Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
2 สิงหาคม 2555
 
All Blogs
 
แผนลวง ติดบ่วงรัก บทที่ ๑๐




วันนี้ชายแดนตื่นแต่เช้า ชายหนุ่มออกมานั่งดื่มกาแฟที่ระเบียงหน้าบ้านเหมือนเช่นทุกวัน วันนี้แล้วสินะที่คุณย่าจะกลับมา สองวันนี้เขาเห็นเมืองวดียุ่งวุ่นวายกับลูกค้าทัวร์ที่เข้ามากันมากมาย เขาเลยช่วยดูแลเรือนคุณย่าแทน ให้แม่บ้านพรมาทำความสะอาดห้องคุณย่ากับเรือนใหญ่นี้ให้ ส่วนใหญ่ก็สะอาดเรียบร้อยดีอยู่แล้ว เพราะแม่บ้านมาดูแลทำความสะอาดทุกวัน

ตั้งแต่เมื่อวานแล้วพี่พรก็เปลี่ยนผ้าปูที่นอน เอาหมอนออกมาตากแดด เขาแทบไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรเลย ได้แค่ช่วยยกย้ายโต๊ะ กับเก้าอี้ย้ายที่ใหม่ เขาปรับให้ดูโล่งโปร่งสบาย จัดมุมวางโต๊ะเก้าอี้รับแขกใหม่ เพื่อให้เหมาะแลดูสวยงาม

วันนี้เรือนหลังนี้ดูสะอาดเอี่ยม แทบไม่มีฝุ่นแม้แต่น้อย แม้กระทั่งห้องครัวเล็กๆ ด้านหลังบ้าน เขาก็จัดแจงปรับใหม่ ให้ช่างมาทำตู้ใส่ของเพิ่มจากเดิม หลังจากที่วันก่อนที่เขาเลี้ยงผู้กอง แล้วเห็นเมืองวดีกับแม่บ้านต้องหอบของขึ้นๆ ลงๆ เขาเลยจัดการปรับแต่งห้องครัวด้านบนให้ครบ จะได้ทำครัวบนบ้านได้ด้วย

“ว่าแต่คุณย่าจะมากี่โมงหว่า ถ้ามาเย็นๆ ไม่รอเงกเลยเรา” ชายหนุ่มดูนาฬิกาข้อมือเพิ่งจะเก้าโมงเช้า เขาเหลียวซ้ายแลขวา ไม่รู้จะทำอะไรต่อ เลยเดินเข้าไปในห้องหยิบกระเป๋าโน๊ตบุ๊กออกมานั่งทำงาน

แม้ว่าไม้หอมรีสอร์ตสปา แห่งนี้จะอยู่ห่างออกมาจากตัวเมือง แต่ก็ไม่ได้อยู่ห่างออกจากอำเภอแห่งนี้มากนัก ทำให้สัญญาณโทรศัพท์ หรือสัญญาณอินเตอร์เน็ตยังใช้ได้อยู่ แต่เขาทราบจากเมืองวดีว่า คุณย่าอยากให้ที่นี่เป็นที่พักผ่อน จึงเดินสายอินเตอร์เน็ตแค่ที่ออฟฟิศ กับที่เรือนคุณย่าแค่นั้น พวกบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยวจะไม่มีสัญญาณ มิน่าล่ะ เขาถึงเห็นเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับลูกค้าที่ออฟฟิศเพียงสามเครื่องตั้งอยู่

ชายแดนเปิดเครื่องโน้ตบุ๊ก นั่งทำงานออกแบบให้กับลูกค้า สองปีหลังมานี่บริษัทที่เขาหุ้นกันกับเพื่อนประสบปัญหาตามสภาพเศรษฐกิจ แต่เขากับเพื่อนก็ช่วยกันประคองผ่านมาได้โดยตลอด มาปีนี้หนักหน่อยลูกค้าเจอมรสุมการค้ากันเยอะ โครงการใหญ่ๆ สะดุดชะลอการสร้าง ธนาคารไม่ปล่อยกู้ง่ายๆ ทำเอาเขาย่ำแย่เหมือนกัน

เดือนก่อนธนาคารโทรมาขอให้หาคนค้ำประกันเงินที่เขาขอกู้เพิ่ม แน่นอนในยุคนี้จะหาคนค้ำประกันจากไหนได้ง่ายๆ นี่ถ้าไม่ได้เพื่อนช่วยหามา เขาลำบากแน่ๆ

“ว่าแต่มันไปหามาจากไหนหว่า ไหนมันเป็นคนบอกว่าไม่มีให้เราหามาให้ได้ กลับไปต้องไปถามรายละเอียดกันหน่อย แปลกๆ” ชายหนุ่มบ่นอุบอิบคนเดียว

“บ่นไรวะ” ผู้กองหนุ่มส่งเสียงทักขึ้นมา ในขณะที่เดินขึ้นบันไดขั้นสุดท้าย เดินเข้าทรุดนั่งเก้าอี้ด้านตรงข้ามชายแดน

“กินกาแฟไหม” ชายแดนละสายตาจากเครื่องคอม “หรือจะกินมื้อเช้าเลย”

“กาแฟสักแก้วก็พอ”

ชายแดนลุกไปชงกาแฟใส่กาเล็กๆ มาให้เพื่อน เดินถือกลับมาพร้อมแก้วกาแฟสองใบ พอวางที่โต๊ะรับแขกเสร็จชายแดนรีบเดินกลับเข้าไปอีกรอบ คราวนี้ถือซองน้ำตาลกับครีมเทียมมาสองสามซอง วางแปะไว้ข้างหน้าเพื่อน

“เติมเอง” เขากล่าวสั้นๆ แล้วทั้งสองหนุ่มก็หยิบโน่นหยิบนี่ใส่ๆ ชงๆ เป็นที่เรียบร้อย

“คุณย่าบอกแกไหม ว่าจะมากี่โมง” ชายแดนถามทันทีที่จิบกาแฟอึกแรกเรียบร้อย

“ไม่ได้บอก ฉันยังไม่แน่ใจเลยว่าคุณย่าจะมาวันนี้จริงรึเปล่า” ผู้กองพูดหน้าตาเฉย

“อ้าว เฮ้ย ไอ้ผู้กอง” ชายแดนโวยลั่น นี่ถ้าลุกไล่เตะได้เหมือนสมัยเด็ก เขาคงทำไปนานแล้ว แต่นี่เพื่อนรักมาในชุดเครื่องแบบ ขืนเตะไปอาจจะโดนข้อหาทำร้ายเจ้าพนักงานได้

ชายแดนมองเพื่อนรักนั่งหัวเราะ

“คิดว่ามาวันนี้แหละน่า” ผู้กองปลอบ “คิดถึงคุณย่าละสิ ไอ้ผู้ร้ายปากแข็ง”

ชายแดนโดนเพื่อนรักตอกกลับแทบหน้าหงาย ก็มันเป็นความจริงอย่างที่เพื่อนรักบอก แต่ใครจะไปยอมรับ

“ไอ้บ้า เป็นตำรวจประสาอะไรวะ ไม่รู้รายละเอียด”

“แกก็โทรไปสิวะ” ผู้กองเสนอ

“เออ ใช่ ขอให้ได้เป็นผู้พันเร็วๆ นะ” ชายแดนยักคิ้วพร้อมหยิบโทรศัพท์ออกมา แต่พอจะกด “เบอร์อะไรวะ โทรศัพท์คุณย่าไม่ได้เอาไปนี่หว่า”

ผู้กองหัวเราะชอบใจก่อนจะหยิบมือถือของตัวเองออกมาหาเบอร์สักครู่ก็กดส่งไปให้

ชายแดนรับมือถือมาแต่พอฟังเสียง “เฮ้ย ปิดมือถือ” เขาวางมือถือลงบนโต๊ะแทนการส่งคืน ใบหน้าแสดงออกถึงความกังวลใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่มีอะไรน่า เราก็ต้องรอ ไหนๆ ก็รอมาแล้ว จะมาใจร้อนอะไรป่านนี้ ฉันแวะมาดูว่าคุณย่ามารึยัง เดี๋ยวยังไงไปทำงานก่อนว่ะ บ่ายๆ จะแวะมาใหม่”

“เออ” ชายแดนพยักหน้ารับทราบ “ทำไมคุณย่าไม่รีบมาวะ”

“อยากรู้ว่าหลานคิดถึงรึเปล่ามั๊ง ฮ่าๆ” ผู้กองพูดทิ้งท้ายตบบ่าเพื่อนเบาๆ พร้อมลุกเดินลงบันไดไป

พอผู้กองเพื่อนรักขับรถออกไป ชายหนุ่มก็ปิดเครื่องโน้ตบุ๊คอย่างเสียอารมณ์ จะเอาสมาธิที่ไหนมาทำงาน เขาก็เพิ่งรู้ตัวว่าที่ผ่านมาแม้เขาจะบอกไม่สนใจ ไม่ใส่ใจที่นี่ แต่เขาก็คอยตามข่าวคราวเสมอ คอยแนะนำลูกค้าหากมาเที่ยวเชียงใหม่ ให้มาพักที่ไม้หอมรีสอร์ตแอนด์สปาแห่งนี้ ‘คุณย่า กลับมาเร็วๆ นะครับ’ ชายแดนได้แต่พึมพำในใจ สายตามองรูปคุณย่าที่แขวนประดับบนข้างฝาห้อง

เสียงรถที่แล่นเข้ามาจอด ทำเอาชายหนุ่มรีบรุดไปดู แต่พอเห็นเป็นรถกระบะของคนงานเอาของมาส่ง เขาก็หันความสนใจกลับมา เปลี่ยนมาเป็นหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านแทน แต่ดูเหมือนสมาธิจะไม่อยู่กับหนังสือตรงหน้า ชายแดนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนที่จะเดินเข้าไปในบ้าน โยนหนังสือไปยังเก้าอี้ตัวที่เขาลุกขึ้นมา เขาเปิดทีวีที่เขาย้ายตำแหน่งใหม่มาอยู่เกือบจะมุมห้อง พร้อมโซฟารับแขกไว้นอนดูทีวี แต่ตอนนี้ชายหนุ่มเลื่อนช่องไปมาอย่างไม่ถูกใจ ท้ายสุดเขาก็เปิดช่องฟุตบอลทิ้งไว้ ก่อนล้มตัวนอนยังโซฟาที่อยู่ใกล้ๆ กัน

ในช่วงบ่าย เมืองวดีแวบมาเรือนคุณย่าจะมาเอาของ เธอไม่ค่อยอยากมาที่นี่เท่าไหร่ตั้งแต่ชายแดนมาพักที่นี่ สองวันนี้เธอก็เลี่ยงที่จะเจอหน้าเขา ประจวบกับลูกค้าเข้ามากันเยอะ แม้แต่กลับบ้านเธอก็ไม่ได้คุยกับคุณตา ถึงห้องก็อาบน้ำนอนเลย ไม่เห็นคุณตาเช่นกัน เธอเข้าใจว่าคงคุยกับเพื่อนที่คุณตาเคยบอก

หญิงสาวเดินขึ้นมายังบนบ้านก็ต้องเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ ชายหนุ่มย้ายจัดห้องใหม่ ดูโล่งโปร่งสบายกว่าเดิม มิน่าไม่เห็นโผล่หน้าไปกวนเธอ ว่าแต่ว่าทำไมวันนี้บนบ้านเงียบผิดปกติ เขาหายไปไหนนะ หญิงสาวมองซ้ายมองขวา ได้ยินแต่เสียงทีวีดังออกมาจากในบ้าน แต่พอเดินเข้าไปก็เห็นทีวีดูคนมากกว่า เพราะคนดูนอนหลับอยู่บนโซฟารับแขก

เมืองวดีค่อยๆ ย่องเข้าไป พยายามเดินให้เบากริบ แต่บ้านเรือนไม้เดินเบาแค่ไหนก็ยังคงมีเสียงเบาๆ ดังออกมา หญิงสาวค่อยๆ จะเอื้อมมือหยิบหนังสือบนโต๊ะรับแขกเล็กๆ ชายแดนลุกพรวด ทำเอาเธอตกใจ

“อุ๊ย” จะไม่ให้ร้องได้ไง ชายหนุ่มลุกพรวดขึ้นมาแทบประชิดตัวเธอ มือเขาจับข้อมือเธอไว้ แต่พอเขาเห็นเป็นเธอก็รีบปล่อย

“มาเงียบๆ นึกว่าขโมย”

“ขโมยอะไรกลางวันแสกๆ” เมืองวดีบ่นงึมงำพร้อมลูบข้อมือเธอที่แดงเพราะแรงบีบ

“เจ็บไหม ขอโทษ”

คำขอโทษสั้นๆ ฟังแล้วนุ่มหูก็ทำให้หญิงสาวส่ายหน้าแทนคำตอบ

“ฉันแวะมาเอาหนังสือ พอดีเห็นคุณหลับจะให้ตะโกนรึไงคะ” เมืองวดียังไม่วายเหน็บในตอนท้าย “อึม เดี่ยวฉันจะกลับบ้านเอาของไปให้คุณตา แวะกินข้าวด้วย เดี๋ยวมานะคะ”

“ผมไปด้วยสิ ชักหิวเหมือนกัน แถวนี้มีอะไรกินบ้างล่ะ”

“อึม…” เมืองวดีนิ่งไปครู่หนึ่ง “มีข้าวซอยเจ้าอร่อยเลยบ้านฉันไปหน่อย ไปร้านนั้นก็ได้ มีหลายอย่างให้เลือกอยู่ถ้าไม่ชอบข้าวซอย”

“ไปกันเถอะ รีบไปรีบมา” ชายแดนรีบลุกขึ้น ยั้งคำพูดที่เกือบจะบอกออกไปแล้วว่า ‘เผื่อคุณย่ากลับมา’ ไว้

แต่พอลงบันไดไปจะไปที่รถ ก็ต้องหยุดยืนเมื่อมีรถวิ่งเข้ามาพร้อมบีบแตรเรียก

“ไปไหนกัน” ผู้กองเปิดกระจกรถออกมาถาม

“ไปหาอะไรกินข้างนอก ไปมั๊ย” ชายแดนถือโอกาสชวน

“ไปดิ กำลังหิว ขึ้นรถมาเลย” ผู้กองชวนให้ขึ้นรถสายตรวจ

ชายแดนสั่นหน้า “แกจอดรถไว้นี่ดีกว่า ไปรถฉัน ไม่อยากนั่งรถตำรวจ เดี๋ยวจะนึกว่าโดนจับ” เขาสัพยอกเพื่อนพร้อมเสียงหัวเราะของทั้งคู่

“เออ! ” ผู้กองกระแทกเสียงตอบกลับ พร้อมดับเครื่องยนต์ พอลงจากรถไปยังรถชายแดนที่สตาร์ทรออยู่

“สวัสดีครับ น้องวิลล์” ผู้กองรีบทักทายพร้อมกับเปิดประตูรถด้านหลังให้เมื่อเห็นหญิงสาวกำลังหิ้วถุงสัมภาระกำลังจะเปิดประตูรถด้านหลัง

“สวัสดีค่ะ ผู้กอง ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวกล่าวทักทายกลับพร้อมรอยยิ้ม “ร้านข้าวซอยป้าแก้ว ผู้กองเคยไปทานไหมคะ”

“อ๋อ ป้าแก้ว เคยครับ อร่อยหลายอย่าง เดี๋ยววันนี้ผมขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงเองครับ ยังไม่ได้ขอบคุณน้องวิลล์ที่ทำกับข้าวเลี้ยงผมในวันก่อนเลย”

“จะคุยกันอีกนานมั๊ย หิวแล้ว” เสียงดังมาจากชายหนุ่มคนขับรถที่สตาร์ทรถรอนานแล้ว เขาเหลือบสายตามองผ่านกระจกหลังแวบหนึ่ง

“กินก่อนค่อยแวะเข้าบ้านนะ ธุระคุณตารีบรึเปล่า” ชายแดนเอ่ยขึ้นมาโดยไม่ได้มองหน้าใคร

“ได้ค่ะ ไม่เป็นไรไม่ได้รีบร้อนอะไร คุณตาบอกแค่ว่า ช่วงบ่ายถ้าว่างแวะเอามาให้ท่านหน่อย”

ชายแดนขับรถออกไปใช้เวลาเพียงไม่นานก็ผ่านไร่ของเมืองวดี เธอมองเข้าไปยังเขตไร่ แล้วรถก็วิ่งเลยผ่านไปเพียงอึดใจก็เลี้ยวเข้าไปจอดหน้าร้านป้าแก้ว ตามคำบอกของผู้กองที่นั่งด้านหน้า ร้านค้าเล็กๆ ที่มีเพียงโต๊ะไม่กี่โต๊ะ แม้ว่าตอนนี้ล่วงเลยมาบ่ายแล้วแต่ลูกค้าก็ยังเต็มร้าน

“ร้านนี้มาเที่ยง รอนานมาก ถ้าจะมากินต้องมาก่อนเที่ยงหรือช่วงบ่ายนี่แหละ ว่าแต่ว่าคงยังไม่หมดนะ” ผู้กองพยายามอธิบายให้กับชายแดนที่ยังไม่เคยมากินร้านนี้ พร้อมรีบเดินเข้าไปนั่งยังโต๊ะว่างตัวเดียวที่อยู่เกือบด้านในสุดของร้าน

“น้องวิลล์ทานอะไรดีครับ”

ผู้กองหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงที่ชายแดนบอกตัวเองว่า ‘น่าหมั่นไส้’ ก่อนที่ชายหนุ่มจะบอกเด็กที่มายืนรอรับออเดอร์โดยที่ไม่สนใจเมืองวดีหรือเพื่อนรัก “ของพี่ข้าวซอยเนื้อ”

“วิลล์ ขอเป็นข้าวซอยไก่ค่ะ”

“ข้าวซอยไก่ 2 ” ผู้กองหนุ่มหันไปสั่งเด็กที่ยังคงยืนรอ

เพียงครู่เดียวที่เด็กเอามาส่ง ข้าวซอยไก่และข้าวซอยเนื้อของชายหนุ่มก็หมดลงพร้อมสั่งชามต่อไป พอหญิงสาวกินอิ่มเรียบร้อยสองหนุ่มก็หมดชามอย่างรวดเร็วเช่นกัน

“อร่อยมั๊ย”

“อึม” ชายแดนตอบเพียงสั้นๆ พลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู “ไปกันเถอะ”

ผู้กอวรเวชหัวเราะออกมา โดยที่ชายแดนแทบจะเตะขาที่อยู่ใกล้ๆ ให้หยุดหัวเราะ เมื่อเห็นเมืองวดีมองมาอย่างงงๆ

“เดี๋ยวคุณตาจะรอนาน” เขาให้เหตุผลกับเพื่อนรักสั้นๆ

หลังจากผู้กองวรเวชจ่ายเงินค่าอาหารเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดก็ขึ้นรถมุ่งสู่ไร่รุ่งอรุณที่อยู่ใกล้ๆ กันนี้ พอเลี้ยวรถเข้าไปจอดที่บ้าน เมืองวดีกำลังลงจากรถ แม่บ้านก็มาบอกว่าคุณตาให้ไปหาที่บ้านริมน้ำ

“บ้านริมน้ำ คุณตาให้ไปทำไมนะ หรือท่านอยู่กับเพื่อนที่นั่น” เมืองวดีกล่าวออกมากับแม่บ้านอย่างไม่ต้องการคำตอบ แล้วรีบกลับมาที่รถ

“รบกวนไปส่งที่บ้านรินน้ำด้านท้ายสวนด้วยค่ะ คุณตาให้ไปหาที่นั่น”

“ครับๆ ได้เลยครับ” เสียงตอบอย่างเต็มใจ แต่เป็นเสียงจากผู้กองหนุ่ม

ชายแดนพอหญิงสาวขึ้นรถก็ขับรถแล่นไปตามถนนตรงไปยังท้ายไร่ ชายหนุ่มเคยขับมาครั้งหนึ่งพอรู้ทิศทาง เพียงครู่เดียวก็มาถึงบ้านริมน้ำ เขาขับมาจอดด้านหลังต่อท้ายรถกระบะที่จอดอยู่แล้วคันหนึ่ง

เขาเดินตามหญิงสาวที่หิ้วถุงใส่ของนำไปก่อนหน้านั้น แต่พอเปิดประตูบ้านเข้าไป หญิงสาวหยุดยืนนิ่งไม่มีเสียงใดๆ ออกมา ชายหนุ่มมองเข้าไปในบ้านก็ต้องอ้าปากค้าง ก่อนจะได้ยินหญิงสาวตะโกนออกมาพร้อมวิ่งเข้าไป

“คุณย่า ‼”

...คอปเตอร์..




Create Date : 02 สิงหาคม 2555
Last Update : 2 สิงหาคม 2555 20:51:03 น. 7 comments
Counter : 1229 Pageviews.

 
เย้ๆๆๆๆ คุณย่า มาถึง บทที่ 10
TT v TT
ปลาบปลื้ม ๆๆๆๆ ฮ่าๆ

สู้ ๆๆ ค่ะ คุณคอป


โดย: i0 u 0i IP: 101.109.30.117 วันที่: 2 สิงหาคม 2555 เวลา:21:53:01 น.  

 
สนุกจังคะ ชอบที่บรรยาย บรรยากาศของสปารีสอร์ตไ้ด้เห็นภาพดีคะ อ่านตั้งแต่ตอนแรกมาเลย อัพบ่อย ๆ นะคะ


โดย: ต่างแดน IP: 89.2.127.252 วันที่: 4 สิงหาคม 2555 เวลา:6:05:32 น.  

 
ขอบคุณค่ะ คุณไอ คุณต่างแดน

เขียนได้ช้าจริงๆ แหะๆ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
ยังต้องมีอะไรปรับปรุงอีกเยอะ

เขียนร่างแรก ยังไม่ได้เกลา เขียนจบเมื่อไหร่
คงได้มีการรีไรต์ชุดใหญ่

จะพยายามปั่นมาเรื่อยๆ ค่ะ


โดย: น้องคอป (copter-forwriter ) วันที่: 4 สิงหาคม 2555 เวลา:17:20:28 น.  

 
นักเขียนไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า "กำลังใจ"


โดย: น้องคอป (copter-forwriter ) วันที่: 4 สิงหาคม 2555 เวลา:17:31:21 น.  

 

มาเติมกำลังใจให้พี่สาวคนเก่งค่ะ ^_____^


ไม่มีล็อคอินชื่อ moolar


โดย: moolar IP: 171.7.150.92 วันที่: 4 สิงหาคม 2555 เวลา:19:18:24 น.  

 
มาเติมกำลังใจให้คุณย่า จับแพะชนแกะให้ได้ ^^


โดย: ฮาบีบี้ (หนึ่งดาววอนฟ้า ) วันที่: 4 สิงหาคม 2555 เวลา:22:25:42 น.  

 
ผู้กองบทนี้ กวนได้ดีมาก อิๆ


โดย: คุณพีทคุง (ลายปากกา ) วันที่: 4 กันยายน 2555 เวลา:18:36:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
copter-forwriter
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add copter-forwriter's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.