เขียนไว้อ่านเรื่อยๆ ครับ

 
มกราคม 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
25 มกราคม 2563
 

....ปริศนามาตา....บทที่ 17

๐๐..... ปริศนามาตา บทที่ 17 .....๐๐



บทที่ 17



เดี๋ยวนี้ร้านขายยามีเภสัชกรคอยแนะนำยาให้ถูกกับอาการของโรค ขนาดและเวลาที่ควรกิน ผมเริ่มมีไข้อ่อนๆ จึงรีบหาอาหารกิน เดินดูหนังสืออ่านสักพักจึงกินยาแก้ไข้ที่ซื้อมา


ไม่อยากกลับเข้าร้านไปพบกับความรู้สึกที่ยังตัดใจไม่ได้ ไม่อยากพาความเจ็บไข้ไปให้เพื่อนๆ ต้องเป็นทุกข์ ความจริงผมควรนอนพักผ่อนมากกว่าเตร็ดเตร่อย่างนี้..แต่ผมดื้อกับตัวเอง

ผมตัดสินใจไปเยี่ยมวัดที่เคยอยู่ เข้าพรรษาอย่างนี้หลวงๆ ทั้งหลายของผมคงอยู่วัด วัดกลางโพธิ์..ชื่อใหม่ที่เพิ่งได้เมื่อปีที่แล้วชื่ออะไรผมลืมเสียนี่ คุ้นเคยกับชื่อเก่าเมื่อครั้งผมเป็นลูกศิษย์มากกว่า




แหงนหน้าดูป้ายซุ้มประตูก่อนเข้าวัด..วัดบรมโพธิ์สุธาวาส..เอ...ผมเคยได้ยินชื่อวัดนี้ที่ไหนนะ

“อ้าว! เด่นวันนี้กลับมาเยี่ยมสถาบันเก่าได้นะ” เพื่อนเก่าร่วมก๊วนคนหนึ่งทักเมื่อผมกลับลงมาจากกุฏิหลวงพ่อ

“ทักทายหรือด่าวะครับ ฮะ ฮะ ฮะ” เราหัวเราะกับมิตรภาพเก่าๆ

“ด่าว่ะ ฮะ ฮะ” ตรงเข้าโอบไหล่ผม “สบายดีหรือ กิจการงานเป็นไงมั่ง เป็นศิลปินหย่ายอะยัง?”

“ก็เรื่อยๆ นะ งั้นๆ แหละ” ผมรู้สึกง่วงเพราะฤทธิ์ยาแก้ไข้ ตัวก็เริ่มร้อนมากขึ้น

“วันนี้ทำไมมาได้ล่ะ” เจ้าเพื่อนเก่าซึ่งชอบการจัดการศพ ( สัปปะเหร่อ ) เดินนำผมไปทางหมู่ศาลาตั้งศพ

“ยังชอบอย่างเดิมหรือ ฝึกไปถึงไหนแล้วล่ะ?” ผมเดินตามอย่างไม่เต็มใจ รู้ๆ อยู่แล้วว่าผมกลัวผี

“เดี๋ยวนี้ได้เป็นผู้ช่วยตาละออสัปปะเหร่อใหญ่แล้ว อีกสองวันว่าจะย้ายไปอยู่หลังวัดกับแกจะได้ขลังขึ้น” กระชับแขนแน่นกว่าเก่า


“อื๋อ!...” กลิ่นสางโชยมา..ผมจะอุธรณ์อะไรได้ นานๆ กลับมาเยี่ยมวัดสักที

“แกนี่ยังกลัวผีเหมือนเดิมนะ บอกใครเขาจะเชื่ออยู่วัดแต่กลัวผี ฮะ ฮะ” ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ เจ้าสัปปะเหร่อน้อยเลื่อนมือจับต้นแขนผม “แกนี่ตัวร้อนจัง ข้าเคยจับแต่คนตัวเย็นๆ ซะจนเคย หึ หึ”...ดูมันพูด!

“จะพาชั้นไปไหน..ไปดูแกทำงานไม่เอานะ” ผมเดินถ่วง

“ไม่ต้องกลัว วันนี้ไม่มีงานเข้า แค่เดินตรวจความเรียบร้อยทั่วๆ ไปน่ะ” แวะศาลาหนึ่งที่ไม่มีศพตั้ง “วันนี้ว่างหรือ?”

“อือ..ไม่ค่อยสบายใจนิดหน่อย มาหาที่พักใจ” นั่งลงบนขั้นบันไดศาลา

“หนอย! อารมณ์ศิลป์เชียว ต้องพูดว่ามาหาที่ปลงโว้ย ไม่ใช่หาที่พักใจ ถ้าจะพักใจ โน่น! แกต้องขึ้นไปนอนอยู่บนโน้น ไอ้เด่น!” โบ้ยหน้าไปที่แท่นตั้งศพบนศาลา


“บรื๋อออ..ไม่อ่ะ”

“เออ..เอ่ยชื่อแกขึ้นมาแล้วนึกอะไรออก สักเกือบเดือนมาแล้วมีผู้ชายคนหนึ่งชื่อเด่นเหมือนแก รูปร่างหน้าตาก็เหมือนแกตอนยังไม่ได้ไปเล่นละครทีวี เค้ามาตั้งศพสวดให้แม่เจ็ดคืน แกเชื่อมั้ยไม่มีแขกมาเลยนอกจากผู้หญิงสองคน”

“อ๊ะ!” ผมสะดุ้ง มิน่า!..เคยได้ยินชื่อวัดบรมโพธิ์สุธาวาสจากไหน

“ตกใจไร..ยัง ยังไม่จบแค่นั้น เขาบอกว่าตั้งศพแม่รอให้ญาติคนหนึ่งปรากฏตัว แว่วๆ ว่าพักอาศัยอยู่ละแวกนี้” หันมาจ้องหน้าผม “วันนั้นถ้าแกอยู่ข้าจะพาไปให้ดูตัวว่าใช่แกหรือเปล่า”


“บ้าหรือ! แม่ชั้นตายตั้งแต่ชั้นยังเป็นละอ่อนอยู่เมืองเหนือโน่น” เรื่องคุณเด่นผุดขึ้นมาอีก ความสงสัยเพิ่มมากขึ้นอย่างจริงจัง

“ก็รู้..แต่ก็อยากทำอย่างนั้นว่ะ” ว่าที่สัปปะเหร่อลุกขึ้นเดินไปหลังวัด “ไว้วันเผาข้าจะเรียกแกมาให้เขาดูตัว..ทิ้งเบอร์ไว้แล้วกัน”

“แม่คุณเด่นที่ว่าหน้าตาเป็นยังไง?” เรากำลังเดินไปด้านโกดังเก็บศพ

“ไปดูรูปกันดีกว่าให้หายสงสัยว่าแม่แกป่าว” เดินรี่ไปโกดัง

“ไม่ดีมั้ง” แฮะ แฮะ ก็รู้อยู่แล้วว่าผมเป็นไง

“วันที่สิบสองสิงหาเพิ่งผ่านไปไม่เท่าไหร่โว้ย มาเยี่ยมแม่แกหน่อย” ทำเป็นล้อเล่น

“เออ...” ผมทำใจกล้าเดินตามเพราะอยากรู้ ทั้งที่แน่ใจว่าไม่ใช่แม่ผม แต่ให้มันชัวร์ไปเลยจะได้ไม่แคลงใจอีกต่อไป..เว่อไหมที่ผมตัวร้อนไข้ขึ้นสูงฉับพลัน ผมแวะกินน้ำที่ก๊อกประปาข้างทาง หยิบยาแก้ไข้อีกหนึ่งเม็ดกลืนตามลงไป

“ไม่ต้องกลัวโว้ย แค่ร่างกายเน่าเปื่อยของคน ไม่ใช่ผีสางอะไร สักวันเราก็ต้องเป็นอย่างนี้เหมือนกัน..ถ้าเป็นแกนอนอยู่แกคิดจะหลอกใครให้เขากลัวแกรึไงวะ อย่าปอดแหกเลย ทันสมัยหน่อย” เออ..สัปปะเหร่อไฮเท็ค

“ช่องไหน?” ผมถามไปเรื่อยไม่ให้เงียบ ไม่ได้กลัวแต่เงียบๆ ก็ไม่ดี เรายืนอยู่ตรงหน้าช่องเก็บศพก่อด้วยปูนเป็นช่องพอใส่โลงเข้าไป มีสองชั้นซ้อนกัน บางช่องเปิดว่างอยู่ กลิ่นอับจางๆ

“นี้ไง” เจ้าเบื๊อกตบปั้ปๆ ไปที่ฝาช่องอย่างสนิทใจ


“เฮ้ย! เดี๋ยวก็ออกมาหรอก” ไข้ขึ้นสูงจนหูอื้อ “ไม่เห็นมีรูปติดอยู่เลย”

“คุณเด่นแกแปลกกว่าคนอื่น ให้วางรูปแม่ไว้ข้างใน” สบตาผมเหมือนจะถามว่ากล้าพอไหม

“แล้วแกจะให้ชั้นดูรูปที่ไหน?” ผมเริ่มตาลาย ไม่รู้เพราะไข้หรือฤทธิ์ยาที่ผมกินเข้าไปติดๆ กัน หรืออุจจาระกำลังขึ้นสมอง

“ข้าจะเปิดให้ดูเอง” หันรีหันขวางจนเจอค้อนและสิ่ว


“โป๊ก! โป๊ก! โป๊ก!...” ผมเริ่มขาสั่น

“เผละ!” ฝาช่องหลุดออก เห็นโลงอยู่ด้านใน..ช่องเปิดอ้านั้นเริ่มหมุนวนตรงหน้าผม เจ้าเบื๊อกวางฝาไว้ด้านหนึ่ง ขยับฝาโลงที่ไม่ได้ตอกตะปูเหมือนโลงอื่น เอื้อมมือลงไปควานหา และหยิบอะไรอย่างหนึ่งออกมา..โลกกำลังหมุนคว้าง

“นี่ไง” เสียงติดเอ็กโค่ยี่สิบลำโพงดังก้องในหัวที่กำลังจะระเบิดของผม


รู้สึกตัวว่าเข่าอ่อน..มองอะไรไม่เห็น..วาบที่หัวใจ..ล้มตึงหมดสติไป...





Create Date : 25 มกราคม 2563
Last Update : 25 มกราคม 2563 15:01:33 น. 0 comments
Counter : 190 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณcomicclubs

 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

สมาชิกหมายเลข 2607062
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 2607062's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com