CUT OS Mark x Bam One Night Stand


Mark x Bam

One night stand



                “อ๊ะ!” จมูกโด่งของมาร์คฝังลงที่คอผมสร้างความรู้สึกเสียวซ่าน ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนเป้าหมายมาครอบครองริมฝีปากผมแทน ไม่เคยคิดว่าการจูบมันจะทำให้รู้สึกดีได้ขนาดนี้ บอกตามตรงว่าผมห่างหายจากการจูบไปนานมาก ครั้งสุดท้ายคงเป็นสมัยมัธยมปลายกับแฟนสาวคนล่าสุด ซึ่งหลังจากนั้นผมก็ครองโสดมานาน

                เสียงจูบของผมและมาร์คดังไปทั่วห้องอย่างไม่อาย มาร์คถอนริมฝีปากออกมาหลังจากที่เราดูดดื่มกันหลายนาที มือหนาลูบไล้ไปทั่วร่างกายของผมอย่างสนุกมือ ลิ้นร้อนแตะลงบนยอดอกจนผมสะดุ้ง

                “อ๊ะ...อื้อ!” ผมครางออกมาตอบรับความเสียวที่อีกคนทั้งเลีย และดูดดึงหน้าอกผมจนมันแข็งเป็นไต ขณะที่มือหนาของอีกคนก็เลื่อนลงมาเค้นคลึงแก่นกลางกายผ่านชั้นในตัวบาง แค่เขาแตะไม่เท่าไหร่ผมก็แทบจะเสร็จอยู่แล้ว ปราการชิ้นสุดท้ายถูกดึงออกไปอย่างรวดเร็ว มาร์คสาวมืออีกไม่กี่ครั้งผมก็ปลดปล่อยออกมาทันทีอย่างกลั้นไม่อยู่

                “เสร็จเร็วจัง” มาร์คยิ้มเยาะ ก่อนจะดันนิ้วเข้ามาช่องทางด้านหลังทำเอาผมนิ่วหน้าด้วยความจุก

                “แน่นจัง ไม่ได้มีเซ็กส์ช่วงนี้เหรอ?” เจอคนแบบนี้ก็ดีเหมือนกันถามโคตรตรง ผมแค่พยักหน้าตอบกลับไปเท่านั้น ไม่อยากจะบอกเลยว่า ไม่เคยมีเซ็กส์กับใครเลยต่างหากล่ะ

                “อ๊ะ เจ็บ!” ผมเกร็งตัวเมื่ออีกคนดันนิ้วเข้ามาตรงๆ

                “คุณยังบริสุทธิ์อยู่เหรอ?” มาร์คดึงนิ้วถอนออกมาก่อนจะปลดกระดุมเสื้อของตัวเองแล้วถอดออก ภายใต้ความมืดผมเห็นกล้ามหน้าท้องเรียงกันสวยจากแสงไฟที่หัวเตียง

                “อย่าถามมากน่า รีบๆ ทำเถอะ”

                “ไม่ตอบแสดงว่าใช่ แน่ใจนะว่าจะให้ทำต่อ” มาร์คถามผมอีกครั้ง เออเฮ้ย จะเอากันยังมีความใจดีถามอย่างเป็นห่วง

                “ทำเถอะ ไม่ไหวล่ะ” บอกเลยว่าตอนนี้ความหน้าด้านมีมากกว่าความอาย แค่ผมกล้าโทรหาคนที่เพิ่งรู้จักกันเพื่อมาเอากันนี้ก็ใจกล้าสุดๆ  ล่ะ

                “ได้ครับ ช่วยถอดกางเกงหน่อยดิ่แบมแบม” เสียงทุ้มกระซิบบอกที่ข้างหู ผมเลยดันตัวเองขึ้นมานั่งก่อนจะปลดเข็มขัด รูดซิปดึงกางเกงของมาร์คออก ถึงอีกฝ่ายจะยังมีชั้นในปกปิดของลับอยู่ แต่แค่มองจากภายนอกผมก็สัมผัสได้ว่าค่อนข้างใหญ่พอสมควรจนเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ แค่เห็นก็รู้สึกเจ็บแล้วว่ะ

                “ไม่ต้องกลัว เจ็บแป๊บเดียวเท่านั้นแหล่ะ ที่เหลือก็เสียว” มาร์คหัวเราะก่อนจะดึงผมให้มานั่งทับช่วงล่าง ส่วนเจ้าตัวก็นอนราบไปบนเตียง นี่จะให้ผมออนท็อปงั้นเหรอ?

                “จะทำท่านี้?” ผมถาม

                “คุณทำเองก่อน จะได้ไม่ค่อยเจ็บ”

                “อ๊ะ มาร์คมาร์คยิ้มให้ผมจนเห็นเขี้ยว มือหนากอบกุมส่วนอ่อนไหวของผมก่อนจะค่อยๆ รูดรั้งมันช้าๆ ขณะที่ผมก็นั่งทับส่วนแข็งขืนของอีกฝ่าย มาร์คค่อยๆ ถอดชั้นในออกก่อนที่ผมจะเห็นส่วนนั้นเต็มตา

                “มา ผมช่วย ยกเอวขึ้นไปหน่อย” ผมทำตามที่มาร์คบอกอย่างว่าง่าย มาร์คค่อยๆ ดันนิ้วมือเข้ามายังช่องทางด้านหลังทีละนิ้วค่อยๆ ขยับเข้าออก ตอนแรกมันแน่นจนแทบขยับไม่ได้ อีกทั้งผมยังกลัวเกร็งไปอีก “ก้มลงมาจูบหน่อย อย่าเกร็ง ผมเข้าไม่ได้”

                ผมโน้มหน้าลงไปจูบมาร์ค รู้สึกเหมือนผมจะค่อยๆ เรียนรู้เรื่องเซ็กส์ไปกับเขาพร้อมๆ  กับภาคปฏิบัติ มาร์คดูเชี่ยวชาญกับเรื่องพวกนี้มาก เขารู้ว่าควรทำอะไรต่อ และทำยังไงให้ผมรู้สึกดีไปด้วย

                “อ๊ะ...อื้อ!” หลังจากที่จูบกันหลายรอบ ผมก็เริ่มจับทางได้แล้วว่าควรทำยังไงเมื่ออีกฝ่ายดันลิ้นเข้ามาเกี่ยวกระหวัด ลิ้นเราแตะสัมผัสถึงอุณหภูมิอุ่นๆ ผมไม่นึกรังเกียจอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย จูบของมาร์คทำเอาอารมณ์ผมกระเจิงเตลิดไปไกลจนกู่ไม่กลับ ประกอบกับความต้องการที่ไม่สิ้นสุดซักที

                “ค่อยๆ ดันเข้าไปนะ ตอนแรกอาจจะเจ็บหน่อย แต่เดี๋ยวคุณจะรู้สึกดีเอง” มาร์คแนะนำขณะที่จับส่วนนั้นจ่อช่องทางด้านหลังของผม

“เดี๋ยวเอ่อ...ใส่ถุงยางก่อนซิครับ” ผมรีบบอก  มาร์คชะงักไปดูเหมือนว่าเขาจะลืมพกมันติดมาด้วยนะ “ถุงยางอยู่ตรงหัวเตียงครับ” มาร์คเอื้อมมือไปหยิบกล่องถุงยางมาแกะออก ก่อนจะสวมมันเข้าที่แก่นกายตัวเองที่แข็งขืนเต็มที่

“คุณชอบแบบนี้เหรอ?” มาร์คถามขึ้นมาขณะที่ส่วนนั้นถูไถกับส่วนล่างของผม เดี๋ยวนะทำไมมันขรุขระจังเลยว่ะ แล้วผมก็ต้องตาเบิกกว้างหลังจากสัมผัสพื้นผิวถุงยาง แม่งถุงยางแบบมีปุ่ม ไอ้ยูคแม่งมึงมีรสนิยมแบบนี้เหรอ!?

“ไม่ใช่ของผม ผมขอเพื่อนมา หรือว่าจะไม่ต้องใส่ดี?” ผมเริ่มลังเล หลังจากสัมผัสปุ่มของผิวสัมผัสภายนอกไป แต่ผมก็ไม่ได้ตัดสินใจในเมื่อมาร์คยกผมขึ้นมานั่งคร่อมเรียบร้อยแล้ว

“ไม่ต้องถอดแล้ว ให้ช่วยมั้ย หรือจะทำเอง?” อีกฝ่ายยักคิ้วให้ผม ผมเลยดันตัวเองค่อยๆ กดลงไปทับส่วนนั้นของมาร์ค ตอนแรกมันเข้าได้แค่หัวผมก็น้ำตาเล็ดแล้ว แถมไอ้ปุ่มๆ รอบๆ นี้ทำเอาผมขนลุกเกลียวไปหมด แต่พอเข้าไปได้ครึ่งทางมาร์คก็จับสะโพกผมกดลงมาจนมิดทันที

                “อ๊ามาร์ค

                “โทษที เจ็บเหรอ?”

                “นิดนึง อ๊ะ ขอช้าๆ!” ผมรีบห้ามอีกคนที่ประคองสะโพกผมสวนกลับตามใจชอบ มันเสียวนะว้อย ไอ้เชี่ยใครมันคิดออกแบบถุงยางแบบนี้ออกมาว่ะ ยิ่งตอนที่อีกฝ่ายจับสะโพกผมก่อนจะสวนกายเข้ามากระแทกลึกๆ ย้ำๆ ทำเอาผมแทบหวีดร้อง  เสียงเนื้อกระทบดังดังน่าอายระงมไปทั่วห้อง ปุ่มเล็กๆ ครูดผนังด้านในทำเอาผมสั่นไปหมด

                “อ่า...สุดยอด...คุณจะกลั้นเสียงทำไม ผมอยากได้ยิน” มาร์คครางเสียงต่ำ ก่อนจะจงใจกระแทกรัวๆ ใส่เข้ามาจนผมกลั้นเสียงร้องไม่ไหว

                “อ๊า...อ๊ะ...มาร์ค

                “ผมชอบฟังเสียงตอนที่เรา...”

                “ตะ...แต่มันอาย...อึก...อ๊าคุณแกล้งผมละ...ลึกเกินไปแล้ว อ๊ะ!” ผมพูดแทบไม่เป็นภาษา เมื่อมาร์คยกสะโพกสวนเข้ามาก่อนจะพลิกตัวเองลุกขึ้นนั่งแล้วให้ผมเป็นฝ่ายนอนราบไปบนเตียงแทนทั้งๆ ที่ส่วนนั้นเรายังคงเชื่อมต่อกัน ความเสียววูบในช่องท้องทำเอาผมหอบจนตัวโยน มันเป็นความรู้สึกที่บรรยายออกมาไม่ถูก แต่ผมรู้สึกโคตรดีเลย ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมเพื่อนผมหลายๆ คนถึงชอบไปต่อกับสาวสวยเวลาออกไปเที่ยวกลางคืนกัน

                “มาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่ต้องอายแล้วมั้ง อ่า คุณโคตรยั่วผมเลย” มาร์คโน้มหน้าลงมาก่อนจะแตะลิ้นลงบนยอดอกของผม เขาทั้งเลียทั้งดูดมันยังกับว่ามันเป็นขนมรสหวาน ทำเอาผมบิดกายอย่างทรมาน ขณะที่มือหนาก็แตะลงกลางลำตัวของผม มาร์คกระแทกกายเข้ามาย้ำๆ ก่อนจะถอนกายออกจนสุดลำแล้วกระแทกเข้ามาใหม่ มือหนาชักพาอารมณ์ของผมจนแตะฝั่งฝันก่อนจะปลดปล่อยออกมาเมื่อถึงจุดสุดยอด

                “อ๊ะ ผมไม่ไหวแล้ว อ๊ะ อ๊า แฮ่กๆๆ” ผมเกร็งก่อนจะปลดปล่อยออกมาจนเลอะเต็มมือหนา นี่ผมถูกรีดน้ำจนจะหมดตัวแล้วมั้ง ผมหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน มาร์คชักของตัวเองออกก่อนที่เขาจะรูดรั้งอีกสองสามครั้งแล้วปลดปล่อยออกมาจนเต็มถุงยาง

                แต่ดูเหมือนว่าการเสร็จไปสองน้ำจะไม่ช่วยให้ไอ้ฤทธิ์ยาบ้าๆ นั่นหมดไป ความรู้สึกของผมตอนนี้เหมือนจะต้องการมากกว่านี้อีก ให้ตายเถอะ แต่ผมว่าที่อารมณ์มันขึ้นอีกครั้ง เพราะไอ้คนข้างๆ นี่แหล่ะ มือหนาจับที่แก่นกายของผมก่อนจะลูบไล้จนมันแข็งขึ้นอีกรอบ

                “ก็รู้ว่ายามันทำให้อารมณ์ขึ้นง่าย ยังมาจับอีก” ผมบ่น

                “ก็รู้ว่าทรมานไงจะได้ช่วย ยายี่ห้อนี้ดีจริงๆ แต่เห็นเขาบอกว่าอยู่ได้ประมาณสองชั่วโมง นี่ผ่านไปแล้วชั่วโมงนึง อืม...ไปที่โซฟา แล้วก็จบที่ห้องน้ำแล้วกัน” มาร์คพูดออกมาโดยไม่ได้มองหน้าผมที่อ้าปากค้างเพราะอึ้งไปแล้ว เดี๋ยวๆ ผมว่าไอ้คนโดนยาน่าจะเป็นมาร์คด้วยป่ะว่ะ ขนาดผมมีอารมณ์ตอนนี้ยังไม่คิดถึงขนาดนั้นเลย

                “มากไปเปล่า สี่รอบ ตายพอดี!” ผมเสร็จไปสอง มาร์คเพิ่งหนึ่ง ทำเสร็จสี่รอบ ร่างกายผมจะขาดน้ำมั้ยว่ะ? ตอนเด็กๆ ไม่ค่อยตั้งใจเรียนวิชาเพศศึกษาซะด้วยซิ

                “ถ้าตายเดี๋ยวผมช่วยปั๊มหัวใจเอง” อีกคนยังคงพูดติดตลก

                “อ๊ะ นี่!” ผมร้องอย่างตกใจ มาร์คลุกขึ้นก่อนจะอุ้มผมจนตัวลอย ผมรีบเกาะคอเขาไว้เพราะกลัวตก เราทั้งสองคนไปต่อที่โซฟาตัวแคบ ผมนอนอยู่ด้านล่าง ขณะที่มาร์คขึ้นคร่อมด้านบน

                “ใส่ถุงยางมั้ย?”

                “ไม่ใส่แล้ว แต่ปล่อยข้างนอกนะ”

                “ก็ได้”

                บทรักของเราเริ่มต้นอีกครั้ง มาร์คโคตรเก่งเรื่องเซ็กส์เลย ไม่ว่าเขาจะสัมผัส หรือแตะร่างกายผมส่วนไหนก็ทำเอาร่างกายผมร้อน และโอนอ่อนไปกับเขาเสมอ ขณะที่เราร่วมรักกัน เขาก็สังเกตว่าทำแบบไหนผมถึงจะชอบ แอบจะอดคิดไม่ได้ ว่าเขาก็ไปทำแบบนี้กับคนอื่นที่ไม่ใช่ผมเหมือนกัน เรามันก็เจอกันแค่คืนเดียว แล้วก็แค่ One night stand เท่านั้น สัมผัสแค่ร่างกาย โดยไม่มีพันธะผูกพันอะไร จบเรื่องที่ต้องการ เราก็เป็นแค่คนแปลกหน้าต่อกัน

“อ๊ะๆๆ...อ๊า!” ผมกระตุกเกร็ง ก่อนจะปล่อยน้ำขาวขุ่นออกมาอีกรอบ มาร์คสวนร่างกายเข้ามาในตัวผมก่อนจะรีบชักออก แล้วกระตุกปล่อยน้ำขาวขุ่นใส่หน้าท้องผมจนเปรอะไปหมด

                “พอยัง?” มาร์คหอบหายใจ เขาโถมตัวนอนทับผม ลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะหูทำเอาผมเสียวไม่น้อย ไอ้บ้า แล้วเมื่อไหร่อารมณ์กูถึงจะลงเนี่ย เหนื่อยจะตายอยู่แล้วนะจบคืนนี้ผมจะไปคิดบัญชีกับพวกไอ้ยูค

“ไปดับร้อนในห้องน้ำแล้วกัน” เหมือนมาร์คจะพูดเองเออเอง เขาอุ้มผมก่อนจะเข้าไปในห้องน้ำ ผมถูกวางร่างลงอย่างเบาในอ่างอาบน้ำอ่างใหญ่  น้ำอุ่นๆ ถูกเปิดรองในอ่าง กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเทียนที่จุดทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง ใช้เวลากว่าสิบนาทีกว่าจะรองน้ำเต็ม ร่างสูงก้าวขาลงมาในอ่างอาบน้ำ เรานั่งอยู่กันคนละฝั่ง

                “คุณโอเคยัง หรืออยากทำอีกซักรอบ” มาร์คเอ่ยถามอย่างไม่อาย เอาจริงๆ ผมเหนื่อยเหลือเกิน แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันไม่สุดเท่าไหร่ “มานั่งนี่ เดี๋ยวผมช่วย” มาร์คเอ่ยเรียก ผมเลยเคลื่อนตัวเองไปหาอีกฝั่งที่มาร์คนั่งพิงขอบอ่างอยู่ ผมถูกจับพลิกตัวให้นั่งพิงไหล่กว้าง

                “อื้อ อย่าแกล้งกันดิ่” ผมหดคอหนี มาร์คกดจูบเบาๆ ที่ลาดไหล่ ก่อนจะขบเม้มติ่งหูผมจนหน้าแดงไปหมด ยิ่งอุณหภูมิอุ่นๆ ของน้ำที่แช่อยู่ทำเอาผมร้อนไปทั้งตัว

                “ก็คุณน่าแกล้ง ผมช่วยคุณอย่างเดียวแล้วกันนะ” มาร์คหัวเราะ ก่อนที่มือหนานั่นจะกอบกุมแก่นกายของผมที่ใต้น้ำ เพราะเขารู้ว่าขยับมือแบบไหนผมจะชอบและรู้สึกดี อีกคนก็เลยขยับย้ำๆ อีกทั้งยั้งคลอเคลียที่ต้นคอ ดูดผิวหนังผมจนรู้สึกเจ็บ

                “อ๊ะคุณอย่าทำรอยนะ”

                “โทษทีครับ ผมเผลอไปหน่อย ใกล้ยังครับ?”

                “อ๊ะ...อื้อ...อีกนิดนึง” ผมครางเสียงหลง ก่อนที่ไม่นานก็ปลดปล่อยออกมา บอกตามตรงเลยว่าคืนนี้เป็นคืนที่โคตรทรหด  ให้ตายเถอะ นี่ผมเก็บความบริสุทธิ์เอาไว้กว่ายี่สิบปี เพื่อที่จะมาเสียครั้งแรกให้กับคนที่ไม่รู้จักกันเนี่ยนะ แต่ก็ยอมรับตรงๆ ล่ะว่ามาร์คโคตรหล่อ แถมลีลาโคตรเด็ด ไม่ผิดจริงๆ ที่ผมอยากได้เขา

หลังจากนั้นผมไม่มีแรงแทบจะทำเรื่องอย่างว่าต่อแล้ว เป็นช่วงที่ฤทธิ์ยามันหมดไปเรียบร้อย ผมแทบจะเดินไม่ได้ ขาสั่นไปหมด จนมาร์คต้องช่วยทั้งอาบน้ำ และพามานอนที่เตียง เนื่องจากผมไม่ได้เตรียมชุดมาเลย รวมถึงมาร์คด้วย พวกเราก็เลยสวมเสื้อคลุมอาบน้ำนอนแทน ก็หวังว่าตื่นมาพรุ่งนี้ทุกอย่างจะกลับไปเป็นปกติ

ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ด้วยความเคยชินที่ผมตื่นเช้าไปเรียนทุกวัน ผมเลยตื่นโดยอัตโนมัติ ความปวดร้าวที่ระบมไปทั่วตัวทำเอาผมเหนื่อยจนแทบลุกไม่ไหว ผมลากสังขารตัวเองไปเข้าห้องน้ำอย่างทุลักทุเลเพราะปวดฉี่มาก หลังจากทำธุระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็กลับมานอนที่เตียง มาร์คยังไม่ได้ไปไหน เขายังคงนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง แต่ตอนนี้เพิ่งจะตีห้าเอง เดี๋ยวเช้าแล้ว เขาก็คงไป แล้วเราก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน ผมปิดตาลงก่อนจะหลับไปอีกครั้ง

                “คุณ...ตื่นก่อนครับ...แบมแบม...” เสียงเรียกทำให้ผมลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย เห็นแสงสว่างที่ลอดผ่านม่านผืนหนาเข้ามา ก็รู้ว่าตอนนี้คงจะสายแล้ว

                “คุณยังไม่ไปอีกเหรอ?” จะว่าเอ่ยไล่ก็ไม่เชิง ปกติมา One Night  Stand หมดคืนก็จบป่ะว่ะ ผมขมวดคิ้วรู้สึกถึงอะไรชื้นๆ ที่แปะอยู่ที่หน้าผาก

                “คุณมีไข้น่ะ ผมเลยเช็ดตัวให้ เมื่อกี้ผมสั่งรูมเซอร์วิสไปแล้ว กินข้าวต้มก่อนนะค่อยกินยา” มาร์คประคองผมให้ลุกขึ้นนั่ง เพิ่งเห็นว่าตอนนี้ผมไม่ได้ใส่ชุดคลุมอาบน้ำที่ใส่เมื่อคืน บนตัวผมเป็นกางเกงขาสั้นกับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน แน่นอนว่ามันไม่ใช่ชุดผม

                “หืม เมื่อคืนคุณเอาชุดมาเปลี่ยนด้วยเหรอครับ?” ผมถาม แต่เมื่อคืนผมก็ไม่เห็นมาร์คถืออะไรติดมือมาหรอกนะ แถมตอนนี้อีกคนก็อยู่ในชุดใหม่เหมือนกัน มาร์คใส่กางเกงยีนส์สีซีด กับเสื้อยืดเสื้อสีขาวเรียบๆ ที่ดูธรรมดา แต่ราคาน่าจะไม่ธรรมดา เพราะเป็นของ Gucci เรื่องแบรนด์ขอให้บอก ผมรู้จักหมดล่ะ เพราะปกติก็ใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมอยู่แล้ว

                “ตอนลงไปซื้อยาให้คุณ ผมแวะไปเปลี่ยนชุดมาน่ะครับ” พูดยังกับว่าบ้านอยู่แถวนี้ “คอนโดผมอยู่ข้างๆ นี่เอง” คำพูดมาร์คทำเอาผมแทบจะสำลักน้ำลายตัวเอง

                “ขอบคุณนะครับที่ช่วยดูแล แต่คุณกลับเลยก็ได้นะ”

                “ทำไมคุณต้องพูดไล่ผมด้วยล่ะแบมแบม” ผมเห็นมาร์คถอนหายใจ สีหน้าเหมือนผิดหวังที่ถูกผมพูดไล่แบบนั้น รู้สึกผิดเลยเนี่ย ทั้งๆ ที่ความจริง มันก็ไม่ใช่ความผิดผมเปล่าว่ะ?

                “เปล่าซักหน่อย ก็เผื่อแฟนคุณรออยู่” ผมพูดไปเรื่อย บางทีเมื่อคืนเขาอาจจะแค่มาสนุกกับผมก็เท่านั้น

                “ผมไม่มีแฟน” มาร์คตอบเสียงเรียบ ผมกำลังจะอ้าปากพูดต่อ แต่เสียงกริ่งหน้าห้องทำให้มาร์คต้องเดินไปเปิดประตู พนักงานโรงแรมเข็นรถเข็นที่มีข้าวต้ม และอาหารเช้ามา มาร์คหยิบเงินในกระเป๋าส่งทิปให้พนักงานก่อนจะปิดประตูลง

                “กินก่อนเถอะ มันสายแล้ว กินยา จะได้พักผ่อน” มาร์คไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเดินไปหยิบเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้ามกับผม ส่วนผมนั่งอยู่บนเตียง เราจัดการมื้อเช้าของใครของมันไปเงียบๆ พอเห็นผมกินเสร็จมาร์คก็จัดยาพร้อมกับน้ำเปล่ามาให้ผมกินต่อทันที

                ผมมองหน้ามาร์คที่นั่งกอดอกอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เขาไม่ได้พูดอะไรนอกจากหันหน้าหล่อๆ มาจ้องตากับผม นี่เรากำลังเล่นสงครามเย็นกันอยู่ใช่มั้ย ในเมื่อเขาไม่พูดอะไร ผมก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา จนสุดท้ายคนแพ้ที่ยอมเปิดปากก่อนก็คือผมนี่แหล่ะ

                “จ้องขนาดนี้ ถ้าเป็นปลากัดคงท้องแล้วล่ะ”

                “หึมาร์คหัวเราะในลำคอก่อนจะเปิดปากพูดต่อ “นั่นซิครับ แต่พอดีพวกเราไม่ใช่ปลากัด เสียดายเหมือนกัน” พูดจบแล้วก็เลียริมฝีปากตัวเอง หล่อตายแหล่ะ แต่ผมก็ยอมรับจริงๆ  ว่าเขาหล่อจริงๆ ทั้งใบหน้าเรียวได้รูป จมูกโด่ง ริมฝีปากหยักสวย ตาคมที่มองมาอย่างมีเสน่ห์ กับเส้นผมสีแดงเพลิงนั่น ถ้าเป็นสาวๆ ถูกจ้องแบบนี้ก็คงจะใจสั่นไม่น้อย ขนาดผมไม่ใช่สาวน้อยยังใจสั่นเลย ให้ตายเถอะ ไอ้แบม มึงมันใจง่ายได้กับผู้ชายแค่คืนเดียว มึงก็จะไปแรดใส่เขาแล้ว

                “ไม่ต้องมาพูดจาแบบนี้กับผมเลย กับคนอื่นคุณก็พูดเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ คุณมันเสือร้ายจริงๆ คุณมาร์ค”

                “ดีใจที่ได้ยินแบบนั้นนะครับ แต่ขอโทษทีที่ผมไม่ได้พูดแบบนั้นกับคนอื่น” มาร์คลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเข็นรถเข็นที่วางจานอาหารไปไว้ตรงมุมห้อง ก่อนจะเดินสาวเท้าเข้ามาหาผมที่เตียง มือหนายกขาผมขึ้นมาให้ผมนอนบนเตียงดีๆ ผมตกใจเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว

                “คุณนี่มัน...อย่ามาอ่อยผมซิครับ” ผมหันหน้าหนี เพราะตอนนี้หน้ามาร์คกับผมมันห่างกันแค่ไม่กี่เซนเท่านั้น ยิ่งเห็นรอยยิ้มใกล้ๆ แบบนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามาร์คหล่อยังกับเทพบุตรทำไมผมไม่หล่อแบบนี้บ้างนะ สวรรค์ช่างใจร้ายกับแบมแบมเสียจริง!

                “ผมอยากอ่อย ถ้าคุณหวั่นไหวกับความหล่อของผม ผมยิ่งดีใจ”

                “อะ...ไอ้บ้าคุณจะเอายังไง ผมกลัวนะเว้ยไหนว่าแค่ One Night Stand ไงว่ะ” ถ้าไม่คิดแค่ว่าคืนเดียว ผมคิดว่ามาร์คจีบผมแล้วเนี่ย ฮื่อออ...หวั่นไหวไปหมดแล้วเว้ยไอ้เหี้ย!

“ผมพูดแบบนั้นเหรอว่าคืนเดียว คุณพูดคนเดียวเถอะแบมแบม” อ่าว นี่มันกลับคำนี่หว่าแต่พอนึกๆ ไปแล้วก็จริง มาร์คไม่ได้ตอบตกลงเสียหน่อย ก็แค่ตอบว่าไม่มีปัญหาอะไร

                “ก็ผมไม่อยากผูกมัด ไม่อยากมีปัญหา เผื่อคุณมีเมียซุกอยู่ มีกิ๊ก มาตบผม ไม่เอาหรอกนะ!” เออนี่กลัวจริงๆ ยิ่งหน้าตาหล่อๆ แบบมาร์คนี่ น่าจะมีผู้หญิงนะ ไม่มีแฟนก็น่าจะมีกิ๊กเปล่าว่ะ

                “เฮ้อ...ต้องให้ผมยืนยันยังไงคุณถึงจะเชื่อว่าผมไม่มีแฟนนะแบมแบม ผมโสดตอนนี้ ไม่มีแฟน และไม่ชอบ One Night Stand ด้วย ผมไม่ชอบมั่ว” หลังจากมาร์คพูดจบ ผมก็เหมือนถูกตีแซกหน้ากลางสี่แยก เหมือนโดนด่าว่ามั่วเลยเว้ยแต่เมื่อคืนก็ครั้งแรกนะ เพราะงั้นผมไม่ได้มั่ว คิดเอง เอาที่ตัวเองสบายใจ

                “แล้วคุณมาเอากับผมทำไม?”

                “อยากเอา ผมอยากเอาแค่คุณคนเดียวแบมแบม” ไม่พูดเปล่ามาร์คแตะหลังมือกับแก้มผม จนมันรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด นี่มันต้องเพราะผมเป็นไข้แน่ๆ ถึงร้อนไปทั้งหน้าทั้งตัวขนาดนี้เมื่อกี้ทำไมมันเป็นคำหยาบที่ทำให้ผมใจเต้นแรงแบบนี้ว่ะ!

                “เอ่อะ...เราเคยรู้จักกันมาก่อนเหรอ?” ผมถาม เพราะรู้สึกว่ามาร์คไม่ได้ล้อเล่น น้ำเสียงเขาจริงจัง และพูดเหมือนกับบเขารู้จักกับผม

                “ก็ไม่เชิงรู้จักหรอก ผมว่าคุณพักผ่อนก่อนดีกว่า”

                “แต่ว่า...”

                “นะ” เพราะไอ้คำสั้นๆ จากน้ำเสียงหวานๆ นั่นคำเดียว ผมเลยยอมทำตามอย่างว่าง่าย มาร์คนั่งลงข้างๆ เตียงลูบหัวผมจนผมหลับไป ทำไมผมถึงรู้สึกวางใจคนแปลกหน้าที่รู้จักกันแค่ข้ามคืนขนาดนี้นะ ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ

[Mark Part]

ผมมองคนตัวเล็กที่ไม่รู้ว่าหน้าแดงเพราะพิษไข้ หรือเพราะเขินคำพูดของผมกันแน่ ผมลูบหัวเขาไปเรื่อยจนเห็นว่าอีกฝ่ายหลับไปแล้ว เลยลุกออกมา เมื่อเช้าผมลงไปต่อเวลาห้องนี้เพิ่มอีกคืน เพราะดูท่าแบมแบมไม่น่าดีขึ้นง่ายๆ แน่ เมื่อคืนยอมรับเลยว่าก็แอบหนักไปจริงๆ ไม่คิดว่าแบมแบมจะทำให้ผมคลั่งได้ขนาดนั้น

            ก็อกๆๆ

                เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำให้ผมเดินไปดู ก่อนจะส่องดูที่ตาแมว เพราะถ้าเป็นพนักงานเขาจะกดกริ่ง พอเห็นว่าเป็นใครผมเลยเปิดประตูให้อีกฝ่ายเข้ามาในห้อง

                “ไอ้พี่มาร์คยังไม่กลับอีกเหรอ? แล้วแบมแบมล่ะ?” น้ำเสียงติดจะเป็นห่วงโวยวาย ก่อนที่ร่างสูงของคิม ยูคยอมจะตรงไปที่เตียงทันที มันเปิดผ้าห่ม ถกเสื้อแบมแบมดูแทบทุกซอกทุกมุมก่อนจะห่มผ้าห่มให้ร่างบางเหมือนเดิม

                “พี่แม่งหนักไปเปล่าว่ะ!” ยูคยอมโวยวาย ผมเลยเดินไปเขกหัวมัน ก่อนจะลากมันออกไปด้านนอกตรงระเบียง หลังจากปิดประตูกระจกเรียบร้อยแล้ว

                “กูก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้เปล่าว่ะ กูก็พยายามถนอมเขาอยู่” ผมบอกตามตรง “แต่มึงแกล้งแบมใช่ป่ะล่ะ ถุงยางมึงนี่แม่ง” ผมจิ้มอกไอ้คนตัวสูงแรงๆ

                “อ๊า หยิบให้ผิดกล่องอ่ะพี่ ถึงว่าเมื่อคืนโคตรราบเรียบเลย” ผมเห็นไอ้ยูคยอมทำหน้าผิดหวัง “ผมไม่ได้แกล้งมันนะ ไม่คิดว่ามันจะขอนี่ แล้วเป็นไงมั่งอ่ะ ดูจากสภาพน่าจะเผ็ดพริกสิบเม็ด เสียดายนะที่มันไม่แดกผม เฮ้อ...” พอยูคยอมพูดจบผมก็ฟาดหัวมันไปอีกที หยาบได้แม้กระทั่งเพื่อนสนิท!

                “มึงนี่มัน กับเพื่อนก็ไม่เว้น

                “ก็แบมมันน่ารักจะตาย ผมยังชอบหอมแก้มมันบ่อยๆ เลย”

                “เดี๋ยวเถอะมึง” ผมชี้หน้าคาดโทษไอ้น้องตัวสูง

                “พี่มาร์คแม่ง ทำให้ผมดูเลวเลย หลังจากนี้ก็อธิบายไอ้แบมเองนะ ส่วนผมจะช่วยเท่าที่ช่วยได้แล้วกัน เห็นแก่ความโสด ความแรดของเพื่อน และความรักเดียวใจเดียวของพี่”

                “เออ ขอบใจ” ผมบอกยูคยอม ตบไหล่มัน ก่อนที่มันจะออกไปดูแบมแบม ส่วนผมยังยืนอยู่ที่ระเบียง ผมหยิบบุหรี่ในกระเป๋าออกมาจุดสูบ ผมเป็นคนสูบบุหรี่นะ แต่ก็ไม่ถึงขั้นติด เพราะผมรู้ว่ามันไม่ค่อยดีกับร่างกายเท่าไหร่ อยากสูบผมก็สูบ ช่วงเครียดๆ ก็สูบเยอะ แต่บางช่วงผมแทบไม่ได้แตะเลย

                ผมรู้จักแบมแบมมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะแบมแบมเป็นเพื่อนสนิทกับยูคยอม ตอนเด็กๆ เวลายูคยอมกลับมาบ้านก็มักจะมาเล่าเรื่องแบมแบมให้ผมฟังเสมอ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ จนพอขั้นชั้นมัธยมปลายผมก็ไปเรียนต่อต่างประเทศจนถึงมหาลัย ผมเพิ่งได้กลับมาเกาหลีและทำงานที่นี่เกือบจะสองปีแล้ว ผมเข้าทำงานที่บริษัทซึ่งเป็นธุรกิจส่วนตัวของครอบครัว เวลาส่วนตัวผมเริ่มหายไปเรื่อยๆ ยูคยอมก็เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสี่ พออยู่ในช่วงวัยรุ่นอีกฝ่ายก็ไม่ได้ติดผมเหมือนตอนเด็กๆ ที่เป็นน้องติดพี่ อาจจะเพราะเราอยู่ห่างกันไปหลายปีด้วย แต่ยูคยอมก็สนิทกับผมเหมือนเดิม

                อาจจะด้วยนิสัยที่ผมชอบตามใจยูคยอมบ่อยๆ อีกฝ่ายเลยชอบมาขลุกอยู่กับผม พอวันหยุดก็ไปเดินเล่น ไปช้อปปิ้งกัน ผมก็เป็นคนจ่ายเงิน ยูคยอมมันเลยรักผมมาก หารู้ไม่ว่าการที่มันเอาเรื่องแบมแบมมาเล่าให้ผมฟังทุกวัน มันจะทำให้ผมอยากได้เพื่อนสนิทของน้องขนาดนี้

บอกตามตรงว่าพอเห็นรูปแบมแบมอีกครั้ง ผมเหมือนกับคนที่ตกหลุมรัก ฟังดูโคตรน้ำเน่า แม่มันจริง ยิ่งพอยูคยอมเอาเรื่องแบมแบมมาเล่าให้ฟัง ผมก็สนใจ ยิ่งนานวันเข้าความสนใจของผมก็อยู่ที่เรื่องของแบมแบมหมดแล้ว แบมแบมไม่เคยมาคุยกับผม เราอาจจะแค่เคยเจอกันไกลๆ บางวันที่ผมไปส่งยูคยอมที่คณะ หรือบางวันที่ผมแวะไปรับยูคยอมกลับบ้าน จริงๆ มันก็แค่ข้ออ้าง จนตอนหลังไอ้น้องตัวดีมันซักผมจนผมจนมุม ผมเลยบอกมันไปว่าผมสนใจแบมแบม และกล้าพูดว่าคำว่าชอบได้เต็มปาก

                แอบรู้สึกผิดที่เมื่อคืนผมทำเลวกับน้องไปเยอะ แม้จะไม่ได้บังคับน้องเลยก็เถอะ แต่บอกตรงนี้เลยว่าไอ้ยาปลุกเซ็กส์นั่นไม่ใช่แผนผมที่จะเอาให้แบมแบมหรอกนะ ผมสั่งมาเพื่อจะแกล้งไอ้แจ็คสันต่างหาก แต่เด็กเสิร์ฟแม่งดันเสิร์ฟผิดโต๊ะ ผมก็เลยหาวิธีเนียนไปหาน้อง ก็กะว่าถ้าแบมแบมไม่โทรมา ผมก็คงไม่ได้ทำอะไร แล้วก็คงแอบชอบแบมแบมอยู่แบบนั้น ผมยืนสูบบุหรี่จนหมดมวนก่อนจะบี้ก้นบุหรี่ในที่เขี่ยบุหรี่ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้อง

[Bambam Part]

ผมลืมตาขึ้นมาอีกทีก็ตอนเที่ยงพอดี เห็นยูคยอมนั่งอยู่บนเตียงก่อนจะกวาดสายตาไปทั่วห้อง มาร์คไม่อยู่แล้วค่อยโล่งใจหน่อย

                “มีอะไรจะบอกเพื่อนมั้ยแบม?” ยูคยอมนั่งเท้าคางมองผมด้วยแววตาอยากรู้ ผมว่ามันคงรู้หมดแล้วล่ะว่าเมื่อคืนผมไปโดนอะไร

                “คือเมื่อคืนที่กูบอกมึงว่ากูอยากได้คนนั้นน่ะ”

                “อ่าฮะ”

                “กูได้เขาแล้วนะ”

                “กี่รอบ?” ยูคยอมจ้องหน้าผม ถามด้วยเสียงเรียบนิ่ง ทำไมรอบนี้มันมาแปลกว่ะ ปกติต้องโวยวาย ด่าว่าผมแรดไปแล้ว นี่มันโคตรไม่ปกติ!

                “สี่”

                “เหี้ยมึงมันเกินไปแล้ว!” อ่าว ด่ากูเฉย

                “เพราะแผนแกล้งเพื่อนบ้าๆ ของมึงนั่นแหล่ะยูคยอม กูไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้วโว๊ย!” พูดไปก็เขินไป ผมซบหน้าลงกับหน้าอกไอ้เพื่อนตัวสูง จะแกล้งร้องไห้บีบน้ำตาหน่อย ปกติผมก็งุ้งงิ้งกับยูคยอมแบบนี้แหล่ะ พอทำแล้วมันไม่ว่าอะไรผมก็ทำไปเรื่อย

                “ไม่ใช่ยาของกูเหอะ เสิร์ฟผิดชีวิตเปลี่ยนจริงๆ” ยูคยอมหัวเราะอย่างมีความสุข

                “เดี๋ยวนะมึง ไม่คิดจะด่ากูหน่อยเหรอว่าแรด”

                “กูไม่ด่าหรอก ที่มึงทนไม่ไหวอยากได้พี่กู มึงได้ลงเอยกับเขากูก็ดีใจ” ยูคยอมกอดผม พร้อมกับตบบ่าผมเบาๆ

                “เมื่อกี้มึงว่าไงนะ?” ผมถาม ก่อนจะเบิกตากว้าง  เพราะไอ้คนที่ผมคิดว่ากลับไปแล้ว เดินกลับเข้ามาจากระเบียงด้านนอก “มาร์ค

                “คิดจะตีท้ายครัวพี่ชายเหรอ ยูคยอม” มาร์คสาวเท้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะนั่งลงบนเตียงอีกฝั่งข้างๆ ผมมองมาร์คสลับกับยูคยอม อะไรคือการที่มาร์คคุยกับยูคยอมอย่างสนิทสนม น้องงั้นเหรอ?

                “พี่มาร์คอ่ะ ผมเลี้ยงแบมแบมมาตั้งหลายปี กว่าจะโตขนาดนี้”

                “ให้แค่นายคนเดียวนะยูคยอม คนอื่นผมไม่ให้แบบนี้แล้วนะแบม” ประโยคแรกเหมือนมาร์คจะพูดกับยูคยอม ส่วนประโยคหลังหันมาพูดกับผม

                “เดี๋ยวๆๆ ผมงงไปหมดแล้ว คุณมาร์คเป็นพี่ชายยูคยอมเหรอ?”  ผมกำลังประมวลความคิด ผมรู้ว่ายูคยอมมีพี่ชาย แต่ผมก็ไม่ได้สนใจ เพราะพี่ชายยูคยอมไปเรียนเมืองนอก และพวกเราก็ไม่ได้สนิทกันด้วย รู้แค่ว่าชื่อจีนๆ อี้เอินไรซักอย่างเนี่ยแหล่ะ

                “ใช่พี่มาร์คเป็นพี่ชายกูเอง” ยูคยอมตอบผม

                “พี่ชายแท้ๆ?”

                “อ่าฮะ”

                “ทำไมนามสกุลไม่เหมือนกัน”

                “กูใช้นามสกุลแม่ ส่วนพี่มาร์คใช้นามสกุลพ่อ” จริงๆ พอยูคยอมพูดแบบนี้ก็เหมือนผมนึกอะไรบางอย่างได้ ‘สวัสดีครับ ผมชื่อคิม ยูคยอม หรือยูคยอม ต้วน เรียกชื่อง่ายๆ ว่ายูคยอม คยอม หรือยูคก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะ’ นั่นมันเป็นคำแนะนำตัวของยูคยอมที่กลายมาเป็นเพื่อนกับผมในตอนนี้

                “ไอ้เชี่ยแล้วอย่าบอกว่าเมื่อคืนแผนมึงไอ้ยูค!” ผมกระชากคอเสื้อเขย่ามันอย่างแรง ยูคยอมยิ้มแห้งรอจนผมใจเย็นแล้วค่อยอธิบาย

                “แผนกูที่ไหน ก็มึงอ่ะบอกอยากได้พี่มาร์คเอง กูไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากมาจองห้องให้มึง กับให้ยืมถุงยางเนี่ย” ผมนั่งสงบสติอารมณ์คิดตามที่เพื่อนสนิทพูด เออ แม่งก็จริง ผมบอกมันเองว่าอยากได้คนนั้น เพราะเขาหล่อ และมีเผ็ดมาก

                “งั้นมันก็แผนคุณมาร์ค!” ผมเบนเข็มมาหาอีกคนที่นั่งยกยิ้มกวนๆ ใส่ผม ไม่ได้เกรงกลัวความผิดอะไรเลยแม้แต่น้อย

                “ผมยอมรับว่าไอ้เครื่องดื่มใส่ยาปลุกเซ็กส์อ่ะผมสั่งมาจริง แต่ผมไม่ได้ให้เขาไปเสิร์ฟให้คุณกินซักหน่อย ส่วนไอ้ที่คุณบอกอยากได้ผม ผมได้ยินพอดี ก็เลยเดินไปอ่อย แต่คุณจะโทรหรือไม่โทรหาผมก็ได้นี่ครับ” มาร์คพูด ทำเอาผมปฏิเสธไม่ได้ มาร์คก็แค่มาอ่อย ผมก็แค่ติดกับที่เขามาอ่อยผมแค่นั้นเอง!

                “แล้วโอเคเหรอ เมื่อคืนผมระ...แรดจะตาย แล้วต้องมาเจอคุณอีก ไม่ซิผมจะไม่เจอคุณ แต่คุณเป็นพี่ชายไอ้ยูค ฮื่อออออ...” ผมเริ่มจะสติแตก เพราะ One Night Stand ที่คิดกลับไม่จบแค่คืนเดียว ก็แม่งดันเป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทอ่ะ!

“โอเคดิ่ เพราะพี่ไม่ได้กะจะแค่คืนเดียวกับแบมอยู่แล้ว พี่ชอบแบม” มาร์คพูดเสียงชัด แถมยังเปลี่ยนคำแทนตัวเองเสร็จสรรพ นี่มันสารภาพรัก ต่อหน้าผม ตอนนี้ในหัวผมมีแต่คำว่า พี่ชอบแบม พี่ชอบแบม พี่ชอบแบม ดังซ้ำๆ

                “โอย ไม่ไหวแล้ว ไม่เคยเห็นพี่โหมดนี้”

                “ไอ้ยูค”

                “กูกลับล่ะนะแบมแบม ให้พี่มาร์คไปส่งแล้วกัน ยังไงเจอกันที่คณะวันจันทร์นะ พี่มาร์คผมไปล่ะ ดูแลเพื่อนผมดีๆ นะ ไม่งั้นผมจะมาทวงคืน”

                “อืม ขอบใจมาก”

                ผมไม่ทันได้อ้าปากเถียงอะไร ยูคยอมมันก็เดินลิ่วๆ ออกไปจากห้องแล้ว ก่อนไปมันกระซิบบอกผมว่าพี่มันจองห้องเพิ่มอีกคืน เผื่อผมอยากจะวันไนท์อีกคืน ไอ้เพื่อนบ้าาาาา

                พอรู้ความจริงทั้งหมด ผมก็เข้าใจแล้วล่ะ ว่ามาร์คพูดตามที่บอกผมจริงๆ เขาไม่ได้กะจะแค่ One Night Stand เขาสารภาพรักกับผม ไม่ทันให้ผมได้ทันตั้งตัวเลย นี่มันข้ามขั้นไปหน่อยมั้ยว่ะ ได้กัน บอกชอบ คบกัน บอกรัก ความสัมพันธ์แบบผกผันมั้ยล่ะ?

                “พี่เข้าข้างตัวเองได้มั้ย? ที่แบมสนใจพี่ ก็ชอบพี่ด้วยเหมือนกัน” มาร์คพูดเองเออเอง แต่นัยน์ตาหยาดเยิ้มมองผมไม่เลิก เชี่ยยยยยย กูเขินนะเว้ยแล้วยังแทนตัวเองว่าพี่อีก

                “...” ผมเม้มปาก หลบตาเขา เสียงหัวใจในอกเต้นตึกตักๆๆ จนดังหนวกหูไปหมด

                “ก็ถ้าแบมไม่ชอบ จะมาเอากับพี่ทำไมล่ะเนอะ คงช่วยตัวเองไปแล้ว” เออ พูดอีกก็ถูกอีก ทำไมพี่เขาถึงเป็นคนพูดหยาบได้มุ้งมิ้งแบบนี้นะ ผมล่ะใจละทวย

                “พี่มาร์ค อย่าพูดเยอะ ผมเขิน” ผมก้มหน้าก้มตาพูด ก่อนจะหนีมุดผ้าห่มคลุมโปงหนีอีกฝ่ายไป

                “เฮ้อ...โล่งใจจัง นึกว่าแบมจะโวยวาย บอกว่าเกลียดพี่ซะอีก” ผมนอนเม้มปากใต้ผ้าห่มด้วยใจลุ้นระทึก รู้สึกว่าพี่มาร์คโอบกอดผมทั้งผ้าห่มแบบนั้น “พี่น่ะชอบแบมแบมตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่เราแทบจะไม่เคยเห็นหน้ากันเลยด้วยซ้ำ พี่ชอบแบมจากเรื่องของแบมที่ยูคมาเล่าให้ฟัง จนตอนหลังมั้นกลายเป็นความเคยชินที่พี่ต้องได้ยินเรื่องแบมทุกครั้งที่เจอยูค แต่ชอบแค่นั้นคงไม่พอ พี่อยากได้แบม” โชคดีแค่ไหนที่ผมได้ยินพี่มาร์คสารภาพความในใจแบบตอนนี้ ขืนพูดไปมองหน้ากันไปผมคงเขินจนไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่ายแน่

                “ขอพี่ดูหน้าแบมหน่อยดิ่”  ไอ้เชี่ยโคตรรกร๊าวใจ ฟังแค่นี้ยังรู้สึกจั๊กจี้ “นะแบม ขอดูหน้าแบมหน่อยนะคะ” เอ่อ...มีใครเคยบอกมั้ยว่าเวลาผู้ชายพูดคะ พูดขาเนี่ย ทำให้ยอมทำตามอย่างว่าง่ายเพิ่มขึ้นอีกหกสิบเปอร์เซ็นต์

                ผมค่อยๆ ดึงผ้าห่มลงมาปิดอยู่ครึ่งหน้า ยิ่งพอเห็นพี่มาร์คยิ้มหวานโชว์ฟันจนเกือบครบทุกซี่ให้นี่ ผมก็แม่งจะทนไม่ไหวแล้ว

                “พี่ยังไม่พูดคำว่ารักหรอก แบมอาจจะคิดว่ามันเร็วไป ถ้าแบมให้โอกาส พี่จะดูแล จะรับผิดชอบแบมเอง”  โอ๊ยยย หมดกันฉากสารภาพรักที่ผมจินตนาการไว้ แต่ยอมให้อภัยเพราะคนพูดหล่อ...

                “พี่แน่ใจนะ ผมอาจจะไม่ได้น่ารักแบบที่พี่คิด” ผมก็คิดว่ามันเร็วไปจริงๆ คือผมเพิ่งรู้จักพี่มาร์คแค่คืนเดียวไง แต่พี่มาร์คคงรู้จักผมมานานแล้ว

                “อย่าสบประมาทความรวยของพี่  พี่รู้หมดแหล่ะว่าแบมเป็นยังไง พี่เลี้ยงแบมไหว” โอ้โหผมล่ะยอมใจกับคำพูดของมาร์คจริงๆ ถ้าให้เดาไอ้ยูคมันคงเอาเรื่องผมไปเล่าให้พี่ชายฟังหมดทุกอย่างเลยมั้ง พูดแบบนี้ก็คงรู้แล้วว่าผมช้อปหนัก ติดแบรนด์เนม แถมยังชอบเอาแต่ใจหน่อยๆ ด้วย

                “พี่บอกเองนะ”

                “พูดแบบนี้แสดงว่าตกลง”

                “ตกลงอะไร?”

                “ตกลงว่าเราจะเป็นแฟนกัน”

                “อื้อ”  โคตรเขิน ไม่ไหวแล้วโว๊ย ผมไม่กล้าสบตาเขาเลย มาร์คเห็นแบบนั้นเขาก็ใช้มือประคองหน้าผมให้หันมามองหน้าเขา ร่างสูงยกยิ้มอย่างดีใจ มาร์คโน้มหน้าลงมาใกล้ก่อนจะแตะริมฝีปากลงบนริมฝีปากของผม แค่แตะปากลงมามันคงไม่จบแค่นั้นหรอก เพราะเมื่อคืนก็ฟัดกันจนปากเจ่อ

มึนในมึน ยอมรับว่าใจง่าย ตกลงคบเพราะมาร์คหล่อ และผมอยากได้ เหตุผลไม่ได้มีอะไรมากมายหรอก ในเมื่อความบริสุทธิ์ที่รักษามายี่สิบกว่าปีมอบให้ผู้ชายคนนี้ไปแล้ว ในอนาคตก็คงต้องมอบหัวใจให้เขาไปด้วย

                “อ้าปากหน่อย” เสียงทุ้มบอก ผมก็ทำตามอย่างว่าง่าย พออ้าปากอีกฝ่ายก็แทรกลิ้นเข้ามา ลิ้นพี่มาร์คที่แตะลิ้นผมทำเอาสติแตกกระเจิง ลิ้นร้อนไล่เรียงไปตามฟันก่อนจะเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นผม ผมจูบตอบอีกคน เราจูบกันดูดดื่มจนแทบลืมเวลา รู้ตัวอีกทีก็เมื่อมาร์คถอนริมฝีปากออกไป มือหนายกขึ้นซับน้ำใสที่มุมปากของผม

                “ขึ้นเลย มาเดี๋ยวพี่ช่วยแบม” เดี๋ยวๆๆ นี่มันแมนมาก พูดตรงอะไรขนาดนี้ เหลือพื้นที่ให้กูได้อับอายบ้างเถอะ!

                “อ๊ะ พี่มาร์คอย่าจับ อื้อ!” นอกจากมาร์คจะเป็นคนตรงๆ แล้ว ยังเป็นคนมือไวอีกด้วย เมื่อกี้มือยังจับที่ปากผมอยู่เลย ตอนนี้มันย้ายไปที่ส่วนล่างเรียบร้อยแล้ว ไวชิบ!

                “นอนเฉยๆ ไปเถอะ เดี๋ยวพี่ทำให้ เหงื่อออกแบมจะได้ไข้ลดไวๆ”

                “เดี๋ยวพี่มาร์คมันใช่เหรอ?” เออ เร็วมาก มาร์คไม่ยอมตอบอะไรผม เขาปลดกางเกงรูดซิปลงอย่างรวดเร็ว “มะ...ไม่ต้องทำก็ได้”

                “ไม่เอา พี่อยากทำให้ นะคะแบมแบม” เออ กูตาย พอพี่มาร์คพูดจบผมก็ไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกไปอีก นอกจากเสียงครางน่าอายของตัวเอง!

พี่มาร์คมุดหัวเข้าไปในผ้าห่ม ทำให้ผมไม่เห็นว่าอีกฝ่ายทำอะไรบ้าง แต่แค่สัมผัสผมก็รู้แล้วว่าเขาทำอะไร สัมผัสอุ่นๆ แตะลงที่กลางกายทำเอาผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว ริมฝีปากของเขาครอบครองส่วนนั้นของผมก่อนจะขยับเข้าขยับออกสร้างความเสียวซ่านไปทั่วร่างของผม

                “พะ...พี่มาร์ค อืม...” ผมครางอย่างพอใจ ตอนนี้ผมคงหน้าแดงซ่านไปหมด เพราะไม่คิดว่าเขาจะทำอะไรแบบนี้ให้  พี่มาร์คโลมเลียไปถึงด้านในก่อนจะมาครอบครัวส่วนนั้นอีกครั้ง เขาใช้มือช่วยขณะขยับปากครอบครองส่วนนั้นของผม  ก็เคยรู้มาว่าการทำออรัลเซ็กส์มันรู้สึกดี แต่ก็เพิ่งเคยถูกทำให้แบบนี้

                ผมครางอย่างพึงพอใจ เหมือนพี่มาร์คจะชอบให้ผมไม่กลั้นเสียง เขาโลมเลียมันยังกับกินไอศกรีมรสโปรด แม้ผมจะไม่เห็นว่าเขาทำหน้ายังไง แต่ในจินตนาการของผมก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก พี่มาร์คไม่ได้เร่งเร้าให้ผมรีบปลดปล่อยอารมณ์ เขาค่อยๆ ทำแถมยังเล้าโลมร่างกายผมด้วยปากอีก พี่มาร์คถอนริมฝีปากออกมาในตอนที่ผมเกือบจะแตะจุดสูงสุด เขาโผล่หัวออกมาจากผ้าห่ม ประกบริมฝีปากกับผมก่อนจะดูดดึง เล่นเอาอารมณ์ผมพุ่งพล่าน มือหนากอบกุมส่วนแข็งขืนก่อนจะรูดรั้งอีกไม่กี่ครั้ง จนผมกลั้นไม่ไหว แล้วปลดปล่อยออกมา พี่มาร์คยังคงไม่ถอนจูบ เขายังคงดูดดึงริมฝีปากของผมอย่างกระหาย

                “อ๊ะ พี่มาร์ค พอแล้ว!” ผมบอก เมื่ออีกฝ่ายเหมือนจะสนุก คือมันอุตส่าห์ลงแล้ว จะทำให้มันลุกอีกทำไมว๊อย เออ ผมยอมรับว่าอารมณ์ขึ้นง่าย แต่ผมก็ไม่เคยไปนอนกับใครนะ ปกติก็จัดการอารมณ์ตัวเองด้วยแม่นางทั้งห้านิ้วของตัวเองนี่แหล่ะ

                “ไม่แกล้งแล้วก็ได้” พี่มาร์คจุ๊บริมฝีปากผมเร็วๆ อีกที เขาจัดการทำความสะอาดก่อน ใส่กางเกงให้ผมเรียบร้อย

                “แล้วพี่มาร์ค เอ่อ...” ผมไม่ได้ลามกนะ แต่สายตาผมตอนนี้มองอยู่ที่เป้าเขาเรียบร้อยแล้ว ผู้ชายเหมือนกันก็รู้อยู่แล้วว่าอารมณ์คงขึ้นง่ายไม่ต่างกัน

                “พี่ทำเอง แบมนอนเถอะ เดี๋ยวเสร็จแล้วออกมาเช็ดตัวให้อีกรอบ” พี่มาร์คบอกแค่นั้น ก่อนจะหยิบกะละมังพร้อมผ้าขนหนูหายเข้าไปในห้องน้ำด้วย ผมนอนตะแคงบนเตียงก่อนจะหน้าแดงซ่าน รู้สึกหน้าร้อนพอได้ยินเสียงอีกคนที่ดังลอดประตูออกมา ประตูที่โรงแรมนอกจากเป็นกระจกใส ยังไม่เก็บเสียงอีกต่างหาก

                “แบมแบมอ่า อึก...อ๊า!” ได้ยินแค่เสียงก็ทำเอาผมจินตนาการตามไปไกล นอนไม่หลับแล้วโว๊ย!!

ผมนอนหลับหูหลับตาจนเผลอหลับไป มารู้สึกตัวอีกทีตอนที่มาร์คกำลังเช็ดตัวให้ผมอยู่

                “แบมนอนไปเลย เดี๋ยวพี่เช็ดตัวให้” ผมปรือตามองให้มาร์คเช็ดตัวให้เรียบร้อย ผมก็หลับไปอีกรอบ ผมนอนหลับไปอีกหนึ่งคืนเต็มๆ กว่าจะหายเป็นปกติ


กลับไปที่หน้าเด็กดี >> https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1194131&chapter=64




Create Date : 03 กันยายน 2560
Last Update : 3 กันยายน 2560 23:16:00 น.
Counter : 1386 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



daasoube
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



บางสิ่งบางอย่างควรอยู่ในที่ของมัน อย่าทำให้เรื่องของ "เรา" กลายเป็น เรื่องของ "เรากับเขา" เลย
กันยายน 2560

 
 
 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
3 กันยายน 2560