..สิ่งที่เติมเต็มในชีวิต คือ เธอ..เจ้าชายของฉัน..
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2551
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
10 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 

ตามมาๆๆ...เที่ยวนครปฐม กันม๊า

คือตอนนี้กะลังหาที่เที่ยวใกล้ๆ กทม.อยู่อ่ะคะ
วันก่อนก็ไปนครนายกมา แต่แอบเหงในเวบแว้บๆๆเกี่ยวกะนครปฐม
เลยเอาข้อมูลมาลงเล่นๆก่อน
เด่วค่อยพาไปจิงๆ อิอิ

มาดูกันเร้ววว
มีที่ไหนน่าสนใจมั่ง
เอาที่อ.เมืองก่อนเลยนะคะ (ไล่ไปทีละอำเภอ จะได้เที่ยวให้ทั่วจ.ไปเล้ยย โล้ดดด)

วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรวิหาร



เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดราชวรมหาวิหาร เป็นที่ประดิษฐานองค์พระปฐมเจดีย์ที่ใหญ่ และสูงที่สุดของไทย จังหวัดนครปฐมได้ใช้พระปฐมเจดีย์เป็นตราประจำจังหวัด พระปฐมเจดีย์ที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นองค์ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ.2396 โดยโปรดเกล้าฯให้สร้างครอบองค์เดิมที่ชำรุดหักพังลง การก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ.2413 มีความสูง 3 เส้น 1 คืบ 10 นิ้ว ฐานวัดโดยรอบได้ 5 เส้น 17 วา 3 ศอก ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้ทรงบูรณะวัดพระปฐมเจดีย์ให้สง่างามมากขึ้น และถือว่าวัดพระปฐมเจดีย์เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 6

พระร่วงโรจนฤทธิ์
//www.thai-tour.com/thai-tour/Central/Nakornprathom/images/pra-prathom/large-pic/rojnarit-buddha.jpg

ประดิษฐานในซุ้มวิหารทางทิศเหนือหน้าองค์พระปฐมเจดีย์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งได้พระเศียร พระหัตถ์ และพระบาทมาจากเมืองศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย แล้วโปรดเกล้าฯ ให้ช่างทำรูปปั้นขี้ผึ้งปฏิสังขรณ์ให้บริบูรณ์เต็มองค์ทำพิธีหล่อที่วัดพระเชตุพนฯ เมื่อ พ.ศ.2456 เป็นพระพุทธรูปยืนปางประทานอภัย เสร็จแล้วอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ในซุ้มวิหารด้านเหนือตรงกับบันไดใหญ่ และพระราชทานนามว่าพระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ ธรรมโมภาส มหาวชิราวุธราชปูชนียบพิตร และที่ฐานพระพุทธรูปองค์นี้เป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระราชวังเดิม
เมืองนครปฐมเคยเป็นเมืองที่มีพระมหากษัตริย์ครอบครองมาแต่โบราณกาล แต่ปราสาทราชวังในครั้งนั้น สร้างด้วยไม้ถูกทอดทิ้งให้รกร้างมาเป็นเวลานาน จึงผุพังเหลือแต่ซาก จนกระทั่ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. 2454 ร่องรอยพอจะสันนิษฐานได้ คือ ตรงบ้านเนินปราสาทอันเป็นที่ตั้งพระราชวังสนาจันทร์ ปัจจุบันนี้มีเนินดิน และลำคูล้อมรอบตามหนังสือเรื่องพระปฐมเจดีย์ฉบับเก่าของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค) ว่าพระที่นั่งองค์เก่ามีฐานปราสาท และท้องพระโรงมีโบสถ์พราหมณ์ สระน้ำ กำแพงชั้นในและชั้นนอก ก็ยังเหลืออยู่บ้าง แต่พวกจีนที่ไปตั้งทำไร่ รื้อทำลายเสียหายไปมาก
นอกจากนี้ยังมีเนินดิน ซากโบราณเกี่ยวกับโบสถ์พราหมณ์ และลายกนกปูนปั้นเหลือเป็นพยานอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้ ลักษณะลวดลายและฝีมือดูจะเป็นของเก่า ของเหล่านี้ล้วนแต่ใช้ศิลาแลงเป็นแกนและพวกปูนประกอบอีกชั้นหนึ่ง มีสระใหญ่อีกแห่งหนึ่งอยู่ใกล้ๆ กับเนินดินที่กล่าวนี้เรียกว่า "สระน้ำจันทร์" กล่าวกันว่าเป็นที่ขังน้ำจืดคล้ายกัน กับน้ำในทะเลชุบศร เมืองลพบุรี ปัจจุบันนี้สระน้ำตื้นเขินเสียหมดแล้ว ชื่อของสระน้ำเป็นต้น เค้าที่ทำให้เรียก ชื่อตำบลว่าตำบลสระน้ำจันทร์มาแต่โบราณ จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังนี้ขึ้นจึงได้ทรงเปลี่ยนชื่อใหม่ เรียกตามพระราชวังว่า "ตำบลสนามจันทร์" จากเรื่องราว ดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่า เมืองนครปฐมเดิมคงจะใหญ่โตมาก เพราะบริเวณพระราชวัง อยู่ห่างจากพระเจดีย์องค์เดิม ซึ่งเป็นศูนย์กลางของตัวเมือง เกือบ 2 กม.

พระราชวังสนามจันทร์

ห่างจากองค์พระปฐมเจดีย์ ไปทางทิศตะวันตก ราว 2 กม. มีพื้นที่ 888 ไร่ 3 งาน 24 ตารางวา พระราชวังแห่งนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ตั้งแต่ยังทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งมีมูลเหตุจูงใจ มาจากการบูรณะปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์ ที่ทำให้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพอพระราชหฤทัย เมืองนครปฐมเป็นอย่างยิ่งทรงเห็นว่า เป็นเมืองที่เหมาะสมสำหรับประทับพักผ่อน เนื่องจากมีภูมิประเทศงามร่มเย็น ดังที่ได้ทรง ไว้ในลายพระหัตถ์ เรื่องการแก้ไขวิหารหลวง ตอนหนึ่งว่า "ในรัชกาลที่ 5 ฉันได้ออกไปพักอยู่ที่เมืองนครปฐมบ่อย ๆ จึงได้ใฝ่ใจในองค์พระนั้นมากแต่นั้นมา" เมื่อครั้งยังดำรงพระยศเป็น พระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารและยังไม่ได้สร้างพระราชวังสนามจันทร์ เวลาเสด็จนครปฐมมักจะประทับที่พลับพลาชั่วคราวในดงไผ่บริเวณมหาวิทยาลัยศิลปากรปัจจุบัน หรือมิฉะนั้นก็จะประทับที่พระตำหนักบังกะโล ซึ่งอยู่ตรงมุมถนนขวาพระใกล้กับสถานีตำรวจ ซึ่งปัจจุบันพระตำหนักหลังนี้ได้รื้อลงหมดแล้ว พระองค์โปรดการทรงม้าพระที่นั่งสำรวจท้องที่เป็นอย่างมาก บางครั้งก็เสด็จไปที่ตำบลวัดทุ่งพระเมรุ แต่ส่วนใหญ่โปรดเสด็จไปที่บริเวณพระราชวังสนามจันทร์ ซึ่งแต่เดิมเป็นที่ของชาวบ้านปลูก พืชไร่และพืชล้มลุก เช่น กล้วย สับปะรด ไว้มากมายสลับกับทุ่งหญ้ารกเรื้อและป่าไผ่ขึ้นเป็นดง ทรงพอพระราชหฤทัยมาก เห็นว่าเป็นสถานที่เหมาะสมจะสร้างเป็นที่ประทับถาวรในการเสด็จฯ แปรพระราชฐาน จึงรับสั่งขอซื้อจากชาวบ้านเจ้าของที่โดยใช้เงินจากพระคลังข้างที่ทั้งสิ้น พระราชประสงค์ในการซื้อที่ดินจำนวนมากมาย เพื่อสร้างพระราชวังสนามจันทร์ครั้งนี้ มิใช่จะเห็นแก่ความสุขสบายส่วนพระองค์ ในการเสด็จฯ แปรพระราชฐานเท่านั้น แต่เพราะทรงมีพระราชดำริที่ลึกซึ้ง นั่นก็คือ ทรงเห็นว่านครปฐมเป็นเมืองที่มีชัยภูมิเหมาะสำหรับต้านทานข้าศึก ซึ่งจะยกเข้ามา ทางน้ำได้อย่างดี ด้วยทรงจดจำเหตุการณ์ เมื่อ ร.ศ.112 ที่ฝรั่งเศสนำเรือรบเข้ามาปิดปากอ่าวไทยได้ และไม่ต้องการที่จะให้ประเทศไทยตกอยู่ในสภาพดังกล่าว จึงตั้งพระทัยที่จะสร้างพระราชวังสนามจันทร์ไว้สำหรับเป็นเมืองหลวงที่สอง เมื่อประเทศชาติประสบปัญหาวิกฤติ
พระราชวังสนามจันทร์ เริ่มสร้างในปี พ.ศ.2450 มีหลวงพิทักษ์มานพ (น้อย ศิลปี) ซึ่งต่อมาได้เลื่อนยศเป็นพระยาศิลป์ประสิทธิ์ เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างพระที่นั่งซึ่งสร้างแล้วเสร็จ และพระราชทานนามตามประกาศลงวันที่ 27 สิงหาคม 2454 มีเพียง 2 พระที่นั่ง ได้แก่ พระที่นั่ง พิมานปฐม และพระที่นั่งอภิรมย์ฤดี ต่อมาจึงสร้าง เพิ่มเติมจนเสร็จสมบูรณ์ตามพระราชวัง แต่เก่าก่อนดังที่ ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำพิธียกพระมหาเศวตฉัตรขึ้นประดิษฐาน เหนือพระแท่นรัตนสิงหาสน์ ภายในพระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2466 เวลา 4 นาฬิกา 47 นาที 51 วินาที
พระราชวังสนามจันทร์ เปิดให้เข้าชมเฉพาะ วันอังคาร- พฤหัสบดี-เสาร์ เวลา 9.00-16.00 น. มีอาณาเขตกว้างขวางประกอบด้วยสนามใหญ่อยู่กลาง มีถนนโอบเป็นวงโดยรอบและ มคูน้ำล้อมอยู่ชั้นนอก ส่วนพระที่นั่งต่าง ๆ นั้นรวมกันอยู่ส่วนกลางของพระราชวัง










ต่อด้วย อำเภอนครชัยศรี

ดินแดนแห่งสัมโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวสวย เอกลักษณ์เหล่านี้แม้จะมีมานาน แต่ก็ยังคงความเด่นอันเป็นลักษณะเฉพาะไว้ได้ที่นครชัยศรี นอกจากจะมีส้มโอและ ข้าวสารแล้วปัจจุบันยังมีไร่องุ่น และโรงงานทำเหล้าองุ่น ซึ่งยินดีเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมกิจการของโรงงานได้โดยติดต่อทางจดหมายถึงบริษัทประมวลผลจำกัด อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม 73120 หรือโทร. (034)331787, 331954 การท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเขตอำเภอนครชัยศรี ได้แก่
การล่องเรือเที่ยวในแม่น้ำนครชัยศรี (แม่น้ำท่าจีน)

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย
ตั้งอยู่เลขที่ 43/2 หมู่ 1 ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี กม.ที่ 31 ตำบลขุนแก้ว อำเภอนครชัยศรีเป็นสถานที่จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาส ซึ่งเป็นผลงานสร้าง-สรรค์ของกลุ่มศิลปินไทย โดยมีวัตถุประสงค์ในอันที่จะส่งเสริมเผยแพร่และอนุรักษ์ไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมประเพณีของไทยประกอบด้วยหุ่นชุดต่างๆ ได้แก่ ชุดพระอริยสงฆ์ ชุดพระบรมรูป พระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี และชุดมุมหนึ่งของชีวิต เป็นต้น

อุทยานปลา
ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยพลูจะมีปลามาอยู่รวมกันโดยธรรมชาติได้แก่ ปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาตะเพียน ปลาหางแดง ซึ่งอยู่ในแม่นํ้าท่าจีน อุทยานปลาอยู่ห่างจากทางแยก เข้าที่ทำการ อำเภอนครชัยศรีประมาณ 11 กม.

ต่อมาที่ อำเภอสามพราน ค่ะ
วัดไร่ขิง
ตั้งอยู่ที่อำเภอสามพรานห่างจากกรุงเทพฯ 32 กม. มีทางเข้า 3 ทาง คือ ทางแยกหน้าสถานี ตำรวจโพธิ์แก้ว ทางแยกหน้าสวนสามพราน และทางแยกพุทธมณฑลสาย 5 วัดไร่ขิง เป็นวัดราษฎร์ สร้างเมื่อ พ.ศ.2334 โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก) เรียกชื่อวัดตามชื่อตำบล เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ได้อัญเชิญพระพุทธรูปจากวัดศาลาปูนมาประดิษฐานไว้ที่วัดไร่ขิงด้วย ปัจจุบันชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อวัดไร่ขิง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 4 ศอก 2 นิ้วเศษ สูง 4 ศอก 16 นิ้วเศษ พุทธลักษณะเป็นสมัยเชียงแสน สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือช่างสมัยไทยล้านนา และล้านช้าง ตามตำนาน เล่าว่าลอยน้ำมา และอัญเชิญขึ้นไว้ที่วัดศาลาปูน วัดไร่ขิงนี้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงพระราชทานนามให้ว่า วัดมงคลจินดาราม(ไร่ขิง) แต่ชาวบ้านเรียกกันเต็ม ๆ ว่าวัดมงคลจินดารามไร่ขิง จนกระทั่งเหลือแต่ชื่อวัดไร่ขิงไปในที่สุด วัดไร่ขิง เป็นวัดที่พุทธศาสนิกชนรู้จักกันดี นิยมเดินทางไปนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิงกันอยู่เสมอ ทุกวันอาทิตย์จะมีตลาดนัดอาหารและผลไม้จำหน่ายหน้าวัด และที่บริเวณริมแม่น้ำหน้าโบสถ์จะมีชาวสวนพายเรือนำผลไม้มาขาย และบริเวณริมแม่น้ำหน้าโบสถ์นี้เป็นเขตอภัยทาน ร่มรื่น มีปลาสวายตัวโตนับพันอาศัยอยู่ นักท่องเที่ยวสามารถซื้อขนมปังเลี้ยงปลาได้ และยังมีก๋วยเตี๋ยวเรือ (หมู) รสเลิศขายทุกวัน นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ของเก่า รวบรวมของเก่าเช่นถ้วยชาม หนังสือเก่า ซึ่งชาวบ้านนำมาถวายวัดจัดแสดงไว้ ในระหว่างวันขึ้น 13 ค่ำ ถึงแรม 3 ค่ำเดือน 5 ของทุกปี ทางวัดไร่ขิงจะจัดงานนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิงขึ้น มีการออกร้านและมหรสพมากมาย

สวนสามพราน
เป็นสถานที่พักผ่อนตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 32 กม. อยู่ติดแม่น้ำนครชัยศรี มีเนื้อที่ 137.5 ไร่ ภายในจัดแต่งเป็นสวนดอกไม้นานาชนิด หมู่บ้านไทย และบางส่วนเป็น โรงแรม ที่พัก และสนามกอล์ฟ
นอกจากนี้ยังมีการแสดงพื้นบ้านให้ชมในช่วงบ่ายเป็นประจำทุกวัน สวนสามพรานเปิดให้เข้าชม ตั้งแต่เวลา 8.00-18.00น. ค่าบัตรผ่านประตูผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท ค่าบัตรผ่านประตู รวมค่า เข้าชมการแสดงต่าง ๆ คนละ 220 บาท ติดต่อขอทราบรายละเอียดได้ที่ โทร. 295-3261-4
ลานแสดงช้างและฟาร์มจระเข้สามพราน ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษมกม.ที่ (30) สุธิดา ห่างจากสวนสามพราน 1กม. มีเนื้อที่ประมาณ 62 ไร่ เป็นสวนสัตว์นานาชนิด มีการแสดงโชว์ของช้าง และ การจับจระเข้ เปิดให้เข้าชมเวลา 8.30-17.30 น.ค่าเข้าชมคนละ(250)

ตลาดดอนหวาย
ตั้งอยู่ที่ ต. บางระทึก อ. สามพราน จ.นครปฐม ริมแม่น้ำท่าจีน ความยาวของ
ตลาดประมาณ 300 เมตร อยู่ติดกับวัดคงคารามดอนหวาย

ตลาดมีลักษณะตัวอาคารเป็นอาคารไม้เก่า ๆ ตั้งแต่อดีตสมัยรัชกาลที่ 6 ที่อยู่ติดริมแม่น้ำท่าจีน มีพ่อค้า แม่ค้า นำสินค้า และอาหารมาจำหน่ายในบริเวณวัดดอนหวาย มีตลาดนัดสินค้าทางการเกษตรที่วัดดอนหวายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. และมีเรือบริการนำเที่ยวชมทิวทัศน์ของสองฝั่งแม่น้ำท่าจีน




 

Create Date : 10 มิถุนายน 2551
4 comments
Last Update : 10 มิถุนายน 2551 15:01:57 น.
Counter : 459 Pageviews.

 

อุ๊ ว้าวว์

ถ่ายรูปสวยได้ใจมั่กๆค่ะ .... ข้อมูลดีด้วย ถ้าเรากลับไปไทย อยากขอจ้างเป็นมัคคุเทศน์กิตติมศักดิ์ซะแล้วสิ อยากไปนครปฐมมานานแย้วววว

ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ...อยากขอรบกวนแอ๊ดเราในเฟรนฟล๊อกซืหน่อย ของเราไม่รู้เป็รไร แอ๊ดใครไม่ได้เลย .... ยังไงแวะไปเยี่ยมชมบล๊อกเรามั่งนะคะ ขอบคุณค่ะ

 

โดย: ขนมจั้ง IP: 202.7.176.139 10 มิถุนายน 2551 20:43:06 น.  

 

ตามมาเที่ยวด้วยคนคับ

 

โดย: traveller 360 (chalawanman ) 20 มิถุนายน 2551 18:20:19 น.  

 

อยากไปเที่ยวกับแฟน

 

โดย: แนน IP: 125.27.245.150 30 สิงหาคม 2552 19:51:50 น.  

 

อยากไปจัง

 

โดย: แนน IP: 125.27.245.150 30 สิงหาคม 2552 19:54:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


coffee_kus
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ทุกคนมีโลก..โลกส่วนตัวของหมีอ้วน เอามาให้อ่าน ให้ชม ให้เสนอแนะ ให้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในโลกต่างๆ ของกันและกันค่ะ
สบายๆ ชิวๆ ค่ะ
Friends' blogs
[Add coffee_kus's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.