Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
24 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 
ไปเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง

วันหยุดที่ผ่านมา พอมีเวลาว่างบ้าง เลยคิดว่าสุพรรณบุรีน่าจะเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนในวันหยุด

จากบ้านที่นนทบุรี ไม่ถึงสิบนาที เราก็เข้าเขตจังหวัดนครปฐม แล้วก็วกไปอยุธยา วกกลับมาปทุมธานี ก่อนจะเข้าสู่เขตจังหวัดสุพรรณบุรีในอีกไม่กี่นาทีต่อมา

บนถนนมาลัยแมน บริเวณริมคูเมืองอู่ทอง เราพบพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง ตั้งอยู่ริมทางซ้ายมือ แม้ว่าจะไม่ใช่จุดหมายปลายทางที่เราตั้งใจจะไปแต่แรก แต่โอกาสที่จะผ่านเส้นทางนี้มีไม่บ่อยนัก เลยตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไปในที่สุด


คูเมืองด้านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง


บนเนื้อที่ 25 ไร่ของตัวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง แห่งนี้ จากประวัติบอกว่า เดิมเป็นเมืองโบราณรุ่นเดียวกับนครปฐม รัชกาลที่ 6 ได้เสด็จทอดพระเนตรเมื่อปี 2456 จากนั้นอีก 20 ปี ราชบัณฑิตสภาจึงได้สำรวจและจัดทำแผนผังเมืองอู่ทองขึ้น และได้โอนงานให้กรมศิลปากรดูแลรับผิดชอบ ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติเมื่อปี 2478

อาคารชั่วคราวแห่งแรกของพิพิธภัณฑสถานฯ ก่อสร้างขึ้นในปี 2500 ก่อนจะดำเนินการจัดสร้างอาคารถาวรในปี 2508 เพื่อจัดแสดงโบราณวัตถุที่มีการขุดค้นพบเป็นจำนวนมาก



อาคารปัจจุบัน


ห้องจัดแสดงมีอยู่ด้วยกัน 3 อาคาร สองอาคารแรกจัดแสดงอารยธรรมเมืองอู่ทอง ทั้งสมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยประวัติศาสตร์ โบราณวัตถุที่นำมาจัดแสดงมีทั้งเครื่องดินเผา และเครื่องสำริด ทั้งศิลปะแบบทวารวดี ศิลปะแบบอมราวดี ศิลปะแบบคุปตะจากอินเดีย และศิลปะแบบศรีวิชัยจากทางภาคใต้ เนื่องจากอู่ทองในสมัยนั้น เป็นเมืองท่าติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ จึงรับทั้งรูปแบบศาสนา และศิลปะจากต่างเมืองเข้ามาด้วย



เครื่องประดับและจี้ทองคำ ศิลปะแบบทวารวดี




หม้อดินเผา



ครั้งหนึ่งเคยเป็นธรรมจักร



แวปั่นด้ายดินเผา




ศิวะลึงค์-ความเชื่อในยุคนั้น


อาคารหลังที่สาม เป็นสถาปัตยกรรมเรือนลาวโซ่ง โดยจัดสร้างเรือนของชาวลาวโซ่งรวมสองหลัง พร้อมหุ่นแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวลาวโซ่ง



เรือนลาวโซ่ง



หุ่นทอผ้าบริเวณใต้ถุนเรือน


เมืองอู่ทองเป็นเมืองโบราณ มีร่องรอยของชุมชนอาศัยมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย มีอายุราว 2,500-2,000 ปีมาแล้ว ต่อมาได้พัฒนาตนเองไปสู่สังคมเมืองสมัยประวัติศาสตร์ ด้วยการติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติ และมีบทบาทในฐานะเป็นศูนย์กลางทางการค้าและเมืองท่า นอกจากโบราณวัตถุต่างๆ ของเมืองอู่ทองเองแล้ว ยังมีการค้นพบหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า เมืองอู่ทองมีการติดต่อกับต่างประเทศอีกเป็นจำนวนมาก อาทิ เหรียญกษาปณ์ เหรียญโรมันสมัยจักรพรรดวิคโตรินุส เป็นต้น

อย่างไรก็ดี เมืองอู่ทองได้กลายเป็นเมืองร้างเพราะหมดความสำคัญในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 ซึ่งหลังจากนั้นอิทธิพลของเขมรได้แผ่เข้ามาในสยามประเทศในราวพุทธศตวรรษที่ 18 หรือในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นั่นเอง

ผู้สนใจเข้าชมอดีตอันรุ่งเรืองของเมืองอู่ทอง สามารถเข้าชมได้ทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์ ในเวลา 08.30 น. ถึง 16.00 น. ด้วยราคาค่าเข้าชมเพียง 10 บาทเท่านั้น



Create Date : 24 ตุลาคม 2550
Last Update : 24 ตุลาคม 2550 19:26:24 น. 1 comments
Counter : 1479 Pageviews.

 
เป็นไกด์ที่เยี่ยมมากค่ะ


โดย: Madmonkey (Neilnuch_T ) วันที่: 22 มกราคม 2551 เวลา:18:53:05 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ดาวอักษร
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ดาวอักษร's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.