Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2554
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
2 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 
คุณสมบัติของการเรียน PhD

วันก่อนไปเจอกระทู้ประมาณนี้ในห้องไกลบ้าน

ก็เลยมาลองนั่งนึก ๆ ดู ว่าคนที่จะเรียน PhD ได้ จะต้องมีคุณสมบัติประมาณไหนบ้าง วะฮะฮ่ะ

เค้าว่ากันว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเรียนปริญญาเอกได้ เราว่ามันก็ไม่จริงไปซะทีเดียวอ่ะ

เราคิดว่า ถ้ามีความอดทนมากพอ ทุกคนสามารถเรียนได้ค่ะ

มันไม่ต้องใช้ความเก่งระดับอัจฉริยะ (ข้ามคืน?) อะไรหรอก

ใช้ใจ และความถึกล้วน ๆ T^T

..เรียน PhD แต่ละที่ไม่เหมือนกันค่ะ..

หลายครั้งที่เราอ่านกระทู้ต่าง ๆ ในพันทิป แล้วมีคนมาพยายามอธิบายวิธีการเรียน PhD เหมือนมันเป็นกฏที่ตายตัว (ยกตัวอย่างกรณีนาวิน ต้าร์ จบหรือไม่จบ ตอนโน้นนนนนน เป็นต้น)

จริง ๆ แล้ว แต่ละสาขาวิชา แต่ละมหาลัย มันไม่เหมือนกันเลย มันไม่มีกฏตายตัวขนาดนั้นง่ะ

ยกตัวอย่างที่ที่เราเรียน เรียน PhD หมายถึงเรียนวิชาต่าง ๆ ประมาณ 12 วิชา ไม่ได้กำหนดว่าคุณต้องเรียนเมื่อไหร่ ตอนไหน แต่ให้ก่อนจบ คุณเรียนให้ครบก็พอ

ผ่านไป 1 ปี ต้องสอบ qualification เป็นการ presentation เรื่องรีเสิชล้วน ๆ ค่ะ ที่นี่ไม่มีสอบข้อเขียนเลย (ซึ่งถือว่าช่วยชีวิตข้าพเจ้าไว้มาก :/)

จากนั้นก็ไม่มีอะไรแระ ทำรีเสิช เรียน ๆ ๆ ทำรีเสิช ๆ ๆ สนุกสนานกันไป เฮือกกกกกกกกกก

มาเข้าเรื่องคุณสมบัติกันดีกว่า แหะๆ

อย่างแรกเลย เราว่าต้องมีใจที่พร้อมอ่ะค่ะ ต้องอดทน และทนอด!!!

จริง ๆ ก็เวอร์ไปนะ แต่ก็ต้องยอมรับ ว่าเงินเดือนเด็ก grad มันไม่ได้มากเลย ต่ำเตี้ยเรี่ยดินมากกกกกกก -- อันนี้กรณีได้ทุนเรียนนะคะ ถ้าไม่ได้ทุน ไม่แนะนำให้เรียน (อันนี้สำคัญมาก!!!)

เรียน ๆ ไป มันก็มีบางแว๊บนะ ที่มองดูคนอื่นเค้า มีงานทำ มีเงินเก็บ แล้วเราก็แอบท้อบ้างเหมือนกัน เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า เรียนจบไปแล้ว จะมีอะไร (ดีๆ?) เกิดขึ้นกับชีวิตเราบ้าง

เรื่องใจ อีกอย่างนึงก็คือเรื่องทำรีเสิชนี่และ

ต้องมีใจสู้พอสมควรอ่ะค่ะ ไม่ท้อถอยกะอะไรง่าย ๆ ทำอะไรไปแล้วมันไม่เวิร์ค ก็ต้องพยายามหาวิธีที่จะทำให้สำเร็จให้ได้

อ้อ ต้องไม่ขี้เบื่อด้วย เพราะบางทีอาจจะต้องทำงานเดิมซ้ำ ๆ ๆ ๆ ๆ อยู่เป็นปี ๆ (อย่างที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้ T^T)

อย่างนึงที่เรารู้สึกจากการทำรีเสิชก็คือ ใจเราจะไม่ได้พักเลยอ่ะค่ะ จะไม่มีวันหยุดพัก

ที่บ้านเคยถามบ่อย ๆ ว่าทำงานเสร็จยัง ก็ไม่รู้จะตอบงัยอ่ะ เพราะมันไม่มีวันเสร็จ งานจะเสร็จก็เมื่อเรียนจบโน่นนนน เอริ๊กกกกกกกกก

ระหว่างเรียน เราก็จะมีวันหยุดบ้างแหละค่ะ แต่ใจเราก็จะรู้อยู่ตลอดเวลา ว่าเรามีอะไรบางอย่างที่ยังไม่เสร็จ ที่ยังต้องทำ ที่ยังต้องคิด

มันไม่มีวันที่ใจจะสงบอ่ะ (น่ากลัวไปมั๊ย 55555)

เรื่องความกดดัน อันนี้ก็แล้วแต่กรณี ๆ ไปอ่ะค่ะ ความกดดันจากแอ๊ดไวเซอร์น่าจะเป็นตัวแปรสำคัญที่สุด ถ้าได้แอ๊ดไวเซอร์ดี ก็ดีไปเลย ซึ่งตรงนี้เราถือว่าเราโชคดีมากกกกกกกกกกกก :)

สุดท้าย เรื่องเรียน แทบจะไม่สำคัญเลย เพราะ ณ จุด ๆ นี้ คุณจะจบ PhD ด้วยเกรดเท่าไหร่ ก็แทบจะไม่มีใครสนใจแล้ว เอาแค่รักษาเกรดให้ได้ตามที่เค้ากำหนดก็พอแร้นแหละ อย่าเยอะ 55555555

หลัก ๆ ก็แค่นี้แหละเนอะ

การเรียน PhD มันเป็นเรื่องของจิตใจอย่างเดียวเลยจริง ๆ ถ้ามั่นใจว่าเข้มแข็งพอ ก็เรียนโลดดด อย่าได้กลัว :)

เราคิดเสมอนะคะ ว่าการศึกษา คือการลงทุน ไม่ด้วยเงิน ก็ด้วยกำลังแรง ถ้าเราอยากได้ผลตอบแทนที่เราพอใจ เราก็ต้องลงทุนไปกะมัน....เนอะ



คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจ ;)




Create Date : 02 มิถุนายน 2554
Last Update : 2 มิถุนายน 2554 13:43:39 น. 5 comments
Counter : 613 Pageviews.

 
เคยมีพี่บอกว่า เรียน PhD เหมือนขั้นตอนการเปลี่ยนเป็นแวมไพร์

กินเลือดแวมไพร์เข้าไปแล้วจะเปลี่ยนร่างจากคนเป็นแวมไพร์นี่ ช่างทรมาน ดิ้นแด่วๆๆๆ

เปลี่ยนร่างได้แล้ว live (with your pain) forever ค่ะ เพราะเป็นด็อกแล้ว เวลาโง่จะโดนด่าสองเท่า


โดย: ดวงลดา วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:13:53:47 น.  

 
เป็นความรู้ดีจัง

เรื่องบ้างเรื่องนี่ต้องใจล้วนๆ เลยนะคะ
อยากเรียนบ้างแต่ใจคงไม่มีกำลังเยอะขนาดนั้น


โดย: wendyandbas วันที่: 2 มิถุนายน 2554 เวลา:14:02:38 น.  

 
ูู^^ ใช่ค๊ ใช้ ใจ ล้วน ๆ 555+


โดย: เหมียวน้อยจอมza@หมาป่าอิสระ วันที่: 3 มิถุนายน 2554 เวลา:15:33:56 น.  

 
ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ อย่าคิดฟุ้งซ่านนะ หากรู้สึกเหนื่อยล้า ก็ไปพักผ่อนที่ทะเลบ้างก็ดีนะ หรือหาหนังสือดีๆไปนั่งอ่านที่parkก็ดีนะคะ อย่าได้มองคนอื่นในด้านที่สวยงามเพียงแง่มุมเดียว น้องเองก็มีความงามไม่น้อยไปกว่าคนอื่นๆ ตั้งใจเรียนให้จบก่อนนะคะ อย่าเพิ่งกังวลถึงเรื่องอนาคต น้องเดินทางมาได้ไกลถึงขนาดนี้ พี่มั้นใจว่าต้องมีสิ่งที่ดีๆรอน้องอยู่ในวันข้างหน้า ช่วงเวลาในชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เราอาจจะประสบความสำเร็จน้อยกว่าคนคนนั้นแต่เราก็ยังประสบความสำเร็จมากกว่าคนอีกหลายๆคนนะคะ และที่สำคัญ น้องคือคนสำคัญของ คนในครอบครัวของน้องเสมอ


โดย: จากดอกหญ้า IP: 71.203.19.77 วันที่: 1 สิงหาคม 2554 เวลา:4:54:00 น.  

 
ขอบคุณค่ะ :)


โดย: Conglomerate วันที่: 2 สิงหาคม 2554 เวลา:10:24:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Conglomerate
Location :
Stanford, CA United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Conglomerate's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.