้เวลาทำงาน 2 วัน ใช้เวลาหาศาลเจ้า  ก็ครึ่งวันแล้ว  ตอนแรกก็ไม่ได้คิดกันมาก่อน ถ้าจะกลับที่พักแล้วมาอีกวัน เดินทางไปมา เหนื่อยกันแย่เลย เพราะไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้

"อย่างนี้ดีมั๊ยคะ.." เพทเอ่ย "เพทว่า..  เราเลือกถ่ายชุดง่ายๆในสตูดิโอของเพทก่อน ก็น่าจะประมาณไม่กี่ชุด ในระหว่างนั้นก็ให้ลุงนำไปกับพี่ทิวขับรถพากันไปหาศาลเจ้า ถ้ายังไงแล้ว ก็พักค้างคืนกันที่นี้เลย ที่พัก..ถ้าไม่รังเกียจแฟรตที่พัก ธุรกิจของที่บ้านนะคะ อยู่ไม่ไกลจากที่นี่"

ทุกคนเห็นว่าใช้เวลา 2 วัน ก็ไม่เป็นปัญหา หากจะค้างคืนกัน ดีกว่าตั้งหน้าตั้งตาถ่ายกันอย่างรีบเร่ง ได้ปรึกษาพูดคุยกันบ้าง มีเวลาทำความสนิทสนมบ้างก็ดี

การถ่ายภาพดำเนินไปในวันแรกจึงไม่เร่งรีบ นั่งคุยปรึกษากันไป เริ่มจะใกล้ชิดสนิทกัน เสร็จไป 2 ชุด จนถึงเที่ยง เหลืออีก 4 ชุด จะถ่ายตอนบ่ายอีก 2 ชุดที่เหลือยกไปว่าต่อในวันพรุ่งนี้  ทั้งหมดพักทานอาหารกันที่โต๊ะอาหารที่จัดไว้ริมสระน้ำ ซึ่งเพทได้สั่งให้แม่ครัวเตรียมอาหารไว้พร้อม ดูเพทจะมีความสุขที่ได้บริการอาหารเครื่องดื่มขนมอย่างดี ทั้งหมดรู้สึกมักคุ้นขึ้น แถมสถานที่ก็สร้างบรรยากาศชื่นมื่นให้การทำงานราบรื่น

ช่วงนี้ทุกคนมีเวลาพัก จึงไปรวมกลุ่มกันที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ไก่เปิดไล่ดูรูปชี้ชวนดูภาพกัน ทิวกับเพทยังคงนั่งจับเจ่าพูดคุยกันที่โต๊ะริมสระ เมื่อแม่บ้านมาเก็บอาหาร เธอขอชา

“พี่ทิวรับอะไรอีกมั๊ยคะ ถือว่าพี่ทิวมาเยี่ยมบ้านเพทนะคะ”

“พี่ขอชาก็แล้วกัน” ทิวบอก แล้วกวาดสายตาสำรวจไปทั่ว

”บ้านเพทสบายบรรยากาศดีจังเลย”

ทิวรู้สึกอดชื่นชมกับบ้านหลังนี้ไม่ได้

“บ้านน้าของเพทนะคะ”

“ไม่ใช่บ้านคุณแม่เพทหรือครับ”

“ความจริงก็บ้านเพทนั้นแหละคะ เพทอยู่ที่นี้หลายปีหลังนี้ที่ทำเป็นสตูดิโอนี้บ้านแม่เพท ตรงที่เป็นสระน้ำนี้เมื่อก่อนเป็นลานแบ่งตัวบ้านเป็นสวนมีสนามหญ้า” เธอชี้ไล่ไปที่ขนาดของสระน้ำที่มีความยาวราว 25 เมตร “พอแม่ย้ายครอบครัวไปต่างประเทศกับพ่อเพทเลยมาอยู่บ้านหลังนี้ เลยขอน้ารัตน์ขุดสระขนานไปกับตัวบ้านนี้คะ เพทชอบว่ายน้ำแต่ไม่เคยใส่ชุดว่ายน้ำ อย่างมากใส่เสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้น บางทีก็แอบใส่น้ารัตน์แกดุเอานะคะ เพทเองก็ไม่อยากใส่ด้วยกลัวมีคนแอบใช้กล้องส่องจากแฟลตหลังนั้น” เพทชี้ไปที่ตึกสูง 5 ชั้นที่อยู่ใกล้

“ทำไมคุณเพทถึงรู้ครับ ก็มีตึกอยู่หลายตึกนะครับ”

“แฟลตหลังนั้นไงคะ ที่เราจะไปพักกัน เป็นของที่บ้านคะ สร้างไว้ให้คนเช่าอาศัย ”

ทิวก็หัวเราะอมยิ้มเมื่อฟังเพทเล่าอย่างนี้นี่เอง เหลียวมองผ่านต้นไม้ออกไปข้างนอกที่ตึกสูงห่างออกไป 2-3 บ้านพักตั้งอยู่ท่ามกลางตึกสูง ก็อย่างนี้ไม่ค่อยจะสงบเป็นส่วนตัวเท่าไร

“เพทอยู่ที่บ้านนี้นานมั๊ยครับ หรือไปไปมามา”

“เพทมาอยู่ที่นี่คะ ไม่ได้กลับไปอีกเลยแต่ปิดเทอมนะคะที่เพทจะกลับไปฝั่งเศษเยี่ยมพ่อแม่สักครั้งหนึ่ง”

“มาแปลกนะครับ มีแต่ไปเรียนเมืองนอกแล้วปิดเทอมกลับมาเยี่ยมบ้าน” ทิวว่า

“เพทติดน้ารัตน์มาอยู่กับแกตั้งแต่เด็กๆ”เพทหัวเราะแบบเด็กๆ “เพทเลยเรียนที่เมืองไทยมาตลอด น้ารัตน์รักเพทเหมือนลูก และเพทก็คิดว่าน้ารัตน์คือแม่แท้ๆของเพท เพทไม่ค่อยได้อยู่กับพ่อแม่นะคะ เพราะถูกส่งมาอาศัยกับน้ารัตน์น้ารัตน์เป็นน้องสาวของแม่ แกเป็นโสดยังไม่ได้แต่งงาน”

“คุณเพทคงจะไปเรียนต่างประเทศหลังจบที่เมืองไทยซินะ”

“พี่ทิวรู้ได้อย่างไร”

“ก็คุณเพทบอกว่าเรียนเมืองไทยมาตลอด เลยเดาเอาว่าคงไปต่อเรียนการถ่ายภาพ”

“ใช่ คะ เพทเรียนการถ่ายภาพอย่างเดียวเลย 2 ปี เรียนจบก็บินกลับมานี้แหละ”

“มิน่าคุณเพทถ่ายภาพเก่งเชียว เรียนถึง 2 ปีนี้เอง” ทิวกล่าวอย่างชื่นชมอดจะเพ็งใบหน้าสวยของเพทอย่างทึ่งไม่แพ้กัน

“ทีจริงก็มีหลักสุตร 1 ปีด้วยนะคะ เพทอยากเรียนหลักสูตรนี้ แต่ที่นี้ต้องมีพื้นฐานแน่นมากเลยและมีงานไปแสดงให้เค้าพิจารณาก่อนถึงจะผ่าน แต่เพทยังไม่ชัดเจนนะคะ งานที่มีอยู่ก็ยังไม่ดีเท่าใร เลยคิดว่าเรียน 2 ปีดีกว่าจะได้ปรับพื้นฐานใหม่ จริงๆเรียนปีครึ่ง ฝึกงานอีกครึ่งปี ถึงได้เลือกแนวที่ถนัด เพทเลยค้นพบตัวเองตอนเลือกทางแนวบุคคลนี้แหละคะ”

“ทำไมถึงเรียนด้านนี้ละครับ”

“เพทไม่เก่งตัวเลขนะคะ อาศัยได้ภาษาดี น้ารัตน์ก็แนะนำให้เรียนนิเทศศาสตน์ภาคอินเตอร์ เพราะเห็นเพทชอบทางศิลปเรียนจนจบที่เมืองไทย พ่อให้เพทไปทำงานที่บริษัทที่ฝรั่งเศสแต่เพทกลับหนีไปเรียนถ่ายภาพ ยังไม่อยากทำงาน”

“คุณเพทคงสนุกกับการเรียน ไม่เบื่อหรือครับใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่แต่ในโรงเรียน”

“นั้นนะซิ เพทก็แปลกใจ เพทเรียนยาวมาตลอดนะคะ พึ่งจะมาเริ่มทำงานจริงจังก็ปีที่แล้วเอง คงสนุกกับการไปพบเพื่อนและสนุกกับการเรียนนะ อีกอย่างถึงอย่างไรก็มีงานทำอยู่แล้วอยากหาวิชาติดตัวที่ตัวเองชอบ จริงๆแล้วยังไม่อยากทำงาน อยู่ว่างก็เบื่อ เรียนทางถ่ายภาพดีกว่า”

ทิวจึงไม่แปลกใจแต่มาถึงชั่วโมงนี้แล้ว ทุกคนยอมรับเธอ ดูการทำงานแล้วเขาเองยอมรับว่าแพทไม่เพียงแต่หน้าสวยแล้ว ฝีมือถ่ายภาพเป็นอย่างมืออาชีพอีกด้วย

ดูเหมือนตอนนี้ทิวเริ่มสนใจอยากรู้อะไรเกี่ยวกับเพทมากกว่า กว่าจะรู้เรื่องความเป็นมาของลันนาดาราสาวหน้าคมหุ่นสวยคนนั้น ตั้งแต่ที่พบกันใจหนึ่งก็แอบมองลันนาไม่ได้ว่าเธอช่างมีใบหน้าคล้ายใครคนนั้นของเขาเหลือเกิน แต่เพียงเวบเดียวความคิดนั้นก็หายไปเสียสิ้น คงนานมากแล้วที่เขาลืมไปแล้ว เพทนี้ซิทำให้เขาชักอยากรู้อะไรอีกมาก นั้นนะซิบอกไม่ถูก มันก็เป็นคำถามอีกนั้นแหละว่าหน้าตาฐานะอย่างเพททำไมถึงมาเป็นช่างภาพได้ ไม่ใช่ช่างภาพธรรมดา ช่างภาพฝีมือดีอีกด้วย เธอมาจับกล้องได้อย่างไรนะ

เธอบอกว่าหลงรักกล้องถ่ายรูปครั้งแรกเมื่อไปเที่ยววัดพระแก้ว เห็นใครมีกล้องแล้วถ่ายรูปออกมาสวย นักท่องเที่ยวนี้ส่องกล้องกันใหญ่คงตื่นตากับความอลังการในศิลปะที่อ่อนช้อยของสถาปัตรศิลปกรรมไทย แต่นั้นเธอจึงหาซื้อกล้องและออกไปถ่ายรูป แต่นั้นตอนแรกก็ไล่ถ่ายไปตามวัดก่อน ตอนหลังก็ไปถ่ายบุคคลและภาพชีวิต ยิ่งเธอมีหน้าออกไปทางฝรั่ง สนุกกันใหญ่ เพราะทุกคนยินดีให้เพทถ่ายเพราะคิดว่าเป็นนักท่องเที่ยว

“ชอบกล้องถ่ายรูปคะ จำได้ว่าได้กล้องตัวแรกมานี้ไม่ต้องทำอะไรเอาแต่บ้าถ่ายรูป มีความสุขที่นั่งมองภาพที่ตัวเองถ่าย แบบตอนแรกก็ยังถ่ายไม่เก่งถ่ายมากไว้ก่อน และถ่ายทุกอย่าง แต่ก็ไม่เห็นสวยเลยเลยตัดสินเข้าชมรมถ่ายภาพได้เดินทางไปออกถ่ายรูป ทำกิจกรรม สนุกมากเลยคะ”

เธอเล่าย้อนอดีตอย่างมีความสุข หน้าตาท่าทางอย่างนี้เก่งด้านภาพถ่ายด้วย น่าจะหากินต่างประเทศได้สบาย ทำไมถึงกลับมาทำงานที่เมืองไทย จะว่ามีบริษัทของธนาก็ไม่น่าจะใช่

“สงสัยว่าทำไมคุณเพทไม่ทำงานที่เมืองนอกนะครับ”

“เพทอยู่ไม่ได้ เพทว่าเพทไม่มีความเป็นฝรั่งเลยนะคะ คงจะอยู่กับน้ารัตน์ที่เมืองไทยและเรียนที่นี่ตั้งแต่เด็ก และอีกอย่างน้ารัตย์อบรมเพทให้ความเป็นไทยมานาน จนเพทว่าที่นี่จนเพทว่าเป็นเป็นไทยทั้งชืวิต เลยชินและมีความสุขที่นี่มากกว่า”

ทิวพยักหน้าคล้ายจะเข้าใจ น่าจะมีอะไรมากกว่านี้ ปล่อยให้เป็นความลับหรือให้เธอเล่าเองหรือเธอไม่อยากเล่าก็ได้ ทิวคิดว่าน่าจะมีปัญหาอะไรกับคุณแม่ของเพทหรืออะไรสักอย่าง ชีวิตของคนก็ไม่มีอะไรจะสมบูรณ์แบบนักบางทีคนเราก็อยากจะเก็บเอาไว้ ไม่อยากเล่าให้ใครรู้

“สตูดิโอของเพทได้มาตรฐาน คงลงทุนไม่น้อย” ทิวเอ่ยถึงอุปกรณ์ราคาแพงในห้อง

“เพทอ้อนให้น้ารัตน์ซื้อให้นะคะ ความจริงพ่อแม่เพทเค้าไม่อยากให้เพทลำบากมาเป็นช่างภาพหรอกนะคะ แต่ก็ขัดใจไม่ได้ เลยตามใจเพทเมื่อเพทบอกว่าจะยึดช่างภาพเป็นอาชีพ”

“ธนาเค้าตั้งใจให้บริษัทเป็นโปรดักชั่นเฮาร์เต็มตัว คุณเพทน่าจะเข้าไปเป็นฝ่ายเซ็ทระบบงานสตูดิโอนะครับ จะได้ช่วยกัน”

“เพทอยากเป็นอิสระค่ะ ติดนิสัยอยู่คนเดียวมานาน จนชินแล้ว”

“ไม่เหงาบ้างหรือครับ อยู่คนเดียว”

“ก็เพราะเหตุนี้เพทถึงมาจับกล้องถ่ายรูป”

“เลยอยากระบายความเหงาออกมาเป็นภาพแทนความรู้สึกภายในใจ”

“พี่ทิวนี้ วิเคราะห์เพทเหมือนจิตแพทย์เลยนะ”

เมื่อลันนาแต่งตัวเสร็จแล้วจึงได้เริ่มการถ่ายต่อ ทิวนั่งมองในขณะที่เพทยืนคุยกับสไตลิสสาวเรื่องการวางแบบและท่าทางนางแบบ ดูเพทจะชำนาญน่าทึ่งทีเดียว

.....................................................................

ช่วงบ่าย ชุดที่มีเรื่องยุ่งยาก เพราะเป็นชุดบัลเลย์ ที่ทุกคนต่างตกลงใจกันตามข้อเสนอของเพทว่า จะต้องใช้ควันสโมก เพื่อแสดงภาพล่องลอยของบัลเลย์ในความฝัน เพทเองเคยถ่ายเมื่อตอนเรียนอยู่สถาบันถ่ายภาพฝรั่งเศส ตามเลย์เอาท์จะถ่าย 3 ภาพ ภาพแรกกางเขนยกขาไปหลังเงยหน้าในท่ารื่นเริงร่ายรำ ถ่ายด้านข้าง ท่ายืนเขย่งเท้างอเข่า และอีกท่าเป็นท่าก้มหน้า เหยียดขาออกมาข้างหนึ่ง มือเหยียดตรง ถ่ายมุมสูงลงมา

ตอนแรกพวกเขาก็สงสัยว่าว่าเพทจะใช้ควันอย่างไร นายไก่ถึงกับเสนอว่า ตัวเองนั้นสามารถทำภาพมีควันหรือหมอกได้ด้วยแอฟเฟกในโปรแกรมคอม แต่นั้น.... หากจะให้ได้ภาพที่เป็นบรรยากาศเสมือนจริงแล้ว หมอกจากการสร้างแบบที่ใช้ในเวทีการแสดงคอนเสริิ์ตแล้ว จะสามารถควบคุมทิศทางของหมอกตวันได้ โดยอาจจะใช้พัดลมเป่า เพื่อทิศทางของหมอกให้ห่อหุ้มตัวลันนาในชุดบัลเลย์ที่เจ้าตัวเตรียมมา

สุดท้ายเมื่อเพทนำอุปกรณ์ขนาดเล็กออกมา เป็นเครื่องพ่นควันวิทยาศาสตร์ และแสดงให้ดูนั้น จึงตกลงใช้เครื่องมือตัวนี้แหละ ความจริงแล้วเครื่องมือเพทนำมาจากฝรั่งเศส มันใช้งานได้ และยังเหลือสารเคมีอยู่ใช้ไปไม่มาก เพทจึงนำกลับมาเมืองไทย ตั้งเอาไว้นาน ส่วนหนึ่งเพื่อจะใช้ประกอบการถ่ายภาพในชุดโครงการหนึ่งของเธอ เพราะเธอนั้นไม่ชำนาญการใช้โปรแกรมในคอมสร้างภาพนั้นเอง และที่ทุกคนเต้มใจทำตามเพท เพราะมันได้แสดงในสมุดแสดงผลงานของเพทมาแล้ว

การถ่ายภาพชุดนี้ จึงเสร็จด้วย ความยินดีชื่นชม เพราะภาพที่ส่งผ่านมาให้เห็นในหน้าจอนั้น มันได้อย่างที่ทุกคนต้องการ และตรงตามเลย์เอาท์ แฝงไปดวยวิญญาณและบรรยากาศเหมือนเวทีแสดงบัลเลย์อย่างในสรวงสรรค์นั้นเทียว

ทิวมองภาพ และจับตาวิธีการทำงานของเพท ด้วยความทึ่ง การเล่าเรียนมาอย่างถูกวิธี ผ่านการตีความและปฎิบัติจริง มันให้ผลดีอย่างนี้นี้เอง เขานั้นไม่เคยเรียนสถาบันการถ่ายภาพที่ไหน นอกจากอบรมช่วงสั้นๆในคอร์สสั้นๆ มันก็ไม่ได้ลึกซึ้ง แบบที่จบมาจากสถาบันการถ่ายภาพโดยตรง แต่อย่างน้อยประสบการณ์การทำงานช่างภาพข่าว และการเดินทางท่องเที่ยวถ่ายภาพมากกว่าหลายปี ก็เพิ่มพูนมุมมองและการฝึกสายตามองภาพได้ดี มันก็ดีไปคนละอย่าง ฝึกเอง และผ่านการเรียนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

ทุกคนพักเมื่อเสร็จจากการถ่ายภาพชุดนี้  เวลาล่วงเลยเวลาบ่ายมาก  ทิวเดินไปที่หน้าต่าง เปิดม่านหน้าต่างออก มองลงไปข้างล่างที่สระน้ำ ท้องฟ้าปราศจากก้อนเมฆ ส่องแสงตะวันตรงลงบนสระว่ายน้ำ เห็นเป็นพรายระยิบ จนแสงภายนอกอ่อนความจ้าลง แสงสวยของยามนี้ จะกลายมาแสงสีทองมาแทนทีแสงสีฟ้าจ้าในไม่ช้า ทิวยืนนิ่งนาน เพทมองไปที่ทิว ภาพนั้น ตอนแรกคิดว่าพี่ทิวมารับลมเพื่อผ่อนคลายหรือสูบบุหรี่ เห็นเปิดเลื่อนบานหน้าต่างด้วย แต่เพทไม่เคยเห็นพี่ทิวสูบบุหรี่นี้นา ท่ายืนหันหลัง  หุ่นสูงนั้นยืนตรงนิ่ง มือล้วง 2 กระเป๋ากางเกงชิโน่สีน้ำเงินเข้ม เพทพึ่งสังเกตุ ไม่ใช่กางเกงยีนที่พี่ทิวใส่ประจำ แสงอ่อนๆสีสาดส่องนั้นระบายที่ริมข้างตัวจางๆ น่าจะถ่ายภาพนี้ เพทอยากจับกล้องมาบันทึก แต่ได้แค่นึก

"พี่ทิวมองอะไรคะ" เพทสงสัย เธอเดินทางถาม เห็นทิวมองไปที่สระน้ำ เอียงคอมองท้องฟ้า เหมือนหาดวงอาทิตย์ ทิศทางของแสง

ทิวหันมายิ้มจางๆ "ได้ไอเดียอะไรบางอย่าง มองท้องฟ้ากับน้ำในสระนี้สวยดี มองแล้วเห็นภาพอะไรออกมา" เขาเปรยแบบคนฝันๆอะไรสักอย่าง

"พี่ว่าเราน่าใช้สระว่ายน้ำในช่วงแสงอย่างนี้ ทำ อะไรสักอย่างนะ เสียดายแสง"

ว่าแล้วก็เดินไปที่ไก่ ตรงไปหยิบโน๊ตบุ๊คส่วนตัวที่ข้างไก่ เปิดดู เพทงงท่าทีของทิว

"หนังสือเล่มนี้ มันดูเหมือนว่าขาดอะไรไปสักอย่าง" เสียงทิวเหมือนพึมพำเบาๆ

"น่าจะมีภาพนี้นะ..พี่คิดว่าเราน่าจะมีภาพที่สระว่ายน้ำ"

"พี่จะถ่ายสระเหรอคะ"

"ก็ไม่เชิง" ทิวตอบพลางนิ่งเหมือนใช้ความคิด "เราน่าจะถ่ายภาพคุณลันนาที่สระว่ายน้ำที่ตรงนี้ในแสงทองอย่างนี้สักชุด " ทิวหันมาทางเพท

"ชุดว่ายน้ำหรือพี่" เพทเอ่ยเสียงเบา แบบไม่แน่ใจ แต่ก็สระว่ายน้ำ มันก็ต้องเป็นชุดว่ายน้ำซินะ หล่อนคิด

ทิวมองหน้าเพท ถ้าสายตานั้นมองแสดงว่าไม่แน่ใจหรืออะไรสักอย่างออกมาละก็ เขาจะเลิกล้มความคิดนี้ทันที

"ก็เป็นความคิดแว๊บหนึ่ง พี่เกรงใจเพทนะ เพราะจริงๆแล้ว มันไม่ได้มีในค่าจ้าง เท่ากับเพทต้องถ่ายให้ฟรี " เพทมองตอบทิว สายตาของเพทนั้นบริสุทธิ์ และนั้นมันก็เหมือนแสดงท่าทีอะไรออกมาว่าเต็มใจ

"ก็ดีเหมือนกัน" หล่อนว่าด้วยแววตาประกายสดใส "เพทเองก็ว่าจะได้ฝึกทบทวนการถ่ายภาพในแนวนี้ ไม่ได้ถ่ายนานแล้ว" ทิวโล่งใจที่เห็นเพทร่าเริงออกมา แต่ที่ทิวกังวล

"เพทว่าเหมาะมั๊ย จะมีภาพในชุดว่ายน้ำของคุณลันนาสักชุด ในหนังสือเล่มนี้ แต่ว่าเพทช่วยคุยกับคุณลันนาหน่อยได้มั๊ย พี่พูดคงไม่เหมาะ "

เพทพยักหน้าเห็นด้วยกับไอเดีย แล้วเดินไปทางกลุ่มของลันนา อ๋อมและช่างแต่งหน้ากำลังเก็บเครื่องสำอางเก็บชุดกัน ทิวสงสัยว่าอ๋อมจะเตรียมชุดนี้มาหรือเปล่า เพราะไม่มีในลิสต์รายการ น่าจะคงไม่มี แต่เขายังเสียดายแสงนั้นอยู่ เพราะจริงๆไม่ได้อยู่ในแนวหนังสือเลย เขามีความคิดขึ้นมาเองในช่วงเวลานี้ ไม่รู้เพทคุยยังไงกับลันนา

เพทเดินมาบอกว่าอ๋อมไม่ได้เตรียมมา

"เสียดาย" ทิวพึมพำเบาๆ สีหน้านั้นเหมือนว่าผิดหวัง ทำไมพี่ทิวอยากถ่ายภาพนี้นะ หล่อนมองไปที่รูปร่างลันนาแล้ว ก็น่าจะถ่ายนะ รูปร่างเธอสวยเหลือเกิน เพทเป็นหญิงเอง ยังนึกเลยว่า น่าจะใช้สักภาพในหนังสือเล่มนี้ในชุดว่ายน้ำ ก็ผู้หญิงใครๆก็ใส่กัน ยิ่งรู้ว่ารูปร่างองเอวสวยแล้ว จะมีใครไม่อยากโชว์ให้คนอื่นเห็นบ้าง

"เอาอย่างนี้มั๊ยคะ พี่ เพทมีชุดว่ายน้ำของเพทนะ รูปร่างของเพทและคุณลันนาก็น่าจะใส่กันได้"

"เพทมีเยอะมั๊ย ชุดนะ"

"โอ่..ผู้หญิงนะพี่ทิว บ้าซื้อชุดยังกะอะไรดี บางชุดเพทซื้อมานี้ ยังไม่ได้ใส่เลย โดยเฉพาะไอ้ที่ไม่ใช่ชุดบิกินีนะ ที่เมืองนอกนะ เค้าไม่นิยมใส่กันหรอก ชุดมิดชิดอย่างนี้ เพทมีนะ ไม่ค่อยได้ใส่ ยังใหม่อยู่เลย"

"ว่าแต่ลันนา เค้าจะตกลงหรือเปล่า"

"เดี๋ยวเพทคุยให้เอง"  พี่ทิวจะเว้าวอนอะไรอย่างนี้  เพททำตาคว่ำ แล้วยิ้มออกมา เมื่อเห็นสายตาพี่ทิวแปลกๆ

ไก่นั้นได้ยินเสียงคุย แต่ตานั้นอยู่ที่ตัวอย่างหนังสือในโน๊ตบุ๊ค หันมาสะกิดทิว

"พี่ ผมนึกออกแล้ว ว่าจะแทรกภาพคุณลันนาในชุดว่ายน้ำริมสระตรงไหน แต่ต้องบีบตรงหน้ากลางเต็ม 3 แผ่นนี้ บีบให้เหลือครึ่งหน้าก็พอ ใช้เต็มหน้าแผ่นเดียว แล้วร้นเนื้อหาไปด้านหน้า จะได้มีที่ว่างให้ใส้ภาพได้ใช้สัก 3-4 ภาพ แทรกตรงบทสุดท้ายนี้ พี่ว่าพอจะเข้ากับเนื้อเรื่องหรือเปล่า แบบว่าไม่ต้องเพิ่มจำนวนหน้า" ไก่ชี้ แล้วเลื่อนหน้าจอให้ทิวดู

ทิวมองในโน๊คบุ๊คแล้ว เห็นเหมือนไก่ จริงอย่างไก่มันเสนอ มีที่ว่างให้เพิ่มภาพได้ในตอนนี้  อย่างน้อยหนังสืออย่างนี้... แต่.. ทิวลืมคิดไปว่าทางบริษัทได้ทำสัญญาแจ้งค่าใช้จ่ายไปแล้ว มันไม่มีในส่วนนี้ในสัญญา ส่วนนี้ก็เท่ากับถ่ายให้ไปฟรี 1 ชุด เขาคิดอะไรนี้ ไม่เพียงการหาศาลเจ้าถ่ายภาพแล้ว ยังมาเรื่องนี้อีก นี้เขาต้องบังคับทั้งคนถ่ายและนางแบบตามใจเขาหรือ ก็แสงสวยเหลือเกิน เอาน่า มันก็ต้องมีภาพสวยของหญิงสาวในชุดนี้บ้างละน่า แต่ดูๆแล้ว ลันนาเธอจะเป็นหญิงเรียบร้อย ไม่รู้ว่าเคยใส่ชุดว่ายน้ำหรือเปล่า

เสียงคนเดินมาทางเขา กลุ่มของลันนาอ๋อมและเพทนั้นเอง

"ตกลงคะพี่ อ๋อมและคุณลันนาเห็นด้วยนะ" เพทพูดสั้นๆ ยิ้มในท่าทีทางสายตา "แต่ต้องรีบนะพี่ ถ้าช้าแสงจะหมดเสียก่อน" ว่าแล้วก็ชักชวนอ๊อมและลันนาไปเลือกชุดในห้องของเพทกัน

ทิวหันมามองไก่แล้วเดินไปที่หน้าต่าง มองข้างนอกลงไปที่สระอีก ดูนาฬิกาบนข้อมือเวลา 4 โมงกว่า คงจะใชเ้วลาไม่น้อยในการหามุมเซ็ทไฟ แสงสีทองเริ่มจะสาดออกมาแล้ว ว่าแต่จะใช้อะไรเปิดหน้านางแบบดีนะ ยกเอาชุดไฟ คงไม่ทันการ เอาแผ่นสะท้อนแสงแหละ น่าจะใช้ได้ จริงๆเขาเองก็ไม่เคยภาพนางแบบอย่างเป็นงานเป็นการมากนัก

ทิวหันมาเสียงตรงนั้น เหมือนมีคนเรียก ภาพตรงหน้านั้น..ทำเอาทิวหยุดนิ่ง ภาพนั้น.. ภาพลันนาอยู่ในชุดว่ายน้ำเต็มตัวสีฟ้าลายรูปใบไม้สีขาว มีผ้าบางคล้ายผ้าบาติกสีฟ้าลายดอกไม้คลุมที่ด้านล่างหมวดไว้ที่รอบเอว เหมือนสาวชาวเกาะ ลายนั้นสวยเหลือเกิน แต่นั้นไม่เท่ากับรูปร่างที่เด่นสดุดด้วยส่วนเว้าสวนโค้งพอดีกะชุดอย่างเป็นของเธออย่างไรอย่างนั้น แต่ใจนั้นกับคิดไปว่าอยากรู้ว่าเพทจะใส่ชุดของตัวเองจะสวยอย่างนี้หรือเปล่า แต่รีบสลัดความคิดทันที

เหมือนจะได้ยินเสียงว่าลงไปก่อน เดี๋ยวเพทตามลงไป เธอเดินทางมาที่ทิวและไก่ที่ยังยืนนิ่งชั่วขณะ

"เอ้า.. พี่ทิว ยืนนิ่งเป็นใบ้เลย จะเอาไงต่อ" เพทเร่ง ทิวกำลังใช้ความคิด ว่าลืมอะไรไปบ้าง

"เอ้อ..พี่อยากได้อีกสัก 2-3 ชุด พอมีมั๊ยไอ้ชุดอย่างนี้นะ" ไม่รู้เรียกอย่างไร ทิวนึกไม่ออก " สีอะไรดี เหลือง แดงดีมั้ย เพทว่าไง"

เพทไม่ได้ตอบว่าไง ฟังแล้วก็ผงกหัว รับทราบ จะเดินเข้าไปในห้องเลือกหาชุด

"เอ้อ..อีกอย่าง.. " ทิวยกมือขึ้นแตะที่ริมฝีปาก ตามองพื้น เหมือนกำลังใช้ความคิด เพทหยุดชงัก

"ทำอย่างไรจะให้นางแบบในชุดว่ายน้ำ แต่ไม่ต้องโชว์เรือนร่างเปิดเผยมากนัก"

ทำเอาเพทถึงกับค้อนในใจว่าชุดว่ายน้ำนะคะ พี่.. ยังไง.. มันก็รัดรูปเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งจุดโชว์ของผู้หญิงอยู่แล้ว

"ให้นางแบบหันข้าง กอดเข่า หรือไม่ก็ถ่ายท่านอน โชว์ด้านหลังไล่ไปตามสะโพก  ท่าที่ไม่ต้องโชว์ด้านหน้า"

"พี่ต้องลงไปกำกับเองแล้วละ อย่างนั้น"

"อีกอย่าง.. ไม่ต้องให้เห็นส่วนหน้าอกนะ แบบว่า ตรงที่..เออ..."ทิวเกิดติดอ่างซะงั้น

"..ตุ่มหน้าอก ไม่เป็นไร ชุดของเพทมีฟองน้ำมีซับอีกชั้น แต่จะดันทรงใหญ่มากนะพี่"

"อย่างไรก็ได้ ให้คุณลันนาปลอดภัยก็แล้วกัน เออ.. พี่เห็นผ้าบางลายดอกไม้สีฟ้านะ อยากให้ใส่ปิดส่วนล่าง แบบว่า..อย่างไรดี "

"สบาย เดี๋ยวจะจัดให้นางแบบแหวกโชว์ขาอ่อน ถ้าปิดหมด มันจะไม่ใช่ชุดว่ายน้ำนะคะ"

ทิวเริ่มรู้สึกว่าเขาขอมากไป ทำหน้าเจื่อนๆ

"ไม่รู้พี่ขอมากไปหรือเปล่า แต่อยากจะซักซ้อมให้เข้าใจก่อนนะ"

"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ แต่..ข้อห้ามมากยังงี้ ถ้าไม่สวย อย่าโทษคนถ่ายนะคะ"

"น่า..พี่เชื่อมือเพท..ให้อ๋อมช่วยเพทนะ "

"งั้นพี่ก็ช่วยยกแผ่นสะท้อนแสงลบเงาหน้า ถ้าจัดชุดไฟทัน เดี๋ยวพี่กะไก่ ก็ขึ้นมายกชุดไฟร่มลงไป  อาจได้ใช้"

ทิวพยักหน้า หันรีหันขวาง

"อุปกรณ์ของเพทอยู่ตรงมุมห้องนั้น แผ่นสะท้อนแสง 2 หน้าหน้าหนึ่งสีทองอีกหน้าสีเงิน ใช้ 2 แผ่น มันพับซ้อนเป็นสี่เหลี่ยม พี่ทิวเห็นมั๊ย อยู่ตรงนั้น" เพทเดินมาชี้ที่มุมอุปกรณ์ของเธอ ไก่รีบไปช่วยทิวหาของ

"แล้วชุดไฟละ เพทจะใช้ตัวไหน พี่จะได้ขึ้นมาหยิบได้ถูก"

"ใช้ชุดเล็กก็พอคะ พี่ทิวค่อยขึ้นมายกลงไป ร่ม 2 ตัวนี้ พร้อมขาตั้งใช้สำหรับติดแฟรซ ไม่ต้องใช้แสงแรง ให้พออกนุ่มๆ เดี๋ยวเพทจะไปหยิบแฟรซติดมือไป 2 ตัวไปด้วย ตอนนี้..รบกวนพี่ทิวช่วยยกขาตั้งและกล้องลงไปที่สระน้ำให้เพทก่อน พี่ทิวเลือกมุมตั้งกล้องได้เลย..เดี๋ยวเพทตามลงไป" ว่าแล้วเพทรีบเดินเข้าไปในห้อง เพื่อเลือกชุดให้อีกครั้ง  ทิวบอกกับไก่ว่าให้ช่วยถือแผ่นสะท้อนแสง 2 แผ่นลงไปพร้อมกับเขา อยู่ช่วยเพทแล้วกัน หลังจากนั้นเขาจะขึ้นมายกเอาร่มกับขาตั้งลงไปให้เอง 

หลังจากนั้นไม่นาน อย่างเร่งรีบกับการถ่ายภาพที่สระน้ำตรงนั้น จึงเหมือนเป็นการถ่ายภาพในชุดแฟชั่น หญิงสาวหุ่นดีกับชุดว่ายน้ำสวย เพทลงมือกดภาพเองด้วยกล้องคู่ใจ ด้วยการโพสท่าตามอ๊อมที่ชำนาญในอาชีพสไตลิสอยู่แล้ว การทำงานจึงสำเร็จราบรื่นด้วยความพึงพอใจของทุกคนอีกชุดหนึ่ง ซึ่งเป็นชุดสุดท้าย (จริงๆ) ของการถ่ายภาพวันนี้ และทิวไม่ลืมว่า เขาได้ให้สัญญากับเพทว่าจะเลี้ยงข้าวตอบแทนหนึ่งมื้อ  เพทไม่ได้ต้องการค่าแรงหรือค่าจ้างเพิ่มอะไร ที่ถ่ายภาพส่วนเกินจากสัญญานี้ เพราะยังไงนี้คือความสุขของเธอเองอยู่แล้ว ที่ได้ลั่นไกชัตเตอร์




 

Create Date : 12 ตุลาคม 2560
0 comments
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2560 19:35:09 น.
Counter : 250 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#13


 
ปางนู
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




hello travel ก.พ.58 fair & festival
facebook
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2560
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
12 ตุลาคม 2560
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ปางนู's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.