Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2555
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
5 พฤษภาคม 2555
 
All Blogs
 

พรางหัวใจ ตอนที่ 7 part 2

ห้องพักของพุทธชาดเป็นห้องเล็กอยู่ปีกด้านทิศตะวันตก ออกจะหลบมุมและเห็นทะเลไม่ชัดนัก ตอนเช้าๆก็ไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้น น่าจะเป็นห้องที่อยู่มุมอับที่สุดของบ้าน ถ้าหากที่นี่มีเรือนคนใช้เธอคงได้อยู่ไปแล้ว บังเอิญว่าคุณหญิงวีรยาจัดบ้านไว้รับรองแขก ห้องทุกห้องจึงเตรียมไว้พร้อมอยู่ คนงานที่คอยดูแลก็เป็นชาวบ้านแถวนี้จึงไม่มีความจำเป็นต้องพักอยู่ที่นี่

ถึงอย่างไรเธอก็ไม่เดือดร้อนเด็กสาวคิดว่าได้เท่านี้ก็ถือว่าดีถมไปแล้ว ห้องพักเล็กๆสะอาดมีห้องน้ำในตัวและตบแต่งอย่างน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋ม ดูดีเกินกว่าห้องนอนที่เธออยู่มาตลอดชีวิตหลายเท่านัก เด็กสาวลองสำรวจดูก็พบว่าห้องด้านนี้มีดีอยู่อย่างคืออยู่ใกล้บันใด หากเธอจะแอบหลบลงไปข้างล่างก็ทำได้โดยไม่มีใครเห็น เธอเล็งไว้แล้วว่าจะหาโอกาสปลอดคนแอบหนีไปเดินเล่นที่หาด

พุทธชาดรีบจัดของอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นกางเกงขาสั้นและเสื้อแบบไม่มีแขนทำจากผ้าฝ้ายเนื้อนิ่มเหมาะกับสภาพอากาศร้อน เด็กสาวสวมรองเท้าแตะสานที่คิดว่าใส่สบายและเดินย่ำทรายได้ ไม่ลืมหยิบหมวกสานปีกกว้างติดมือมาด้วยน่าจะใช้บังแดดลมได้ดี เด็กสาวเห็นมันวางอยู่ในห้องอาจจะเป็นของที่แขกคนใดคนหนึ่งลืมไว้

เมื่อลงมาด้านล่างเธอพบกับคนงานหญิงที่กำลังเก็บกวาดโต๊ะอาหารอยู่ จึงบอกฝากไว้ว่าจะออกไปเดินเล่นแถวนี้สักครู่เผื่อใครถามหา พร้อมทั้งถามทางที่จะเดินไปชมหาด

“แดดยังแรงอยู่นะคะ คุณไม่รอให้เย็นๆกว่านี้ค่อยไปล่ะ”
หญิงสาวที่มาทำงานแนะนำ หล่อนให้เกียรติเรียกพุทธชาดว่าคุณแถมยังพูดจาด้วยกิริยาสุภาพเรียบร้อยจนเด็กสาวรู้สึกเกรงใจ

“ว่าจะไปดูนิดเดียวจ้ะ สำรวจดูรอบๆเท่านั้นเอง”

“ถ้างั้นคุณเดินเลียบไปฝั่งนี้ดีกว่าค่ะ” หล่อนชี้มือ “แถวนี้ต้นไม้เยอะมีร่มเงามากกว่า แต่เงียบมากนะคะไม่ค่อยมีคนไปคุณชอบหรือเปล่า”

“ดีแล้ว เงียบๆน่ะดี แต่ไม่อันตรายใช่ไหมจ้ะ”

“ไม่อันตรายหรอกค่ะแถวนี้พี่ๆน้องๆกันทั้งนั้นรู้จักกันหมด ตอนค่ำมีจัดเวรดูแลภายในหมู่บ้านด้วยค่ะไม่มีคนแปลกหน้าเข้ามาแน่นอน”

“แต่คุณอย่าเดินเลยไปเขตที่กำลังก่อสร้างโรงแรมตรงนู้นนะคะ” หล่อนชี้มือไกลออกไปอีก “มีคนงานต่างถิ่นมาทำงานเยอะ บางทีก็ไว้ใจไม่ได้”

“ไกลมากไหม มีอะไรให้สังเกตหรือเปล่า”

“ไกลโขอยู่เหมือนกันค่ะ ปกติจะมีคนของเราคอยเฝ้าอยู่แถวนั้นไม้ให้เขาล้ำเข้ามา คุณสังเกตดูจะเห็นที่กว้างๆที่เขาตัดต้นไม้ออกเป็นลานโล่งน่ะค่ะ มีลงเสาก่อสร้างไปบ้างแล้ว คุณอย่าเดินต่อไปก็แล้วกัน”

พุทธชาดบอกขอบใจหล่อนและค่อยเดินลัดเลาะมาตามทางที่มองไว้ เงียบจริงอย่างที่หล่อนว่า มีต้นไม้เยอะร่มเงาครึ้มไปหมดหมวกที่เตรียมมาจึงไม่ได้ใช้ เธอถือหมวกเดินแกว่งเล่นทอดน่องอย่างสบายใจ นับเป็นความสบายใจที่สุดในชีวิตของเธอก็ว่าได้

ฝั่งขวามือของทางเดินเป็นชาดหาดสะอาด ทรายเม็ดเล็กละเอียดเป็นสีขาว ถัดออกไปเป็นทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เด็กสาวย่ำพื้นทรายออกไปยืนมองอย่างตื่นเต้น แดดยามบ่ายร้อนแรงจนตาพร่าเธอยืนมองสักพักก็ต้องยอมแพ้วิ่งกลับเข้ามาด้านที่เป็นทางเดิน หัวเราะกับตัวเองว่าทำตัวเป็นพวกบ้านนอกไม่เคยเห็นทะเลไปได้

เด็กสาวเดินเล่นไปอีกระยะหนึ่งก็พบทำเลเหมาะสำหรับเล่นน้ำทะเล หาดตรงนั้นโค้งเข้ามาและมีโขดหินบังค่อนข้างลับตาคน ล้อมรอบบริเวณแคบๆให้คล้ายแอ่งน้ำตื้นๆ เธอเดินไปนั่งหย่อนขาที่หินใหญ่มีหน้าตัดราบเรียบลองเอาเท้าจุ่มน้ำแกว่งเล่น

น้ำทะเลใสเป็นสีเขียวมรกตมองลงไปเห็นพื้นทรายเบื้องล่าง เด็กสาวเอนตัวพิงโขดหินพลางหลับตาฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่ง อากาศอ้าวแบบชายทะเลทำให้ไม่ค่อยสบายตัวนัก แต่ร่มเงาแถบนี้ก็ช่วยบังแสงแดดจ้าไม่ให้สาดส่งมาต้องให้ร้อนจัดจนเกินไป พุทธชาดรู้สึกสบายใจกับธรรมชาติสวยงามและความเงียบสงัดเป็นส่วนตัว พวกเศรษฐีช่างมีชีวิตที่น่าอิจฉาแบบนี้นี่เองบรรยากาศอย่างนี้สถานที่แบบนี้ให้ตายแล้วเกิดใหม่พุทธชาดก็คงไม่มีโอกาสได้เจอ

น้ำทะเลใสแจ๋วราวแผ่นกระจก ความเหนียวตัวจากลมทะเลและการเดินเป็นระยะไกลผสมผสานกับอาการเห่อทะเลกลับมาอีกครั้ง พุทธชาดเกิดความคิดแผลงๆอย่างเด็กๆขึ้นในหัว คงจะดีหากได้ลงสัมผัสน้ำทะเลสักครั้ง ใครๆบอกว่าน้ำทะเลเค็มเหลือเกินเธออยากรู้ว่าเป็นอย่างที่เขาว่าจริงหรือเปล่า แต่ปัญหาคือเธอเดินออกมาไกลพอสมควรแล้วถ้าสวมเสื้อผ้าเปียกเดินกลับไปกลางแดดและลมโกรกแบบนี้คงได้ป่วยแน่

เธอเหลียวมองรอบตัว ลุกขึ้นยืนปีนไปบนโขดหินสูงเพื่อดูว่ามีใครอยู่แถวนี้หรือไม่ เมื่อสำรวจจนแน่ใจเด็กสาวก็ย่อกายลงนั่งที่โขดหินที่เดิม ขมวดผมยาวเคลียไหล่ตลบพันทบขึ้นไว้กลางศีรษะติดกิ๊บไว้ลวกๆ จากนั้นจึงค่อยถอดเสื้อและกางเกงขาสั้นรวมไปถึงเสื้อชั้นในตัวจิ๋วพับวางไว้ด้วยกัน เหลือไว้เพียงกางเกงชั้นในเนื้อบางติดกายอยู่เพียงชิ้นเดียว เพราะใจไม่กล้าพอจะถอด เธอคงทำใจถึงขนาดนุ่งลมห่มฟ้าไม่ได้

‘แป๊บเดียวเองน่า คงไม่มีใครมาหรอก’
เด็กสาวบอกกับตัวเอง ค่อยเลื่อนตัวลงสู่น้ำทะเลใส แม้อากาศจะร้อนแต่น้ำก็มีความเย็น ยิ่งเมื่อสัมผัสกับผิวนวลในร่มผ้า พุทธชาดถึงกับสะดุ้งแต่พอโผตัวไปสักครู่ร่างกายค่อยชินขึ้น เธอย่อตัวลงใต้น้ำมองเห็นโขดหินและพื้นทราย เมื่อโผล่ขึ้นมาอีกครั้งลองแตะลิ้นเลียริมฝีปากรู้สึกเค็มพุทธชาดเบ้หน้าจากนั้นก็หัวเราะเสียงใส เธอว่ายน้ำไม่เป็นจึงได้แต่หยัดขาลงที่ผืนทรายเบื้องล่าง พยามโผตัวเกาะไปตามโขดหินทางโน้นทีทางนี้ทีเริงร่าเหมือนปลาตัวเล็กๆ เมื่ออยู่ในน้ำเด็กสาวมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเห็นผืนสีฟ้ากว้างไกลประดับด้วยเมฆขาวราวปุยนุ่น ใช้มือตีน้ำเล่นพยุงตัวในน้ำตื้นอย่างสบายอารมณ์

เวลาผ่านไปเท่าไรไม่รู้เวลาแห่งความสุขช่างผ่านไปรวดเร็ว พุทธชาดสังเกตว่ามือเริ่มซีดจึงคิดว่าสมควรแก่เวลาที่ต้องกลับแล้ว ขณะมองหาทางขึ้นเงาดำวูบหนึ่งพาดผ่านแสงแดดที่ส่องมายังแอ่งน้ำที่เธอลอยคออยู่ พุทธชาดเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ ใครคนหนึ่งยืนมองเธอจากโขดหินก้อนใหญ่ที่เธอปีนขึ้นไปดูลาดเลาเมื่อครู่นี้

“คุณรัน!”




 

Create Date : 05 พฤษภาคม 2555
0 comments
Last Update : 5 พฤษภาคม 2555 10:39:38 น.
Counter : 1720 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ดาวกันยา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




พูดไม่ค่อยเก่งแต่รักหมดใจ

Friends' blogs
[Add ดาวกันยา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.