Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
25 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 
เทคนิคเล็กน้อยในการเรียนภาษาญี่ปุ่น

พอดีเมื่อคืนทำรายงานส่งเซนเซ เรื่อง"เทคนิคการเรียนภาษาญี่ปุ่นให้ดีขึ้น"
ไหนๆก็เขียนไว้แล้ว ขอเอามาแปะไว้ที่นี่ด้วยละกันนะคะ

เผื่อได้เป็นประโยชน์กับใครหลายๆคน
Smiley

รายงานอันนี้ส่วนใหญ่เราเอามาจากที่ตัวเองทดลองทำแล้วได้ผล
แล้วก็เพิ่มเติมบางอันที่เอามาจากอินเตอร์เนตSmileyบ้าง หนังสือSmileyบ้าง
ถ้าใครเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่ก็ลองอ่านดูนะคะ Smiley



 เทคนิคการเรียนภาษาญี่ปุ่นให้ดีขึ้น Smiley
 การจะทำอะไรให้ดี ต้องมีความรักความชอบที่จะทำสิ่งนั้น
เพราะจะทำได้ออกมาดีและมีความสุขกับสิ่งที่ทำ

การเรียนภาษาญี่ปุ่นก็เหมือนกัน
ต้องถามตัวเองก่อนว่า “ชอบไหม” 


เมื่อชอบก็ถามตัวเองต่อว่า “เรียนไปเพื่ออะไร”
เช่น เพื่อทำงาน เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นงานอดิเรก หรืออื่นๆ

จากนั้นให้ตั้งเป้าหมาย เพื่อให้มีแรงบันดาลใจในการเรียน Smiley

 การเรียนภาษามีด้วยกัน 4ทักษะ คือ ฟัง พูด อ่าน เขียน
การจะทำให้ได้ดีทั้ง4ทักษะ จำเป็นต้องรู้ “คำศัพท์ และ ไวยกรณ์”

การจำคำศัพท์และไวยกรณ์นั้น ใช้ความตั้งใจ อดทน และความขยันหมั่นเพียร
ผู้เรียนจึงต้องมีแรงผลักดันที่จะเรียน ดังที่กล่าวมาข้างต้น


เทคนิคการจำคำศัพท์

1.คำศัพท์เก่าที่เคยเรียนมาแล้ว ให้หมั่นทบทวนอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ลืม

2.คำศัพท์ใหม่Smiley ให้หาคำศัพท์ใหม่จำเพิ่มเข้าไปอยู่เรื่อยๆ
ตรงนี้อาจจะหามาจาก หนังสือเรียน นิตยสารญี่ปุ่น หรือทีวีก็ได้
เมื่อเจอคำศัพท์ที่เราไม่รู้ ให้จดและเปิดพจนานุกรม
3.คันจิ การจำคันจินั้นให้ใช้ตาดู ปากท่อง และมือเขียนไปพร้อมๆกัน
เป็นเทคนิคการใช้ร่างกายหลายส่วนในการช่วยจำ Smileyทำให้เราลืมยากขึ้น
เช่น เมื่อเรานึกคันจิไม่ออกก็ลองเขียนลำดับเส้น จากนั้นมือก็จะเริ่มเขียนอัตโนมัติ

เทคนิคนี้เป็นการจำโดยใช้ร่างกายหลายส่วนนอกจาก”หัว” จึงลืมยาก
เหมือนกับการว่ายน้ำหรือขี่จักรยานSmiley ที่เมื่อเวลาผ่านไปนานเราก็พอที่จะจำได้
แม้ทักษะอาจลดลงไปบ้าง แต่ถ้ามีการฝึกอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เราคล่องขึ้น
(อ้างอิงเทคนิคจากหนังสือ Kiokuryoku ga imamade no 10 bai yokunaruho)

 การจำคำศัพท์และคันจินั้น ต้องใช้การอดทนในการจำ ควรท่องอย่างสม่ำเสมอ
และทำซ้ำบ่อยๆ

การจำไวยการณ์
หลักในการจำไวยกรณ์คือ จำกฏ ข้อบังคับ และข้อยกเว้น Smiley
การจำไวยกรณ์ต้องอาศัยความเข้าใจเป็นหลัก และสามารถนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง
ผู้เรียนอาจมีหนังสือ,ตำราเรียนไว้หลายๆเล่ม เพื่อทำความเข้าใจกับรูปประโยคให้ถ่องแท้
หรือให้ถามอาจารย์หรือผู้รู้เมื่อมีข้อสงสัย
Smiley

 เมื่อเราจำคำศัพท์และไวยกรณ์ได้พอสมควรแล้ว
ขั้นตอนต่อไปในการเรียนภาษาก็คือการฝึกทักษะทั้ง4 คือ ฟัง พูด อ่าน เขียน

เทคนิคที่ทำได้ง่ายและทำให้ฝึกทักษะทั้ง4 ได้ดี คือ
1. ฝึกพูดกับคนญี่ปุ่น Smiley
-การพูดกับคนญี่ปุ่นเราจะได้ฝึกภาษาและสำเนียงโดยตรง
-ภาษานั้นมีการพัฒนาไปเรื่อยๆ การพูดกับเจ้าของภาษาทำให้เรารู้เภาษาที่ใช้ในชีวิตจริง
และได้รู้เพิ่มเติมจากในหนังสือเรียน 
-ใช้ภาษาที่ง่ายและเข้าใจทั้งสองฝ่ายในการสื่อสารกัน 
-ไม่ต้องกลัวว่าจะพูดผิด ไม่มีคนญี่ปุ่นคนไหนจะมาด่าเราว่าเราพูดผิด 
ดีซะอีกที่เราได้พูด เราจะได้รู้ว่าเราพูดถูกไหม
ถ้าเราพูดถูกเราก็จะมั่นใจมากขึ้น Smiley
และถ้าเราพูดผิดคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เขาจะแก้ไขให้เรา
และจะทำให้เราไม่ผิดคำเหล่านั้นอีก 


2.หาสื่อที่อยู่รอบๆตัว
 เช่น ดูหนังSmiley ดูทีวี ฟังเพลงSmiley อ่านนิตยสารหรือการ์ตูนภาษาญี่ปุ่น

-การดูหนัง ดูทีวีอาจจะดูที่มีซับไตเติ้ลเพื่อให้เราเข้าใจมากขึ้น
และควรดูบ่อยๆให้ชินกับสำเนียงของคนญี่ปุ่น

-การฟังเพลง ให้เปิดฟังบ่อยๆหรือยามว่าง ให้เปิดเป็นประจำจนเคยชิน
เมื่อมีเวลาให้ลองแปลเนื้อเพลงที่สนใจดู
การดูหนังฟังเพลง

เมื่อเราดูหนังฟังเพลง เราสามารถใช้เทคนิค Listening&Copy ได้ด้วย

กล่าวคือ เทคนิคการฟังและเลียนแบบ Smiley
เราลองฟังไปพูดตามไปให้เหมือนต้นฉบับ หัดเลียนเสียง เลียนสำเนียง
ถ้าทำบ่อยๆ วันนึงเราจะพูดภาษาญี่ปุ่นเป็นธรรมชาติขึ้นโดยอัติโนมัติ 

 -อ่านนิตยสารหรือการ์ตูนภาษาญี่ปุ่น
หากสนใจนิตยสารหรือการ์ตูนภาษาญี่ปุ่นให้ลองนำมาเป็นสื่อในการเรียนรู้อีกทางหนึ่ง
เริ่มแรกเมื่ออ่านให้แปลคร่าวๆ คำที่ไม่เข้าใจอาจจะละไว้ ใช้การแปลโดยรวม
จับใจความสำคัญๆเท่านั้น วิธีนี้เรียกว่า วิธีการเดา(Guess)
แต่เมื่อเจอคำศัพท์ที่ไม่เข้าใจบ่อยๆ ก็ลองเปิดพจนานุกรมดู
จะทำให้เราจำศัพท์นั้นได้แม่นขึ้นอีกด้วย Smiley

 3.ฝึกแต่งประโยคยามว่าง

อาจจะเป็นประโยคง่ายๆอย่างประโยคในชีวิตประจำวัน หรือเขียนไดอารี่ก็ได้

ตัวอย่างเช่น
วันแรก เขียนว่า “วันนี้อากาศดี” Smiley ,

วันที่สอง เขียนว่า “วันนี้อากาศดี อยากออกไปเที่ยว” Smiley ,

วันที่สาม เขียนว่า “วันนี้อากาศดี อยากออกไปเที่ยวกับเพื่อน”


จะเห็นได้ว่าวันถัดๆไปเราจะสามารถเขียนได้มากขึ้น
สามารถใช้ประโยคได้หลากหลาย และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
วิธีนี้จึงเป็นอีกวิธีนึงที่ฝึกภาษาญี่ปุ่นได้ดี


และเทคนิคสุดท้ายที่แนะนำให้ทดลองทำ...
วิธีนี้เราเพิ่มเติมจากรายงานของเรา (พอดีเพิ่งนึกได้)
เราเคยเรียนการสอนภาษามาตอนอยู่ที่ญี่ปุ่น
มีวิธีเรียนภาษาอีกรูปแบบนึงคือ Smiley
"การคิดเป็นภาษาญี่ปุ่นโดยไม่ผ่านภาษาแม่"
คือการนึกคิดตามที่เราได้รับรู้โดยตรง โดยไม่ผ่านสัญลักษณ์ซึ่งก็คือภาษาไทย

ไม่รู้ว่าตรงนี้เราจะอธิบายแล้วเข้าใจไหม
จะพยายามอธิบาย คืออย่างเช่น ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ เราพูดคำว่า ไอเลิฟยู
ในหัวเราอาจจะเข้าใจความหมายก่อนที่สมองจะแปลเป็นภาษาแม่ว่า"ฉันรักคุณ"ซะอีก
เนื่องจากอาจจะเป็นที่ความเคยชินหรืออะไรก็ตาม
ฉะนั้น เมื่อเราอยู่กับภาษาญี่ปุ่นระดับหนึ่ง Smiley
อยากให้ลองพยายามคิดโดยไม่ต้องผ่านภาษาไทยดู
ให้เราสามารถใช้คำอื่นๆได้อย่างไวเหมือนกับคำว่าไอเลิฟยู

นี่ก็เป็นอีกวิธีนึงที่คิดว่ามันยากและซับซ้อนน่าดู
(เหงื่อตก) แต่ก็คิดว่าเป็นวิธีที่ดี เอามาเล่าสู่กันฟังค่ะ

 สุดท้ายที่จะแนะนำ Smiley
ให้ผู้เรียนลองทำตัวหมือนภาษาญี่ปุ่นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
ให้ใช้ภาษาญี่ปุ่นทุกวันจะทำให้เราซึมซับภาษาญี่ปุ่นได้มากขึ้น


และไม่ว่าจะเป็นการเรียนรูปแบบใดก็ตาม เรียนภาษาใดๆก็ตาม
การเรียนนั้นต้องใช้”เวลา” เป็นสิ่งสำคัญ
ผู้เรียนจึงต้องมีความอดทน ขยัน หมั่นเพียร ฝึกซ้อมอยู่เสมอๆ
ที่สำคัญคือมีวินัยต่อตนเอง อย่าท้อแท้
และวันนึงเราจะประสบความสำเร็จในที่สุดค่ะ

เป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังเรียนภาษา ไม่ว่าจะภาษาใดๆก็ตามค่ะ
Smiley.......Smiley



ps...ขอบคุณข้อมูลจากหลายๆแหล่งที่ทำให้เรารวบรวมทำเป็นบทความนี้ขึ้นมาได้ค่ะ
บางอันก็มีจากพันทิพย์ด้วยนะ บางอันก็จากหนังสือ
ขอบคุณมากค่ะ ^^






Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 22 มกราคม 2555 14:29:57 น. 21 comments
Counter : 13394 Pageviews.

 
ขอบคุณค่ะ เป็นบทความที่ดีมากเลยค่ะ

สว่นตัว ไม่ชอบภาษาแต่ชอบงานฝีมือเค้าเลยจำดป็นต้องเรียนภาาา

ณ ปัจจุบัน ไม่ค่อยพัฒนา แต่อาศัยความต่อเนื่องในการเรียนเอา


โดย: โนดาเมะ วันที่: 6 มีนาคม 2554 เวลา:9:56:23 น.  

 
ถ้ามีเป้าหมายในการเรียนภาษาจะเป็นแรงบันดาลใจที่ดีค่ะ

เรียนภาษาเพื่อไปใช้เกี่ยวกับงานฝีมือ ก็คือแรงบันดาลใจอย่างนึงค่ะ

สู้ๆนะคะ มั่นใจว่าถ้ายังไม่หยุดเรียน อย่างน้อยคุณโนดาเมะก็เก่งขึนเรื่อยๆ

และซักวันก็จะเก่งมากๆ ^^


โดย: datenshi IP: 180.183.188.91 วันที่: 7 มีนาคม 2554 เวลา:15:11:29 น.  

 
เป็น blog เกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่น และการแปลภาษาญี่ปุ่นที่ดีจริงๆครับ


โดย: คุณ โตน วันที่: 11 กรกฎาคม 2554 เวลา:11:05:29 น.  

 
ขอบคุณสำหรับแนะนำดีๆ นะจ่ะ


โดย: แม่บ้านญี่ปุ่น IP: 61.200.123.34 วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:20:56:52 น.  

 
ขอบคุณครับที่แบ่งปันเทคนิกให้ จะลองนำไปใช้ให้มากขึ้นนะ ผมชอบนักร้องคนหนึ่งของญี่ปุ่นชื่อ ไอริ ชุซุกิ ถูกสเปกผมมาก ในอนาคตผมอยากไปอยู่ที่ญี่ปุ่น มีภรรยาอยู่ที่นั่น สิ่งนี้แหละคือแรงบรรดาใจที่ทำให้ผมต้องการเรียนภาษาญี่ปุ่นให้ได้ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ผู้ที่เดินบนเส้นทางสายนี้ด้วยนะ อนาคตเราอาจได้ร่วมงานกันก็ได้ใครจะรู้ สู้ๆนะ


โดย: ゆきしろ IP: 49.230.63.197 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:16:16:11 น.  

 
ชอบดูหนังปุ่นก็เลยต้องหัดค่ะ ขอคุณค่ะ


โดย: ไก่อเมริกา IP: 76.103.136.61 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:15:29:22 น.  

 
ขอบคุณมากนะคะ รู้สึกมีกำลังใจมากขึ้นค่ะ


โดย: Billy IP: 202.28.118.120 วันที่: 22 สิงหาคม 2555 เวลา:16:24:08 น.  

 
Thank you...I love it.This so good.


โดย: Ngamwilai IP: 116.68.150.188 วันที่: 30 สิงหาคม 2555 เวลา:17:07:49 น.  

 
ありがとうございました。よろしくおねがいします。(^-^)/


โดย: อาร์ทจะไปทำงานญี่ปุ่น IP: 171.6.225.119 วันที่: 2 กันยายน 2555 เวลา:13:16:18 น.  

 
อยาก ไปญี่ปุ่นอะ ก๊เลยเรียน ด้วย ตัวเองดู ไม่รุจะ ไปรอดมั้ย นะ


โดย: TeWaSiRi IP: 1.4.240.185 วันที่: 20 ตุลาคม 2555 เวลา:14:57:26 น.  

 
ขอบคุณมากๆค่ะสำหรับเทคนิค


โดย: oo IP: 110.49.249.93 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา:19:38:08 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ ชั้นเองก้อชอบดาราญี่ปุ่นคนนึงชื่อ มิอุระ ฮารุมะ เป็นผช ที่น่ารักมากเลยค่ะ เวลายิ้มทำให้โลกดูสดใสขึ้นทันที ชั้นเองถ้าเรียนจบ ป ตรี ก้ออยากจะไปทำงานที่ญี่ปุ่น เวลาที่เราชอบคัยเนี่ยมันทำให้เรามีแรงฮึดสู้จริงๆนะค่ะ เหมือนกับคำว่าว่า"เวลาเราตกหลุมรักคัยเหมือนเรายืนอยู่บนตึก80ชั้น สมองบอกเราว่า ถ้าโดดลงไป มึงตายห่าแน่ แต่หัวใจกลับบอกว่า เอาเลย โดดไปเลย กูรู้ว่ามึงบินได้ " อาจจะดูบ้านะค่ะที่เด็กผญ คนนึงพยามฝึกเรียนภาษาญี่ปุ่น เพื่อจะไปตามหาดาราที่ชอบ แต่มันคือความจริงค่ะ เวลาเราปลื้มคัยซักคนมันทำให้เราบ้าบิ่นได้จริงๆ เป็นกำลังใจห้ชั้นด้วยนะค่ะ^_^


โดย: Liqueur IP: 27.55.133.144 วันที่: 24 พฤศจิกายน 2555 เวลา:14:33:56 น.  

 
เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ
สู้ๆไปด้วยกันค่ะ (^o^)v


โดย: จขบ (datenshi ) วันที่: 5 มกราคม 2556 เวลา:19:09:13 น.  

 
อะริกาโตะขอบคุณมาดเลยเราจะพยายาม


โดย: ยูกิ IP: 125.27.230.111 วันที่: 7 พฤษภาคม 2556 เวลา:19:07:53 น.  

 
ขอบคุณคับ


โดย: tinnadet IP: 223.207.94.132 วันที่: 22 พฤษภาคม 2556 เวลา:20:51:28 น.  

 
เคยเรียนมาแล้ว แต่ไม่เคยได้ใช้เลย ประมาณ 2 ปี ลืมเกือบหมดแล้ว เลยต้องเรียนเพิ่มใหม่


โดย: はじめまして IP: 58.137.3.242 วันที่: 3 กรกฎาคม 2556 เวลา:15:03:49 น.  

 
ขอบคุณที่ให้คำแนะนำค่า มีกำลังขึ้นมากเลย


โดย: arisan IP: 182.52.133.56 วันที่: 13 กรกฎาคม 2556 เวลา:13:45:01 น.  

 
ありがとう。ขอบคุณ คิเร นะ คาวาอิ ด้วย


โดย: コアモン IP: 171.99.138.110 วันที่: 7 มกราคม 2557 เวลา:14:03:31 น.  

 
ขอบคุณมากๆเลยนะคะสำหรับคำแนะนำ^^


โดย: Fon IP: 124.120.39.78 วันที่: 29 มีนาคม 2557 เวลา:20:01:10 น.  

 
มีแฟนเป็นญี่ปุ่นค่ะ แต่พูดม่ะได้สักที คุยกันภาษาอังกฤษตลอด 555+


โดย: กิ๊บ IP: 101.109.128.240 วันที่: 17 เมษายน 2557 เวลา:21:45:19 น.  

 
เจ๋งจังขอบคุณนะคะ


โดย: กาลา IP: 14.207.170.16 วันที่: 13 มิถุนายน 2557 เวลา:11:44:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

datenshi
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add datenshi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.