เขียนไว้อ่านเรื่อยๆ ครับ

 
มกราคม 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
27 มกราคม 2563
 

....ปริศนามาตา....บทที่ 18

๐๐..... ปริศนามาตา บทที่ 18 .....๐๐



บทที่ 18



เสียงทำนองเพลงคุ้นหูปลุกผมตื่น เจ้ามือถือนั่นเองส่งเสียงเรียก


“เด่นพูดครับ” ตอบรับอย่างเคยชิน มองรอบๆ ห้องที่นอนอยู่

“เด่นพูดครับ” มือถือตอบล้อเลียน เอ๊ะ! ยังไงกัน..ผีหลอกหรือกำลังฝันอยู่ ผมลุกออกจากห้อง..ใครจะใช้ไม้กระดานโลงแผ่นโตทำพื้นห้องนอกจากตาละออสัปปะเหร่อประจำวัด..ผมโดนซะแล้ว!

มือถือดังขึ้นอีก..ผมไม่กล้ารับ รีบโกยแนบไปหน้าวัด ผ่านโกดัง อดชำเลืองดูที่เก็บศพไม่ได้ ช่องนั้นปิดไว้อย่างเดิมแล้ว ไอ้เบื๊อกกำลังทำงานง่วนอยู่บนศาลาหนึ่งกับตาละออ ผมทำเป็นมองไม่เห็น ออกจากวัดมุ่งหน้ากลับร้าน




“ไปไหนมา หน้าแดงก่ำเชียว” แก้วกำลังอยู่กับลูกค้าแต่ไม่วายเป็นห่วง

“ตาก็แดง ไหนๆ ดูดิ” ดี้โผล่จากเคาน์เตอร์เบเกอรี่จับตัวผมไว้ “ตัวร้อนจี๋ กินยาหรือยัง?”

“กินแล้วแต่ยังไม่ค่อยยังชั่วเลย” ผมนั่งลงใต้เคาน์เตอร์ทำท่าจะเอนนอนบนพื้น


“เฮ้ยๆๆ..ขึ้นไปนอนบนห้องดีกว่า เดี๋ยวชั้นหาอะไรให้กิน แกจะได้กินยาแล้วขึ้นไปพักผ่อน” ดี้จัดพายไก่และขนมปังใส้กรอกใส่จาน ชงกาแฟส่งให้

“ขอบคุณนะดี้” ผมนั่งกินใต้เคาน์เตอร์งั้นละ ซึ้งกับน้ำใจเพื่อนทั้งสอง “ขอบคุณนะ” ผมเอ่ยอีกครั้งเมื่อกินเสร็จเตรียมจะขึ้นข้างบน

“พูดซะเหินห่าง ไม่เป็นไรหรอกเด่น เราเพื่อนกันนี่นา..ชั้นรู้ว่าแกไม่มีใคร จะไม่ให้ห่วงได้ไง” ดี้ทำท่าจะโอบไหล่แต่ไม่ถึงจึงเปลี่ยนเป็นตบปั้ปๆ เล่นเอาผมน้ำตาคลอ ไม่รู้เพราะเจ็บหรือเพราะซึ้งกันแน่

“รู้แล้วๆ ขึ้นไปข้างบนอย่าลืมกินยา ใช่ไหมที่จะบอก?”


“เออ! แล้วอย่าลืมล่ะ..เห็นยังงี้ชั้นก็ไม่มีใครเหมือนกันนะ อย่างเพิ่งรีบตาย” ..ฟังพูดเข้า..หายซึ้งเลย

“เออออ..” แกล้งทำเสียงเบื่อหน่าย “วันนี้ขอเกงานหน่อยนะ” พูดเมื่อเดินผ่านแก้ว

“คุณเด่นโทรฯ มาคุย ชั้นเลยให้เบอร์แกไป” ดี้ตะโกนเมื่อผมกำลังจะขึ้นบันได


“อ้าว! อ๋อ!” ที่แท้เสียงล้อเลียนผมที่วัดคือคุณเด่นนี่เอง นึกว่าถูกคุณๆ เล่นงานเสียอีก “หึ หึ” ผมนึกขำความขี้กลัวผีของตัวเอง หัวจะโกร๋นไหมเนี่ย!



“ซู่ๆๆๆ” ผมเปิดน้ำร้อนจากฝักบัว เร่งความแรงของน้ำมากที่สุด ร้อนเท่าที่จะทนได้ พ่อเคยสอนไว้ว่าถ้าไม่สบาย อยากจะกินอะไรกินเข้าไป อยากจะทำอะไรทำให้สมใจแล้วไข้จะบรรเทา..พ่อผมละ!

ที่ผมอาบน้ำเพราะอยากล้างเหตุการณ์ที่วัดออกจากใจ ไม่ใช่กลัวมากมายขนาดนั้นแต่ไม่อยากจำ ไม่รู้ไอ้เบื๊อกสัปปะเหร่อหยิบอะไรจากโลงให้ผมดู..ห้องตาละอออีก ตอนผมอยู่ที่วัดอย่าว่าแต่เข้าไปนอนเลยแม้แต่เข้าใกล้ผมยังไม่กล้า มีแต่โลงผีทั้งห้อง

ผมยิ่งตัวร้อนมากกว่าเดิม ไม่รู้เพราะน้ำร้อนจัดหรือไข้ขึ้น..ช่างมัน เดี๋ยวก็หาย พ่อบอกไว้งั้น เช็ดหัวเช็ดตัวแห้งดีแล้วผมก็ล้มตัวลงนอน





รู้สึกตัวอีกทีผมกำลังอยู่บนรถไฟกลับบ้านเชียงใหม่ จะไปถามแม่เรื่องคุณเด่น สักครู่แม่เดินมาจากท้ายโบกี้ลงนั่งข้างผม แม่ไม่พูดอะไร กอดผมแน่น..อ้าว! ผมกลายเป็นละอ่อนตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย..จะเริ่มถามแม่อย่างไรดี?

โน่น! แม่เดินมาอีกคนจูงเด็กผู้ชายคนหนึ่งมาด้วย หน้าเหมือนผมตัวโตเท่าผม ทั้งสองคนยิ้มให้นั่งลงเก้าอี้ตรงข้าม ผมรีบมองกลับมาที่แม่ เรายังนั่งกอดกันอยู่ ผมงงและสงสัย

“ใครอ่ะ?” ถามออกไปอย่างไร้มารยาท

“เด่น” เด็กคนนั้นรู้จักชื่อผม

“พี่เด่นเก้าไงเด่นหล้า” แม่พูดพร้อมๆ กับแม่นายเด่นเก้า ภาพที่เห็นเริ่มโย้เย้เลือนหายไป เสียงรถไฟฉึกฉักยังดังอยู่ในหู เสียงค่อยเปลี่ยนไปเป็นเสียงรถวิ่งธรรมดา เสียงผู้คน ผมรู้สึกเหมือนถูกอุ้มขึ้นอุ้มลงนอนที่ไหนสักแห่ง ไหลไปๆ จนมาหยุดที่หนึ่ง..ตลอดเวลามีแต่ความรุ่มร้อนและปวดร้าวทั่วร่างกายหัวบวมแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ

ใครคนหนึ่งจับปากผมอ้า ยัดบางสิ่งเข้าไปใต้ลิ้น แล้วผมก็ไม่รู้สึกอะไรอีก...




“เด่น..เด่น...” เสียงเรียกชื่อผมแว่วมา “เด่น เด่น” ชัดเจนขึ้น ผมกระพริบตาตื่น..จากภาพเพดานห้องสีขาว ไล่ลงมาเป็นสีขาวของหมวกนางพยาบาล ถัดมาคือดี้ และ..ผมสะดุ้ง! เสือกตัวหนี..คุณเด่นนั่งข้างเตียงจับมือผมอยู่ โชคดีที่ไม่เย็น มันอุ่น ไม่อย่างนั้นผมคงร้องลั่นห้อง

“รู้สึกตัวแล้วหรือ เป็นอย่างไรบ้าง” ไม่น่าเชื่อว่าดี้จะพูดอ่อนโยนเป็น หรือเฉพาะอยู่ต่อหน้าคุณเด่น..ไอ้เด่นบ้าเอ๊ย! มัยคิดอย่างงั้น?

“คนไข้ดีขึ้นแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ มีปัญหาอะไรกดปุ่มเรียกได้ทุกเวลาค่ะ” นางพยาบาลตรวจความถี่ของหยดน้ำเกลืออีกครั้งก่อนจะออกจากห้อง

“คุณเด่นขึ้นไปเยี่ยมบนห้องพบแกนอนหมดสติอยู่จึงพามาส่งโรงพยาบาลนี่แหละ”.. แก..มาพร้อมกับสำเนียงปกติคุ้นหู

“เอ่อ..” ผมหันมาที่คุณเด่น..จะพูดไรดี? “ขอบคุณมากครับ” ยกมือขวาที่คุณเด่นจับอยู่ขึ้นสั่นขอบคุณและถือโอกาสดึงกลับ

“ด้วยความยินดีครับ..เผอิญงานไม่มีผมจึงกลับเร็วกว่ากำหนด มาเยี่ยมพวกคุณพอดีพบคุณไม่สบาย” คุณเด่นก็คงไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน

“คงไม่เป็นอะไรแล้ว คุณหมอบอกว่าแกเครียดมากความดันขึ้นสูงจนต้องให้ยาใต้ลิ้น ดีนะที่คุณเด่นไปพบเข้า ไม่งั้นแกตายแน่ๆ” หันไปทางคุณเด่น “ยังไม่ได้ขอบคุณคุณเด่นเลยมัวตกอกตกใจวิ่งวุ่น”

“ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ คงเป็นเพราะลางสังหรณ์และอะไรบางอย่างที่ผมไม่เข้าใจ ไม่เป็นไรครับผมยินดี” พูดซะเป็นงานเป็นการ..ไอ้เด่น (คิด) อีกละ

“ชั้นกลับไปดูร้านก่อนนะ แก้วเฝ้าอยู่คนเดียว คุณเด่นรับปากจะอยู่เป็นเพื่อนแก” ดี้เตรียมตัวกลับ


“อ้าว! ทิ้งชั้นเฉยเลย” ดี้ไม่สังเกตอะไรผิดปกติแถวนี้บ้างเลยหรือ?

“ผมยังอยู่ครับ” คุณนั่นละตัวดี! คุณเด่นเก้า

“งั้นชั้นกลับด้วย..หายแล้ว!”ผมฮึดฮัดลุกขึ้น

“บ้าหรือแก ยังไม่สบายอยู่แท้ๆ คุณเด่นก็อยู่เป็นเพื่อนทั้งคนจะกลัวอะไรกันนักหนากับโรงพยาบาล รับรองที่นี่ไม่มีผี” ดูมันพูด..คงไม่รู้สินะว่าคุณเด่นน่ากลัวกว่าผีอีก ไม่ว่าจะเป็นคนหรือไม่!


“~~~~~” เสียงมือถือของดี้ดังขึ้น

“ว่าไงแก้ว..เหรอ..เด่นสบายดีแล้ว ชั้นจะรีบกลับนะ..เออ” วางสายหันมาทางผม “ ลูกค้ามากทั้งดอกไม้และเบเกอรี่ ชั้นกลับก่อนนะแก ปิดร้านแล้วจะมาใหม่พร้อมแก้ว” ไม่รอฟังว่าผมจะพูดอะไร ดี้รีบออกจากห้องไป

“คุณเด่นนี่งอแงเหมือนเด็ก หึ หึ” คุณเด่นส่ายหน้า ยิ้มๆ “เอาอย่างนี้ไหม คุณคงอึดอัดที่ผมอยู่เฝ้า งั้นหาพยาบาลมาอยู่เป็นเพื่อนสักคนจนกว่าน้ำเกลือจะหมดขวดแล้วค่อยกลับบ้าน ดีมั้ย?”

“มะ..ไม่ต้องหรอกครับ” ผมเพิ่งรู้สึกตัวว่างี่เง่าไร้สาระ คุณเด่นก็คือคนธรรมดาจะทำอะไรผมได้ และเพราะคุณเด่นไม่ใช่หรือที่ช่วยชีวิตผมไว้ ทำไมผมจึงอคติกับคุณเด่นอย่างนี้..เลวจริงไอ้เด่น!


“ทานยาหน่อยค่ะคุณเด่น” พยาบาลอีกคนเดินเข้ามา มองหน้าผมที มองคุณเด่นที “คุณเด่น” เธอพึมพำเบาๆ



คุณเด่นยกเก้าอี้ถอยไปนั่งริมประตูกระจกด้านระเบียง กอดอกอย่างใช้ความคิด ผมกินยาที่พยาบาลส่งให้ เอนตัวลงนอน..และหลับไป...





Create Date : 27 มกราคม 2563
Last Update : 27 มกราคม 2563 16:53:48 น. 0 comments
Counter : 1053 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

สมาชิกหมายเลข 2607062
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 2607062's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com