Group Blog
 
 
เมษายน 2557
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
5 เมษายน 2557
 
All Blogs
 
OSAKA - เที่ยวปราสาทโอซาก้า


จากตอนที่แล้วที่เรามาถึงโอซาก้าในช่วงเย็น เลยได้เดินเที่ยวเมืองยามค่ำคืนแบบชิมลางนิดๆหน่อย
เช้านี้ต้องเช็คเอาท์จาก Vists Grande Osaka และเช็คอินที่ Chuo Selene 
โดยเพื่อนอีก 2 คนที่จะบินตามมาถึงโอซาก้าในเช้านี้ ประมาณ 6 โมงครึ่ง เลยนัดเจอกันที่นั่นตอนประมาณ 8 โมงครึ่ง



คราวนี้เดินจากโรงแรมไม่ไกลก็เจอสถานีรถไฟใต้ดินละ 
คิดแล้วขำกับอาการหลงทางหาโรงแรมเมื่อคืน
เพราะจริงๆ หากเดินถูกทางสถานีรถไฟอยู่ใกล้จนเหลือเชื่อ มันช่างแตกต่างจากเมื่อวานราวฟ้ากับดิน 555
และจากสถานีนัมบะ ขึ้นสาย Midosuji มาลงที่สถานี Dobutsuen-mea 
ออกจากสถานีมา โอวว... Chuo Selene อยู่ตรงหน้า เดินอีกไปถึงสิบก้าวมั้ง
ใกล้สถานีดีจริงๆ ครับ เรียกว่าเป็นที่พักที่ใกล้สถานีที่สุดแล้วตลอดทั้งทริปนี้



ไปถึงโรงแรม เพื่อนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
แต่เช้ามากขนาดนี้ยังเช็คอินไม่ได้ เลยขอฝากกระเป๋าเพื่ออกเที่ยวแล้วค่ำๆ ค่อยกลับมาจัดการต่อ
เตรียมส่งภาษากับคุณลุงเจ้าหน้าที่หน้าฟร้อน กลับส่งเสียงทักภามาเป็นภาษาไทยปร๋ออออ
ฮ่าฮ่า เริ่มต้นวันนี้ด้วยความราบรื่นแฮะ ...



วันนี้ทั้งวันผมกับเพื่อนอีกคนใช้ Osaka Unlimited Pass พร้อมลิสต์รายการเข้าชมยาวเฟื้อย
ส่วนเพื่อนอีก 2 คนตั้งใจว่าจะเข้า Osaka Aquarium Kaiyukan เลยใช้ Kaiyukan Pass
แต่บัตรทั้งสองแบบสามารถใช้รถไฟใต้ดินได้ฟรีเหมือนกัน 
เลยไม่มีปัญหาในการเดินทางด้วยกัน



จุดหมายแรกที่เราต้องเห็นให้ได้คือ ปราสาทโอซาก้าครับ แต่วันหยุดปลายปี ด้านในปราสาทปิดนะครับ
แต่เราสามารถเดินชมด้านนอกได้ เลยไม่ใช่ปัญหา
นั่งรถใต้ดินมาลงที่สถานี Tanimachi   ออกเดินเลียบถนนจนผ่านตึก NHK ในบรรยากาศฟ้าใสแดดอ่อนๆ
แถมได้เจอกับใบไม้เปลี่ยนสีที่ยังหลงเหลืออยู่ แม้จะมีไม่กี่ต้น แต่เป็นความหนึ่งในความประทับกับการเที่ยวโอซาก้าเลย





ใช้เวลาในการเดินพักใหญ่ ยังไม่เหนื่อยดี เพราะแวะถ่ายรูปเรื่อยเปื่อยกันตลอดทาง
เจอกำแพงชั้นนอกของปราสาทโอซาก้า แดดดี น้ำนิ่งมาก 
เช้าๆ ผู้คนยังไม่เยอะ ดูสวย เงียบสงบ ชอบบรรยากาศนี้จัง





ยืนรับลมหนาวที่โชยมาอยู่พักใหญ่
ออกเดินต่ออีกนิดเดียว ก้าวเข้าสู่อาณาเขตของปราสาทโอซาก้าแล้ว
เห็นได้จากตัวปราสาทที่สามารถมองเห็นอยู่ลิบๆ โน่น



แต่สิ่งที่สัมผัสได้ในทันทีนอกจากความหนาวเหน็บแล้วคือ ความเงียบเหงา
มีคนเดินรอบๆบริเวณนั้นเป็นเพื่อนเราไม่กี่คน
แต่ก่อนจะเข้าไปชมปราสาทใกล้ๆ สะดุดตาและได้กลิ่นอาหาร พร้อมควันร้อนๆ จากร้านแถวๆนั้น
เลยแวะเติมพลังยามเช้าด้วยอูด้งร้อนๆสักถ้วยก่อนดีกว่าครับ



เมื่ออิ่มอร่อยเรียบร้อย ได้เวลาเที่ยวสถานที่ที่เป็นแลนด์มาร์คของโอซาก้ากันแล้วครับ
ที่ที่สร้างปราสาทแห่งนี้เดิมเคยเป็นวัด Osaka Hongan-ji สร้างขึ้นโดย Toyotomi Hideyoshi นักรบระดับไดเมียว เมื่อปีค.ศ.1583 



แต่ภายหลังเกิดสงคราม Osaka Natsu No-jin และจบลงด้วย ตระกูล Toyotomi ถูกฆ่าหมดสิ้น
และที่นี่ก็ถูกก็ถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ



ต่อมาในสมัย Tokugawa ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่
แต่น่าเสียดายที่ถูกฟ้าผ่าทำลายลงอีกครั้งในปี ค.ศ.1665 



จนกระทั่งในปี 1931 นายกเทศมนตรีเมืองโอซาก้า ได้เรี่ยรายเงินบริจากจากชาวโอซาก้า
ได้เงินจำนวนหนึ่งล้านห้าแสนเยนเพื่อทำการบูรณะใหม่อีกครั้ง
ปราสาทโอซาก้าจึงยืนอวดความงามให้เราเห็นจนทุกวันนี้
โดยปราสาทมีความสูง 55 เมตร มี 5 ส่วน 8 ชั้น 
มีจุดน่าสำคัญที่น่าชมคือ เครื่องประดับหลังคา และภาพเสือบนกำแพงและหลายส่วนลงสีทองอย่างสวยงาม
ปัจจุบันที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกสำคัญของประเทศอีกด้วย



ส่วนพิพิธภัณฑ์ด้านบนที่เราไม่ได้เข้าชม เพราะหยุดช่วงเทศกาลปีใหม่
เป็นที่รวบรวมภาพเขียน เครื่องแต่งกายโบราณ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประสาทและตระกูล Toyotomi อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวเมืองโอซาก้าในมุมสูงอีกด้วย


หลังจากเดินชมปราสาทโอซาก้าจนรอบ และหนำใจแล้ว
ก่อนจะออกจากปราสาทไปที่ต่อไปแวะร้านค้าที่อยู่ภายกันกันหน่อย
เต็มไปด้วยของที่ระลึกนานาชนิดให้เลือกซื้อกัน





และสิ่งสำคัญที่ไม่ยอมพลาด คือใกล้ๆร้านขายของที่ระลึกนั้นมีร้าน ทาโกะยากิ เจ้าอร่อยเลื่องชื่อ
เราต้องตามมาชิม และลงความเห็นว่าอร่อยสมคำเล่าลือ
ถือเป็นการปิดท้ายการเที่ยวชมปราสาทโอซาก้าที่สมบูรณ์แบบ
และมีแรงเที่ยวสถานที่ต่อไปนะครับ





Create Date : 05 เมษายน 2557
Last Update : 5 เมษายน 2557 17:13:54 น. 0 comments
Counter : 876 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

cold river
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add cold river's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.