คนดีไม่มีในโลกหรอก มีแต่คนไม่ดีน้อยกับคนไม่ดีมาก
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2550
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
12 กรกฏาคม 2550
 
All Blogs
 

ภาพลวง...ในความรู้สึก

1
วันนี้วันอะไรผมจำไม่ได้เหมือนกันรู้เพียงแต่ว่าเมื่อคืนได้ไปเที่ยวกับเพื่อนที่สนิทที่สุดคนหนึ่งมา ผมใช้เวลานั่งคิดบนเตียงอยู่สักพักหลังจากเพิ่งตื่นขึ้นมาจากอาการมึนงงด้วยฤทธิ์ของเบียร์ที่ดื่มเข้าไปเมื่อคืนนี้ แดดตอนเที่ยงวันช่างร้อนเสียเหลือเกิน ผมนึกขึ้นมาได้ว่า ใช่แล้ววันนี้คือวันอาทิตย์ มันเป็นวันที่ผมได้นัดเจอกับผู้หญิงคนหนึ่งไว้ ซึ่งนั่นอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้เจอกับเธอ
2

ผมนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในย่านสีลม ซึ่งเป็นที่นัดหมายไว้สำหรับการพบกันในครั้งนี้ มองออกไปเห็นรถจอดติดยาวเป็นกิโล ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาเสียแล้วสำหรับคนเมืองหลวง มีนั่งซื้อรวมเรื่องสั้นของน้าหงา คาราวานที่ถือติดมือมาด้วยเพื่ออ่านฆ่าเวลาระหว่างรอ ผมนั่งอ่านไปได้สักพักรู้สึกว่าถ้าอ่านต่อไปก็คงไม่รู้เรื่องแน่นอน เลยหยุดอ่านแล้วหันไปเรียกพนักงานเพื่อที่จะสั่งกาแฟแก้วใหม่
“น้อง เอาคาปูชิโน่เย็นแก้วนึง”
พนักงานชายคนนั้นพยักหน้ารับแล้วเดินไปที่เคาน์เตอร์ เวลาผ่านไปประมาณห้านาทีเขาก็กลับมาพร้อมกับกาแฟในมือแล้ววางลงบนแผ่นรองแก้วที่อยู่ทางด้านขวามือผม ผมคิดว่าจริงๆแล้วผมน่าจะมาให้เลยเวลานัดมากกว่านี้สักสิบห้านาที เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมคิดถูกเสมอว่ายังเสียเธอก็คงมาสายตามเคยแล้วปล่อยให้ผมเป็นฝ่ายรอเธอตลอดนับตั้งแต่เราคบกันมา มีเสียงกระดิ่งที่แขวนไว้ประตูดังขึ้นผมหันไปมองเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง เธอใส่ชุดแซ็คสีฟ้าเปิดไหล่ ผมยาวประบ่า สวมแว่นตาดำ ใส่รองเท้าส้นสูงสีขาว ซึ่งมันทำให้เธอดูสูงขึ้นกว่าปกติ เธอกำลังเดินมาที่โต๊ะตรงผมนั่งอยู่
“นั่งสิ” ผมพูดเชิญ
เธอนั่งลงพร้อมกับถอดแว่นตาออกเอาใส่กระเป๋าถือไว้แล้ววางลงตรงเก้าอี้ข้างๆที่ว่างอยู่
“ขอโทษนะที่ให้รอนาน” เธอยิ้ม
“ไม่เป็นไร ชินเสียแล้ว” ผมพูดด้วยน้ำเสียงประชดเธอ “กินอะไรมายัง” ผมถามต่อ
เธอมองหน้าผมแล้วยิ้มแบบอายๆ “ยังไม่ได้กินอะไรมาเลย รีบมากลัวว่าเธอจะรอนาน”
ผมเรียกพนักงานมาเก็บเงินแล้วบอกให้เธอออกไปรอหน้าร้านก่อน เมื่อรับเงินทอนเสร็จผมก็เดินตามออกไป
“จะไปกินร้านไหนดีล่ะ” ผมถาม
“ไปกินแถวๆห้องเธอดีกว่า กินเสร็จจะได้ไปคุยกันที่ห้อง” เธอตอบพร้อมกับเอามือมาคล้องแขนผม
“ก็แล้วแต่...ตามใจ” ผมพูดแล้วจูงมือเธอมารอขึ้นรถแท็กซี่
3
ผมพาเธอมากินที่ร้านหน้าปากซอยใกล้ๆห้องพัก ลมยามบ่ายพัดพาความร้อนจากภายนอกเข้ามาทำให้รู้สึกร้อนอบอ้าว แต่มันคงไม่เท่ากับความรุ่มร้อนในใจผมที่มีต่อเรื่องราวที่กำลังจะได้พูดกับเธอให้รู้เรื่องเสียที ผมไม่คิดมาก่อนเลยตัวผมจะต้องมาเจอกับเรื่องราวแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่ถ้าใครไม่เจอกับตัวเองไม่รู้หรอกว่ามันจะรู้สึกอย่างไร
“เธอไม่กินอะไรเหรอ” เธอถาม
“กินมาแล้ว ก่อนจะไปรอเธอ” ผมบอก
“เราคบกันมากี่ปีแล้วนะ” เธอเริ่มเรื่อง
“หกปีเห็นจะได้” ผมตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“แล้วคิดยังไงกับตลอดระยะเวลาที่คบกันมา” เธอถามพร้อมกับจ้องตาผม
ผมนิ่งเงียบสักพักก่อนถามย้อนกลับไป “แล้วเธอล่ะคิดยังไง ขอฟังจากปากเธอก่อน”
สีหน้าของเธอเริ่มเปลี่ยนไปดูท่าทางคงอยากจะระบายอะไรออกมาสักอย่าง แต่ติดอยู่ว่าเราสองคนอยู่ในที่สาธารณะคงไม่สะดวกหากจะพูดอะไรออกไป เม็ดเหงื่อเริ่มผุดขึ้นบนใบหน้าของผม เสียงของการคุยกันจากโต๊ะรอบข้างดังขึ้นเรื่อยๆจนทำให้ผมรู้สึกรำคาญเสียงเหล่านี้
“ไปกันเถอะ ผมเริ่มเบื่อแล้ว” ผมบอกแล้วเดินออกไป
เธอเรียกพนักงานมาเก็บเงินพร้อมแล้วเดินตามมา
ท้องฟ้าเริ่มมืด รถราวิ่งตามกันอย่างไม่ขาดสาย เราสองคนเดินเรียบฟุตบาทโดยผมเดินนำหน้าส่วนเธอเดินตามหลัง ผมเดินทอดน่องไปเรื่อยๆคิดอยู่ตลอดเวลาว่าเธอจะพูดยังไงกับผม เธอคงมีจุดหมายในการใช้ชีวิตของตัวเอง อยากจะแยกทางกับผม อยากจะทำอะไรอีกหลายๆอย่างที่ไม่มีผมเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตเธอ แต่ทำไมเธอถึงคิดแบบนั้นล่ะ
เราสองคนเดินมาถึงห้อง เธอเดินตรงไปเข้าห้องน้ำทันที ผมเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์และน้ำอัดลมที่เธอชอบดื่มไปนั่งรอที่ระเบียงห้อง
“อากาศเย็นดีนะ” เธอพูดแล้วนั่งลงตรงข้ามผม
ผมเปิดเบียร์แล้วยกดื่มก่อนพูด “แต่ผมว่ามันร้อนนะ”
“หกปีแล้วนะที่เราคบกันมา แรกๆก็ดีอยู่หรอกแต่พักหลังเราเริ่มไม่เข้าใจกัน ต่างคนต่างเอาแต่ใจของตัวเอง ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเราถึงอยู่กันมาได้ตั้งหกปี” เธอพูด
“คุณพูดถูก แต่ผมคิดว่าเราน่าจะไปต่อกันได้”
“คงเป็นไปไม่ได้หรอกในเมื่อใจของฉันหมดรักคุณแล้ว และที่สำคัญฉันก็มีคนใหม่แล้วด้วย”
คำพูดของเธอทำให้ผมถึงกับอึ้งไปทันทีพูดอะไรไม่ออก ผมไม่คิดมาก่อนเลยว่าเธอจะพูดตรงๆแบบนี้ มีคนใหม่ มีคนใหม่ ผมพูดซ้ำในใจ ใช่แล้ว เธอมีคนใหม่ คงจะเป็นคนที่ผมบังเอิญเจอเข้าตอนเธอกับเขาเดินออกมาจากร้านอาหารแห่งหนึ่ง ผมคิดว่าคงอาจเป็นเขาคนนั้น
4

สองอาทิตย์ก่อน ผมจำไม่ได้เหมือนกันว่าวันไหน รู้สึกว่าจะเป็นวันเสาร์ ผมเดินไปกินข้าวที่ร้านเจ้าประจำตรงหัวมุมถนนอยู่เยื้องกับร้านอาหารร้านนั้น กินเสร็จผมเดินไปเข้าร้านหนังสือใช้เวลาร่วมๆสามสิบนาทีกับการหาหนังสืออ่าน ผมได้หนังสือมาสามเล่มจ่ายเงินแล้วเดินออกมา
ระหว่างที่เดินไปที่จอดรถ ทันใดนั้นผมเหลือบไปเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง ดูท่าทางคุ้นๆถึงแม้ว่าผมจะเห็นจากข้างหลัง ใกล้ๆกันมีชายหนุ่มร่างผอมสูง นั่งข้างๆเธอกำลังนั่งกินข้าวกัน แต่ผมยังไม่แน่ใจว่าเธอคนนั้นจะเป็นผู้หญิงของผม ผมเดินเข้าไปดูใกล้ๆเพื่อให้แน่ใจว่าคงจะไม่ใช่อย่างที่ผมคิด
ภาพที่ผมได้เห็นตรงหน้าคือภาพหญิงสาวคนรักของผมกำลังจับมือถือแขนหยอกล้ออย่างสนุกสนานกับผู้ชายคนนั้น อาการของผมตอนนั้นเหมือนกับหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ รุ่นร้อนในใจ เหงื่อค่อยๆไหลซึมออกมาทั่วร่าง ผมคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดีกับเหตุการณ์ตรงหน้าได้แต่สงบอารมณ์ แต่ในใจอยากจะเข้าไปสาวหมัดใส่หน้าชายคนนั้นแล้วหันมาตบหน้าหญิงสาว แต่ผมทำได้เพียงแค่คิดเท่านั้น ผมไม่กล้าหรอกรู้ดีว่าถ้าทำอะไรโง่ๆแบบนั้นลงไปก็มีแต่จะทำให้ผู้หญิงยิ่งเกลียดตัวเราเพิ่มขึ้นไปอีก ผมจึงเดินเลี่ยงออกมา ไขกุญแจเข้าไปนั่งในรถสงบอารมณ์สักพักก่อนขับกลับห้อง
ผมมานั่งคิดทบทวนหลายๆสิ่งหลายๆอย่างต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทำไมเธอถึงทำกับผมได้ขนาดนี้ ทั้งๆที่จริงแล้วผมมอบความรักให้กับเธอสุดหัวใจยอมแม้กระทั่งสละชีวิตแทนเธอได้ถ้าเธอต้องการ เธอเป็นคนแรกที่ผมรัก รักมากจนไม่อยากจะรักใครได้อีกต่อไป ผมมีเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น ตลอดระยะเวลาที่คบกันมาผมไม่เคยคิดที่จะนอกใจเธอเลย ถึงแม้จะมีผู้หญิงมากมายเข้ามาข้องแวะกับผมแต่ผมก็ไม่เคยสนใจผู้หญิงเหล่านั้นเลยเพราะผมมีเธออยู่ในใจแล้ว
เสียงเพลงจากสถานบันเทิงดังอึกทึกครึกโครมเข้ามาในห้อง ผมออกไปยืนที่นอกระเบียงมองจากตรงนี้เห็นผู้คนมากมายเต้นตามจังหวะเสียงเพลงกันอย่างสนุกสนาน ตรงกันข้ามกับผมที่อยู่ในอาการซึมเศร้าต่อภาพที่เกิดขึ้นในวันนี้ พยายามจะลืมเรื่องราวทุกๆอย่างที่เห็นแต่ทำยังไงก็ไม่สามารถลืมมันได้เสียที ผมจะทำยังไงดีกับเรื่องนี้ ปล่อยให้มันผ่านเลยไปโดยไม่คิดว่ามันได้เกิดขึ้นหรือจะพูดแบบเปิดใจกับเธอตรงๆให้มันรู้เรื่องกันไปเลย

5

“เอาล่ะ ผมจะไม่พูดเรื่องที่คุณมีคนใหม่ ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณ ในเมื่อต้องการเลิกกันผมก็จะไม่รั้งคุณไว้อีกแล้ว” ผมจำเป็นต้องพูดในสิ่งที่ไม่อยากพูด
“ฉันก็สงสารคุณเหมือนกัน แต่ถ้าอยู่กันด้วยความสงสารไม่ได้อยู่กันด้วยความรัก มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา” เธอบอกพร้อมกับหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาไหลออกมาอาบแก้ม
ผมนิ่งเงียบโดยที่ไม่รู้สึกอะไรต่อคำพูดของเธอ คิดเพียงแต่ว่าจริงของเธอในเมื่อคนเราถ้าหัวใจหมดความรักให้แก่กันก็ไม่ควรอยู่ด้วยกัน ถ้าอยู่กันด้วยความสงสารก็มีแต่จะทำให้ทรมานใจกันไปเปล่าๆ
“ในเมื่อคุณเลือกทางที่คุณคิดว่าดีแล้ว ผมก็จะปล่อยคุณไป” ผมบอกพร้อมยื่นแขนไปกุมมือเธอ
“เรื่องราวของเราสองคนมันเดินมาไกลจนสุดทางแล้ว แต่ยังไงเราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้” เธอบอก
“ใช่ เรายังคงเป็นเพื่อนกันได้ ผมขอให้คุณโชคดี มีความสุขกับรักครั้งใหม่” ผมพูด
เธอหยิบกระเป๋าขึ้นสะพายก่อนพูด “ฉันต้องไปแล้วนะ ขอให้เธอเจอคนที่ดีด้วยเช่นกัน” แล้วเดินจากไป
“มีปัญหาอะไรก็โทรมาหาได้นะ เรายังคงเป็นเพื่อนกันอยู่” ผมบอกทิ้งท้ายเมื่อร่างของหญิงสาวได้เดินจากไปแล้ว
ผมนั่งลงที่เตียงคิดทบทวนตลอดเวลาว่าผมทำถูกแล้วหรือที่ปล่อยเธอไปมีความสุขกับคนรักใหม่ แล้วทิ้งให้ผมอยู่กับความโศกเศร้า เสียใจแต่เพียงผู้เดียว น้ำใสๆจากนัยน์ตาค่อยๆไหลลงมาอาบสองแก้ม
6
ผมหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ แต่รู้สึกตัวตื่นขึ้นอีกครั้งพบว่าเธอซึ่งเป็นหญิงสาวของผมนั้นยังคงนอนหลับอย่างน่าเอ็นดูอยู่ข้างกายของผมด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่า ปราศจากอาภรณ์สิ่งใดห่มคลุม ผมใช้ฝ่ามือลูบหัวแล้วจูบเบาๆตรงที่แก้มซ้ายพร้อมกับเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเธอ





 

Create Date : 12 กรกฎาคม 2550
2 comments
Last Update : 12 กรกฎาคม 2550 23:29:24 น.
Counter : 321 Pageviews.

 

 

โดย: 55 IP: 202.12.73.11 26 กรกฎาคม 2550 17:53:36 น.  

 

สาด โคตรหักมุม

 

โดย: กิตติภัต IP: 118.173.150.149 20 เมษายน 2551 9:50:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Valentine's Month


 
communist
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ฉันเป็นเเค่เพียงปุถุชนธรรมดาที่เกิดมาเผชิญหน้ากับโลกสีหม่น
สหายทั้งหมด คน


Friends' blogs
[Add communist's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.