|
1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
29 | 30 | 31 | |
|
|
|
|
|
|
|
. . . อิยิปต์ . . .
ในที่สุดปีกของเทพฮอรัสก็พาเรามาถึงดินแดนไอยคุปต์ ทะเลทรายที่เต็มไปด้วยคำสาป มัมมี่ มหาปิระมิด และเหล่าทวยเทพ ที่แม้แต่สายการบินแอร์อียิปต์เองก็มีสัญลักษณ์เป็น เทพฮอรัส เทพเจ้าที่มีหน้าเป็นเหยี่ยว เทพผู้พิทักษ์รักษาองค์ฟาโรห์ เที่ยวบินนี้เลยรู้สึกปลอดภัยเหมือนได้นั่งมาบนปีกขององค์ฮอรัสเองเลย อิอิ
เครื่องบินค่อยๆ ลดระดับลงสู่สนามบินไคโร ความได้เปรียบของคนนั่งข้างหน้าต่างคือได้ชะเง้อมองทัศนียภาพเบื้องล่างจากมุมสูง ภาพที่เห็นสุดลูกหูลูกตา ... ไม่มีอะไรเบื้องล่างนอกจาก.. ทราย ทราย กับ ทราย และ ทราย..สมกับเป็นเมืองทะเลทรายจริงๆ ดูเผินๆ เหมือนเครื่องบินกำลังจะลงจอดซะกลางทะเลทรายเลยซะละมัง
สนามบินไคโรไม่ได้ใหญ่โตอะไรมาก ดูเผินๆ ก็ดีกว่าสนามบินเชียงรายหน่อยนึง พอตรวจเข้าเมืองเรียบร้อยก็ขึ้นรถบัสเดินทางต่อ..จากไคโร ไป..อเล็กซานเดรีย
สำหรับคนที่เคยได้ดูหนังเรื่อง Alexander ... นี่ละ เมือง Alexandria ที่อเล็กซานเดอร์มาสร้างไว้ตั้งแต่ยึดครองอียิปต์ได้ และก็ได้ตั้งราชวงศ์ปโตเลมีปกครองอียิปต์ต่อมาจนสิ้นสุดที่ พระนางคลีโอพัตรา นั่นละ
ไม่รู้มาเมืองนี้แล้วจะได้เจอหนุ่มหล่อๆ แบบ เฮฟาฮิสเตียน บ้างป่าวน๊า ฮี่ๆ
อเล็กซานเดรีย อยู่ทางเหนือสุดของอียิปต์ เป็นเมืองเก่าที่ติดอยู่กับทะเลเมดิเตอเรเนียน เคยปกครองโดยชาวเมืองอียิปต์ดั้งเดิมแล้วก็ตกเป็นของกรีก โรมัน จนมาถึงการเข้ามาของศาสนาอิสลามจากอาณาจักรออโตมัน เมืองเลยมีศิลปะของทางกรีก โรมัน ตุรกี ปนๆ กันอยู่เยอะไปหมด
โรงแรมที่พักก็กิ๋บเก๋มากๆ อายุร้อยกว่าปี ร้านอาหารริมทะเลเมดิเตอเรเนียนก็ร่วมๆ 200 ปี แต่ท่าทางคนที่มากินจะอายุมากกว่านั้นอีกนะเนี๊ยะ 555
ที่นี่ยังมี สิ่งมห้ศจรรย์ของโลกยุคแรก อยู่อีก 2 แห่ง คือ ประภาคารแห่งเมืองอเล็กซานเดรีย กับ สุสานของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ แต่ก็พังหายสาปสูญไปกันจนหมดไม่เหลือแล้ว ประภาคารนั่นก็พังลงมา แล้วสร้างเป็นป้อม Citadel ขึ้นมาแทน สูงก็ไม่มากเท่าไหร่ ที่เห็นนั่นแค่ฐานของประภาคารที่เหลือเท่านั้นแหละ แหะๆ
ทีแรก...นึกว่า อียิปต์ จะร้อนๆแดดๆ เราก็เตรียมเสื้อผ้ากันมาพอกันลมกันหนาว อย่างมากก็แค่แจ๊กเก๊ตบางๆ ไม่ถึงกับผ้านงผ้านวมอะไรนักหนา เช็คพยากรณ์อากาศก่อนมาก็เห็นว่า 25 องศาได้ ...ก็ไม่น่าจะหนาวเท่าไหร่ แต่แหะๆ... เราคิดผิด.... ความกดอากาศต่ำไอเย็นจากยุโรปข้ามเมดิเตอเรเนียนเข้ามาพอดี ไปอยุ่ชายทะเลอย่างนั้นเจอลมเข้าไปอีก หนาวเข้ากระดูกเลยละ จะเป็นหวัดตายเอา เห้อ
ถ้าจะมองหาความสวยงามสดใสของบ้านเมืองในอียิปต์ละก้อ...ลืมได้เลย อียิปต์ยังไงก็เป็นเมืองที่แห้งแล้งอยู่กลางทะเลทราย จะมีพื้นที่สีเขียวอยู่หน่อยก็แค่บริเวณสองฝั่งแม่น้ำไนล์ ที่เรียกว่า Green Valley แค่ฟากละไม่กี่ไมล์ เลยจากนั้นไปก็มีแต่ทรายกับทรายแล้วก็ทราย
สันทราย Sand Dune สองข้างทางที่รถผ่าน มองไปกว้างไกลสุดขอบฟ้าจนนึกถึงคำว่า "ฟ้าจรดทราย" นิยายของคุณโสภาค สุวรรณ เข้านั่น...เห็นภาพจริงๆ เลย เสียดายว่า Sand Dune ไม่ได้เป็นทรายเนียนๆ เป็นลอนๆ เหมือนในแมกกาซีน ทรายแถวๆ ถนนผ่านนี่มันมีก้อนหินเยอะระเกะระกะไปหมด ทรายเนียนๆ ต้องออกไปกลางทะเลทรายไกลนู้นนนน ไม่ไหวเหมือนกัน แค่มองออกไปก็สยองแล้ว ทั้งแดด ทั้งหนาว ทั้งแล้ง มีหวังเราคงกลายเป็นเขียดแดดเดียวหมกทรายอยู่ตรงนั้นละ
ลำพังแค่ว่าเป็นเมืองกลางทะเลทรายก็ว่าแย่แล้ว ที่หนักกว่าคือบ้านเมือง นี่แหละ..ไร้ซึ่งสีสันอย่างสิ้นเชิง มองไปทางไหน บ้าน ตึกแถว อาคาร ตึกสูง โบส์ถ มัสยิด ทุกอย่าง... โมโนโทนสุดๆ สีอิฐสีทราย สีน้ำตาลล้วนๆ ใครคิดจะมาเปิดร้านขายสีที่อียิปต์นี่คงต้องคิดหนักหน่อยละนะ
แถมความประหลาดของตึกรามบ้านช่องแถวนี้อีกอย่าง คือ ตึกที่สร้างมักจะเป็นอิฐแดงๆ คล้ายๆ อิฐมอญบ้านเรา ก่อขึ้นรูปตึกเสร็จ ก็ไม่ต้องฉาบปูน ...เพราะบ้านเค้าฝนไม่ตก ที่สำคัญ... ไม่มีหลังคา !!
ไม่มีหลังคาจริงๆ นะ ... คือ ชั้นบนของตึก แบบตึกแถวงี้ จะปล่อยทิ้งเป็นเสาแท่งๆ โด่เด่ เหล็กเส้นระโยงระยางไว้อย่างงั้นละ มองยังไง ยังไง ก็เหมือนสร้างไม่เสร็จ แต่ก็แปลก ไหงเมืองมันสร้างไม่เสร็จกันทั้งเมือง ไอ้บ้านที่พัง ก็ปล่อยให้มันพังอยู่อย่างนั้น ไม่คิดซะซ่อม จะแต่งให้สวยกันหรอก
ถามไปถามมา ... ถึงได้เจอบางอ้อ... ก็ถ้าสร้างบ้านเสร็จเมื่อไหร่ ก็ต้องเสียภาษี เลยปล่อยบ้านให้ไม่เสร็จไปซะอย่างนั้นละ เอิ๊กๆ
ผู้คนที่นี่ยากจนนะ เป็นทะเลทรายแต่ไม่มีน้ำมัน โชคยังดี... ที่บรรพบุรุษอียิปต์โบราณ ทำปิรามิด ทำมัมมีไว้ตั้งกะสี่พันปีก่อน ทุกวันนี้ คนอียิปต์เลยกินบุญเก่า ได้มีรายได้จากการท่องเที่ยว ถ้าอียิปต์ไม่มีปิรามิดนี่...คงลำบากกว่านี้เยอะ
แต่จะว่าไป...ผู้คนที่เค้าก็มีเลือดนักสู้กันอยู่แล้ว อดทน หรือชินกับสิ่งที่เป็นอยู่ก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะได้รับถ่ายทอดมาจาก พวกเบดูอิน ที่เคยเร่ร่อนในทะเลทราย หรือพวกนูเบียนทาสผิวดำในอดีต สภาพแบบปัจจุบันที่เค้าเป็นอยู่นี่ก็ดีสำหรับเค้ามากแล้วตอนนี้
ความยากจนแร้นแค้นของผูคนชาวทะเลทราย ทำให้ผู้คนแถวนี้ต้องต่อสู้ดื้นรนเพื่อความอยู่รอด ชีวิตอยู่วันนี้เพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อสำหรับวันพรุ่งนี้ ความแกร่งที่สะสม บางครั้งก็เปลี่ยนจนกลายเป็น ความกร้าว
อย่าว่าแต่จะหาเงินหาทองใช้กันเลย แค่หา น้ำเปล่าจะดื่มจะกิน ก็ไม่ง่ายแล้ว ของกินแต่ละมื้อแทบจะไม่เห็นเนื้อสัตว์ ชาวบ้านชาวช่อง อย่างดีก็ได้ แป้งโรตีอบ คล้ายๆ แป้งนันของอินเดีย กินกับนมเปรี้ยว นมแพะ หรือถั่วต้ม แค่นี้ก็ดีถมแล้ว โชคดีหน่อย ได้มื้อใหญ่ มีไข่ต้มกับไส้กรอกมาบ้าง นั่นคงเป็นงานฉลอง
ผู้คนที่นี่... บอกได้คำเดียวว่า น่ากลัว น่ากลัวในด้านนิสัย อย่างที่คงเคยได้ยิน "ตีงูตีแขก" โกงได้สารพัดอย่างเท่าที่จะโกงได้ ทุกอย่างเพื่อ "เงิน"
เดินช๊อปปิ้งซื้อของตามท้องถนนตามตลาดที่นี่ไม่ใช่เรื่องน่าสนุกเลย ไหนจะต้องระวัง พวกล้วงกระเป๋า พวกวิ่งราว... พวกโจรผู้ร้าย ไหนจะต้องต่อราคากับคนขาย ที่สารพัดกลโกง วกวนจนเวียนหัว ของบอกราคา 100 ปอนด์ ... ต่อเหลือ 30 ปอนด์ มันก็ให้ บางที... ต่อได้ 30 ปอนด์ กำลังนับตังจ่าย มันเปลี่ยนใจบอกไม่ขายละ จะขาย 120 เอ๊ะ.. งง เมื่อกี้มันบอก 100 ต่อเหลือ 30 จู่ๆ ขึ้นไป 120 เอาไงแน่ฟะ
อีกที... ของราคา 100 ปอนด์ ...เราก็ต่อๆๆ ต่อแหลก ได้มาที่ 40 ปอนด์... ก็หยิบเงินให้ มันบอก "โนโน.... Forty Euro Pound" ไอ้เวรรรรร ไม่รู้จะด่ายังไง มาอียิปต์คุยกันแบบอียิปต์ ไหงอยู่ๆ มันดันจะมาพิศดารเอาเงินยูโรมาใช้ละเนี๊ยะ อียิปต์ปอนด์นี่ก็แค่ 7 บาทไทย... แต่ไอ้ยูโรนั่นมัน 60 บาทเลยนะเฟ้ย
ไอ้เรื่องทอนเงินไม่ครบ คิดเงินเกิน หยิบของอื่นมาแทนชิ้นที่เราเลือก หรือให้ของไม่ครบ แบบเมืองไทยโกงๆ กันนี่...เด็กๆ ไปเลย
เห็นชีวิตผู้คนที่นี่แล้วก็รู้สึกดีใจ ดีใจที่เราเกิดเป็นคนไทย จริงๆ นะ ผืนดินก็อุดมสมบูรณ์ มองไปทางไหนเขียวสุดลูกหูลูกตา ผู้คนก็ยิ้มแย้ม ถึงแม้จะเป็นยิ้มที่ซ่อนอะไรหลายๆ อย่างก็เถอะ แต่อย่างน้อย ชีวิตก็ไม่ต้องดิ้นรนกันขนาดนี้
จนบางคนถึงกับเอ่ยปากว่า "อียิปต์..เหมือนเมืองที่โดนสาป"
อาณาจักรที่เคยรุ่งเรืองมั่งคั่งเมื่อ 4 พันปีก่อน อาณาจักรที่สร้างอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่มายาวนานกว่า 2000 ปี แต่เมื่อเวลาเปลี่ยน.... ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเปลี่ยนไป ตามเงื่อนไขของเวลา ....
สันทรายแห่งทะเลทรายอันกว้างใหญ่เปลี่ยนไปตามสายลม สายน้ำไนล์เปลี่ยนเส้นทางการไหล ดาวเหนือแห่งธีบิสเปลี่ยนองศาการโคจร อาณาจักรที่เรื่องรองแห่งอียิปต์ในอดีตก็ล่มสลาย มหาเทพบิดรโอซิริส เทพีไอซิสผู้ปราณี และเหล่าทวยเทพก็ถูกลืมเลือน มนตราและคำสาป...ถูกละเลย
มหาวิหารแห่งราสุริยเทพถูกทิ้งร้างจมอยู่ใต้สันทราย มหาปิรามิดอันยิ่งใหญ่ถูกขุดค้นทำลาย...จากโจรนักล่าสมบัติ ไม่เว้นแม้แต่... พระศพขององค์ฟาโรห์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่ครั้งหนึ่ง..อยู่ในฐานะที่ไม่มีครจะแตะต้องพระวรองค์ได้
แต่วันนี้... สุสานอันเร้นลับถูกขุดรื้อค้น มัมมี่พระศพขององค์ฟาโรห์ไม่ได้ฟื้นคืนชีพ แต่กลับถูกขุดค้นชึ้นมาใส่ตู้โชว์อยู่ในพิพิธภัณฑ์ ให้เป็นสิ่งล่อตาล่อใจดึงดูดนักท่องเที่ยว
นี่หรือ...คือซากศพมัมมี่ของฟาโรห์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่ครั้งหนึ่ง...เป็นเจ้าชีวิตเจ้าความตายของมหาอาณาจักรแห่งนี้
อาณาจักรอียิปต์...ผ่านการเปลี่ยนแปลงมามากตลอดระยะเวลาสี่พันปี อียิปต์ถูกแบ่งเป็นสองส่วน อียิปต์บนอยู่ทางใต้ คือเมืองธีบิส ลักซอร์ อัสวาน อียิปต์ล่างอยู่ทางตอนเหนือ คือ ซัคคารา เมมฟิส กิซ่า บางครั้งอียิปต์บนเป็นใหญ่ บางครั้งอียิปต์ล่างรุ่งเรืองครองอำนาจ บางครั้งสองอาณาจักรรวมเป็นหนึ่งเดียว
มหามงกุฎแห่งอียิปต์บนเป็นรูปเหยี่ยวฮอรัส มหามงกุฎแห่งอียิปต์ล่างคืองูเห่าทะเลทราย เมื่อใดก็ตามที่เราเห็นสองสัญลัษณ์เหนือมงกุฎเดียว นั่นคือ สองอาณาจักรรวมเป็นหนึ่ง ภายใต้เทวบัญชาแห่งองค์มหาเทพโอซิริส
เมื่อ Alexander ยกทัพเข้ายึดครองอียิปต์ มหานคร Alexandria แห่งใหม่จึงถูกสร้างขึ้นตรงปากแม่น้ำไนล์ ทางตอนเหนือสุดของประเทศริมฝั่งทะเลเมดิเตอเรเนียน ปโตเลมี...ได้สถาปนาราชวงศ์ฟาโรห์ขึ้นใหม่เหนืออาณาจักรอียิปต์ทั้งปวง
จนกระทั่งถึงยุคสมัยแห่ง จูเลียส ซีซาร์ ที่เข้ามายึดครองอียิปต์อีกครั้ง ตำนานรัก ตำนานวีรกรรม การต่อสู้แย่งชิง และโศกนาฏกรรม ของ ซีซาร์ มาร์ค แอนโทนี่ และ พระนางคลีโอพัตรา อันเป็นต้นกำเนิดของจุดจบ ไม่ใช่แค่จุดจบของพวกเขาทั้งสามคน แต่มันคือจุดจบของอาณาจักรอียิปต์... จุดจบของฟาโรห์แห่งอียิปต์สิ้นสุดลง พร้อมกลับที่ พระนางคลีโอพัตรา ทรงยื่นพระหัตถ์ให้งูเห่าทะเลทรายฉกกัด ทรงสิ้นพระชนม์พร้อมกับการสิ้นไปของอียิปต์ ทรงสิ้นพระชนม์ไปพร้อมกับเหล่าทวยเทพแห่งอียิปต์
โรม.... เข้าปกครองอียิปต์โดยสมบูรณ์ ก่อนคริสกาล 70 ปี
ขณะที่คริศาสนาเฟื่องฟูในภาคพื้นยุโรป อิสลามก็กำลังแพร่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว สงครามครูเสดที่ยาวนานนับร้อยปีได้เริ่มต้น กองทัพของอาณาจักรออโตมันเข้ายึดผืนทะเลทรายไว้ในครอบครอง อเล็กซานเดรีย...ตกเป็นของ ออโตมัน พร้อมกับการเข้ามาของศาสนาอิสลาม
เมื่อสงครามโลกครั้ง 2 อุบัติขึ้น อียิปต์เข้าร่วมกับกองทัพเยอรมันนาซี
สงครามสิ้นสุดพร้อมกับความพ่ายแพ้ของฮิตเล่อร์ อียิปต์ ถูกอังกฤษประกาศเป็นประเทศอาณานิคม พร้อมกับตัดแบ่งเขตแดนประเทศให้ใหม่ตามเส้นรุ้งเส้นแวง ทำให้อียิปต์มีเส้นพรมแดนที่เป็นเส้นตรง พาดผ่านกลางทะเลทราย
ในฐานะของเจ้าของประเทศอาณานิคม อังกฤษ ได้ขนย้ายทรัพย์สมบัติมหาศาลที่ถูกขุดค้นจากปิรามิด ดวงตราอัตจั๊ตที่ปกป้องพระศพถูกทำลาย คำสาปที่ปกปักษ์องค์ฟาโรห์ถูกเมินเฉย พระเทวีเซลเค็ตผู้มีเศียรเป็นแมงป่องไม่อาจรักษาพระศพได้อีกต่อไป
พระศพถูกขุดขึ้นมา...เพื่อการศึกษา ...เพื่อให้คนดู ทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาล... ถูกส่งเข้าพิพิธภัณฑ์ แต่..... แต่........... ไม่ใช่เพื่อชาวอียิปต์
พิพิธภัณฑ์ที่มีสมบัติของอียิปต์มากที่สุดในโลก .. คือ... British Museum ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ...ไม่ใช่ไคโร
พิพิธภัณฑ์ไคโร...เหลือสิ่งแสดงเพียงแค่ เท่าที่เจอจากสุสานของตุตานคาเม็น สุสานที่พวกอังกฤษหาไม่เจอ .... แค่ไม่กี่หมื่นชิ้นเท่านั้น
[color=indigo][size=18]อาณาจักร[/size]อียิปต์เมื่อสี่พันปีที่แล้ว เป็นอาณาจักรที่เปี่ยมไปด้วยความมั่งคั้งและสรรพวิชา ทั้งในเรื่องดาราศาสตร์ โหราศาสตร์ เทววิทยา ภาษาศาตร์ เรขาคณิต สถาปัตยกรรม วิศวกรรม โยธาธิการ ประปา เวชศาสตร์ กายวิภาค .... ความรู้มากมายเกิดขึ้นที่นี่
ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่มีกำเนิดเกิดจากความเชื่อในเหล่าทวยเทพ และที่สำคัญที่สุด.... "คัมภีร์มรณะ"
"คัมภีร์มรณะ" เชื่อว่าเมื่อเราตายไปดวงวิญญาณที่บริสุทธิ์ จะได้ไปอยู่รวมกับองค์เทพบิดรโอซิริสและเทพมารดรไอซิส รวมทั้งเหล่าทวยเทพในโลกแห่งวิญญาณ เพื่อรอ...รอว่า วันหนึ่งจะได้กลับฟื้นคืนชีพขึ้นอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง มัมมี่...เลยกลายเป็นการเก็บรักษาศพเพื่อรอวันฟื้นคืนชีพ มัมมี่มีทั้งของราชวงศ์ ชนชั้นสูง ตลอดจนผู้มีฐานะ และเลยไปถึงสัตว์เลี้ยง มัมมี่จะถูกฟังลงในสุสานพร้อมกับข้าวของเครื่องใช้ สำหรับคนตายที่จะฟื้นคืนชีพกลับมาใช้ได้อีกครั้ง
ปิรามิดแห่งซัคคารา ปิรามิดรูปขั้นบันได ปิรามิดแห่งแรกของอียิปต์ ปิรามิดที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นที่เก็บมัมมี่พระศพของฟาโรห์ พร้อมทั้งทรัพย์สมบัติที่จะให้พระองค์ฟื้นขึ้นมาใช้
บางคนบอกว่า...วิศวกรจากกรีกเป็นผู้ออกแบบ บางคนเชื่อว่า..ปิรามิดที่อียิปต์กับปิรามิดที่เปรู อเมริกาใต้ ล้วนมีต้นกำเนิดจาก มหานครที่จมหาย Atlantis
ถ้าเรายืนบนสันทรายจากเมืองซัคคารา เราจะมองผ่านความเวิ้งว้างว่างเปล่าของทะเลทรายตรงหน้า เราจะเห็น หมู่ปิรามิด นับสิบนับร้อย เรียงรายอยู่ทั่วพื้นทะเลทราย รวมทั้ง มหาปิรามิดแห่งเมืองกีซ่า ทั้งสามองค์
แรงงานทาสจะถูกเกณฑ์มาสร้างปิรามิด นับตั้งแต่ฟาโรห์เริ่มครองราชย์ไปจนต่อเมื่อฟาโรห์สวรรคต หินจะถูกคัดสะกัดออกแต่ละก้อนหนักราว 2-3 ตัน ล่องผ่านลำน้ำชักเข้ามาวางเป็นฐานองค์ปิรามิด ที่ไหนมีปิรามิด... ที่นั่นต้องมีน้ำ
ทรายจะถูกขนมาถมหินชั้นแรก เพื่อเป็นทางเดินขึ้นไปวางหินในชั้นที่สอง ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนถึงชั้นบนสุด เมื่อเสร็จ..ทรายจะถูกขุดออก ที่ไหนมีปิรามิด... ที่นั่นต้องมีเนินทราย
เมื่อฟาโรห์สิ้นพระชนม์.... เทพอนูบิส เทพแห่งความตายผู้มีเศียร์เป็นรูปสุนัข จะเคลื่อนพระศพลงเรือทองล่องผ่านความสมบูรณ์แห่งแม่น้ำไนล์ ความสมบูรณ์ที่เทพีฮาเธอร์ได้โปรดประธานไว้ด้วยเมตตา...จนมาถึงปิรามิด
เหล่านักบวชแห่งมหาวิหารจะเป็นผู้เชิญพระศพเข้าสู่พิธีกรรม พิธีการทำมัมมี่ ...และ พิธีเปิดคัมภีร์มรณะ
พระศพจะถูกล้างทำความสะอาด สมองจะถูกควักออกด้วยเหล็กแหลมที่สอดเข้าทางโพรงจมูก ทำให้ไม่มีแม้แต่รอยแตกของกะโหลก พระศพจะถูกกรีดออกทางด้านข้าง ตับ ม้าม กระเพาะ อวัยวะภายใน จะถูกอาบน้ำยาจัดเก็บไว้ใน โตคาโนปิ ลำไส้ กระเพาะ จะถูกล้างให้สะอาดอัดน้ำยาเข้าทางปากและทวาร เพื่อให้ทุกเซลล์ของร่างกายอิ่มไปด้วยน้ำยาพิเศษ น้ำยาอันเป็นความลับแห่งมหาวิหาร
ผ้าลินินเนื้อดี จะถูกฉีกขนาดเท่าฝ่ามือ ค่อยๆ พันจากปลายอวัยวะเข้าสู่ส่วนกลางของร่างกาย พิธีกรรมจะดำเนินไปร่วม 70 วัน
คัมภีร์มรณะ จะถูดเปิดออก... เพื่อตัดสินดวงวิญญาณ ต่อหน้ามหาเทพบิดรโอซิริส เทพมารดาไอซิส และเหล่าทวยเทพทั้ง 42 พระองค์ ทนายจะต้องแก้ต่างยืนยันความบริสุทธิ์ของดวงวิญญาณ
เทพธ๊อธผู้มีเศียรเป็นไก่ จะเป็นผู้จดบันทึกลงในกระดาษปาปิรัส เทพีอะมาต เทพีแห่งความเที่ยงธรรมจะเป็นผู้นำหัวใจขึ้นตราชั่ง เทพอนูปูจะเปิดปากมัมมี่พระศพให้ตอบคำถาม 42 คำถามของเทพทั้ง 42 พระองค์
หัวใจ..จะถูกนำขึ้นชั่งกับ ขนนกแห่งความเที่ยงตรง หากขนนกแห่งความเที่ยงตรงหนักกว่าหัวใจของฟาโรห์ พระศพจะถูกปิดด้วยหน้ากากทองคำ ดวงพระวิญญาณจะได้รับการต้อนรับจากเหล่าทวยเทพบนสวรรค์ รอเวลาที่จะฟื้นคืนชีพอีกครั้ง
หากหัวใจหนักกว่าขนนก วิญญาณอันไม่บริสุทธิ์จะถูกปฏิเสธจากมหาวิหาร วิญญาณจะต้องเร่ร่อนในความมืดอยู่อย่างนั้นชั่วกัปป์กัลล์ ไม่มีโอกาสที่จะได้กลับคืนชีพมาอยู่ร่วมกับผู้อื่นในโลกหน้า
นักบวชแห่งมหาวิหารจึงเป็นผู้ทรงอำนาจทางศาสนจักร ทรงอำนาจมากพอที่จะชี้เป็นชี้ตาย ที่จะรับหรือไม่รับพระศพของฟาโรห์เข้าสู่พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์
พระศพองค์ฟาโรห์ที่ผ่านพิธีกรรมเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิอัญเชิญเข้าไว้ในสุสาน ที่มีเทวีเซลเค็ตเป็นผู้พิทักษ์พระศพ ประตูสุสานถูกปิดตายพร้อมกับการผนึก ดวงตาอั๊ตจั๊ต บนบานประตู สฟิงส์จะทำหน้าที่พิทักษ์รักษาปิรามิดอีกครั้ง
[i]"ผิมันผู้ใดล่วงล้ำทำลายดวงตราแห่งอั๊ตจั๊ต มันผู้นั้นจะตกอยุ่ในโลกมืดชั่วนิรันดร์กาล ผิมันผู้ใดแตะต้องพระศพแม้ปลายผ้าห่อพระศพ มันผู้นั้นจะตกเป็นทาสของเทวีเซลเค็ตในโลกแห่งสัตว์ร้าย"[/i]
คำสาปสรรมากมาย... ถูกจำหลักจารึกอยู่รอบสุสานแห่งองค์ฟาโรห์ แต่คำสาปสรร แม้จะรุนแรงโหดร้ายเท่าใด... ก็คงไม่อาจสู้ "ความโลภ" ของคนได้อยู่ดี
คำสาป..ไม่ว่าจะรุนแรงโหดร้ายแค่ไหน ก็คงไม่มีอำนาจเกินไปกว่า "ความโลภ" ของคน
คำพูดนี้คงจะจริง เหมือนกันทั่วทั้งโลก สุสานฟาโรห์ดินแดนแห่งคำสาป ถูกบุกรุกทำลาย ทรัพย์สมบัติถูกขุดมาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ ไม่เว้นแม้แต่ มัมมี่ พระศพขององค์ฟาโรห์
ทางเดินเข้าไปในสุสานใต้มหาปิรามิดแห่งเมืองกีซ่า เป็นเพียงช่องเล็กๆ ที่ลาดชันลงสู่เบื้องล่าง ช่องที่กว้างคูณยาวแค่ไม่เกิน 1 x 1 x 1 เมตร สูงไม่พอแม้แต่จะก้มตัวต่ำลอดเข้าไป แต่ตอนนี้ ถูกวางลาดด้วยไม้กระดานตีขั้นบันได ให้นักท่องเที่ยวเดินเข้าไปสู่ห้องที่ครั้งหนึ่ง คือ ห้องเก็บพระศพองค์ฟาโรห์
สภาพที่อึกอัดของทางเดินที่แคบและลาดชันจนเกือบเป็น 45 องศา กดดันให้นักท่องเที่ยวรู้สึกกลัว รู้สึกเครียด ทางเดินลึกลงไปอย่างมองหาจุดสิ้นสุดไม่เจอ พวกเราได้แต่เดินหรือแทบจะเรียกว่าถัดตัวตามคนหน้าไปเรื่อย จนในที่สุด ถึงจุดพัก... ห้องกว้างเบื้องล่างเป็นทางแยกไปห้องต่อไป แต่เราต้องเลือกทางตรง เป็นทางลาดขึ้นไปอีก .... คราวนี้เป็นทางเดินขึ้น ที่ยังเล็กแคบและสูงชันเหมือนเดิม เรากำลังเดินเป็นรูปตัว V อยู่ใต้มหาปิรามิด
จนในที่สุดเราก็มาถึง... ห้องกึ่งกลางใต้มหาปิรามิดแห่งเมืองกิซ่า ห้องที่ถูกปิดตายด้วยดวงตาอั๊ตจั๊ตอันห้ามมิให้ผู้ใดผ่านเข้ามา ห้องที่ถูกปกป้องโดยเทวีเซลเค็ตผู้พิทักษ์พระศพ ห้องที่เคยเป็นที่เก็บพระศพองค์ฟาโรห์ ห้องที่เคยเป็นที่เก็บมหาสมบัติมากมาย
แต่วันนี้...ห้องนั้น...ว่างเปล่า ข้างในห้องเหมือนถ้ำใหญ่โอ่โถง ปราศจากสมบัติใดๆ
วันนี้มีเพียง หีบศพหินแกะสลักเปิดฝาอยู่หนึ่งใบ ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีเรื่องราว พวกเราต้องเดากันเอง ว่านี่ครั้งหนึ่งคงเป็นหีบพระศพชั้นนอกขององค์ฟาโรห์
วันนี้ทั้งสมบัติทั้งพระศพ ถูกขนย้ายไปที่พิพิธภัณฑ์ที่ไหนสักแห่ง
พิพิธภัณฑ์ไคโร คราคร่ำไปด้วยฝูงชน จนแถบเป็นการไหลไปดูตามกระแสคลื่นของมหาชน ผู้คนเบียดเสียดกันจนแน่นแทบจะไม่มีที่ยืน
สมบัติที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ไคโร ส่วนมากมาจาก สุสานขององค์ตุตานคาเม็น ส่วนสุสานของฟาโรห์อื่นๆ ทั้งหมด...จะอยู่ที่ British Museum กรุงลอนดอน
ความอัศจรรย์ของอียิปต์โบราณกว่าสี่พันปีที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่ปิรามิดและมัมมี่ แต่ในสุสาน... ที่แม้แต่ ภาพเขียนปาปิรัสยังมีสีเจิดจ้าไม่จางหาย น้ำหอมชั้นเลิศ ยังโชยกลิ่นออกจากโถแก้วข้างพระศพอย่างไม่เสื่อมคลาย
แน่นอนที่สุด สิ่งที่นักท่องเที่ยวอยากเห็นมากที่สุด คือ... หีบพระศพของ ตุตานคาเม็น หีบทองคำซ้อนกัน 7 ชั้น หลั่นกันจนถึงหน้ากากทองคำในชั้นสุดท้าย เครื่องทรงอาภรณ์ สมบัติที่มีในสุสานนี้แค่ 15,000 ชิ้นเท่านั้น
ตุตานคาเม็น.. ยุวฟาโรห์ที่ไม่มีบทบาทอะไรสำคัญมากมายในประวัติศาสตร์ ยังมีสมบัติมากมายขนาดนี้ แล้วฟาโรห์องค์อื่นๆ ละ อังกฤษขนย้ายไปจะมากมายขนาดไหน
มัมมี่พระศพของตุตานคาเม็น ตอนนี้อยู่ที่ Luxor เสียดายมากที่เวลามีไม่พอที่จะไปอาณาจักรอียิปต์บน ลักซอ ฮาบูซิมเบล หุบผากษัตริย์ หุบผาราชินี
พิพิธภัณฑ์ไคโรเก็บมัมมี่พระศพฟาโรห์ไว้แค่สิบกว่าองค์ เท่าที่รู้จักเห็นจะมี ฟาโรห์รามเสสที่ 2 กับองค์ทุตโมสที่ 2 นอกนั้นอ่านชื่อก็ไม่ค่อยจะรู้จักเท่าไหร่
แต่เห็นแล้วก็น่าสงสาร.... องค์ฟาโรห์ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในฐานะที่ใครจะแตะต้องพระวรองค์มิได้ แต่ตอนนี้...กลับกลายเป็นเพียงวัตถุแสดงในพิพิธภัณฑ์ ให้ผู้คนเรือนหมื่นเรือนแสนเดินมาชี้นิ้วดูอย่างเป็นของแปลกแค่นั้น
พระศพที่อาบน้ำยาผ่านพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความเชื่อที่จะฟื้นคืนชีพมาอยู่พร้อมกันในโลกหน้า วันนี้...หมดสิ้นโอกาสที่จะเป็นแบบนั้น
หรือนี่คือการฟื้นคืนชีพตามคัมภีร์มรณะ หากแต่ไม่ได้ฟื้นคืนมาในรูปของมนุษย์ แต่คืนมา...ในฐานะผู้ให้.. ให้โอกาสชาวอียิปต์ได้หากิน...กับพระศพ อีกครั้ง
ปีกของเทพฮอรัสกำลังพาผมกลับประเทศไทย ประเทศที่อุดมสมบูรณ์เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ
คนอียิปต์ค้าจะคิดยังไง เค้าจะหัวเราะเยาะเมืองไทยมั้ย ที่ครั้งหนึ่งในน้ำเคยมีปลาในนาเคยมีข้าว แต่ทุกวันนี้คนกำลังตัดไม้ทำลายป่า จนเมืองไทยจะเป็นทะเลทรายเหมือนอียิปต์ไปทุกวัน
คนอียิปต์เค้าจะคิดยังไง ที่เค้ามีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าสี่พันปี แต่ประเทศไทยประวัติศาสตร์ 700 ปี ยังเถียงกันไม่จบเลยว่าศิลาจารึกนั่นของจริงของปลอม
คนอียิปต์เค้าจะคิดยังไง ที่สมบัติของแผ่นดินถูกขนไปเมืองนอกในฐานะประเทศอาณานิคม แต่เมืองไทยที่ไม่เคยเสียเอกราชให้ใคร แค่พระมาลาทอง...ยังไม่รู้เลยว่าของไทยจริงหรือเปล่า ไม่แน่นะ ผลการพิสูจน์ของไทยอาจออกมาว่า พระมาลาทอง เป็นของประธานาธิบดีอเมริกาก็เป็นได้
ทุกอย่างเป็นไปได้..เพราะที่นี่ คือ ประเทศไทย
Create Date : 12 พฤษภาคม 2548 |
Last Update : 12 พฤษภาคม 2548 14:16:43 น. |
|
50 comments
|
Counter : 1691 Pageviews. |
|
|
|
โดย: หมอผี IP: 202.12.74.9 วันที่: 13 พฤษภาคม 2548 เวลา:16:37:47 น. |
|
|
|
โดย: O-HO IP: 61.90.20.150 วันที่: 13 พฤษภาคม 2548 เวลา:18:00:48 น. |
|
|
|
โดย: ป้าหนอน วันที่: 17 พฤษภาคม 2548 เวลา:2:26:05 น. |
|
|
|
โดย: รสา รสา วันที่: 26 กรกฎาคม 2548 เวลา:2:34:01 น. |
|
|
|
โดย: ni IP: 202.28.35.1 วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:18:36:55 น. |
|
|
|
โดย: ni IP: 202.28.35.1 วันที่: 19 ตุลาคม 2548 เวลา:18:37:08 น. |
|
|
|
โดย: น้ำค้าง IP: 203.157.14.247 วันที่: 8 เมษายน 2549 เวลา:23:13:08 น. |
|
|
|
โดย: ต๋อง IP: 203.172.106.91 วันที่: 6 มิถุนายน 2549 เวลา:20:27:42 น. |
|
|
|
โดย: lapoo IP: 58.9.83.227 วันที่: 6 กรกฎาคม 2549 เวลา:20:56:29 น. |
|
|
|
โดย: ร้อยดาว IP: 61.7.156.96 วันที่: 12 สิงหาคม 2549 เวลา:13:25:16 น. |
|
|
|
โดย: โจรอเวจี IP: 203.114.96.226 วันที่: 13 กันยายน 2549 เวลา:11:55:39 น. |
|
|
|
โดย: ปุ้ย IP: 203.157.14.245 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2549 เวลา:11:50:09 น. |
|
|
|
โดย: freme IP: 222.123.21.119 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2549 เวลา:10:10:42 น. |
|
|
|
โดย: ตะลุมพุก IP: 203.113.112.242 วันที่: 3 ธันวาคม 2549 เวลา:19:06:45 น. |
|
|
|
โดย: --- IP: 203.114.99.184 วันที่: 2 มกราคม 2550 เวลา:15:34:26 น. |
|
|
|
โดย: สักครั้งของชีวิต IP: 203.113.51.7 วันที่: 4 มกราคม 2550 เวลา:17:11:15 น. |
|
|
|
โดย: โดน IP: 203.188.37.16 วันที่: 7 มกราคม 2550 เวลา:17:28:00 น. |
|
|
|
โดย: อายะ IP: 203.188.35.59 วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:10:13:46 น. |
|
|
|
โดย: โจ๊ะจัง IP: 203.158.118.15 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:12:40:18 น. |
|
|
|
โดย: นู๋ฝ้ายค่ะ IP: 202.69.139.194 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:39:15 น. |
|
|
|
โดย: หญิงสาวนิรนาม IP: 203.154.48.14 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:42:41 น. |
|
|
|
โดย: หญิงสาวนิรนาม IP: 202.69.139.194 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:42:58 น. |
|
|
|
โดย: หญิงสาวนิรนาม IP: 203.154.48.14 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:43:24 น. |
|
|
|
โดย: หญิงสาวนิรนาม IP: 202.69.139.194 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:45:23 น. |
|
|
|
โดย: นครเเค IP: 125.24.135.129 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:9:50:42 น. |
|
|
|
โดย: นาย อาทตย์ ศรีวิชัย IP: 125.24.135.129 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:9:59:45 น. |
|
|
|
โดย: ton IP: 124.157.245.42 วันที่: 15 เมษายน 2550 เวลา:12:26:09 น. |
|
|
|
โดย: เฟิรส์ IP: 61.7.138.65 วันที่: 11 พฤษภาคม 2550 เวลา:14:45:56 น. |
|
|
|
โดย: แนต IP: 203.113.41.135 วันที่: 31 พฤษภาคม 2550 เวลา:19:39:13 น. |
|
|
|
โดย: เด IP: 58.8.24.217 วันที่: 2 มิถุนายน 2550 เวลา:20:19:34 น. |
|
|
|
โดย: ชาณ IP: 203.113.57.40 วันที่: 17 กรกฎาคม 2550 เวลา:21:34:33 น. |
|
|
|
โดย: แพร (I love Egypt) IP: 125.25.204.194 วันที่: 2 สิงหาคม 2550 เวลา:17:38:04 น. |
|
|
|
โดย: แมว IP: 124.120.25.205 วันที่: 6 กันยายน 2550 เวลา:14:50:18 น. |
|
|
|
โดย: แพรว IP: 61.7.168.4 วันที่: 9 ธันวาคม 2550 เวลา:15:50:56 น. |
|
|
|
โดย: ผ่องสุดสวย IP: 203.172.187.226 วันที่: 3 มกราคม 2551 เวลา:9:58:30 น. |
|
|
|
โดย: น้องแหวน IP: 203.172.187.226 วันที่: 3 มกราคม 2551 เวลา:10:08:40 น. |
|
|
|
โดย: พร IP: 125.25.211.204 วันที่: 7 มกราคม 2551 เวลา:17:54:34 น. |
|
|
|
โดย: บูม คนหล่อ IP: 58.147.52.30 วันที่: 21 มกราคม 2551 เวลา:17:13:40 น. |
|
|
|
โดย: ไอซิส IP: 124.121.71.59 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:15:53:54 น. |
|
|
|
โดย: เนเฟอร์ติติ IP: 118.172.199.17 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:24:29 น. |
|
|
|
โดย: เด็กเก๋า IP: 124.120.20.198 วันที่: 8 มีนาคม 2551 เวลา:15:39:28 น. |
|
|
|
โดย: Shin IP: 125.25.98.63 วันที่: 24 มีนาคม 2551 เวลา:21:51:05 น. |
|
|
|
โดย: gu IP: 203.118.97.132 วันที่: 26 มีนาคม 2551 เวลา:14:03:52 น. |
|
|
|
โดย: ยย IP: 124.120.97.169 วันที่: 1 มิถุนายน 2551 เวลา:14:27:41 น. |
|
|
|
โดย: เนย IP: 125.24.108.178 วันที่: 1 กันยายน 2551 เวลา:20:43:08 น. |
|
|
|
โดย: นิชา IP: 124.120.98.173 วันที่: 18 กันยายน 2551 เวลา:22:37:26 น. |
|
|
|
โดย: คนอุบล IP: 125.26.122.193 วันที่: 18 ตุลาคม 2551 เวลา:13:18:22 น. |
|
|
|
โดย: ชาติ IP: 124.121.161.51 วันที่: 22 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:32:13 น. |
|
|
|
โดย: ว้าว IP: 1.2.218.181 วันที่: 15 มิถุนายน 2556 เวลา:21:18:13 น. |
|
|
|
|
|
|
|