Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2557
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
31 ตุลาคม 2557
 
All Blogs
 

"คือรัก" (บทที่ 11)


บทที่ 11






ไม่มีใครสงสัยความสัมพันธ์ของผมกับแขก


บ้านลุงมีอยู่ถัดจากบ้านผมหนึ่งห้อง..
แขกวิ่งเล่นไปมาตั้งแต่เป็นเด็ก เข้าออกเป็นว่าเล่น..ผมเองก็ไม่เคยคิดว่าความสัมพันธ์นี้จะเกิดขึ้นกับเราสองคน และไม่เคยคิดว่าจะสิ้นสุดลงพร้อมความเศร้าใจ



“พี่!..พี่ตี๋!..” แขกเปิดประตูห้องน้ำผลัวะเข้ามา

“อะไร?..” ถามยิ้มๆ คว้าตัวคนไม่รู้กาละเข้ากอด “คิดถึงหรือ..มา..มา” มือหนึ่งกอด มือหนึ่งฉีดน้ำใส่

“เดี๋ยวสิพี่..” แขกปัดฝักบัวออกแต่ยอมให้กอด “มีคนโวยวายอยู่หน้าบ้าน”

“ชั่งใครปะไร..” ศึกละเลงน้ำลายเกิดขึ้นขณะเสียงมีเสียงตะโกนโหวกเหวกลอดเข้ามา

“ออกไปดูหน่อย..” แขกอู้อี้อยู่กับปากผม “ไม่ใช่แค่โวยวาย..เขาจะหาแม่พี่ด้วย”

“อะไรนะ!..” ตกใจ กัดริมปากแขก..ออกจากห้องน้ำ..รีบใส่เสื้อ ไปหน้าบ้าน



“ไอ้ตี๋ใช่ไหม?..” ชายกลางคนทักขึ้นทันทีที่เห็นหน้า “จำได้..จำได้” ยิ้มเจ้าเล่ห์

“ครับผม..” ทำใจดีสู้เสือ..คนบ้า คนเมา..ต้องใช้น้ำเย็นเข้าลูบ “ลุงมาหาแม่ผมหรือครับ?”

“ชั้นไม่ใช่ลุงของแก” เสียงห้วน

“ถ้าอย่างนั้นคงเป็นเพื่อนหรือญาติของแม่ผมใช่ไหมครับ” แน่ใจว่าไม่ใช่เพื่อนหรือญาติของแม่แน่..เพื่อนของแม่ผมรู้จักแทบทุกคนเพราะระยะหลังๆ แม่พาผมไปที่ทำงานบ่อย..ญาติก็คงไม่ใช่ แม่ไม่เคยเล่าถึงญาติผู้ชายขี้เมามาก่อน..แต่แปลก ผมรู้สึกคุ้นตากับชายคนนี้

“ไม่ใช่เพื่อนหรือญาติของแม่ แต่เป็นญาติของแก..” คำพูดต่อมาทำให้ผมงงยิ่งขึ้น “เป็นผัวของแม่..เป็นพ่อแกไง”

“เป็นพ่อผม!..” เซเข้าหาแขกที่ยืนอยู่ข้างๆ

“น้องจากพ่อใหม่หรือ?”

“เปล่า..ไม่ใช่ครับ..” นึกหาคำชี้แจง “แม่มีสามีคนเดียวคือพ่อของผม และพ่อตายไปตั้งแต่ผมอายุไม่กี่เดือน”

“ไอ้ตี๋เอ๊ย..” คนที่อ้างเป็นพ่อเดินเข้ามาใกล้ จ้องหน้าผม “ตั้งแต่เกิดมา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแกลูกใคร..” ลูบหน้า บีบจมูกผม “โหนกอย่างนี้ โด่งอย่างนี้จะลูกใครได้นอกจากลูกของชั้น”

“พ่อผมตายแล้ว..” เถียงไว้ก่อน ถึงใจจะคล้อยตามรูปหน้าคุ้นเคยที่เห็นแต่แรก ”แม่บอกอย่างนั้น และพ่อก็ไม่เคยมาให้เห็นเลยจนวันนี้”

“ชั้นผิดเอง..” เสียงอ่อย “ที่ทิ้งแม่แกไป..วันนี้สำนึกได้ จะมาขอคืนดี”

“แม่พี่ตี๋มีสามีใหม่แล้ว” จู่ๆ แขกโพล่งขึ้น..คงตั้งใจตัดไฟต้นลม หารู้ไม่ว่าโหมกระพือให้ลุกโชน

“มีผัวใหม่!..” พ่อแอบอ้างสะดุดงง “ฮะ..ฮะ..” หันจากแขกมาที่ผม “งั้นแม่แกก็มีชู้..ชั้นยังไม่ได้จดทะเยียนหย่ากับแม่แกเลย”




โชคดีหรือโชคร้ายไม่รู้ แม่ไม่กลับบ้าน รวมถึงอีกสองวันต่อมา

อย่างไรก็ตามจากสัญชาตญาณในสายเลือดที่ลึกๆ แล้วผมค่อนข้างเชื่อว่าชายคนนี้คือพ่อ..พ่อขอพักอยู่ด้วยจนกว่าแม่จะกลับมา..ถึงจะคือพ่อ แต่ลักษณะเข้มแข็งก้าวร้าวคงรับไม่ได้ที่เห็นลูกชายมีอาชีพช่างตัดเสื้อ ผมจึงปิดร้านชั่วคราว..อุปกรณ์และเครื่องมือการตัดเย็บปล่อยให้พ่อคิดไปเองว่าเป็นอาชีพของแม่

ถ้าเป็นพ่อจริงๆ สมควรที่ผมจะปฏิบัติดีด้วย..จัดอาหาร เสื้อผ้าชุดใหม่ ที่พักนอน..ผมกับแขกย้ายขึ้นไปนอนชั้นบน ตอนนี้แขกคือคนร่วมคิดสำคัญติดตัวไม่ห่าง..แม้จะเสียการเรียนแต่แขกยินดี ลุงมีก็อนุญาตให้แขกย้ายมาอยู่กับผมอย่างถาวร..ชีวิตของผมและแขกน่าจะผูกพันจนแยกไม่ออก..แต่เพราะเหตุการณ์นี้ทำให้เราต้องแยกจากกันไม่ทันตั้งตัวเตรียมใจ..อย่างไร?




“การมีชีวิตคู่ แต่งงาน มีลูกมีครอบครัว ไม่ง่ายนะพี่ตี๋” แขกรำพึงขึ้นกลางดึก

“นี้ขนาดความรักของคนปกติ..” ผมหยุดคิดหาคำพูด..ชาย หญิง เกย์ ตุ๊ด ทอม ดี้ ความจริงคือคนปกติทั้งนั้น เพียงแต่ดูเหมือนพวกใครพวกมัน ข้างใหญ่มักจะคิดกฎเกณฑ์เข้าข้างพวกตัวเอง จึงดูเหมือนข้างน้อยไม่อยู่ในกฎและกลายเป็นคนผิดปกติไป..ระวังเถอะ วันข้างหน้าถ้าอีกฝ่ายมีมากกว่า พวกปกติทุกวันนี้จะกลายเป็นไม่ปกติเข้าสักวัน..มีแนวโน้มจริงด้วยซิ

“ทำไมหยุดไปล่ะพี่?..” แขกพลิกร่างทับ “กลัวผมจะคิดมากกับคำว่าไม่ปกติที่กำลังจะพูดต่อใช่ไหม” กอด แนบแก้มกับอกผม

“อือ..” รั้งตัวแขกขึ้น “แขกยังเด็ก กลัวจะไม่เข้าใจ ไม่พอใจ และจากผมไป”

“ใครว่าอย่างไรไม่รู้ ผมจะอยู่กับพี่จนตาย..” กระซิบข้างหู “ผมรักพี่นะ”

“ฮะ..ฮะ..” ผมเขินเป็นเหมือนกัน “เห็นพูดอย่างนี้หลายคู่ แล้วไม่นานก็เลิกกัน”

“พี่ป๋องเคยพูดกับพี่ใช่ไหมล่ะ..ฮึ!” แขกเลื่อนตัวออกจากผม

“เฮ๊ย!..” ผมตกใจ “ไม่เคยนะ..ไม่ใช่นะ..” รีบตะครุบ ทับแขกไว้ทั้งตัว

“หนักนะ!”

“ไม่เห็นเคยบ่น..ฮะ..ฮะ..” ควานวงแขนกอดพลิกแขกขึ้นนอนเคียง “เรื่องจริง..ผมไม่เคยมีอะไรกับป๋องอย่างที่มีกับแขก..อย่างที่เคยเล่า หนเดียวคืนปีใหม่ที่ฉลองกันข้างล่าง..แหมม..กำลังจะกอดกับป๋องพอดีแม่ตื่นขึ้นหุงข้าวใส่บาตร..” แกล้งยั่ว “อดเลย!”

“เสียดาย..ว่างั้น!” ถ้าไฟสว่างคงเห็นหน้าเง้างอดของแขก

“ใช่เสียดาย..” กอดแขกแน่น ดึงเสื้อผ้าออก ระดมจูบทั่วร่าง “เสียดายอีกตั้งปีถึงได้กอดแขกอย่างนี้..อย่างนี้..” ไม่เคยที่ผมจะบ้าคลั่งอย่างครั้งนี้..เพราะรักมากขึ้น เพราะคิดว่าต่อไปนี้คงขาดแขกไม่ได้ ที่สำคัญอยากให้แขกแน่ใจว่าผมรักและต้องการเขามากขนาดไหน



พ่อนั่งๆ นอนๆ รอแม่อยู่สองวันก็ขอตัวกลับ บอกว่าจะกลับมาใหม่เพื่อตกลงกับแม่

ผมไม่ค่อยทุกข์ร้อนอะไร อย่างไรก็รับได้ ทุกวันนี้เหมือนผมมีพ่ออยู่แล้ว ถ้าพ่อจริงจะเข้ามาแทนที่ก็ไม่น่าจะแปลกอะไร..ตกหนักที่แม่ เป็นใครก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีให้กับตัวเองและครอบครัว อีกอย่างพ่อเป็นฝ่ายละเลยทิ้งขว้างพวกเราเอง ถ้าพ่อทำร้ายหรือสร้างความเดือดร้อนให้แม่ผมคงต้องเข้าข้างและปกป้องจนถึงที่สุดแม้จะถึงขั้นเป็นลูกทรพีก็ตาม



ไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นอย่างที่คิดวิตก..แม่กลับไปทำงานตามปกติ พ่อไม่กลับมาอีก ผมเปิดร้าน แขกกลับไปอยู่กับลุงมี ไปโรงเรียนเหมือนเคย

“ตี๋!..” บ่ายวันหนึ่งแม่กลับจากงาน ท่าทางร้อนรน “มีเรื่องสำคัญมาก!”

“พ่อมาหรือแม่?” ผมเดา..ถึงจะหายไปแต่ผมสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องเพราะพ่อ

“เราจะย้ายบ้าน..” โดยไม่รอคำถาม แม่วิ่งขึ้นบ้านเก็บข้าวของ “ตี๋กับลูกน้องช่วยกันรวบรวมของ จักรเย็บผ้า อุปกรณ์ตัดเย็บ..” แม่ตะโกนมาจากข้างบน “มีกระบะเล็กจอดคอยอยู่มุมตึก คนช่วยขนและคนขับรถก็ช่วยขนด้วย พยายามเก็บไปให้หมดนะ”

“แล้วผ้าของลูกค้าที่ยังไม่ได้ตัดล่ะแม่” ผมร้องถามทั้งยังงงๆ กับการย้ายบ้านอย่างกะทันหันนี้

“ฝากเราคืนให้แล้วกัน..” น้อยอาสา “มันเรื่องอะไรกัน..สงสัยเป็นเพราะพ่อของตี๋แน่ๆ”

“ไม่แน่ใจ..” คิดอะไรได้ “น้อยไปกับเราด้วยนะ ช่วยขนของ ไปรู้จักบ้าน คิดว่าเราคงตัดเสื้อต่อไปและน้อยช่วยเราได้”



มัวแต่วุ่นวายและรีบร้อน ผมลืมนึกถึงแขกที่ยังไม่กลับจากโรงเรียน

“ทำอะไรกันครับพี่..” โชคดีที่แขกกลับบ้านแต่วัน “จะย้ายบ้านหรือ..” แขกเดาได้จากสิ่งที่เห็น “ย้ายไปไหน..” หน้าซีดเผือก “แล้วผมล่ะ!”

“มานี่..มานี่..” ผมใจคอไม่ดีเหมือนกันเมื่อเห็นหน้าแขก..น้ำตาเอ่อ ปริ่มจะไหลทั้งสองคน “ลุงมีครับ..ตะโกนเข้าไปในบ้านลุงมี”

“มีเรื่องอะไร?” ลุงมีสังเกตเห็นความวุ่นวายตั้งแต่บ่ายแล้ว

“ผมกำลังจะย้ายบ้าน ขออนุญาตพาแขกไปบ้านใหม่ แล้วจะให้กลับมาพร้อมน้อยครับ..” ดันหลังแขกเข้าบ้าน “รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วตามไปนะ”




“แล้วแม่อยู่ไหน?” แขกถามขึ้น..เราสองคนนั่งโยกเยกอยู่บนโซฟาหวายที่วางอยู่ท้ายกระบะรถ..น้อยนั่งกับโชเฟอร์

“อยู่รถคันข้างหน้า” แม่ยังไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเพราะความรีบเร่ง ไม่ได้บอกด้วยซ้ำว่าเหตุการณ์นี้ผู้ใหญ่ของแม่เข้ามามีส่วนด้วยนอกจากชายที่อ้างเป็นสามีแม่..ผมเดาว่ารถไฟชนกันและแม่เลือกขบวนที่จะพาครอบครัวเราให้ตลอดรอดฝั่ง



ยอมรับว่าสองสามเดือนที่ผ่านมาป๋องไม่อยู่ในความคิดคำนึงของผมเลย..เจ้ากรรมรถติดไฟแดงที่ศูนย์การค้าที่ผมไม่มีวันจะมาอีก

ภาพจากในร้านกาแฟหรูบนระเบียงห้างผ่านกระจกใส..ป๋องกำลังยิ้มระรื่นดื่มกาแฟกับหนุ่มหล่อ


“ปี๊น!..โครม!..” เสียงแตรเร่งจากรถใจร้อนคันหนึ่ง ตามมาด้วยเสียงปะทะทำให้คนในร้านหันมามอง..รถต้นเหตุสองคันอยู่ห่างจากโซฟาหวายไม่กี่คืบ


ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเอง..ป๋องหันมาเห็นผม..อ้าปากเรียกแบบไม่ออกเสียง..สีหน้าตกใจ..พอดีสัญญาณไฟเขียว..ป๋องรีบออกมาหน้าร้าน..โบกมือให้เหมือนไม่รู้จะทำอะไรได้มากกว่านั้น





 

Create Date : 31 ตุลาคม 2557
0 comments
Last Update : 31 ตุลาคม 2557 11:06:09 น.
Counter : 1063 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Valentine's Month


 
ดาเรน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add ดาเรน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.