Group Blog
 
<<
มีนาคม 2558
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
25 มีนาคม 2558
 
All Blogs
 
..คืนวันที่หลงลืมจากปลายนิ้วที่เลอะเลือน..และ..จุด จุด จุด..(ตอนที่ 17)



.. 17 ..





“สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”





เพราะสัมผัสใกล้ชิดกว่าทุกครั้ง..กระทั่งกลิ่นลมหายใจ



เช้าวันรุ่งขึ้น..
คิดถึงยุ่นอย่างจริงจัง..พ่อคงไม่ว่าถ้าผมไปเล่นแถวบ้านเจ้หุยและพี่ติ๋ม (วันเสาร์พ่อไม่ได้ไปทำงาน)


“นายชอบเพศเดียวกันหรือ?” เสียงของน้อย น้องสาวพี่ติ่ม....ผมกำลังเกือบถึงบ้านเจ้หุย..บานประตูที่พับทบอยู่ด้านข้างบังสายตาทั้งผมและคู่สนทนา ซึ่งอีกคนจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากยุ่น

“ก็ไม่เชิง..” เสียงอู้อี้คล้ายเป็นหวัด “เมื่อก่อนอยู่ที่ตาคลีเรามีแฟนเป็นผู้หญิง..และ..”

“อย่างนี้เขาเรียกว่าโบ๊ท” น้อยดักคอ

“โบ๊ท?” ยุ่นงง

“ชอบทั้งหญิงทั้งชาย”

“โห!..เชียวชาญจัง..ฮะ..ฮะ..” เสียงดีขึ้น “คงไม่ใช่..เราไม่เคยชอบผู้ชายมาก่อน”

“แสดงว่าเดี๋ยวนี้ชอบ” น้อยรุก (น้อยอยากรู้เรื่องของชาวบ้านไปทั่ว..ถาม..พอได้รับคำบอกเล่าแจ่มแจ้งเธอก็จะพูดว่า “เรื่องของคนอื่น กูไม่อยากรู้นักหรอก”..และเพราะความอยากรู้ของน้อยนี่ละ ครั้งหนึ่งเธอช่วยจับขโมยให้ผม..จะเล่าให้ฟังครับ)

“แต่..เอ..ทำไมน้อยถามเราอย่างนี้ละ?”

“ก็เสียงด่าของฮั้วทีดังไปสามบ้านแปดบ้านเมื่อกี้ไง..ใครไม่รู้ก็รู้กันหมด..ยุ่นยังร้องไห้เลยไม่ใช่หรือ”

“เออ..ชั่งเถอะ..เขาเป็นพี่ที่ดีกับเรามาตลอดจนเมื่อมีตี๋เข้ามา” ยุ่นเปิดใจ

“ตกลงนายชอบตี๋..มีอะไรกับตี๋..ฮั้วหึงนายสองคนใช่ไหม?” น้อยเดาเป็นฉาก

“เฮ้ย!..พูดอะไรเหลวไหล” ยุ่นปราม

“อ้าว!..เราก็นึกว่า..”

“หนึ่ง..เรื่องหึง..หึงใคร..หึงทำไม..ฮั้วไม่ชอบเรื่องผิดธรรมชาติอย่างนี้มากกว่า..สอง..เรากับตี๋ไม่เคยมีอะไรอย่างที่น้อยเข้าใจ..” ยุ่นหยุดชี้แจง..เขาไม่จำเป็นต้องบอกเรื่องที่เขาเป็นฝ่ายมีอะไรกับตี๋ข้างเดียว

“แล้วนายชอบตี๋หรือเปล่า?”

“ไม่รู้สิ..ไม่แน่ใจ..”

“แล้วฮั้วเอาที่ไหนมาโวยวายเป็นเรื่องเป็นราว”



ผมยืนนิ่งรอฟังคำสนทนาต่อ..อยากรู้เหมือนกันว่าที่จริงแล้วยุ่นรู้สึกอย่างไรกับผมแน่

“คนเป็นสัตว์สังคมชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับสัตว์ทั้งหลายในโลก..” ยุ่นเริ่มอธิบาย

“เราจบแค่ปอสี่..” น้อยขัด “พูดให้เข้าใจง่ายๆ หน่อย”

“เอางี้..คนเราเกิดมาก็ต้องมีคู่..มีครอบครัว..มีผัวมีเมีย”

“คนตาบอดอื่นเห็นเขาเป็นผัวเป็นเมียกันเยอะแยะ” น้อยขัดขึ้นอีก

“ก็ใช่..แต่..ตาบอดทั้งคู่ใช่ไหม..และส่วนมากรู้จักกันรักกันในแวดวงสังคมของเขา..” ยุ่นหยุดรอน้อยขัดคอ..เมื่อไม่มีจึงต่อ “แทบไม่มีหรือไม่มีเลยก็ว่าได้ที่ฝ่ายหนึ่งตาดีฝ่ายหนึ่งตาบอด..” นึกได้ “อ้อ!..มีเหมือนกันในนิยาย..หึ..หึ”

“ก็เลยอยากได้ตี๋เป็นเมีย..หรือผัว?” หลังจากนิ่งฟังอยู่นาน

“เฮ๊ย!..” ยุ่นสะดุ้ง “น้อยทะลึ่ง..” หน้าแดง “ไม่รู้สินะ..ฮา..ฮา”

“อารมณ์ดีขึ้นมาเชียว!..” น้อยสอดรู้ “อย่างนี้เรียกพวกเกย์..เขาทำอย่างไรกัน”

“ไปถามฮั้วสิ..คงรู้ดี ถึงอยากได้” ยุ่นแดกดันพี่ชาย

“หา!..อะไรนะ” น้อยไม่เข้าใจ..ไม่เคยล่วงรู้ความในใจของสองพี่น้องที่ตี๋เคยได้ยิน “ม่ายอะ..ขืนถามชั้นตายแน่”

“เลิกคุยเรื่องนี้เหอะ..ช่วยฝนสมุนไพรให้เราต่อดีกว่า..” เสียงกระทบของฝาหม้อดิน “คงไม่ได้ผล..แต่ดีกว่าไม่พยายามอะไรเลย”

“แล้ววว..” น้อยไม่เลิก

“ก็ได้..ก็ได้..” เสียงไม่เหมือนรำคาญ..อยากระบายความในใจมากกว่า “ไม่ถึงกับอยากเป็นผัวเป็นเมียหรอกนะ..แค่ได้คุยกัน..อยู่ใกล้กัน..เป็นเพื่อน..เป็นคู่คิด..เป็นคนที่มั่นใจว่าไม่ไปไหน อยู่ด้วยกันตลอดไป..” เสียงฝนสมุนไพรดังกว่าเคย “อย่าว่าแต่ตี๋เล๊ย..ไม่มีใคร..คงไม่มีใครอยากอยู่กับคนตาบอดหรอก”



อาจจริงกับประโยคสุดท้ายของยุ่น..อยากปลอบใจ..ผมถอยกลับสองก้าว แล้วเดินเข้าไปหาอย่างปกติ

“น้อยฝนยาให้ยุ่นหรือ..มา..ผมช่วย..” ทรุดตัวลงนั่งข้างสองคน ทำเหมือนไม่ได้ยินทั้งคู่คุยกันเมื่อสักครู่ “กลางวันนี้ไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านเจ้กุนกับเราสองคนนะน้อย”

“ยุ่นไปไม่ได้!..” เสียงเข้มเหมือนดุ “พ่อกับแม่กำลังเดินทางมา”

“เฮียฮั้ว..” ยุ่นหันไปขอร้อง

“ไม่ได้ก็ไม่ได้สิวะ”




บางประโยค..บางกิริยาอาการทั้งของพระเอกและผู้ร้ายสะเทือนใจเกินจะถ่ายทอด..เล่าอย่างสรุปแล้วกัน


ขณะนั่งฝนยากันสามคน..พ่อออกมาเห็น..ไม่พอใจที่ผมมาขลุกอยู่กับยุ่น แม้จะมีน้อยและครอบครัวของเจ้หุยอยู่ด้วยก็ตาม..ผมอยากดื้อแพ่งกับการใจแคบของพ่อ พอดีพ่อแม่ของยุ่นมาถึงผมจึงยอมเข้าบ้านโดยดี


ไม่เข็ด!..ห้ามคนจะถ่ายหนักเบา..ห้ามคนจะออกลูก..ไม่ได้..ตกค่ำ..ผมย่องไปบ้านเจ้หุย


และแล้ว..


โบราณไม่ได้ว่าไว้..แต่ห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลไม่ได้เหมือนกัน..น้ำตาผมไหลอย่างไม่อายใคร..ยุ่นถูกพาไปทำงานที่นครปฐมตั้งแต่ตอนกลางวัน..ทั้งยุ่นและผมไม่ได้แม้แต่จะร่ำลากัน





หลายปีต่อมา..ขณะเดินกลับจากงานมาตามถนนซอย..รถกระบะเปิดท้ายคันหนึ่งแล่นสวนออกปากซอยสู่ถนนเพชรเกษม..ชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่ท้ายกระบะเหลียวมองผมเหมือนมีกระแสจิตชักนำ


กางเกงขาก๊วย..เสื้อม่อฮ่อมมอซอ..เท้าเปล่าเปลือย..มือเท้ามอมด้วยคราบสีดำ..ดวงตาเหม่อลอย..สภาพของคนตาบอดเต็มขั้น


อีกครั้งที่ผมร้องไห้อย่างไม่อายใคร..ร้องครั้งสุดท้าย..ร้องให้กับคนๆ หนึ่ง..คนที่ผมไม่มีโอกาสพบเขาอีกเลย..ชั่วชีวิต..





Create Date : 25 มีนาคม 2558
Last Update : 25 มีนาคม 2558 10:26:36 น. 1 comments
Counter : 346 Pageviews.

 
ความจริงยุ่นคงมาที่บ้านเจ้หุยอีก..แต่อีกไม่นานนักผมย้ายออกมาจากชุมชนจีน..ประตูน้ำภาษีเจริญ..

ผมและยุ่นจึงไม่ได้พบกันอีกเลย..เขาคงทำงานย้อมผ้าที่นครปฐมไปจนกว่า..ไม่รู้สิครับ..



โดย: ดาเรน (ดาเรน ) วันที่: 25 มีนาคม 2558 เวลา:10:31:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดาเรน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add ดาเรน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.