 |
14 กันยายน 2568
|
|
|
|
|
บทที่ 1 เจ้าบ่าวที่เธอเพิ่งรู้จัก 1/3
เสียงเพลงบรรเลงทำนองหวานเสนาะหูแทนการต้อนรับการมาถึงของแขกซึ่งมาร่วมงานแต่งงานของคิมหันต์และอรดี ซึ่งจัดว่าเป็นงานใหญ่ที่นักข่าวให้ความสนใจเพราะคิมหันต์เป็นทายาทสืบต่อกิจการอัญมณีของคุณไพบูลย์แต่เพียงผู้เดียว ในขณะที่อรดีไม่ต่างจากซินเดอเรลล่าในยุคนี้เพราะว่าฐานะทางสังคมของเธอต่างกับคิมหันต์พอสมควร แม้ว่าจะเป็นอดีตตระกูลเก่าแก่ แต่ว่าตอนนี้เหลือเพียงแค่อรดีและอาทิตย์ซึ่งเป็นพี่น้องพ่อเดียวกัน แต่ต่างแม่ แม้วงในจะพอรู้ว่าความเป็นตระกูลเก่าแก่นั้น เหลือสมบัติที่ตกทอดมาไม่มากเท่าไหร่แล้ว การที่อรดีได้แต่งงานกับคิมหันต์จึงเหมือนหนูตกถังข้าวสารตามที่นักข่าวเอาไปเขียวแซว แม้อรดีจะไม่ชอบใจนักเพราะว่าเธอรักคิมหันต์จากใจจริง แม้คิมหันต์จะไม่ได้บอกรักเธอตอนที่ขอแต่งงาน เธอคิดว่าเขาเป็นผู้ชายปากหนักคำว่ารักคงเป็นเรื่องที่เราสองคนรู้ได้เองอยู่แล้ว การแต่งงานของเราสองคนจึงได้เกิดขึ้น หญิงสาวมองชายหนุ่มที่หล่อเหลาอย่างไร้ที่ติ สุภาพ เอาใจใส่ รูปสมบัติและคุณสมบัติเพียบพร้อมจนไม่น่าเชื่อว่าเขาจะมาตกหลุมรักผู้หญิงแสนธรรมดาที่แทบไม่ได้ช่วยเหลือเขาในทางธุรกิจได้ เธอรักทุกอย่างที่เป็นคิมหันต์ เขาเป็นคนช่างใส่ใจและเอาใจเธอ จนเธอรู้สึกว่าตัวเองโชคดีไปหรือเปล่าที่ได้มาพบผู้ชายที่ดีพร้อมถึงเพียงนี้ “คิมเมื่อยหรือเปล่าคะ หรือว่าไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า” อรดีถามอย่างเป็นห่วงเพราะสีหน้าของคิมหันต์เหมือนกับมีเรื่องบางอย่างอยู่ในใจ คิมหันต์ยิ้มหวานให้เจ้าสาวสุดสวยของเขา แม้ว่าในสมองของเขาจะอึงอลไปหมดว่าที่กำลังทำอยู่ในตอนนี้มันคือความรู้สึกของเขาจริงๆ หรือว่าแสร้งว่าตัวเองรู้สึกขึ้นมากันแน่ “ผมสบายดี อรไม่ต้องห่วงผมหรอก อรล่ะเจ็บเท้าบ้างไหม” อรดียิ้มบางพลางขยับเท้าที่ใส่รองเท้าส้นสูงซึ่งปกติแล้วเธอไม่ค่อยใส่นัก “อรไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะคิมที่เป็นห่วงอร” ไพบูลย์เห็นคิมหันต์กับอรดียิ้มให้กันก็พลอยสุขใจไปด้วย เขาหวังว่าสักวันหนึ่งลูกชายจะได้แต่งงานกับผู้หญิงที่ดีพร้อม จนกระทั่งมาถึงวันนี้เขาเชื่อสายตาของลูกชายที่เลือกอรดีมาแต่งงานด้วย โดยไม่สนใจเรื่องฐานะหรือหน้าตาทางสังคม เขาเองตอนแต่งงานก็เลือกผู้หญิงที่ทำให้มีความสุขมากกว่าเอื้อเรื่องงาน เพียงแต่ในวันสำคัญแบบนี้ ลูกสาวคนเล็กของที่กำลังเรียนด้านบริหารอยู่ที่อเมริกากลับเงียบผิดปกติ “ทำไมยัยเมไม่มา พ่อก็นึกว่าน้องจะกลับมาวันแต่งงานของคิม” ผู้เป็นพ่อถามลูกชาย คิมหันต์ยิ้มเหมือนไม่มีอะไร “ยัยเมติดเรียนน่ะครับ ผมไม่อยากให้ต้องหยุดเรียนหลายวัน อีกไม่กี่เดือนก็เรียนจบแล้ว ถึงเวลานั้นค่อยกลับมาแสดงความยินดีกับผมก็ได้” ไพบูลย์ไม่ติดใจสงสัยอะไรเพราะจบจากงานแต่งงานของลูกชายแล้ว เขาเองก็จะไปพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์ เขาวางมือจากธุรกิจมานานแล้ว คิมหันต์เองก็บริหารงานออกมาได้ดีจนผลประกอบเป็นที่น่าพอใจ ทำให้เขาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ไม่ต้องห่วงอะไรอีกแล้ว ถ้าเมจกาเรียนจบกลับมาช่วยคิมหันต์อีกแรง ทุกอย่างคงยิ่งไปได้สวย “ถ้าแม่แกไม่จากไปเร็ว ตอนนี้คงดีใจที่เห็นลูกชายแต่งงานเสียที” ไพบูลย์ยื่นมือไปวางบนไหล่ของลูกสะใภ้ที่วันนี้สวยกว่าผู้หญิงทุกคนในงาน “ขอบใจมากนะหนูอรที่ทำให้เจ้าคิมอยากแต่งงานเสียที พ่อกังวลแทบแย่ กลัวจะไม่มีหลานให้อุ้ม” “เพราะคิมเป็นคนดีค่ะคุณพ่อ อรเลยไม่ลังเลที่จะแต่งงานด้วย” อรดีหันไปยิ้มให้คิมหันต์ ชายหนุ่มยิ้มกลับมาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่จะกดรับโทรศัพท์แล้วบอกเธอกับพ่อของเขาว่า “เดี๋ยวผมมานะครับ พอดียัยเมโทรมา” คิมหันต์บอกพลางกระชับมือของอรดี ก่อนจะปล่อยแล้วเดินไปจากตรงนั้น อรดีมองตามไม่รู้ทำไมเธอถึงได้รู้สึกว่าเจ้าบ่าวของเธอมีความลับบางอย่าง บางครั้งเขาเหม่อเวลาที่อยู่ด้วยกัน เขาเอาใจใส่เธอ แต่สายตาที่มองเธอในบางครั้งก็แข็งกร้าว ทว่าเพียงครู่เดียวก็เปลี่ยนมาอ่อนหวานดังเดิม บางทีการที่คิมหันต์ต้องเป็นประธานของบริษัทที่สืบต่อกันมา คงทำให้เขาเครียดและลืมตัวเวลาอยู่กับเธอกระมัง คิมหันต์จงใจออกมารับโทรศัพท์ไกลจากพ่อกับอรดี เพราะรู้ว่าเมจกาโทรมาด้วยเรื่องอะไร น้องสาวของเขาเป็นคนใจอ่อน หัวอ่อน การโทรมาครั้งนี้คงไม่แคล้วเกลี้ยกล่อมเขาอีก สิ่งที่เขากำลังทำอยู่ในตอนนี้ก็เพื่อดัดสันดานคนเลวให้เมจกาอยู่ทั้งนั้น “เมโทรมาตอนนี้ทำไม ถ้าจะห้ามพี่คงไม่ทันแล้ว” พี่ชายพูดดักคอน้องสาวอย่างรู้ทัน เมจกาถอนใจเพราะในสมการนี้ อรดีไม่เกี่ยวเลย “เมจะบอกคุณอรดี” “ถ้างั้นพี่จะบอกพ่อว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อปีก่อน ในเมื่อพี่ตั้งใจแล้วว่าจะทำแบบนี้ เมจะมาห้ามพี่ทำไม” คิมหันต์ขู่กลับเพราะมั่นใจว่ามันจะได้ผล สิ่งที่เกิดขึ้นกับเมจกาในตอนนั้นมีแค่เขาเท่านั้นที่รู้ ถ้าพ่อมารู้ตอนหลังคงได้ช็อคจนเข้าโรงพยาบาล เมจกาไม่เสี่ยงทำแบบนั้นแน่ “ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะ” “ไม่ได้ พี่ลืมไม่ได้ มันไม่เคยขอโทษเมสักคำ” อีกทั้งมันยังได้ราณีมาคอยเป็นนายทุนกระเป๋าหนาอีก เมจการู้ว่าคิมหันต์แค้นใจแทนเธอแค่ไหน เธอเองก็แค้น แต่การเล่นกับความรู้สึกของอรดีก็ไม่ยุติธรรมเหมือนกัน ส่วนพี่ชายของเธอแน่ใจหรือว่าแต่งงานเพราะอยากแก้แค้นเท่านั้น ผู้หญิงดีๆ แบบอรดีใครบ้างจะไม่ตกหลุมรัก รวมทั้งพี่ชายของเธอด้วย “แต่ทำแบบนี้พี่คิมจะเสียใจเองนะ เมขอเตือน พี่คิมไม่ได้รักคุณอรเลยหรือไง” “มันไม่สำคัญหรอก พี่รอเวลานี้มานานพอแล้ว เพราะฉะนั้นเมก็แค่เรียนให้จบ อยากทำงานที่โน่น หรืออยากกลับไทยก็ได้ พี่ตามใจเมทุกอย่าง” เมจกาได้แต่ถอนใจ การรักใครสักคนแล้วต้องมาทำร้ายจิตใจ ตัวเองจะไม่เจ็บไปด้วยหรือ “เมขอให้พี่คิมพบความสุขในการแต่งงานครั้งนี้นะ เมอวยพรจากใจจริง” “ขอบใจ” แต่มันคงไม่เกิดขึ้นหรอก คิมหันต์คิดอยู่ในใจ ไม่บอกน้องสาวไปเพราะไม่อยากให้ไม่สบายใจเปล่าๆ เมจกากดวางสาย กำลังชั่งใจว่าควรโทรหาอรดีก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปดีหรือเปล่า แต่เพราะคำขู่ของพี่ชายทำให้เธอไม่กล้าทำร้ายจิตใจของพ่อ เรื่องที่เกิดกับเธอเมื่อปีก่อน พ่อไม่เคยรู้และเธอไม่มีวันให้รู้เด็ดขาด หญิงสาวเสียใจที่ไม่อาจหยุดพี่ชายได้ แต่เธอยังเชื่อว่าคิมหันต์น่าจะรักอรดีอยู่บ้าง การแก้แค้นคงจบลงโดยใช้เวลาไม่นาน คิมหันต์กลับเข้ามาในงานก็เห็นว่าอาทิตย์กำลังสนุกสุดเหวี่ยงในงานแต่งงานของน้องสาว โดยมีราณีไฮโซสาวนั่งดูอยู่ห่างๆ คู่นี้คบกันมาได้หนึ่งปีแล้ว ทำให้การเงินของอาทิตย์ดีขึ้นมาก แม้จะไม่ได้ทำงานเป็นหลักเป็นแหล่งเพราะเจ้าตัวหน้าตาดีทำให้มีงานถ่ายแบบและเล่นละครอยู่บ้าง คิมหันต์มองมาที่อรดี ผู้หญิงที่กลายเป็นเจ้าสาวของเขา เธอเปิดโรงเรียนเล็กๆ สอนเต้นบัลเล่ด์เพราะในอดีตเธอผ่านการแข่งมากมาย จนได้รางวัลมานับไม่ถ้วน ชีวิตของเธอดูมีความสุขดี จนกระทั่งมาพบเขา เธอมีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ไม่รู้เลยว่าอนาคตกำลังจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อได้ฤกษ์ส่งตัวไพบูลย์จึงพาเจ้าบ่าวและเจ้าสาวไปยังบ้านที่เขาสร้างให้และตกแต่งตามใจทั้งคู่ ผู้เป็นพ่อให้คำอวยพร ในขณะที่อาทิตย์ที่ดื่มไปพอสมควร แต่ยังครองสติได้ก็อวยพรให้น้องสาวก่อนฝากน้องเขยว่า “ผมฝากอรด้วยนะครับคุณคิม” คิมหันต์ยิ้มรับและรอจนกระทั่งไพบูลย์ออกไปแล้ว อาทิตย์กำลังจะออกไปอีกคน แต่เขาจับแขนของอีกฝ่ายไว้ อาทิตย์หันมาอย่างแปลกใจระคนสงสัยว่าคิมหันต์ต้องการอะไร ในคืนเข้าหอจะมารั้งพี่เขยอย่างเขาเอาไว้ทำไม คิมหันต์รอจนกระทั่งได้ยินเสียงรถของพ่อออกไปจากบ้านแล้วจึงพูดในสิ่งที่เขารอมาตลอด “จำผู้หญิงคนนี้ได้ไหมครับ” คิมหันต์ถามอาทิตย์พร้อมกับส่งรูปของเมจกาให้อีกฝ่ายได้เห็น อรดีที่รออยู่ห่างๆ มองอย่างสงสัยว่าคิมหันต์กับอาทิตย์กำลังคุยอะไรกัน สีหน้าของทั้งคู่ดูไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ อาทิตย์ชาวาบที่ปลายนิ้วเมื่อรับรูปใบนั้นมา ก่อนจะส่งคืนให้คิมหันต์ราวกับรับถ่านร้อนๆ อย่างไรอย่างนั้น “คุ้นๆ เหมือนผู้หญิงคนนี้จะชื่อเมจกาละมั้ง...คุณคิมมีรูปของเมจกาได้ยังไง” คิมหันต์ยิ้มหยันปนสังเวช เขาไม่แปลกใจอีกแล้วว่าทำไมผ่านมาเป็นปี ไอ้ผู้ชายคนนี้ไม่เคยโทรไปของโทษเมจกาสักคำ คนที่ไร้ความรับผิดชอบแบบนี้รอดูเวลาเขาเอาคืนก็แล้วกัน “ไปหาคำตอบเอาเอง เชิญกลับไปได้แล้ว” อาทิตย์ไม่แน่ใจว่าเพราะยังไม่สร่างเมาทำให้เขาเดินออกไปจากห้องที่ประตูปิดลงทันทีแบบงงๆ คิมหันต์เป็นอะไรกับเมจกา เขาไม่ได้ติดต่อผู้หญิงคนนั้นมาเป็นปีแล้ว ครั้งสุดท้ายที่รู้ข่าวคือเมจกาไปต่างประเทศ ป่านนี้คงได้ที่เกาะรายใหม่ไปแล้วกระมัง ผู้หญิงที่ท้องแล้วแอบอ้างว่าเขาเป็นพ่อ มีอะไรให้น่าจดจำกัน แต่ถึงกระนั้นคิมหันต์ทำไมรู้จักเมจกา นานมากแล้วที่โบว์ไม่ได้เขียนพระเอกแนวธงแดงแบบนี้ หวังว่าจะถูกใจสายพระเอกร้ายทั้งโลก ปากแข็ง ใจแข็ง แต่รักเธอคนเดียว นะคะ เปิดเรื่องแล้วหายไปเลยเพราะไปตรวจต้นฉบับอยู่ค่ะ ที่ลงให้อ่านคือต้นฉบับที่ตรวจไป 1 รอบแล้ว ยังต้องตรวจอีก 2 รอบนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ LOVE NO.9
| Create Date : 14 กันยายน 2568 |
| Last Update : 14 กันยายน 2568 11:53:28 น. |
|
0 comments
|
| Counter : 48 Pageviews. |
|
 |
|
|
| |
|
BlogGang Popular Award#21
|
 |
davina18 |
|
 |
|
|
|