คนไม่สำคัญที่อยู่นอกสายตาเสมอ
Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
13 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 
ความทรงจำแห่งตากใบ ตอน หมออนามัยใจแกร่ง

ท้องฟ้ายามมืดมิดช่างเงียบเหงา ฉัน เดินตรวจตรารอบหมู่บ้านนานาค ด้วย
ความระมัดระวัง แต่ก็อดหวนนึกถึงเขาไม่ได้ ป่านนี้ อาหามะ เขาจะเป็นอย่างไรบ้างนะ เขาจะปลอดภัยดีอยู่หรือเปล่า อากาศเริ่มหนาวมากขึ้นเรื่อยๆ ฉันกระชับเสื้อให้แน่นหวังคลายความหนาว แต่ก็ช่วยไม่ได้มากนัก ฉันเดินเรื่อยๆ ออกจากหมู่บ้าน จนมาถึงหน้าสถานีอนามัย ซึ่งยังคงเปิดไฟสว่างไสว ฉันจึงขึ้นไปตรวจดูว่ายังมีใครอยู่

“มีใครอยู่ไหมคะ” ฉันส่งเสียงทักทาย

“ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”หญิงสาวในชุดสีฟ้าขาวออกมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ขอโทษทีค่ะ คุณหมอ...พอดีเห็นไฟเปิดไว้ จึงเข้ามาตรวจดูความเรียบร้อยเท่านั้น”

คุณหมอพัชชา พยักหน้ารับ แล้วเดินหายเข้าไปข้างในสักพักก่อนออกมาพร้อมกับกาแฟที่ส่งกลิ่นออกมานอกถ้วยเย้ายวนใจ เธอส่งให้ฉันหนึ่งแก้ว แล้วชักชวนให้นั่งลงดื่มกาแฟด้วยกัน

“คุณหมอ อยู่คนเดียวหรือคะ ไม่กลัวหรือคะ” ฉันถามไถ่ด้วยความห่วงใย

“อยู่คนเดียวค่ะ กลัวเหมือนกัน แต่ก็ต้องทำหน้าที่ หากปล่อยอนามัยไว้โดยไม่มีหมอ หากมีคนเจ็บป่วยกลางดึกใครจะรักษาล่ะคะ แต่ว่า มี อรบ.อย่างพวกคุณมาคอยดูแลก็อุ่นใจนะ อีกอย่าง หมอว่า พวกนั้น เขาคงไม่กล้าทำร้ายหมอหรอก” หมอพัชชา บรรยายชัดเจน

“ยังไงก็ระวังตัวด้วยนะคะ หมอ พอฉันออกไปแล้ว ใครมาเรียกก็อย่าออกมาง่ายๆ ให้ถามก่อน” ฉันเตือนคุณหมอพัชชา ก่อน ลากลับไปตรวจตราหมู่บ้านต่อ เวลาล่วงเข้าตีสาม ฉันเร่งฝีเท้าให้ถึงที่หมายโดยเร็ว แต่ยังอดห่วงคุณหมอพัชชาไม่ได้ ที่ต้องอยู่อนามัยเพียงลำพัง ฉันจึงรีบย้อนกลับไปที่อนามัยอีกครั้ง อนามัยยังคงเปิดไฟทิ้งไว้ ยิ่งเดินเข้าใกล้อนามัย ยิ่งเห็นความผิดปกติ ฉันกระชับปืนให้เหมาะมือเตรียมพร้อมใช้งาน ค่อยๆ ก้าวขึ้นบันได
อย่างระวังทุกฝีก้าว เอื้อมมือเปิดประตูช้าๆ ภาพที่ปรากฏ ทำให้ฉันรีบส่งข้อความผ่านวิทยุสื่อสารบอกเหตุไปยังผู้ใหญ่บ้านทันที

เพียงไม่ถึง 10 นาที ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วย อรบ.อีกกว่า 10 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร มาถึงสถานีอนามัยอย่างรวดเร็ว ออกตรวจสอบสถานที่ เก็บพยานหลักฐาน กล่องยาที่หล่นกระจัดกระจาย รอยเลือด รอยเท้าเป็นทางยาว

“คุณหมอหายไป แต่มีรอยเลือดเนี่ย ไม่รู้เลือดอะไร รอยเท้าพวกนี้ คล้ายรอยรองเท้าท็อปบู๊ท” ผู้ใหญ่บ้านชีไม้ชี้มือ ให้ฉันดูร่องรอยพยานหลักฐานที่ทิ้งไว้

“ฉันผิดเอง ที่ไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนคุณหมอ” ฉันก้มหน้าอย่างคนรู้สึกเสียใจ
ในความบกพร่อง

“ไม่เกี่ยวกับเธอ ซะห์ มันเป็นเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด ยังไงเราต้องตามหาตัว
คุณหมอให้พบโดยเร็วที่สุด” คำสั่งลั่นก้องในโสตประสาทของผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคน

ฉันเหม่อมองออกไปยังถนนใหญ่ อย่างไร้จุดหมาย พลางคิดถึงใบหน้าเปื้อน
รอยยิ้มบริสุทธิ์ของคุณหมอพัชชา ที่แม้ตัวจะกลัวอันตราย แต่ด้วยหน้าที่กลับไม่เคยทอดทิ้งชาวบ้านให้ต้องนอนเดียวดายรอคอยความเจ็บปวด โดยไร้หมอ ทั้งที่หมอควรที่จะห่วงชีวิตของตัวเอง

“อัลลอฮุอักบัร ขอองค์อัลเลาะห์คุ้มครองคุณหมอด้วย”ฉันยกมือทั้งสองข้าง
ลูบใบหน้า แล้วเดินออกจากสถานีอนามัย ด้วยจิตใจเลื่อนลอย

ดวงอาทิตย์ทอแสงเรือเรือง บรรยากาศรอบข้างเริ่มสว่างขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงสนธิกำลังกับทหารและ อรบ.ตระเวนค้นหาคุณหมอพัชชา ทุกตารางนิ้ว โดยไม่ละทิ้งรายละเอียดที่น่าสงสัยทุกพื้นที่ แต่ยังคงไร้วี่แวว จนกระทั่ง...อาทิตย์เคลื่อนสูงอยู่กลางศีรษะ หญิงสาวในชุดฟ้าขาวที่สีดูหม่นลงไปอย่างเห็นได้ชัด เดินเข้ามาในสถนีอนามัยอย่างอ่อนแรง วินาทีแรกที่ฉันได้เห็นร่างคุณหมอพัชชา เดินเข้ามา ฉันไม่รอช้าที่จะตรงเข้าไปรับร่างที่ค่อยอ่อนยวบล้มลงนอนนิ่งกับพื้น

“คุณหมอ เป็นยังไงบ้าง” สายตาทุกคู่หันกลับมาตามเสียงร้องของฉันทันควัน
พร้อมเข้าช่วยเหลืออย่างไม่รอช้า คุณหมอถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตากใบ ซึ่งหลังจากตรวจร่างกายแล้ว ไม่พบบาดแผลตามร่างกาย มีเพียงอาการอ่อนเพลียเท่านั้น ฉันอยากเข้าเยี่ยมหมอทันทีที่แพทย์อนุญาต แต่ก็อยากให้เธอได้พักผ่อนเต็มที่ซะก่อน

คุณหมอพัชชา หลับไปนาน 2 วันเต็ม ฉันจึงถือโอกาสไปเยี่ยมถามไถ่เรื่องราว โรงพยาบาลตากใบ แม้จะมีสภาพเก่าทรุดโทรม แต่ก็ยังมีคนไข้เข้ารับการรักษาพยาบาลจำนวนมาก ฉันเดินเรื่อยมาถึงห้องที่คุณหมอพัชชาพักอยู่ เคาะประตูก่อนเข้าห้องตามมารยาท คุณหมอยังคงนอนหลับ แต่ใบหน้าเริ่มมีเลือดฝาด ดูสดชื่นขึ้น ฉันเปิดประตูช้าๆ ด้วยเกรงจะทำให้คนไข้ที่กำลังหลับสบายต้องสะดุ้งตื่นเพราะความไม่ระวังของฉัน

“ซะห์ นั่นเอง” คุณหมอพัชชา ลืมตามองหน้าฉัน แล้วส่งยิ้มให้

“อุ้ย ขอโทษค่ะ คุณหมอ ฉันมากวนหรือเปล่า” ฉันรู้สึกกังวลเกรงจะมากวนคนไข้

“ไม่หรอกค่ะ หมอกำลังอยากได้เพื่อนคุยพอดี”

“คุณหมอสดชื่นขึ้นแล้วนะคะ ทุกคนเป็นห่วงคุณหมอมาก ตามหาคุณหมอตลอดคืนเลย”

“หมอต้องขอโทษที่ทำให้ต้องวุ่นวายไปกันใหญ่ หมอปลอดภัยแล้ว ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”

“เออ....คุณหมอไปไหนมาหรือคะ” ฉันพยายามรวบรวมความกล้า ถามขึ้น เพราะไม่แน่ใจว่าจะเป็นการเสียมารยาทหรือไม่ คุณหมอหันมายิ้มให้ฉัน ก่อนเบือนหน้าเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง โดยไม่เอ่ยตอบ

“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าคุณหมอไม่อยากพูด” ฉันยิ้มเก้อๆ

“หมอเองก็อยากบอกนะคะ แต่ว่า จรรยาบรรณแพทย์ คงบอกไม่ได้” คุณหมอพัชชา พูดเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ คุณหมอค่อยๆ หลับตาลงคล้ายต้องการพักผ่อน ฉันจึงได้ลากลับ ออกจากห้อง เดินเรื่อยไปตามทางเดิน พลางนึกถึงเขาอีกครั้ง อาหามะ ไม่ได้ส่งข่าวคราวมานานหลายเดือนแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือเปล่านะ ขณะที่ฉันกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดถึง เสียงก้อนของแข็งบางอย่างกระทบเสาเหล็กดังแกร็ง ฉันรีบเดินไปตามต้นเสียง พบกระดาษห่อก้อนหินตกอยู่ข้างเสาใกล้ทางเดิน

"ถึง อรบ.คนดี

เราแจ้งข่าวให้เธอทราบว่า คุณหมอไม่ได้ถูกทำร้าย หรือทรมานใดๆ กลุ่ม
เปอมูดอร์ เพียงต้องการความช่วยเหลือจากหมอ จึงขอตัวไปช่วยสมาชิกเราที่บาดเจ็บ
เมื่อเสร็จธุระ ก็คืนตัวกลับมา ไม่ต้องห่วง

จากผู้หวังดี"

ฉันคลี่กระดาษออกอ่านอย่างตั้งใจ แล้วต้องสงสัยตั้งคำถามกับตัวเองว่า ใครกัน ที่แจ้งข่าวมาแบบนี้ ยิ่งทำให้ฉันหวนนึกถึง อาหามะ ที่เขาเองก็ใช้วิธีนี้ ติดต่อบอกข่าวคนร้ายเคลื่อนไหวให้ฉันได้รับรู้เกือบทุกครั้ง เอ...หรือว่า จะเป็นเขา ไม่น่าใช่ เขาไม่ได้เข้าร่วมเปอมูดอร์แล้วนี่นา ฉันไม่อาจตอบความสงสัยได้ เดินไปคิดไป แต่ก็คิดไม่ออก

ฉันส่งกระดาษตัวปัญหาให้กับผู้ใหญ่บ้านนานาคคนใหม่ หรือ ภรรยาอดีต
ผู้ใหญ่บ้านนานาค อ่านในการประชุม อรบ.เพื่อรับมือกลุ่มก่อความไม่สงบ ทุกคนต่างออกความเห็นแตกต่างกันไป แม้ไม่ได้ข้อสรุป แต่ก็ได้แยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่ ออกตรวจตรารอบหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียงให้ละเอียดมากขึ้นกว่าปกติ

ฉันเดินผ่านมาถึงสถานีอนามัย ที่ยังคงเปิดไฟสว่าง แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะตะโกนถามหาผู้ที่อยู่ภายใน หญิงวัยกลางคนในชุดลำลอง เดินออกมาส่งยิ้มแสดงไมตรีก่อน

"วันนี้ไม่มีคุณหมออยู่หรือคะ" ฉันเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะปกติจะมีคุณหมอเข้าเวรสักคน แต่วันนี้กลับไม่พบคุณหมอ

"มีค่ะ คุณหมออยู่ในห้องด้านใน" หญิงกลางคนกล่าวเบาๆ ก่อนเดินหายไปด้านในทันที

ฉันเดินตามเข้าไป พบว่า คุณหมอที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ ไม่ใช่ใครที่ไหน คุณหมอพัชชาคนเก่งนี่เอง "คุณหมอ ออกจากโรงพยาบาลแล้วเหรอคะ" ฉันถามด้วยความสงสัยอย่างมาก

"ไม่เป็นไรแล้วค่ะ หมอแค่เหนื่อยๆ เท่านั้น ไม่ได้บาดเจ็บอะไร"

"คืนนี้ ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนคุณหมอนะคะ แล้วคุณหมออย่าเกรงใจเลย ฉันจะได้สบายใจด้วย คุณหมอเองก็จะได้อุ่นใจ" คุณหมอไม่ได้โต้เถียงเพียงแต่พยักหน้ารับ เรานั่งคุยกันไปหลายเรื่อง คุณหมอเล่าเรื่องการลงพื้นที่ตรวจคนไข้ให้ฟังหลายเรื่องเล่าถึงความน่ารักของคนไข้ที่ไม่เข้าใจการปฐมพยาบาลเบื้องต้น สร้างเสียงหัวเราะดังแทรกไปกับสายลมเอื่อยๆ

แต่แล้วความสนุกก็ต้องหยุดลงเมื่อฉันได้ยินเสียงรองเท้าท็อปบู๊ทกระทบพื้นไม้ ฉันกระชับปืนให้เหมาะมือ เตรียมพร้อมใช้งาน บอกให้คุณหมอหาที่กำบังตัว เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เสียงบิดลูกบิดประตูดังขึ้น จากนั้นเพียงไม่กี่วินาที ประตูถูกกระแทกอย่างแรง แล้วหลุดออกมา กระทบที่วางอยู่ข้างหน้า ฉันยกปืนขึ้นเตรียมพร้อม แต่ช้าไป ด้ามปืนของชายตรงหน้ากระทบเข้ากกหู สติดับวูบลง ...

ฉันรู้สึกได้ถึงความเย็นกระทบใบหน้า จนทำให้ต้องลืมตาขึ้นมอง บุคคล
ตรงหน้า คือ คุณหมอพัชชา ฉันรีบลุกขึ้นนั่ง มองรอบข้างด้วยความระแวดระวัง ภาพที่เห็น คือ ยากระจัดกระจายเกลื่อนพื้น โต๊ะเก้าอี้ ล้มระเกะระกะ

"คุณหมอเป็นอะไรหรือเปล่า พวกมันทำอะไรไหม"

"ไม่ค่ะ เขาแค่ต้องการยา และอุปกรณ์ทำแผลเท่านั้น" หมอพัชชา พูดด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัว ตื่นตระหนก

"ฉันนี่แย่จริงๆ ช่วยอะไรคุณหมอไม่ได้เลย" ฉันลุกขึ้นส่งข่าวผ่านวิทยุสื่อสารแจ้งไปยังผู้ใหญ่บ้าน จากนั้นเพียงไม่ถึงครึ่งธูปมอด ทหาร ตำรวจ และ อรบ.เดินทางมาถึงสถานีอานามัย เพื่อเก็บพยานหลักฐาน และประชุมด่วนเพื่อเตรียมการป้องกันเกิดเหตุซ้ำอีก

"ซะห์ คะ เขาประชุมกันว่าไงบ้าง" คุณหมอพัชชาเอ่ยถามเบาๆ

"คะ คุณหมอ เขาสรุปว่า ทหารพรานจะมาตั้งค่ายดูแลความเรียบร้อย
ในอนามัยนี้ค่ะ"

"ไม่ได้นะคะ ทหารจะเข้ามาอยู่ในนี้ไม่ได้"คุณหมอแสดงสีหน้าไม่พอใจ

"ทำไมคะ คุณหมอ พยาบาล และคนไข้จะได้ปลอดภัย"

"ไม่หรอกค่ะ ซะห์ ทำแบบนี้ จะทำให้หมอลำบากใจนะคะ หมอจะ
ไม่มีความเป็นกลางอีกต่อไปค่ะ" หมออธิบายด้วยสีหน้ากังวล ก่อนเดินหนีไป

วันรุ่งขึ้น บรรดาทหารพราน เข้ายึดอาคารข้างสถานีอนามัย เป็นฐานที่มั่น
ในการดูแลรักษาความปลอดภัย โดยไม่รู้ว่า อีกฝากฝั่งหนึ่ง มีสายตาของกลุ่มวัยรุ่นที่เรียกตัวเองว่า เปอมูดอร์ เฝ้าจับตาอยู่...

"พวกมึงเฝ้าไว้นะ ว่า หมอ คุยกับทหารบ้างไหม" คำสั่งจากคนตัวใหญ่
ที่สุดก้องกังวานในโสตประสาทผู้น้อยทุกคน

เมฆดำเคลื่อนตัวช้าๆ มารวมตัวกัน เพียงชั่วครู่ สายฝนก็โปรยปราย
จนแรงขึ้นๆ และกระหน่ำซัดไม่ยั้ง คล้ายกำลังบ้าคลั่ง ฉันค่อยๆ เปิดม่านสังเกตบรรยากาศภายนอก สร้างความอึดอัดใจอย่างมากที่ไม่สามารถออกจากบ้านได้ในขณะนี้ ด้วยห่วงภาระหน้าที่ในการตรวจตราดูแลความปลอดภัยหมู่บ้าน ฉันลุกขึ้นเหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย พลางคิดถึงคำขอร้องของคุณหมอพัชชา

"ซะห์ บอกพวกเขาเถอะ อย่ามาตั้งค่ายทหารในสถานีอนามัย มัน
จะทำให้ทุกคนไม่ปลอดภัย" เสียงร้องขอจากคุณหมอพัชชายังก้องอยู่ในหู ขณะที่กำลังคิดทบทวนคำร้องขอ เพื่อตัดสินใจนำเข้าที่ประชุม อรบ.ให้ผู้ใหญ่บ้านนำไปประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ฝนค่อยๆ ซาเม็ดเบาลงๆ ฉันจึงตัดสินใจออกจากบ้านมุ่งสู่บ้านผู้ใหญ่บ้าน เมื่อไปถึง ปรากฏว่า มีบรรดา อรบ.รออยู่พร้อมเพรียงแล้ว ฉันเรียบเรียงทุกถ้อยคำของคุณหมอพัชชา ถ่ายทอดโดยไม่ขาดตกบกพร่อง ทุกคนนิ่งเงียบฟังอย่างตั้งใจ ซึ่งผู้ใหญ่รับปากมั่นว่าจะนำเรื่องนี้เสนอที่ประชุมร่วมทหารตำรวจ

หลังจากการประชุมฉันมุ่งหน้าไปยังสถานีอนามัยทันที ซึ่งขณะนี้ ถูก
ห้อมล้อมไปด้วยทหารพราน เดินตรวจตราดูแลตลอดเวลา ฉันเดินขึ้นไปทักทายคุณหมอ คุณพยาบาล ก่อนเข้าทักทายคุณหมอพัชชาที่กำลังตรวจคนไข้อยู่ แต่เมื่อเธอตรวจเสร็จก็เดินมาคุยโดยไม่รอช้า

"แปลกดีนะคะ ทหารเต็มอนามัยแบบนี้" คุณหมอกล่าวด้วยใบหน้า
ยิ้มแย้มสดใส

"แปลก แต่ปลอดภัยค่ะ" ฉันยิ้มตอบ พลางหันมองบรรยากาศรอบข้าง

"แน่ใจหรือคะว่าจะ ปลอดภัยจริง หมอไม่มั่นใจเลย"

"วันนี้คุณหมออยู่เวรไหมคะ"

"ไม่ค่ะ อีกสักพักก็จะกลับบ้านล่ะ"

"กลับยังไงคะ ไปพร้อมกันไหม"

"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหมอจะกลับพร้อมลดา ค่ะ"คุณหมอปฏิเสธ พลางชี้มือ
ไปที่สาธารณสุขชุมชนสาวน้อยตากลมโต ผิวเข้มที่กำลังเก็บกระเป๋า เตรียมตัวกลับบ้าน

ฉันนั่งคุยกับคุณหมอพัชชาไม่นาน ก็ต้องขอลากลับไปปฏิบัติหน้าที่ดูแล
ความปลอดภัยรอบหมู่บ้านต่อ แต่ฉันยังไม่วางใจจึงได้ยืนรอดูคุณหมออยู่หน้าอนามัย คุณหมอพัชชาและลดา เดินออกจากอนามัย ทักทายทหารที่เฝ้าอยู่ด้านหน้าด้วยสีหน้าสดชื่น ฉันยืนมองจนคุณหมอและสาธารณสุขชุมชนแสนสวยเดินลับตาไป ทั้งที่ใจจริงอยากเดินไปส่งให้ถึงบ้าน

ฉันเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ สองตายังคงจับจ้องมองไปรอบๆ ด้วยความระมัด
ระวัง อาวุธปืนพร้อมใช้งานตลอดเวลา จนกระทั่งถึงหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้าน ฉันจึงนั่งพักเหนื่อย พลางคิดถึงชายที่อยู่ห่างไกล ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้พบเจอกันสักที แต่แล้วยังไม่ทันหายเหนื่อย อรบ.คนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมารายงานผู้ใหญ่บ้านด้วยน้ำเสียงร้อนรน

"ผู้ใหญ่ คุณหมอพัชชากับคุณลดาถูกจับตัวไป" เสียงรายงานขาดหายเป็นช่วงๆ

"แล้วรู้ได้ไงว่าถูกจับตัวไป" ผู้ใหญ่บ้านนานาคถามด้วยความสงสัย

"นี่ไง" อรบ.ผู้มารายงาน ยื่นกระดาษยับๆ ส่งให้ผู้ใหญ่บ้าน

"ถ้าไม่เอาพวกทหารออกจากอนามัย หมอตายแน่" ข้อความเขียนด้วยสีแดงฉาน ตัวอักษรเขียนกดหนัก แสดงอาการเคียดแค้น

ผู้ใหญ่บ้าน ออกคำสั่งประสานตำรวจทหารออกค้นหาตัวคุณหมอพัชชา
และสาธารณสุขชุมชนให้เจอให้ได้ไม่งั้นภารกิจไม่เลิก

ขณะที่ อรบ.ตำรวจ และทหาร กระจายกำลังค้นหาทุกตารางนิ้ว กลุ่มเปอมูดอร์ 5 คน ได้นำตัวคุณหมอพัชชาและลดาซึ่งถูกปิดตาไว้ ขึ้นรถกระบะออกเดินไปยังฐานที่มั่นของกลุ่ม และนำตัวทั้งสองคนมาขังไว้โดยยังไม่ได้แกะผ้าผูกตาออก จนกระทั่งแยกขังคนละห้องจึงได้แกะผ้าผูกตาให้ แต่มัดแขนและขาไว้แทน

คุณหมอพัชชา นั่งนิ่งไม่ดิ้นรน เพราะคิดว่า ต้องเก็บพลังงานไว้ให้มากที่สุด
พยายามมองรอบตัวหาอุปกรณ์ช่วยเหลือให้ออกจากที่นี่ แต่ดูจะสิ้นหวัง ภายในห้องว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เก้าอี้ แต่แล้ว ประตูห้องค่อยแง้มออก คุณหมอพัชชาจ้องมองไปที่ประตูอย่างไม่กระพริบตา ตัวเริ่มสั่นด้วยความหวาดกลัว....

ประตูห้องค่อยๆ เปิดออกช้าๆ คุณหมอพยายามเพ่งมองชายตรงหน้า เขาถอดหมวกออกเผยให้เห็นใบหน้าชัดเจน

"ซาร์ นั่น เปซาร์ใช่ไหม" คุณหมอร้องทักอย่างคุ้นเคย พลางส่งยิ้มแสดง
ไมตรี แต่ไม่ปรากฏความเป็นมิตรออกมาจากใบหน้าของชายที่คนคุณหมอทักทาย พบแต่ใบหน้าอันเย็นชา ไร้อารมณ์ตอบโต้ แล้วร่างชายอีกคนปรากฏขึ้นเบื้องหลัง ชายรูปร่างสูงใหญ่ หนวดเครารกใบหน้า เดินเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม

"หมอ" เสียงเรียกจากชายร่างใหญ่ฟังดูน่ากลัว

"หมอบอกอะไรกับพวกมัน" เสียงเข้มยังคงถามต่อ

"บอกอะไร หมอไม่ได้..."ยังไม่ทันที่สิ้นคำตอบหมอพัชชา

ชายร่างยักษ์เดินเข้าประชิดตัวคุณหมอ แล้วใช้มืออันหยาบกร้าน บีบหัวไหล่อย่างแรง

"โอ๊ย เจ็บนะ หมอไม่ได้บอกอะไรเลย แล้วก็ไม่มีอะไรจะบอกด้วย"
คุณหมอพัชชาเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวด เสียวแปลบที่กระดูกหัวไหล่

"จะบอกดีๆ หรือว่า..." เสียงกรีดร้องดังมาจากอีกห้อง คุณหมอมองหาต้น
เสียงคุ้นเคย มันคือเสียงของสาวน้อยหน้าใสที่เดินทางมาพร้อมกับคุณหมอ

"อย่าทำอะไร ลดา เลย เธอไม่รู้เรื่องอะไรด้วย" คุณหมอส่งสายตาวิงวอน
แม้จะรู้ว่าไม่ได้ผล ชายร่างใหญ่ดึงให้หมอพัชชาลุกขึ้นยืน จับศีรษะหมอชิดผนังห้อง เสียงกรีดร้องของสาธารณสุขชุมชนสาวน้อยยังคงดังอย่างต่อเนื่อง

"ทำอะไรน่ะ ทำอย่างนี้ทำไม พวกเราเป็นหมอ เรามีจรรยาบรรณ ข้อมูลคน
ไข้ เราไม่มีทางเปิดเผยเด็ดขาด แล้วที่สำคัญ หมอก็ไม่รู้เรื่องของพวกคุณ ปล่อยเราไปเถอะ" หมออ้อนวอน ด้วยเสียงสั่นเครือ ชายร่างใหญ่จ้องมองหมอพัชชาไม่วางตา ขณะที่ชายหน้าเข้มอีกคนสะกิดให้ออกไปข้างนอกห้อง ทั้งสองคนหายออกไปนอกห้องไม่ถึง 10 นาที ก็กลับเข้ามาใช้ผ้าผูกตาหมอพัชชา ก่อนออกจากห้องนำตัวขึ้นรถออกจากที่ขัง ชายร่างยักษ์ กระซิบข้างหูหมอ "ถ้าไม่อยากให้ใครต้องเจ็บตัวอีก ให้ทหารพวกนั้น ออกจากอนามัย"

กลุ่มชายฉกรรจ์ ปล่อยร่างคุณหมอและสาธารณสุขชุมชนไว้ริมถนนสาย
หลักก่อนออกรถหายลับไป....

คุณหมอพัชชาและลดา ถูกส่งเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลตากใบ
ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทันทีที่ฉันได้รู้ข่าวการกลับมาของคุณหมอพัชชาและสาธารณสุขชุมชนคนสวย ฉันไม่รอช้าเดินทางเยี่ยมทั้งสองคนที่โรงพยาบาล พลางคิดว่า กลุ่มเปอมูดอร์คงไม่ได้ทำอะไรคุณหมอ เพราะไม่พบบาดแผล ตามร่างกาย มีเพียงรอยฟกช้ำ ที่ต้นแขน และรอยเชือกมัดที่ข้อมือ ข้อเท้า ขณะที่สภาพของลดาดูแย่มาก ปรากฏรอยของแข็งตีตามลำตัว และศีรษะ อาการสาหัส

"ซะห์ นี่หมออยู่ที่ไหนคะ" คุณหมอพัชชาขยับตัวลุกขึ้นนั่ง

"โรงพยาบาลค่ะ คุณหมอปลอดภัยแล้ว"ฉันตอบชัดถ้อยคำ

"ลดาล่ะคะ เป็นยังไงบ้าง"

ฉันจะตอบว่าอย่างไรได้ ว่าลดาอาการสาหัส ยังไม่ได้สติ ฉันจะบอกคุณหมอ
ได้อย่างไรกัน คุณหมอคงสังเกตเห็นความกังวลที่แสดงชัดเจนในแววตาฉัน เธอจึงได้เบือนหน้าหนีมองออกไปนอกหน้าต่าง

ฉันขอลากลับ ด้วยไม่ต้องการรบกวนการพักผ่อนของหมอพัชชา หลังออก
จากห้องฉันเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ ปล่อยอามรมณ์หดหู่ มาจนถึงหน้าห้องฉุกเฉิน ที่มีทหารยืนเฝ้าอย่างเข็มงวด ฉันเดินเข้าไปทักทายทหารที่ยืนอยู่ด้วยความคุ้นเคย พอดีคุณหมอผู้ตรวจลดา ออกจากห้อง ฉันจึงได้สอบถามอาการลดาทันที

"เธออาจเป็นเจ้าหญิงนิทรา" คำตอบทิ้งท้ายทำให้ฉันถึงกับหลั่งน้ำตาโดย
ไม่อายทหารตรงหน้า โถ ลดา สาวน้อยที่ใสสะอาด ต้องมารับกรรมแบบนี้ ทำไมนะ ทำไมต้องใจร้ายกับผู้หญิงไม่มีทางสู้ ฉันไม่อาจมองดูสภาพของลดาได้อีก จึงรีบออกจากโรงพยาบาลมุ่งหน้ากลับบ้านทันที

หลังจากพักรักษาตัวนานหนึ่งอาทิตย์ คุณหมอพัชชา กลับมาทำงานตาม
ปกติ แม้ร่างกายจะแข็งแรงแล้ว แต่สภาพจิตใจยังคงหดหู่ คุณหมอ เดินเข้าไปคุยกับหัวหน้าชุดทหารพรานประจำอนามัยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"จ่า หมอมีเรื่องขอร้อง"

"ครับคุณหมอ มีอะไรให้ผมรับใช้"

"ช่วยรายงานหัวหน้าพวกคุณ ถอนกำลังออกจากที่นี่เถอะ หมอไม่
อยากเห็นใครต้องบาดเจ็บไปมากกว่านี้อีก หมอขอร้องล่ะ" เสียงขาดหายเข้าไปในคอ หัวหน้าทหารพรานมองหน้าคุณหมอพัชชาด้วยความสงสัย แต่ไม่ได้กล่าวรับ เพียงแต่พยักหน้าตอบรับเท่านั้น คุณหมอพัชชาถอนหายใจ แสดงความเข้าใจว่าไม่มีวันได้ผลตามคำร้องขอของหมออนามัยธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งไม่มีคุณค่าพอจะร้องขอชีวิตใคร เพราะหมอมีค่าเพียงแค่รักษาชึวิตคนอื่น ส่วนชีวิตหมอไม่เคยมีค่า

วันนี้ คนไข้ค่อนข้างมาก คุณหมอพัชชาตรวจอาการชาวบ้านตลอดทั้งวัน
โดยไม่ได้หยุดพัก พอได้ว่างจากการตรวจรักษา ฟ้าก็เริ่มมืด ลมหนาวพัดผ่านบาดผิวเนื้อให้แสบๆ คันๆ ขณะที่หมอกำลังเก็บของเตรียมกลับบ้าน เสียงรองเท้าท็อปบู๊ทกระทบพื้นไม้ คล้ายคนเดินขึ้นบันได คุณหมอรีบหลบลงใต้โต๊ะ ลูกบิดประตูขยับเปิดออก

"ซาร์ เธอคือ เปซาร์ใช่ไหม" คุณหมอร้องทักทายคล้ายคุ้นเคยกับผู้มาเยือน
อย่างดี

"หมอ เรามาขอโทษ ที่ช่วยหมอไม่ได้ แต่พวกนั้นมันคงไม่หยุดแค่นี้ ยังไงหมอทำตามที่มันบอกเถอะ ให้พวกทหารออกจากอนามัย" เปซาร์ กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"เปซาร์ ทำไมเธอถึงไปอยู่กับพวกนั้น"

"เราบอกไม่ได้ เราบอกหมอได้แค่นี้ล่ะ รักษาตัวด้วย" เปซาร์ หันหลังกลับ
ออกไปทันควันโดยไม่ได้เหลียวมองหมอพัชชาอีก หมอพัชชา ถึงกับน้ำตาซึม ผู้ชายที่เดินทางมาเยือนไม่ใช่ใครอื่น นอกจากคนรักที่หายสาบสูญไปนานนับ 4 ปี หลังเหตุการณ์สลายการชุมนุมหน้าสภ.อ.ตากใบ

เปซาร์ รีบออกจากอนามัย เกรงว่าจะมีกลุ่มเปอมูดอร์เห็นความเคลื่อนไหว
จนเกิดความเข้าใจผิด เพราะเขาเพียงต้องการมาเตือนหญิงผู้เคยเป็นที่รักด้วยความห่วงใยอย่างแท้จริง เปซาร์ออกไปได้ไม่นาน ผู้การอานนท์ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจทหารพราน เดินทางมารับตัวหมอพัชชาไปยังฐานปฏิบัติการ

"ผู้การ พาหมอมาที่นี่ทำไม" หมอพัชชา มองบรรยากาศรอบข้างอย่างไม่เข้าใจ

"เราคงต้องขอสอบปากคำคุณหมอนิดหน่อย และผมคงต้องขอรบกวนให้คุณหมออยู่ที่นี่สักพัก" ผู้การอานนท์ อธิบายช้าๆ

"หมอไม่เข้าใจ สอบปากคำหมอในฐานะอะไร แล้วจะคุมตัวหมอไว้ทำไม
เพื่ออะไร หมอไม่ใช่ผู้ต้องหานะ พวกคุณไม่มีสิทธิ์มาควบคุมตัวหมอ" แต่คำคัดค้านไม่อาจเป็นผล หมอถูกสอบปากคำตั้งแต่กลางดึกจนถึงเช้ารุ่งขึ้นของวันใหม่

หมอพัชชา ยืนมองรถตำรวจแล่นออกไปจนลับ ก่อนนั่งลงหน้าบ้านพักอย่าง
หมดแรง หลังถูกคุมตัวสอบปากคำตลอดทั้งคืน แต่ใจยังคงหวนนึกถึงชายคนรักด้วยความสงสัยว่าเหตุใดเขาจึงเข้าเป็นแนวร่วมเปอมูดอร์ ขณะที่หมอกำลังปล่อยใจให้ล่องลอยทบทวนความน่าจะเป็น ปรากฏกลุ่มชายฉกรรจ์ 4 คน ยืนอยู่เบื้องหน้า คุณหมอพัชชาถอยหลังแต่ช้ากว่าชายเหล่านั้น

"พวกมันคุมตัวหมอไปทำไม" ชายในชุดสีดำเอ่ยถามเสียงแข็ง

คุณหมอพัชชาส่ายหน้าปฏิเสธ มือหยาบกร้านจับแขนคุณหมอดึงให้ลุกขึ้น
ลากตัวขึ้นรถขับออกไปทันที คุณหมอพยายามดิ้นรน แต่ชายกลุ่มนี้ กลับยิ่งฉุดกระชากอย่างไม่ปรานี

"จะพาหมอไปไหน" จบคำถามหมอรู้สึกได้ถึงวัตถุบางอย่างกระทบศีรษะ
อย่างแรง พลันสติไร้ความรับรู้อีกต่อไป

"หมอ หมอ" น้ำเสียงคุ้นหู ส่งเสียงเรียกกระซิบ

"ซาร์" หมอพัชชา ลืมตาขึ้นพบกับชายผู้เป็นที่รัก เปซาร์ค่อยๆ แก้เชือก
ที่มัดขาและแขนหมอพัชชาออกอย่างง่ายดาย แล้วพยุงหมอให้ลุกขึ้น ขณะที่เปซาร์นำหมวกไหมพรมสวมศีรษะตนเองคล้ายกำลังอำพราง

"อย่าส่งเสียง ตามเรามา"เปซาร์เอื้อมมือไปจับมือหมอพัชชาให้เดินตาม
แต่ยังไม่ทันที่จะก้าวพ้นออกจากห้อง เสียงปืนดังขึ้น กระสุนพุ่งเข้าสู่หัวไหล่ซ้ายเปซาร์เซไป แต่อีกมือยังคงกระชับปืนไว้แน่น

"เปซาร์ แกทรยศ" ชายหัวหน้ากลุ่ม เตรียมลั่นไกอีก

"เราไม่ได้ทรยศ เพียงแต่เราไม่ต้องการฆ่าคนที่ไม่เกี่ยวข้อง"เปซาร์ร้องบอก
ด้วยเสียงเข้ม

"เกี่ยวซิ มันกำลังจะบอกข้อมูลพวกเราให้กับทหาร"ชายร่างยักษ์ผู้ได้
ตำแหน่งหัวหน้ากัดฟันกรอด

"หมอไม่มีทางบอกอะไร แกก็รู้ เราไม่เคยทำร้ายหมอ และไม่ควร..."

"หยุด แกไม่ต้องมาต่อปากต่อคำ ข้าเป็นผู้นำ แกไม่ใช่"

"แกแน่ใจเหรอ ว่า เราไม่ใช่"เปซาร์ยกปืนขึ้นเหนี่ยวไก กระสุนพุ่งตรง
เข้าทะลุเข่าขวาชายร่างใหญ่ ก่อนที่จะมีสมาชิกแนวร่วมแห่มาตามเสียงปืน เปซาร์ดึงให้หมอพัชชาวิ่งตามอย่างไม่รอช้า แต่กลุ่มชายฉกรรจ์ได้วิ่งตามมาพร้อมกับลั่นไกปืนมาอย่างกระชั้นชิด แต่เปซาร์ยังไม่ลดละที่จะนำทางาพหมอไปสู่ที่ปลอดภัย แม้เลือดจะไหลหยดตลอดทาง

"ซาร์ เลือดเธอไหลไม่หยุด" หมอพัชชาแสดงความห่วงใย เปซาร์กลับ
ไม่ได้สนใจบาดแผลของตัวเอง มุ่งหน้าไปสู่บ้านผู้ใหญ่บ้านที่กำลังประชุม อรบ.พร้อมเพรียง

เสียงปืนยังคงดังไล่หลัง จนกระทั่งเข้าเขตบ้านผู้ใหญ่บ้าน เสียงปืนค่อยๆ
เงียบลงๆ แล้วหยุดเงียบไป เปซาร์ทรุดตัวลงก่อนถึงหน้าบ้าน พลางปล่อยมือจากหมอพัชชา

"เข้าไปเถอะ เราส่งหมอแค่นี้"

"อะไร ไม่ได้นะ เธอต้องทำแผล เลือดยังไหลไม่หยุดเลย"หมอนั่งลง
มองแผลที่หัวไหล่เปซาร์ ด้วยสีหน้ากังวลใจ

"ไม่เป็นไร เข้าไปเถอะ หมอ ไม่ต้องห่วงเรา ไปซิ"

"ไม่ พัชชาจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าเธอจะทำแผลก่อน" ขณะที่กำลังโต้เถียงกันอยู่ บรรดา อรบ.ได้เดินออกมาสังเกตเห็นคุณหมอพัชชาจึงเข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เปซาร์ได้สลบล้มลงไป

"เกิดอะไรขึ้นคะ หมอพัชชา ทำไม เปซาร์ อดีตหัวหน้าเปอมูดอร์จึงมาอยู่ที่นี่"ฉันถามคุณหมอพัชชา ขณะกำลังทำแผลให้เปซาร์

"เมื่อคืน ผู้การอานนท์ มาเชิญหมอไปสอบปากคำทั้งคืน พอมาส่งหมอที่บ้าน กลุ่มแนวร่วมฯก็มาจับหมอไปอีก แต่ว่า ซาร์มาช่วยหมอ และพาหนีมาที่นี่ ทั้งที่ตัวเขาก็ถูกยิง เสียเลือดมากขนาดนี้" หมออธิบายด้วยน้ำเสียงวิตกกังวล

เสียงอึกทึกดังนอกห้อง ฉันลุกขึ้นดู พบว่า ผู้การอานนท์ พร้อมด้วยทหาร
พราน 10 คน มาอยู่หน้าบ้านผู้ใหญ่บ้าน ไม่นาน ผู้การอานนท์ก็เดินเข้ามาในห้อง ยืนมองการทำแผลอย่างใจเย็น

"หมอพัชชา ผมขออภัยที่มีส่วนทำให้เกิดเรื่องนี้ ตอนนี้ผมได้สั่งถอนทหารพรานออกจากสถานีอนามัยแล้ว ส่วนนายเปซาร์ ผมคงต้องขอคุมตัวไปสอบปากคำทันทีที่เขาได้สติ และต้องดำเนินคดีตามหมายจับครับ"

"ขอบคุณสำหรับการถอนกำลัง แต่เขายังเจ็บอยู่นะคะ"

"เราจะพาเขาไปรักษาตัวต่อเองครับ ไม่ต้องเป็นห่วง"

เปซาร์ค่อยๆ ลืมตามองภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏภาพสาวคนรัก นั่งอยู่ไม่ห่างกาย เปซาร์ค่อยๆ ดันตัวเองลุกขึ้นช้าๆ

"ไม่เป็นไรหรอก หมอ เราทำผิดก็ต้องรับโทษ"เปซาร์พูดเบาจนฟังคล้ายเสียงกระซิบ

ทหารเข้าพยุงร่างเปซาร์ให้ลุกขึ้นก่อนนำขึ้นรถจากไป คุณหมอพัชชา ยืนมองจนลับตาด้วยน้ำตาซึม

"หมอคะ หมอเองก็ต้องไปพักผ่อนนะคะ ฉันจะไปส่งนะคะ"ฉันอาสาส่งคุณหมอพัชชาถึงบ้าน

ดวงอาทิตย์ค่อยๆ เคลื่อนขึ้นสู่ขอบฟ้า ส่องแสงแดงระเรื่อ ส่งสัญญาณแห่งวันใหม่ คุณหมอพัชชาเดินทางมาทำงานตามปกติที่สถานีอนามัยเช่นทุกวัน แต่วันนี้ไม่มีแล้วชายชุดเขียว ถือปืน ยืนเฝ้ารอบอนามัย มีเพียงชายหญิงชุดฟ้าขาว เดินเตรียมงานรอชาวบ้านมาใช้บริการได้อย่างสบายใจ ท่ามกลางการสังเกตการณ์อยู่ไกลๆ ของกลุ่มเปอมูดอร์

อีกฝากฝั่งหน่วยเฉพาะกิจทหารพราน นำตัว เปซาร์ บามูเราะห์ อดีต
หัวหน้ากลุ่มเปอมูดอร์แห่งตากใบ มาคุมขังไว้ที่ค่ายทหารพราน หลังสอบปากคำไม่เป็นประโยชน์ เปซาร์ไม่ปริปาก บอกความลับใดๆ ของกลุ่ม

ไม่ว่าหมอจะอยู่ที่ใด ขออย่าขาดความเป็นกลาง เพราะหากหมอผู้ได้ชื่อว่าผู้ช่วยชีวิต ไร้ซึ่งความเป็นกลางแล้ว ใครกันจะเป็นผู้หยิบยื่นชีวิตได้

"อัลลอฮุอักบัร ขอให้ภาคใต้ สงบสุขโดยเร็ว"


Create Date : 13 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2551 20:48:06 น. 4 comments
Counter : 465 Pageviews.

 
เขียนได้ดีมาก มองเห็นภาพสถานการณ์ทางใต้อย่างเด่นชัด
คิดว่าเป็นเรื่องจริงเพราะเคยฟังมาบ้างในเหตุการณ์เช่นนี้

มาติดตาม เปซาร์จะเป็นอย่างไรต่อไป..
ขอบคุณมากสำหรับเรื่องดีๆเช่นนี้ อ่านเเล้วไม่ทราบจะทำอย่างไรนอกจากขอให้พระท่านจงคุ้มครองท่านที่ปฎิบัติหน้าที่พิทักษ์ประเทศ..

ขอบคุณมากค่ะ


โดย: YUCCA วันที่: 17 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:14:48 น.  

 
พึ่งจะเข้ามาอ่าน ไม่นึกเลยว่าจะเป็นคนช่างเรียบเรียงและร้อยเรื่องได้น่าอ่านเช่นนี้



โดย: นิด กมลวรรณ IP: 125.24.157.3 วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:17:44:06 น.  

 
เราทุกคนต้องช่วยกัน เรียนรู้แก้ไขเหตุปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นบทเรียนอย่าให้เกิดโศกนาฏกรรมอย่างนี้อีกเลย ขอพระเจ้าคุ้มครองทุกคน


โดย: freedom IP: 125.24.115.83 วันที่: 27 เมษายน 2552 เวลา:1:15:42 น.  

 
ขอให้ 3 จังหวัดชายเเดนภาคใต้ สงบสุขด้วยเทอด


โดย: เจมส์ 101 IP: 202.28.62.245 วันที่: 18 มกราคม 2556 เวลา:16:02:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

bowwy14
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คนคนหนึ่งที่แสนธรรมดา ซึ่งไม่เคยสำคัญสำหรับใคร แถมยังอยู่นอกสายตาทุกคนเสมอ และเป็นคนสุดท้ายที่ใครจะนึกถึง
Friends' blogs
[Add bowwy14's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.