ตุลาคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
12 ตุลาคม 2553
 

Flight of the Gibbon โหด เหิน หาว

รู้จัก Flight of the Gibbon กันมั๊ยครับ?



ผมเองรู้จักกิจกรรมนี้เป็นครั้งแรกตอนไปเที่ยวเชียงใหม่เมื่อปลายปีที่แล้ว เห็นผ่านๆตาจากป้ายโฆษณาข้างทางแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายนัก แต่เมื่อเดือนที่แล้วเพื่อนสนิทผมคนหนึ่งไปซื้อแพ็คเก็จ Flight of the gibbon จากงานไทยเที่ยวไทยครั้งล่าสุดในราคา 1,500 บาทต่อหัว บอกว่าเป็นราคาพิเศษ ถูกกว่าปกติหลายเท่ามาก ใครไม่จองล่ะโง่ตายเลย (มารู้ทีหลังว่าราคาปกติคือ 1,750 บาทพร้อมอาหารกลางวันและรถรับส่งถึงโรงแรม โง่ตายจริงๆด้วย) เลยโทรมาชวนผมไปร่วมสนุกกัน ตอนแรกนึกว่าต้องถ่อไปเล่นถึงเชียงใหม่ แต่เพื่อนบอกที่ชลบุรีก็มี อยู่ในสวนสัตว์เปิดเขาเขียวนี่เอง ผมเองเดิมทีก็ไม่ใช่คนที่สันทัดในกิจกรรม Extreme เท่าไหร่นัก แต่เห็นว่าใกล้บ้าน บวกกับความสงสารเพื่อนกลัวว่าถ้าปล่อยมันไปเล่นสองคนกับแฟนแล้วจะเหงา เลยตกปากรับคำไป

ถึงแม้ระยองกับชลบุรีจะอยู่ใกล้กันนิดเดียว ประมาณว่าขับรถชั่วโมงกว่าๆก็ถึง (สปีดผมขับ แต่ถ้าเป็นเมียผมก็ร่วมๆครึ่งวัน) แต่ผมก็ไม่เคยไปเที่ยวสวนสัตว์เปิดเขาเขียวเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทีสวนสัตว์เชียงใหม่ล่ะไปจ๊างงงงง นี่สินะ ที่เค้าเรียกว่าใกล้เกลือกินด่าง ใช่ซี้... ก็เขาเขียวมันไม่มีแพนด้านี่ ใครมันจะอยากมา (แล้วมึงไปน้อยใจอะไรแทนเค้าเนี่ย) เนื่องจากเป็นการมาครั้งแรก ผมจึงเพิ่งรู้ว่าที่เขาเขียวมีร้านอาหาร “ไก่อบโอ่ง” ชื่อดังอยู่ด้วย ร้านนี้หาไม่ยาก ขับรถเข้ามาตามทางเข้าสวนสัตว์จะเห็นร้านนี้อยู่ทางด้านขวามือ แต่ถ้าขับออกมาจากสวนสัตว์ร้านก็จะอยู่ทางด้านซ้ายมือ (เอ่อ... จะบอกทำไม) แต่ระวังของเลียนแบบ เพราะถนนเส้นนั้นจะมีร้านเล็กร้านน้อยอบไก่ขายเต็มไปหมด บางร้านก็มีโอ่งเดียว บางร้านก็มีหลายโอ่ง บางร้านเป็นตุ่มแต่ขึ้นป้ายว่าโอ่งก็มี (ว่าแต่มันต่างกันยังไง) ของแท้สังเกตไม่ยาก หน้าร้านจะมีประติมากรรมเป็นรูปไก่ยักษ์ตั้งอยู่พร้อมกับโอ่งเรียงรายเหนือกว่าทุกร้านในย่านนั้น (แต่ไม่เข้าใจจริงๆว่าจะแย่งกันขายของเหมือนๆกันทำไม ทำยังกะใครไปย่านนั้นต้องอยากกินแต่ไก่อบ ไม่คิดว่าจะมีใครอยากกินไก่ทอดมั่งหรือไงวะ) เขียนถึงร้านนี้ซะยืดยาวแต่ผมก็ไม่เคยกินไก่ร้านนี้หรอกนะ (อ้าว) เห็นรถมันจอดเยอะเลยเดาเอาว่ามันน่าจะอร่อยน่ะ แหะๆ

เข้าเรื่อง Gibbon ดีกว่า (จริงๆก็น่าจะเข้าตั้งนานแล้วนะ) Flight of the Gibbon อยู่ในพื้นที่ของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ขับรถเข้าไปแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยว่ามากิ๊บบอน จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ (อ้าว แล้วเจ้าหน้าที่ล่ะ?) ระหว่างทางจะพบฝูงลิงมากมาย รถผมโชคดีมาก มีลิงวิ่งมาปี้กันให้ดูกลางถนนเลย (มันนับเป็นโชคได้ไหมนั่น) เมื่อไปถึงจะมีจุดพักเป็นอาคารไม้ให้เราไปจ่ายตังค์และกรอกใบลงทะเบียนซึ่งเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ผมเองอ่านไม่ค่อยออกหรอก อาศัยว่าลอกภรรยาเอาว่าเธอกรอกอะไรตรงไหนบ้าง เดาว่าเนื้อหาน่าจะเป็นพวกคำเตือนและกฏ กติกา มารยาทต่างๆที่ควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย จากนั้นจะมีรถตู้บ้าง สองแถวบ้าง (ทั้งแบบมีหลังคาและไม่มีหลังคา) แล้วแต่บุญบารมีที่สั่งสมกันมาพาเราขึ้นไปยังสำนักงานด้านบน กรุ๊ปผมคงจะทำเวรทำกรรมมาเยอะ เพราะได้พาหนะเป็นสองแถวไม่มีหลังคา (พูดว่ารถกะบะธรรมดาจะง่ายกว่าไหม?) แต่ ณ จุดนี้ไม่ว่าคุณจะได้พาหนะอย่างไรก็อย่าได้คิดเอารถตัวเองขึ้นไปเด็ดขาด เพราะทางทั้งลาดชันและขรุขระ อาจเป็นอันตรายกับผู้ที่ไม่ชำนาญทางได้ ของผมเองเมื่อขึ้นไปถึงจุดหมายไอ้น้องคนขับยังมีหน้าเปิดประตูลงมาเล่นมุข “ขอบคุณที่ใช้บริการครับพี่ เนี่ย... เพิ่งขับวันแรกด้วย” ก็หัวเราะเฮฮากันไป (เอ๊ะ หรือว่ามันพูดจริงวะ?)

หลังจากบากบั่นกันมาจนถึงสำนักงานด้านบน (ทำไมกว่าจะได้เล่นมันลำบากอย่างนี้) จะมีเจ้าหน้าที่พาเราไปแต่งตัว (จริงๆคือพาไปใส่อุปกรณ์ต่างๆ จำพวกสายรัดและหมวกนิรภัย) จากนั้นก็จะทำการจัดกรุ๊ป คือถ้าคุณไปกันหลายคนก็จะจัดเป็นกรุ๊ปเฉพาะคุณและเพื่อนไปเลย แต่ถ้าไปน้อยก็ต้องรวมกับคนอื่นๆ จำกัดกรุ๊ปนึงไม่เกิน 9 คน อย่างของผมไปกันแค่สี่คนก็เลยต้องร่วมทีมกับหนุ่มสาวอีกคู่หนึ่งรวมเป็นหกคน (โอ๊ย เลขง่ายๆมึงจะบวกทำไมเนี่ย) โดยที่แต่ละทีมจะมีผู้ดูแลสองคน เรียกว่าไกด์ ของผมชื่อโทนี่กับเควิน ฟังชื่อแล้วอาจจะนึกว่าเป็นฝรั่งหรือลูกครึ่งหล่อเหมือนมาริโอ้กับณเดชน์ แต่จริงๆแล้วเป็นคนไทยแต๊ๆนี่แหละ สงสัยจะตั้งชื่อให้ฝรั่งเรียกง่ายๆ ก่อนจะเล่นไกด์ก็จะบรีฟให้เราฟังสั้นๆถึงวิธีการเล่นและข้อควรระวังต่างๆ ซึ่งทุกอย่างที่ไกด์พูดก็ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ทำให้เราอยากกลับบ้านทั้งสิ้น อาทิเช่นตอนพุ่งเข้าฐานหากจับจังหวะไม่ดีเท้าอาจกระแทกบาดเจ็บได้ หรือตอนโหนหากบิดข้อมือผิดพลาดอาจทำให้ค้างอยู่บนเคเบิล ต้องห้อยต่องแต่งอยู่บนนั้น และที่สำคัญคือระะวังอย่าเอามือไปจับสายเคเบิลโดยตรง เพราะอาจถูกบาดมือเหวอะได้ ฯลฯ สอนเสร็จแล้วนึกว่าจะให้ฝึกซ้อมกันก่อน แต่ไกด์บอกไปเล่นจริงกันเลย ว่าแล้วก็พาเราเดินขึ้นเนินไปอีกร่วมๆร้อยเมตร เล่นเอาหอบกันตั้งแต่ยังไม่ทันได้โหน



สำหรับผู้ที่ยังงงๆว่า Flight of the Gibbon คืออะไร เปิดดิคแล้วก็ยังไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวกับชะนีตรงไหน ผมก็ขออธิบายตรงนี้ (จริงๆควรอธิบายตั้งแต่ต้นไม่ใช่เหรอ) ว่ามันคือกิจกรรมห้อยโหนโจนทะยานจากยอดไม้สู่ยอดไม้ เลียนแบบการเคลื่อนไหวของชะนี (อันนี้หมายถึงชะนีจริงๆ ไม่ได้เปรียบเปรยถึงสตรีเพศแต่อย่างใดนะจ๊ะ) ปกติแล้วผมเองแม้แต่โดดหอก็ยังไม่เคย การตัดสินใจมาเล่นกิจกรรมนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่ดูสิ้นคิดมากๆ ยิ่งพอมาเห็นฐานลงพื้นที่จริงแล้วก็แทบจะถอดใจเดินกลับบ้านเอาดื้อๆ แต่เงินพันห้าไม่ใช่น้อยๆ จะทิ้งขว้างไปเฉยๆก็เสียดาย (นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่เค้าเก็บค่าเล่นแพง เพราะถ้าคิดแค่ร้อยยี่สิบอาจมีคนยกเลิกกันง่ายๆ) ฐานแรก (ลืมบอกว่าทั้งหมดมี 24 ฐาน) ที่ไกด์พาเราไปเป็นการเริ่มต้นที่ยอดไม้เตี้ยๆเท่าต้นมะเขือขื่อ (อันนี้ก็เว่อร์ไปล่ะ) เพื่อให้เราเกิดความคุ้นชิน แต่แค่นี้ก็ขาสั่นแล้ว ยิ่งเมียผมนี่กรี๊ดแทบป่าจะแตก ส่วนฐานสองต้องเดินขึ้นบันไดเวียนที่พันอยู่รอบต้นไม้เพื่อขึ้นไปสู่จุดโดดที่สอง (ซึ่งการเดินขึ้นบันไดนี่แม่งเสียวกว่าตอนโหนสลิงซะอีก เพราะเป็นบันไดแคบๆที่ไม่มีราวกั้นอะไรเลย) และความสูงของจุดที่สองกับจุดแรกก็ไม่ได้ใกล้เคียงกันแม้แต่น้อย ประมาณจากต้นมะเขือกลายเป็นหอคอยคารินซะอย่างนั้น อารมณ์เหมือนหัดขับรถอยู่ในสวนสาธารณะได้รอบเดียว อีคนสอนก็บอก “ไป... ออกถนนใหญ่กันเลยดีกว่า” (กรี๊ดดดดดดด กูแอบเครียด) พอเล่นๆไปก็พบว่าความสูงและระยะทางของแต่ละฐานจะสลับกันไป บางจุดสูงมาก ไกลมาก บางจุดก็เตี้ยๆสั้นๆ เล่นไปซักพักชักเริ่มชิน จากที่ขาสั่นมือจับสลิงเกร็งแน่นก็ค่อยๆผ่อนคลายลงเรื่อยๆ จนฐานหลังๆเริ่มมีการปล่อยไม้ปล่อยมือชูสองนิ้วเป็นที่สนุกสนาน ผมเองถึงกับออกปากเลยว่า “ต่อไปใครชวนกูไปโดดหอกูไม่ไปนะ กระจอก” ช่างกำเริบเสิบสานซะจริงๆ









เล่นกันจนใกล้จะถึงฐานสุดท้ายฝนก็ตกลงมา ทีแรกผมนึกว่าไกด์จะให้เราหยุดพักรอฝนซา เพราะเล่นตอนเปียกๆอาจเป็นอันตรายกว่าปกติ แต่ไกด์บอก “หยุดก็เปียก เล่นก็เปียก งั้นเล่นต่อนะพี่นะ” ผมนึกในใจว่า “กูไม่ได้กลัวเปียกครับ กูกลัวตาย” แต่ถ้าไกด์พูดแบบนั้นมันก็น่าจะไม่เป็นอะไร ว่าแล้วไกด์ก็โหนเป็นตัวอย่างให้ดูว่าปลอดภัยจริงๆนะ ถึงฝนเปียกสลิงลื่นก็ไม่เป็นไรจ้ะ โหนตามกันมาเลยอย่าหวาดหวั่น พวกผมก็เลยเล่นต่อกันทั้งเปียกๆด้วยความสนุกสนานจนกระทั่งถึงฐานสุดท้าย เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น



จะว่าไปฐานสุดท้ายเป็นฐานที่วิวดีมาก เป็นยอดไม้ที่อยู่สูงเหนือยอดไม้อื่นๆ มองเห็นทิวทัศน์ป่าเขาเขียวกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ระยะทางจากจุดโดดไปฐานสุดท้ายเป็นระยะที่ยาวไกลที่สุดใน 24 ฐาน (ไกด์บอกว่ายาวถึง 300 เมตร) ด้วยความที่เราลุยกันมา 23 ฐานแล้ว ระยะแค่นี้ถือเป็นเรื่องจิ๊บๆ ส.บ.ม. สบายมาก (ไงล่ะ โฆษณาทั้งรถทั้งเหล้าเลยกู) ทีมผมก็ทยอยโหนกันไปตามลำดับ ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีจนกระทั่งถึงคิวของภรรยาผม ซึ่งจากที่เล่นผ่านมาทุกฐานก็กรีดร้องป่าแตกมาตลอด แต่มาถึงฐานนี้ชักเริ่มชิน สามารถโหนอย่างสบายใจ ท่าร่างพลิ้วไหวลอยละล่องราวกับเป็นคนของวังบุปผา ผมมองภรรยาโหนตัวผ่านเงาไม้ที่ทอดผ่านระหว่างฐานแล้วก็เตรียมตัวโหนตามไปบ้าง แต่ในขณะที่ไกด์กำลังคล้องสายนิรภัยของผมเข้ากับเคเบิล ผมก็เห็นร่างของภรรยาไหลย้อนกลับ (เอ่อ... สาบานว่าพูดถึงภรรยาไม่ใช่ผ้าอนามัย) มาจากฝั่งตรงข้ามช้าๆ และหยุดค้างเติ่งกลางอากาศห่างจากฐานฝั่งนู้นเกือบๆร้อยเมตร ดูจากสภาพการณ์แล้วเดาว่าภรรยาผมน่าจะโหนไปไม่ถึงฐานของฝั่งตรงข้าม จึงต้องไหลกลับมาห้อยต่องแต่งอยู่อย่างนั้น เป็นหน้าที่ของไกด์ที่ต้องหาวิธีช่วยเธอกลับเข้าฐานไปให้ได้

ไกด์ฝั่งผมบอกให้ผมใจเย็นๆและนั่งรอก่อน เดี๋ยวไกด์ฝั่งโน้นจะหาวิธีดึงตัวภรรยาผมเข้าไปเอง นั่งมองรอกันอยู่ซักพัก ผมก็เห็นร่างของภรรยาค่อยๆเลื่อนเข้าหาฐานฝั่งตรงข้าม ก่อนจะลับหายไปกับยอดไม้ พ้นจากการมองเห็นของผมและคนในฝั่งนี้ อีกซักพักก็ได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากไกด์ทางฝั่งโน้น เหมือนเป็นสัญญาณว่าทุกอย่างเรียบร้อย ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอกและลุกขึ้นยืนเข้าที่ รอจนไกด์คล้องสายนิรภัยเข้ากับเคเบิลเรียบร้อยจึงก้าวออกไปจากแท่นโดด ไกด์ออกแรงผลักเพียงเล็กน้อยร่างของผมก็พุ่งฉิวไปข้างหน้า เคลื่อนผ่านยอดไม้สองข้างทางด้วยความรวดเร็วจนใกล้ถึงจุดกึ่งกลางของระยะทางที่มีกิ่งไม้ขึ้นบดบังฐานทั้งสองด้าน ร่างของผมพุ่งผ่านลอดกิ่งไม้ที่เป็นเหมือนฉากกั้นระหว่างฐาน ทันทีที่พ้นจากเงาไม้ ผมก็มองเห็นร่างของภรรยาห้อยแขวนอยู่กลางอากาศ ใกล้และกระชั้นชิดจนเกินกว่าที่จะมีใครทันได้นึกอะไรออก แค่ชั่ววินาทีที่เราสบตากัน ร่างของผมก็พุ่งเข้าไปกระแทกกับร่างของภรรยาเต็มแรง

ภรรยาผมกระเด็นออกไปจากจุดปะทะ ก่อนที่จะแกว่งกลับมากระแทกกับผมอีกครั้ง ผมรู้สึกชาๆที่ใบหน้า เราต่างผลัดกันถามและสำรวจว่าอีกฝ่ายเป็นยังไง ภรรยาบอกว่าผมคิ้วแตก ผมเอามือลูบที่หางคิ้ว มีเลือดไหลเปรอะติดออกมา หูเหมือนอื้อๆ ได้ยินเสียงภรรยาพร่ำขอโทษไม่ขาดปาก บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดชะงัก มีเพียงฝนที่ยังคงตกกระหน่ำ ร่างของเราห้อยค้างอยู่บนเคเบิล รอคอยความช่วยเหลือจากไกด์ที่กำลังไต่เชือกเข้ามาหาช้าๆ บรรยากาศเหมือนอยู่ในหนัง Cliffhanger (ได้ข่าวว่าจะรีเมคใหม่ ผมคงดูเวอร์ชั่นนี้ได้สนุกกว่าคนทั่วไปแน่ๆ) ไกด์เอาเชือกที่มีตะขอมาคล้องสายนิรภัยของผมและภรรยา ก่อนที่จะออกแรงสาวเชือกเพื่อดึงเราสองคนกลับไปที่ฐาน ท่ามกลางสายฝนปนหยดเลือดที่ไหลเข้าปาก วูบหนึ่งผมรู้สึกว่าชีวิตคนเรานี่มันช่างเปราะบางจริงๆ



เหตุการณ์หลังจากนั้น

1. หลังจากที่ได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่ ผมก็ขับรถกลับบ้านโดยที่ไม่ได้เอาเรื่องเอาราวใดๆกับทาง Flight of the Gibbon ทั้งสิ้น ถึงวันนี้ต้องตอบคำถามผู้คนมากมายว่าทางนั้นรับผิดชอบอะไรบ้าง ทำไมไม่เรียกร้องอะไรเลย น่าจะโวยวายฟ้องร้องให้มันรู้สึก ฯลฯ ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองใจดีผิดปกติ อาจจะเป็นเพราะรู้สึกได้ว่าคำขอโทษของไกด์ทั้งสองคนนั้นออกจากใจจริง หรืออาจต้องโทษความเจ็บระบมที่มาช้าเกินไป ถ้าโผล่มาตั้งแต่ตอนที่เจ้าหน้าที่ของกิ๊บบอนกำลังปฐมพยาบาลก็อาจจะไม่ใจดีขนาดนี้ ตอนนั้นดันแค่รู้สึกชาๆ (ภรรยาผมยิ่งแล้วใหญ่ บอกว่าไม่เจ็บอะไรเลย) หลังจากที่ขับรถออกมาได้ราวๆหนึ่งชั่วโมงอาการบอบช้ำที่แอบแฝงอยู่ก็เริ่มแสดงตัว ผมเริ่มมีอาการเจ็บที่ข้อศอกและต้นขา ส่วนภรรยาผมปวดหลังอย่างรุนแรง จากที่ตั้งใจว่าจะไปดูจอมสืบตี๋เลยต้องยกเลิก เปลี่ยนไปโรงพยาบาลแทน

2. ความสนุกอย่างหนึ่งของการนั่งในห้องฉุกเฉินของคนที่ได้ดู Grey’s Anatomy คือการแอบมองดูหมออินเทิร์นและเปรียบเทียบว่าหมอคนนี้เหมือนใครในเรื่องบ้าง แต่หมอที่ผมเจอคืนนั้นไม่มีใครเหมือนหมอในเกรย์เลย อินเทิร์นแต่ละคนราวกับหลุดมาจากซีรี่ส์ Gossip Girl นี่ถ้าไม่ได้ใส่เสื้อกาวน์หรือไปเจอข้างนอกผมไม่มีวันเชื่อหรอกว่าน้องเหล่านี้เป็นหมอ ผลการเอ็กซเรย์ไม่พบว่ามีกระดูกแตก อาการที่เป็นน่าจะเกิดจากการฟกช้ำและอักเสบของกล้ามเนื้อ ผมและภรรยาลากสังขารกลับบ้านด้วยสภาพทุลักทุเล มองหน้ากันเองแล้วก็ขำให้กับความฉิบหายของโชคชะตา คนเล่นเป็นร้อยเสือกชนกันอยู่แค่สองคน รักกันลั่นป่าจริงๆ

3. ผลกระทบอย่างหนึ่งเวลาที่เราบาดเจ็บหรือมีบาดแผลมาที่ทำงานคือการต้องตอบคำถามใครต่อใครซ้ำมาซ้ำไปหลายๆรอบ รอบแรกๆก็เล่าละเอียดหน่อย รอบหลังๆนี่ชักไม่ไหวล่ะ ต้องแกล้งตอบไปว่าเมียต่อยบ้าง (ที่ตลกคือมีคนเชื่อคำตอบนี้มากกว่าเรื่องจริงซะอีก) ไปทำตาสามชั้นบ้าง (อันนี้โดนเหน็บกลับว่าทำไมมึงไม่ทำทั้งหน้าเลยล่ะ) หรือให้เพื่อนที่อยู่ใกล้ๆช่วยตอบแทนบ้าง ฯลฯ จะว่าไปมันก็ทำให้รู้สึกดีถ้าคิดในมุมที่ว่ามีคนสนใจเป็นห่วงเราอยู่เยอะ แต่การต้องพูดอะไรซ้ำๆนี่มันก็เป็นเรื่องที่น่าเบื่อจริงๆ

คำแนะนำจากหนึ่งในเพื่อนๆที่มาถามไถ่อาการแล้วประทับใจมาก

เพื่อน: “ความจริงแกไม่น่าจะต้องขับรถกลับมาทำแผลทีระยองเลยนะ ในเขาเขียวเค้าก็มีหมอ”

ผม: “หมออะไรวะ”

เพื่อน: “ก็สัตวแพทย์ไง 5555555555555”

เอาไว้มึงป่วยเมื่อไหร่กูจะพาไปหานะ อีห่า...


Create Date : 12 ตุลาคม 2553
Last Update : 12 ตุลาคม 2553 23:26:30 น. 33 comments
Counter : 6663 Pageviews.  
 
 
 
 
กลับมาแล้วคร้าบบบบบบ

แหะๆ หายไปซะนาน รู้สึกอายและผิดบาปยังไงบอกไม่ถูก ขอโทษเพื่อนๆทุกคนที่อุตส่าห์คลิกเข้ามาแล้วก็พบว่ามันยังไม่อัพบล็อกซะที ขอโทษที่ทำให้ผิดหวังนะคร้าบบบ

หายไปนานขนาดนี้ เพื่อนทิ้งหมดแล้วมั้งตรู
 
 

โดย: แฟนผมตัวดำ วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:23:18:47 น.  

 
 
 
พี่เป็นซากบล็อกแล้วเดี๊ยนเป็นฟอสซิลเลยสิคะ??? (⊙0⊙)
 
 

โดย: แพนด้ามหาภัย IP: 125.25.86.143 วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:23:27:50 น.  

 
 
 
ขอตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะ
บรรยากาศดี
 
 

โดย: iamorange วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:23:36:02 น.  

 
 
 
ยาวมาก.....
ต้องขอทยอยอ่าน...
แต่น่าสนุกจัง...
 
 

โดย: กาแฟดำไม่เผ็ด วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:0:25:47 น.  

 
 
 
อ่านจบแล้ว....
เห็นใจในอุบัติเหตุ...แต่ก็น่าเล่นเนอะ...
 
 

โดย: กาแฟดำไม่เผ็ด วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:1:08:19 น.  

 
 
 
มาแล้วค่า..

ไม่ได้อ่านบล๊อกนี้มานาน.. ขำเหมือนเคย
คราวนี้มาทั้งมันส์ มึน และ โฮ(โรแมนติก) เลยนะคะ

เล่นแบบนี้ น่ากลัวเนอะ.. แต่ก็น่าจะคุ้มกับวิวสวยๆ และ ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ

ถ้าค่าเล่นถูกกว่านี้.. เวเลซเองก็คงถอดใจไม่กล้าเล่นเหมือนกัน..
 
 

โดย: VELEZ วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:7:06:08 น.  

 
 
 
กรี๊ดๆๆๆๆๆ

พี่แฟนฯ กลับมาแล้ว โย่วๆๆ

เดี๋ยวมาอ่านนะ ขอไปดูกระทู้ก่อน อิอิ
 
 

โดย: อาบูด วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:7:26:36 น.  

 
 
 
หยอดมุขเกลื่อนกลาดกระจัดกระจายจริงๆ

โอ้..เห็นลิงจึ๊กกะดึ๋ยกัน นั่นอาจจะเป็นลางบอกเหตุก็ได้นะคุณโอ๊ตตตต

ทำไมเค้าไม่ทำเอกสารตัวนั้นเป็นภาษาไทย ทำไมต้องทำเป็นภาษาอังกฤษ (ในนั้นเค้าอาจจะแอบเขียนว่า จะมีการบาดเจ็บ และคุณต้องไม่เอาเรื่องหรือเปล่า 555+)

เออ..แล้วอย่างนี้ เค้าจะเอาเรื่องนี้ไปแก้ไขอะไรมั้ย อย่างน้อยเจ้าหน้าที่ไกด์สองคนควรมีวิทยุสื่อสารบอกระหว่างกันหรือเปล่านี่

เป็นเราเราก็ไม่เอาเรื่องนะคะ ดีแล้วหละค่ะ แต่ถ้าเป็นฝรั่งมังค่า สงสัย...เหอๆ


อัพบ่อยๆ สิคะ คิดถึงสำนวน
 
 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:8:44:30 น.  

 
 
 
แวะมาทักทายครับ เห็นภาพแล้วก็เสียวๆแต่ก็อยากลองเล่นดูครับ ผมคนหนึ่งที่ยังไม่มีโอกาสได้ไปสวนสัตว์เปิดเขาเขียวเลยทั้งๆที่อยู่ไม่ไกล ได้อ่านบล็อคนี้แล้วทำให้คิดได้ว่าต้องหาโอกาสไปสักครั้งครับ

 
 

โดย: กัปตันลูกชุบ วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:10:25:43 น.  

 
 
 
^
น้องอาบูด พวกนี้ที่หายไป ไปเจอกันสุมหัวเป็นกระจุกกระจุกอยู่ใน FB โน่น


------

มันอยู่ชลบุรีจริงๆเหรอ

ทำไมโปสเตอร์มีแต่ฝรั่งฝรั่ง

 
 

โดย: Shallow Grave วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:12:38:12 น.  

 
 
 
อ่านจบแล้ว หลังจากสงสารกลายเป็น แทน
55

ว่าแต่ตอนนี้พี่หายเจ็บยัง?คะ
 
 

โดย: อาบูด วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:12:40:28 น.  

 
 
 
^

FB มันดีกว่าบ๊อกๆ ตรงไหนเหรอคะ
 
 

โดย: อาบูด วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:12:43:13 น.  

 
 
 
คุณสาวไกด์ - ผมก็คิดเรื่องลิงเป็นลางบอกเหตุเหมือนกันเลยครับ แหม... แต่เตือนอ้อมไปหน่อยนะ ใครจะไปนึกออก 5555

คุณ Shallow Grave - มีฝรั่งซื้อทัวร์ไปเล่นเยอะครับ คนไทยมีนิดเดียว (เฉพาะวันที่ผมไปนะ วันอื่นไม่แน่ใจ)

น้องบูด - หายเจ็บแล้วจ้ะ แต่หน้ายังมีรอยอยู่ จากขี้เหร่อยู่แล้วเลยไปกันใหญ่เลย 555
 
 

โดย: แฟนผมตัวดำ วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:12:52:49 น.  

 
 
 
เห็นแว๊บๆที่บลอกน้องบุด เลยตามมาดู

บ้านเราอยู่ศรีราชา ยังไม่เคยรู้เลยว่ามีไอ้นี่อยู่
คิดว่ามีที่เชียงใหม่ กับ พัทยาซะอีก

อ่านไปขำไป โดยเฉพาะไอ้วงเล็บจิกกัดตัวเอง
ขนาดตอนสุดท้าย ยังอดขำไม่ได้
แสดงว่าเป็นเนื้อคู่กันนะเนี่ยะ

หายไวๆ กลับมาหล่อเหมือนเดิมนะคะ ^^
 
 

โดย: nanida วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:20:01:55 น.  

 
 
 
อนุญาตให้ไปก็อปเม้นต์ผมใน FB มาวางในนี้เพื่อความครึกครื้นของกล่องคอมเมนต์ครับ 5555
 
 

โดย: เอกเช้า IP: 115.87.71.79 วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:21:28:40 น.  

 
 
 
โหน้าโอ๊ต โดนพี่อี๊ดตบก็บอกมาเถอะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
 
 

โดย: ยุ้ย IP: 58.9.224.39 วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:21:31:39 น.  

 
 
 
สวัสดีอีกรอบจ้ะ เพิ่งเห็นที่ไปเม้นท์บล็อกโยเดียเฮอริเทจ เลยตามมาตอบ

เชฟหน้าตาขรึมเนาะตอนถ่ายรูป แต่ก่อนหน้านั้นเค้าก็ยิ้มแย้มดีนะคะ มีเขินๆ นิดหน่อยมากกว่าน่ะค่ะ

ริบอายวันนั้นอร่อยสุดๆ จริงๆ ค่ะ เราขออนุญาตเจ้าแม่กวนอิมกินคำหนึ่งยังเพ้อเลยเนี่ย อร่อย
 
 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 19 ตุลาคม 2553 เวลา:12:18:28 น.  

 
 
 
บ้านน้ำท่วมเหรอ หายต๋อมไปอีกแล้ว
 
 

โดย: อาบูด วันที่: 25 ตุลาคม 2553 เวลา:12:32:25 น.  

 
 
 


หวัดดีตอนเช้าค่ะคุณเพื่อน
น้ำท่วมหรือป่าว สบายดีนะ
รักษาสุขภาพด้วยนะทั้ง 2 คนอ่ะจ้า
 
 

โดย: มินทิวา วันที่: 26 ตุลาคม 2553 เวลา:8:28:51 น.  

 
 
 
อู๊ยยยยยยยย ไปเที่ยวหัวหิน กะไปเที่ยวไรอ่ะ เพลินวานน่ะเหรอคะ

ปลายปี วันไหนอ่ะ ขอเกาะไปด้วยได้ป่ะ
 
 

โดย: อาบูด วันที่: 26 ตุลาคม 2553 เวลา:14:27:55 น.  

 
 
 
เคยไปแล้วค่า ของแพงดี
ก็เลยถ่ายรูปอย่างเดียว 55
 
 

โดย: อาบูด วันที่: 1 พฤศจิกายน 2553 เวลา:12:12:23 น.  

 
 
 
สวนสัตว์เปิดเขาเขียวไม่อยากให้พลาดนะพี่ ผมชอบมากเลยแหละ

ดูท่าน่าสนุกครับพี่ แต่อ่านจนจบแล้วหวั่นๆ =='
 
 

โดย: Seam - C IP: 110.168.140.153 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2553 เวลา:8:08:29 น.  

 
 
 
สวัสดีค๊า ...


นานๆ ทีได้เข้ามาอ่านเรื่องสนุกๆ ของคุณแฟนผม ... เข้ามาวันนี้
ก็เฮฮากับตัวหนังสือ แต่ว่าก็มีเรื่องเสียวๆ เจ็บๆ แทนเรื่องของอุบัติเหตุ
ที่ใครๆ ก็ไม่อยากให้เกิด แล้วยิ่งเกิดในช่วงความสูงเกินปกตินี่
เราว่าถ้าเป็นเราคงตกใจ เพราะว่าเป็นพวกตื่นง่ายด้วยกับเรื่องของความสูง
เรียกว่าเวอร์มากกับเรื่องนี้ แต่ว่าความตกใจ กลัว หวาดไม่เข้าใครออกใคร
เจอแบบนี้เราว่าเราไม่รู้ทำไงเหมือนกันค่ะ


จะว่าไปแล้วเรื่องแบบนี้มันก็อ่ะนะค่ะ บางทีด้วยเพราะเราระวังแล้ว
แตว่าเมื่อมันจะเกิดก็เกิดอ่ะ เลี่ยงได้ยากเหมือนกันนะค่ะแม้ว่าจะ
เต็มที่กับมันแล้วก็ตามเน๊าะ ...


ไม่รู้ว่าตอนนี้อาการสองคนปั๋วเมียเป็นยังไงบ้างเอ่ย ยังไงก็แวะมาทักทาย
พร้อมกับเยี่ยมเยือนคนป่วยกายนะค่ะ ตอนนี้ไม่ป่วยก็เรียกว่าไม่อินเทรนด์
กันจริงๆ นะ เพราะว่ามาบล็อกนี้ก็เจ็บตัวกับเรื่องสนุก คนที่บ้านเรา
ก็เจ็บตัวในเหตุไม่ควรเกิด ก็เลยได้ซี่โครงหักมาแทน ไอ้คนไม่โดน
ก็เครียดเหมือนกันนะค่ะนี่ เพราะว่ารองรับอารมณ์พระคุณท่านตลอด
แต่ก็สงสารอ่ะเน๊าะทำไงได้ล่ะนิ ... 555

หายเร็วๆ ค่ะ
 
 

โดย: JewNid วันที่: 7 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:24:22 น.  

 
 
 
ครบเดือนนึงละ.. อัพบล๊อกใหม่เถอะนะ..

 
 

โดย: VELEZ วันที่: 14 พฤศจิกายน 2553 เวลา:10:08:06 น.  

 
 
 


อ้าว..ครั้งก่อนไม่ได้อ่านค่ะ
เพราะสงสัยไม่มีเวลา เลยแค่เข้ามาทักทายเฉย ๆ
พอครั้งนี้ได้อ่านแล้ว ตกใจค่ะ จริง ๆ นะเนี่ย
อ่านไปตอนแรก ๆ ที่ยังไม่เจอเรื่องอุบัติเหตุ ก็ว่า...
เป็นมินไม่เสียดายหรอก 1500 ถ้าเห็นแบบนั้นแล้วทิ้งเลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
ก็ ขนาดตอนไปแข่งแรลลี่ เค้าต้องมีโดดหอที่กองพล 9
มินไปเห็นความสูงแล้ว ยังเบี้ยวเฉยเลยว่างั๊นเหอะ ฮ่า ๆ ๆ

โห...นี่เล่นไปห้อยแต่งอยู่กลางป่า ด้วยระดับความสูงแบบนั้น
ดีนะ แฟนคุณยังมีสติดี ถ้าเป็นมินสงสัยช๊อคแน่ ๆ
ยิ่งมาชนกันสนั่น จนถึงขนาดคิ้วแตกเลือดอาบเนี่ย เฮ๊อ...
ไม่อยากจะคิดเลยค่ะ แต่ ก็ไม่รู้เหตุผลนี่นะ ว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไรอ่ะ
เอ้อ..ลืมไป คงไม่มีการช๊อคหรอก เพราะไม่กล้าเล่นตั้งแต่แรกแล้วค่ะ ฮ่า ๆ ๆ
เอาน่า ผ่านมานานจนแผลคงจะทิ้งรอยจารึกไว้แล้วนะ
ไว้ต่อไป เอาไว้คุยให้ลูกฟังได้ว่า พ่อกับแม่เนี่ย ฮ่า ๆ ๆ...
ปล. ลอยกระทงให้สนุกนะคะ ทั้ง 2 คนอ่ะนะ อิอิ
 
 

โดย: มินทิวา วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:7:54:20 น.  

 
 
 
คุณโอ๊ต

มาโหวตให้สาขา Funniest Blog นะ อิอิ

ถ้าได้ตำแหน่งแล้ว จะเป็นภาระ ต้องอัพอะไรฮาๆ ให้อ่านบ่อยๆ ขึ้นอีกนะคะ ฮี่ๆ
 
 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 1 ธันวาคม 2553 เวลา:16:00:22 น.  

 
 
 
มาโหวตให้คุณเพื่อนจ้า

Best travel blog 2 คะแนน
Funniest blog 2 คะแนน

ตามนี้เลยจ้า จริง ๆ นะ ถ้าได้อ่านเรื่องไรที่คุณแฟนเล่าเนี่ย
มินจะฮาทุกรอบเลยค่ะ ขนาดเรื่องนี้ คิ้วแตกเลือดสาดกลางอากาศ ยังมีฮาเลยอ่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ
 
 

โดย: มินทิวา วันที่: 4 ธันวาคม 2553 เวลา:18:17:40 น.  

 
 
 
เห็นบอกว่าจะอัพ 3 บลอก ติดกัน
เลยแวะมาตรวจ ^ ^
 
 

โดย: nanida วันที่: 15 ธันวาคม 2553 เวลา:21:12:22 น.  

 
 
 
เฮีย เฮีย เมื่อไหร่จะอัพบล็อคเนี่ย
 
 

โดย: Shallow Grave วันที่: 17 ธันวาคม 2553 เวลา:15:08:09 น.  

 
 
 
up blog รับ x'mas หน่อยมั๊ยคะคุณแฟนฯ
 
 

โดย: VELEZ วันที่: 22 ธันวาคม 2553 เวลา:20:49:06 น.  

 
 
 

Xmas Glitter Graphics
Christmas Glitter Graphics, xmas scraps, comments, animate gif images

GoodLightscraps.com



Merry Christmas นะคะคุณแฟน
สุข สดชื่น สุขภาพแข็งแรง ทั้ง 2 คน นะคะ
 
 

โดย: มินทิวา วันที่: 25 ธันวาคม 2553 เวลา:5:57:50 น.  

 
 
 
Merry x'mas na ka. คุณแฟนฯ
ขอให้มีความสุขในทุกๆวันเลยนะคะ.. Happy Happy
 
 

โดย: VELEZ วันที่: 25 ธันวาคม 2553 เวลา:20:23:52 น.  

 
 
 
แนะนำเว็บท่องเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงาม
 
 

โดย: attractions (loveyoupantip ) วันที่: 7 สิงหาคม 2554 เวลา:1:12:48 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

แฟนผมตัวดำ
 
Location :
ระยอง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




[Add แฟนผมตัวดำ's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com