No matter what life brings, I just believe that... Everything happens for the best.

Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2549
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
13 พฤษภาคม 2549
 
All Blogs
 

*T-T* อีกก้าวของวงการวรรณกรรมไทย *T-T*

ปัจจุบันนี้ดูเหมือนคำว่า "นักเขียนไส้แห้ง" จะไม่ทำให้
ใครต่อใครกลัวอีกต่อไปแล้ว เมื่อวงการวรรณกรรมไทย
กำลังบูมถึงขีดสุด สำนักพิมพ์เปิดใหม่ขึ้นยิ่งกว่าเห็ด
หน้าฝน หนังสือปกใหม่เกิดขึ้นเดือนละหลายสิบเล่ม
และการจะมีหนังสือของตัวเองสักเล่ม ก็ไม่ได้ยากจน
แทบขาดใจเหมือนเมื่อสัก 6-7 ปีก่อน

ก่อนหน้านี้ คำว่า "นักเขียน" แทบจะเป็นคำศักดิ์สิทธิ์
เพราะช่องทางการที่จะได้มีผลงานออกสู่สาธารณะชน
ในนิตยสารหรือรวมเล่มนั้นมีน้อยเหลือเกิน จะแจ้งเกิด
ได้เร็วหน่อย ก็คือ การส่งงานเข้าประกวด ซึ่งแต่ละปี
มีสนามให้ลงไม่มากนัก เมื่อเทียบกับจำนวนของคนที่
อยากเป็นนักเขียน หรืออีกทางก็คือ การส่งต้นฉบับไปยัง
นิตยสารหรือสำนักพิมพ์ต่างๆ ส่งไปแล้วก็ต้องร้องเพลง
รอ 6 เดือน 1 ปี 2 ปี 3 ปี แทบจะเป็นเรื่องธรรมดา

บางคนโชคร้ายยิ่งกว่า ส่งงานไปแล้ว ได้รับคำตอบว่า
เรื่องไม่ผ่าน แต่อีกไม่นาน กลับได้เห็นงานเขียนที่แกะของ
ตัวเองมาแทบทุกตัวอักษร แต่บนปกกลับเป็นชื่อคนอื่น
วางขายอยู่หน้าตาเฉย บางคนหนังสือตีพิมพ์ไปเป็นปีแล้ว
ยังไม่ได้รับเงินค่าตอบแทนเลยก็มี

ชีวิตนักเขียนไม่ได้โปรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่มันแทบ
จะเรียกได้ว่า โปรยด้วยหนามกุหลาบเลยทีเดียว

เมื่อก่อนจึงมีไม่กี่คนที่กล้าเรียกตัวเองว่า "นักเขียน"

ตั้งแต่งานเขียนที่เกิดจากอินเตอร์เน็ตขายได้ และ
ขายได้ดี สำนักพิมพ์เห็นส่วนแบ่งทางตลาดตรงนี้ ต่าง
พากันแย่งต้นฉบับกันจาละหวั่น ใครๆ ก็เป็นนักเขียนได้
เรื่องอะไรก็ถูกนำมาตีพิมพ์ได้ จนคำว่า "นักเขียน"
กลายเป็นแฟชั่นไปแล้ว

เมื่อก่อน ตอนที่อาชีพนักเขียนยังพ่วงคำว่า "ไส้แห้ง"
ติดมาด้วยอยู่นั้น คนที่เขียนหนังสือ มีอยู่เหตุผลเดียว
ง่ายๆ ไม่ต้องอธิบายกันมาก นั่นก็คือ "ใจรัก"

แต่วันนี้อะไรๆ มันเปลี่ยนไปแล้ว คำถามที่เห็นจน
แทบจะเป็นกิจวัตรตามเว็บบอร์ดต่างๆ ก็คือ

'เป็นนักเขียนได้ค่าตอบแทนเท่าไหร่'
'ถ้าได้ตีพิมพ์ จะได้รับค่าตอบแทนกี่เปอร์เซ็นต์'

การถามถึงค่าตอบแทนไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ที่น่า
เศร้าก็คือ ส่วนใหญ่แล้ว คนที่ถามคำถามเหล่านี้ ยังไม่
เคยลงมือเขียนเลยแม้แต่ประโยคเดียว

ที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างก็คือ มีแต่คนจ้องจะเป็น "นักเขียน"
น้อยคนเหลือเกินที่เป็น "นักอ่าน" เมื่อคนเขียนอายุน้อย
ประสบการณ์ชีวิตน้อย แถมยังไม่ขวนขวายเพิ่มเติม
ประสบการณ์ตรงนั้นด้วยการอ่าน สิ่งที่สะท้อนออกมา
ในงานเขียนบางชิ้นก็คือ ความอ่อนเยาว์ เพ้อฝัน

แต่งานเหล่านั้นก็ยังขายได้ เพราะคนอ่านส่วนหนึ่ง
ก็ด้อยประสบการณ์ มีความอ่อนเยาว์ เพ้อฝัน ไม่ต่างกัน

ตรงนี้กลายเป็นดาบสองคม จริงอยู่ มันทำให้เด็กรุ่น
ใหม่กระตือรือร้นกับการเขียนงานมากยิ่งขึ้น ปัญหา
ก็คือ การคำนึงถึงคุณค่าและการรับผิดชอบต่องาน
เขียนกลับลดลงจนน่าใจหาย

เมื่อขาดข้อมูล แทนที่จะค้นหา แต่กลับกลายเป็น
ว่า 'ใส่ๆ มั่วๆ ไปก่อน ให้มันจบเรื่อง'

ผู้เขียนบางคน ที่ยังไม่เคยเขียนอะไรจบสักอย่าง เรียก
ตัวเองว่าเป็น "นักเขียน" เรียกร้องให้ใครต่อใครมาอ่านงาน
เขียนของตนเอง

เข้าไปดูบางเว็บบอร์ด จะเห็นความคิดเห็นว่า

'มาอ่านแล้วนะ สนุกดี ไปอ่านงานเขียนของเราบ้าง
ที่...'
'มาเยี่ยมแว้ว ไปอ่านเรื่องของเราด้วยนะ ที่...'

ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า จริงๆ แล้ว ผู้แปะความคิดเห็น
เหล่านี้ ได้อ่านงานเขียนในกระทู้ที่เข้าไปแปะสักกี่บรรทัด

ต่างคนต่างหวังคะแนนโหวต ต่างคนต่างหวังให้
มีความคิดเห็นในงานเขียนของตัวเองเยอะๆ

และอีกคำถามที่ตามมาก็คือ

'ถ้ามีคะแนนโหวตมากๆ เรื่องของเราจะได้รับการ
ตีพิมพ์เป็นหนังสือไหม'

บางคนเข้าไปเยี่ยมๆ มองๆ แล้วพบว่า งานเขียน
บางชิ้นที่มีฉากรุนแรง มีเซ็กส์เป็นส่วนประกอบของเรื่อง
ได้รับความนิยมสูง ก็ใส่ฉากเหล่านั้นไปโดยที่บางครั้ง
ไม่มีความจำเป็นต่อเนื้อเรื่องเลย เพียงแค่ต้องการ
เรียกร้องให้มีคนเข้ามาอ่านมากขึ้น โดยที่ไม่รู้เลยว่า
นั่นเป็นการดูถูกทั้งคนอ่านและตัวเองไปพร้อมๆ กัน

มีสักกี่คนที่จะพอเข้าใจบ้างว่า ถ้าตัวงานเขียนดีจริง
ไม่ต้องเรียกร้อง คนจะเข้ามาอ่านกันเอง ดังนั้น...ถ้าอยาก
ให้มีคนเข้ามาอ่าน จะต้องพัฒนางานเขียนของตัวเอง
ให้ดีพอที่จะทำให้คนเข้ามาอ่าน และถ้างานเขียนนั้นดี
จริง และตรงกับแนวที่สำนักพิมพ์ต้องการ ไม่ช้าก็เร็ว
มันจะได้เป็นรูปเล่มให้คนเขียนภูมิใจแน่นอน

หน้าที่ของนักเขียนไม่ใช่การเรียกร้อง บังคับ ให้
ใครต่อใครเข้ามาอ่านงานของตัวเอง ไม่ใช่การเร่งรีบ
กดดันสำนักพิมพ์ให้รีบพิมพ์งานของตัวเองออกมา
ไม่ใช่การส่งหน้าม้าเข้าไปโฆษณางานเขียนของตัวเอง
ในเว็บต่างๆ

แต่หน้าที่ของนักเขียนก็คือ เขียนงานออกมาให้ดี
และมีคุณค่า...ดีและมีคุณค่าพอที่จะทำให้ใครต่อใคร
เข้ามาอ่าน และสำนักพิมพ์ตกลงรับต้นฉบับงานเขียน
ชิ้นนั้นไปตีพิมพ์

ทุกวันนี้นักอยากเขียนหลายคนอาจจะไม่รู้สึกว่า
วงการวรรณกรรมไทยเปิดกว้างมากๆ แล้ว หนทาง
ที่จะมีหนังสือเป็นของตัวเองสักเล่ม ง่ายกว่าเมื่อ 6-7
ปีก่อนมาก มีสำนักพิมพ์พร้อมที่จะตีพิมพ์ผลงานมาก
มาย ทำให้ความอดทน มารยาทและความประณีต
ลดลง

รอผลการพิจารณาเพียงแค่ 1-2 เดือน กลับบ่นว่า
'นานจนแทบทนไม่ไหว' หรือไม่ก็มีการหว่านต้นฉบับ
เรื่องเดียวกันไปทุกสำนักพิมพ์ ด้วยเหตุผลว่า 'มันเป็น
สิทธิของเรา'

หลายๆ คนคิดว่า ชีวิตนักเขียนไม่ได้โปรยด้วยกลีบ
กุหลาบหรือหนามกุหลาบแล้ว แต่มีพรมหนานุ่มลาย
กุหลาบมาปูให้รองเดิน มันดูน่าสบายจนคนเดินลืมคิด
ไปหรือเปล่าว่า ใต้พรมนั้นก็ยังเป็นพื้นตะปุ่มตะป่ำ
เหมือนเดิม และบางครั้งพรมก็อาจจะขาดและแหว่ง
ไปบ้าง ดังนั้น...คนเดินก็จะต้องมีความระมัดระวัง
และอดทนบ้างเหมือนกัน

ในวงล้อเวลาของวงการวรรณกรรมไทยปัจจุบันนี้
จะเป็นไปได้ไหม ขอให้นักเขียนคิดเสียก่อนว่า งานเขียน
ของตัวเองมีคุณค่าและให้อะไรแก่คนอ่านบ้าง ก่อนจะ
เรียกร้องให้คนอ่านให้อะไรแก่ตน

ไม่อย่างนั้นการเติบโตแบบก้าวกระโดดของวงการ
วรรณกรรมไทยนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาแบบไหน...
...ไม่กล้าคาดเดาเลยจริงๆ

Poovadee Tuchinda
13/5/06
18.40pm
At home

...............................

บทความชิ้นนี้อาจจะเป็นการมองอะไรจากมุมๆ หนึ่ง
เท่านั้นนะคะ ในช่วงปีที่ผ่านมาได้เห็นอะไรหลายๆ
อย่างที่กระทบใจตัวเองเหลือเกิน ทำให้ต้องเขียนระบาย
ออกมาบ้าง ฮา

อ่านแล้วอย่าคิดว่าคนเขียนวิเศษวิโสนะคะ ไอซ์เอง
กว่าจะถึงทุกวันนี้ ((ที่ก็ยังไม่ดีเท่าไหร่ เทียบแล้วก็
ประมาณเด็กหัดเดินนั่นแหละ)) ทำอะไรผิดพลาดมาเยอะ
เพียงแต่อยากให้คนรุ่นใหม่(กว่า) เอาความผิดพลาดของ
คนรุ่นเก่า(กว่า)มาเป็นบทเรียน และก้าวต่อไปข้างหน้า
อย่างสง่างามเท่านั้นเองค่ะ

ถ้าบทความชิ้นนี้ ทำให้ใครไม่พอใจ ต้องขอโทษด้วยค่ะ
แต่ก็อดหวังไม่ได้ว่า บทความชิ้นนี้ จะให้ข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ
กับผู้อ่านบ้างเหมือนกัน

^^

คิดอยู่นานเหมือนกันว่า จะเอาลงห้องไหนในบล็อคดี
แต่คิดว่านี่เป็นบทความนะ ลงห้องนี้ละกัน

^^




 

Create Date : 13 พฤษภาคม 2549
35 comments
Last Update : 14 พฤษภาคม 2549 10:13:38 น.
Counter : 721 Pageviews.

 

อ่านแล้วรู้สึกเห็นด้วยกับพี่อย่างแรงเลยค่ะ ชอบบทความนี้ ได้แง่คิดอะไรๆเยอะม๊าก

แล้วก็

หน้าที่ของนักเขียนก็คือ เขียนงานออกมาให้ดี
และมีคุณค่า...ดีและมีคุณค่าพอที่จะทำให้ใครต่อใคร
เข้ามาอ่าน

ชอบคำพูดนี้จังเลยค่ะ

แต่ทำไมนะ นักเขียนหลายๆคนถึงไม่คิดอย่างพี่ไอซ์

 

โดย: มินต์ (papermint ) 13 พฤษภาคม 2549 19:20:54 น.  

 

เข้ามาอ่านคะ ^^

 

โดย: ล ม ห า ย ใ จ ...อุ่ น อุ่ น 13 พฤษภาคม 2549 21:03:18 น.  

 

เห็นด้วยกับพี่ไอซ์อย่างแรงเลยค่ะ เป็นบทความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแวดวงวรรณกรรมไทยในปัจจุบันได้ตรงมากเลยค่ะ

อ่านแล้วก็สลดใจนะคะ ที่แวดวงวรรณกรรมไทยกลายเป็นแบบนี้

 

โดย: Kizana IP: 202.47.238.233 13 พฤษภาคม 2549 21:47:13 น.  

 

ขอบคุณที่เขียนบทความดีๆ มาให้อ่านนะคะ ^ ^ b

เป็นห่วงวงการนี้เหมือนกันค่ะ... โดยเฉพาะเรื่อง"จรรยาบรรณ" สิ่งที่นักเขียนพึงนึกถึงว่า งานของเราจะส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างไร? เฮ้อ... พักหลังเหมือนเห็นนักเขียนเขียนเอามันกับตัวเองข้างเดียว ไม่แคร์อะไรเลย บางครั้งก็พบว่าพล็อตหละหลวมมาก ข้อมูลไม่สมจริงอย่างแรง จนอดสงสัยมิได้ว่า สนพ. ท่านปล่อยมาได้อย่างไรหนอ?

เราเป็นคนอ่านแท้ๆ เจอแบบนี้ก็หมดสนุกอะค่ะ ช่วงหลังๆ มานี้เราอ่านวรรณกรรมไทยวัยรุ่นแล้วเบื่อมากเลยค่ะ (หรือเพราะเราเริ่มอายุมากแล้ว?? อ๊า ~~ไม่จริ๊ง ไม่จริง)

* ขอให้โลกนี้มีนักเขียนที่คิดอย่างคุณ Clear Ice เยอะ ๆ นะคะ ร่วมกันสร้างสรรค์งานคุณภาพกันต่อไป สู้ๆๆ ค่ะ

 

โดย: นีรมาลี 13 พฤษภาคม 2549 21:49:11 น.  

 

อ่านบทความนี้พันทิปแล้วครับ แต่ยังไม่ได้ตอบในนั้นเพราะยังอ่านความเห็นไม่หมด
ผมอ่านหนังสือบ้างครับ แต่ก็เป็นหนังสือภาษาอังกฤษเสียส่วนมาก แม้จะสะดุดบ้างเพราะความไม่สันทัดทางภาษา แต่อย่างน้อยก็ได้มุงมองใหม่ๆ และได้ความบันเทิงเต็มที่

หนังสือไทยผมอ่านสมัยยังเด็ก แต่พอโตแล้วผมหาหนังสืออ่านยากครับ ในทรรศนะผมหนังสือที่ผลิตออกมาส่วนมากอาจเหมาะกับกลุ่มเด็กวัยใส ทำออกมาเพื่อเปิดบริสุทธิ์คนอ่าน แต่พอถูกเปิดบริสุทธิ์แล้ว ก็มีหนังสืออยู่หยิบมือเดียว ที่ควรค่าแก่การอ่าน ควรค่าแก่การสั่งสมประสบการณ์ต่อ คงคล้ายกะเซ็กส์มั้งฮะ ถ้าเซ็กส์หลังๆ ไม่เร้าใจเท่าเซ็กส์ที่เคยได้มาก็ไม่รู้จะมีไปทำไม โอ้ว ติดเรทเกิน เดี๋ยวคุณไอซ์หาว่าผมเพิ่มฉากเซ็กส์เข้ามาโดยไมจำเป็น กลับเข้าเรื่องเดิม ผมหาหนังสือที่อ่านแล้วประทับใจได้น้อยลง หนังสือที่ทยอยกันออกมาใหม่ก็ไม่น่าอ่าน ไม่ได้ให้สาระบันเทิงใดๆ ในมุมมองใหม่ อ่านแล้วก็เอียนเลี่ยน

จริงๆ ยังมีหนังสือไทยดีๆ มากมาย แต่อาจจะต้องเหนื่อยหน่อยกว่าจะเจอ เพราะร้านหนังสือมักเอาหนังสือขยะมาแนะนำ เป็นวงจรอุบาทว์จริงๆ ครับ เป็นขยะกันหมดเลย ทั้งคนเขียน คนอ่าน สำนักพิมพ์ และร้านหนังสือ

 

โดย: แฟนคลับวายดูไอเลิฟยูโซ IP: 84.157.85.170 14 พฤษภาคม 2549 3:39:20 น.  

 

ผมคิดว่าต่อไปเราคงจะได้อ่านอะไรๆที่ลดทอนลงจากเดิม
ตอนนี้ก็เริ่มเห็นแล้วว่ามีงานเขียนถึงสิ่งง่ายๆอย่างยืดยาวแต่สิ่งซับซ้อนๆกลับเขียนถึงสั้นๆ และด้านภาษาคงหดเหลือเพียงตัวสะกดง่ายๆ(แบบภาษาแชด) หนังสือเล่มหนาๆคงเหลือน้อย เวลาน้อยไม่พออ่านเราคงอ่านได้เพียงเล่มบางๆ(มิได้หมายความว่าความหนาเป็นตัววัดคุณภาพนะครับ) ขอมองโลกในแง่ร้ายแบบนี้ครับ

ขอบคุณที่เขียนออกมา ด้วยเข้าใจในความหงุดหงิดของผู้เขียนครับ

ป.ล. ตัวนักเขียนเองควรตั้งคำถามถึงความพึงพอใจในงานตนก่อนที่จะให้ผู้อ่านมาตอบ

 

โดย: ชาวโลกพฤหัส IP: 203.114.108.35 14 พฤษภาคม 2549 11:35:22 น.  

 

ก่อนอื่น ขอบคุณพี่ไอซ์ ที่เขียนบทความดีๆ มาให้อ่านกันค่ะ

จริงอย่างที่พี่ไอซ์ว่า วงการนี้ ใครคิดว่าโรยด้วยกลีบกุหลาบ เหมือนจะเป็นการเข้าใจผิดอย่างรุนแรงเลย

มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น บางที การมองอย่างคนนอก(ซึ่งก็เคยเป็น) คิดว่ามันคงสวยงาม แต่จริงๆ แล้ว มันมีอะไรอีกเยอะ เหมือนที่พี่ไอซ์ว่า หนามแหลม ตะปุ่มตะป่ำที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนพรมสีสวย

บ้างก็ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม จนบางครั้งก็น่าเหนื่อยใจ เพราะงานเขียนมันก็สะท้อนออกมา ว่าสังคมเดี๋ยวนี้ คนเดี๋ยวนี้เป็นอย่างไร

 

โดย: เนตรนภัส IP: 203.170.228.172 14 พฤษภาคม 2549 13:36:20 น.  

 

บอกอีกทีตรงนี้ว่า บทความนี้ ตรงและโดนใจ อย่างแรงเลยไอซ์

 

โดย: bookmark 14 พฤษภาคม 2549 14:30:59 น.  

 

เข้ามาเห็นด้วยอีกทีค่ะ

 

โดย: สายลมโชยเอื่อย 14 พฤษภาคม 2549 15:12:32 น.  

 

อ่านในถนนฯแล้ว แต่ตามมาพยักหน้าหงึกๆอีกที

 

โดย: 1981 (บทเพลงแห่งความฝัน ) 14 พฤษภาคม 2549 15:27:23 น.  

 

เห็นด้วยครับ ทุกวันนี้ไปเดินตามร้านหนังสือ มีหนังสือที่พอลองอ่านแล้ว
ก็งงเหมือนกันว่า ทำไมถึงได้ตีพิมพ์ บางเล่มแทบไม่อยากจะหยิบขึ้นมาอีก (รุนแรงไปมั้ยเนี่ย แต่ผมรู้สึกแบบนี้จริงๆ)

เหมือนทุ่งหญ้าที่ดอกไม้บานสะพรั่ง แต่ดอกไม้ที่งามพร้อมจริงๆ มีน้อยเหลือเกิน เฮ้อ..

 

โดย: Mint@da{-"-} 14 พฤษภาคม 2549 16:32:23 น.  

 

อืมม์....

มันก็จริงคับ ทั่นประมุขเคี้ย (ฮ่าๆ มันยังเล่นไม่เลิก)

บางคนลืมไปแล้วว่า... จุดมุ่งหมายครั้งแรกที่เขียนคืออะไร?

และบางคนก็ลืมไปอีกว่า... สิ่งที่ทำอยู่ ทำด้วยใจรัก หรือหวังผลประโยชน์

จนถึงทุกวันนี้ บ้างทีเราก็ต้องย้อนกลับมามองตรงจุดเริ่มต้นบ้าง จะได้ไม่ฟุ้งซ่านกับสิ่งยั่วยุภายนอกนะครับ...

สำหรับตัวเองตอนนี้...

ชิลล์ๆ แล้วอ่ะ อะไรจะเกิดก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามเรื่องตามราวของมันดีกว่าวุ้ย (ฮา...)

 

โดย: ตัวZ IP: 125.24.65.65 14 พฤษภาคม 2549 16:37:57 น.  

 

โดนใจมากๆ จริงๆ

ไบรท์เขียนเพราะชอบจริงๆ ที่แม้จะไม่เคยผ่านสักหน
ไบรท์ไม่เคยคิดถึงรายได้หรือเปอร์เซ็นต์
ถ้าให้พูดตรงๆ คือการเงินทางบ้านไบรท์มีใช้จ่ายเพียงพอไม่ขัดสน
เพราะฉะนั้น งานเขียนคือสิ่งที่ทำด้วยใจรักจริงๆ
เชญชวนคนรู้จักจริงๆ มาลองอ่านวิจารณ์
เห็นเขามีความสุข
ชอบตัวละครของเราก็ดีใจมากแล้ว

เส้นทางถนนนักเขียนปัจจุบันดูจะง่ายกว่าแต่ก่อน
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า
ใครจะเขียนอะไรมั่วซั่วส่งไปก็ได้
ต้องใช้ ใจ และ ลงมือทำ จริงๆ

 

โดย: Bryan IP: 203.131.220.1 14 พฤษภาคม 2549 16:42:26 น.  

 

เข้าไปอ่านในถนนแล้วค่ะพี่ไอซ์ เห็นด้วยอย่างแรงค่ะ

 

โดย: lily <lovekalo> (lovekalo ) 14 พฤษภาคม 2549 17:56:13 น.  

 

ตามมาพยักหน้าหงึกๆ อีกทีค่ะ หลังจากผงกหัวอย่างแรงที่ถนนฯไปทีนึง

 

โดย: มน (ลิปมัน ) 14 พฤษภาคม 2549 19:45:02 น.  

 

ตามมาผงกหัวให้พี่ไอซ์ได้เห็นชื่อ เอ๊ย หัวอีกคนค่ะ อิอิ

 

โดย: คีตภา 14 พฤษภาคม 2549 19:52:10 น.  

 

ผงกหัวหงึกๆ ตอนอ่านเลยค่ะพี่ไอซ์

จี้ดสุดๆ โดนมากๆ ตรงใจจริงๆ

 

โดย: พิมลพัทธ์ (พิมลพัทธ์ ) 14 พฤษภาคม 2549 22:37:18 น.  

 

ตามมาอ่านบทความนี้ค่ะ ตรงใจมากทีเดียว บอกได้แต่เพียงว่า พี่ไอซ์กล้ามากที่เอามาลง (สงสัยจะอึดอัดจนสุดทน)

สำหรับเปิ้ล อยากจะเพิ่มไปอีกด้วยว่า นักเขียนกำลังกลายเป็นแฟชั่น ไปเสียแล้วล่ะค่ะ ในตอนนี้ (รู้สึกเจ็บปวดยังไงไม่รู้สิ แห่ะๆ)




 

โดย: วีสาม (มดx-v3 ) 15 พฤษภาคม 2549 0:23:12 น.  

 

อ่านแล้วต้องพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยอย่างยิ่งยวดค่ะ

 

โดย: นายน้อย (nainoi_tplusone ) 15 พฤษภาคม 2549 1:12:07 น.  

 

พี่ไอซ์ หนูขอทำลิงก์กระทู้พี่ไว้ในบล็อกตัวเองนะคะ

 

โดย: สายลมโชยเอื่อย 15 พฤษภาคม 2549 4:14:11 น.  

 

มาพยักหน้าเห็นด้วย(จนคอแทบเคล็ด) อีกคนค่ะ
ถูกใจมากมาย และแสดงความเห็นในถนนฯเรียบร้อยแล้วค่ะ

 

โดย: ZeeZaa(จอยค่ะ) IP: 58.64.127.181 15 พฤษภาคม 2549 13:35:12 น.  

 

แอบเข้ามาบ่อยๆไม่คอยได้เม้น(ขอโทษค่ะ)

จากนี้จะเม้นแล้วได้อะไรจากบลอคนี้เยอะเลย

โดยเฉพาะวันนี้รู้สึกว่าพี่ไอซ์ถ่ายทอดมาได้โดนใจริงๆๆ

ค่ะ

 

โดย: karina IP: 58.136.74.161 15 พฤษภาคม 2549 16:53:53 น.  

 

ในฐานะคนอ่าน ขอบอกว่า 'ตรงใจ' สุดๆค่ะ

 

โดย: W i n t e r b e r r y 15 พฤษภาคม 2549 16:59:38 น.  

 

เห็นด้วยกับพี่ไอซ์แทบจะทุกกรณีล่ะค่ะ แต่ก็ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา ก็เคยทำอะไรพลาดไปโดยไม่เจตนาเยอะเหมือนกัน

อย่างต้นฉบับความรักริมฝั่งแม่น้ำเทมส์ ตอนนั้นมีสนพ.สองแห่งที่ขอมา ก็ส่งให้เค้าทั้งคู่ค่ะ แถมยังไปส่งให้ที่ๆ ไม่ได้ขออีกด้วย

แต่พอเวลาผ่านไป ได้อ่านที่บก.หลายๆท่านให้ความเห็นไว้ว่าการส่งงานเขียนให้หลายๆ สนพ. พิจารณาพร้อมกันเป็นการเสียมารยาทมาก แล้วก็ทำให้บก.แต่ละที่ต้องมาเสียเวลาอ่านงานของเรา แต่สุดท้ายเราก็ไปขอถอนต้นฉบับเพราะว่าได้รับการตีพิมพ์จากที่อื่นแล้ว ไรงี้ ก็รู้สึกผิดมากเลย จากนั้นก็ไม่คิดจะทำอีกเลยค่ะ (อาจจะเพราะสถานการณ์บังคับด้วยมั้ง เพราะยังไง ตอนนี้หลักๆ ก็ส่งให้ที่แจ่มใสอยู่แล้ว) แต่ถึงยังไงก็คิดได้แล้วค่ะว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง

 

โดย: อุรัสยา IP: 58.8.34.174 15 พฤษภาคม 2549 21:45:32 น.  

 


ตามมาพยักหน้าต่อค่ะ


^^

 

โดย: p_jung IP: 221.128.98.226 25 พฤษภาคม 2549 14:14:53 น.  

 

เข้ามาดู blog คุณ clear ice เป็นพักๆ ชอบความคิด ชอบแนวคิด และข้อคิด เลยต้องเข้ามาอ่านเรื่อยๆ และเห็นด้วยเหมือนกันที่ว่าเดี๋ยวนี้น่ะมีแต่นิยายเด็กๆ เพ้อฝันซะส่วนมาก

 

โดย: หนูดี IP: 58.136.208.226 13 มิถุนายน 2549 12:24:59 น.  

 

โดนใจอย่างแรงเลยค่ะ ตั้งแต่อักษรตัวแรกจนตัวสุดท้าย

สมัยนี้หนังสือออกถี่มาก อย่าว่าแต่เดือนหนึ่งเลยค่ะ แค่สัปดาห์เดียวก็นับไม่ถ้วนแล้ว ตาลายเหมือนกันเวลาเข้าร้านหนังสือ และส่วนมากที่ออกมาก็แนว วัยรุ่นจี๊ดจ๊าดมาก ๆ คือเป็นจำพวกเพ้อฝันหลุดโลก บางทีก็ก๊อปเนื้อเรื่องจากการ์ตูนญี่ปุ่นมาเห็น ๆ (ไม่ได้ซื้อค่ะ เปิดอ่านฟรีตามหนังสือ) หรือไม่ก็ นิยายอีโมชั่น ที่มีแต่บทสนทนา ไม่มีการบรรยายความรู้สึกตัวละคร แต่ใช้สัญลักษณ์แทน ไม่ชอบนิยายแนวนี้มาก ๆ และเรียกได้ว่า แอนตี้ ก็ว่าได้

 

โดย: Masaomi IP: 124.121.127.90 13 มิถุนายน 2549 15:16:19 น.  

 

เห็นด้วยมากๆเลยค่ะ


 

โดย: peach_zoda IP: 203.113.70.8 5 สิงหาคม 2549 11:47:38 น.  

 

อืม เราเห็นด้วยนะ
จริงๆตอนนี้เราก็แต่งนิยายเรื่องยาวอยู่ เวลาเข้าไปดูว่ามีคนอ่านมากขึ้นไหม หรือมีคนติชมมาบ้างหรือเปล่า มันก็รู้สึกตื่นเต้นดีนะ
ไม่ได้หวังจะให้มีมากๆ แต่ก็ยังรู้สึกดีที่ได้มีคนอ่านและชื่นชมผลงานของเรา มันเหมือนอยู่ในโลกแห่งจินตนาการเลยนะ

อยากให้มีคนอ่านบทความนี้เยอะๆจัง โดยเฉพาะนักเขียนหน้าใหม่ทั้งหลาย (เราก็ด้วย)

 

โดย: kingkiyo IP: 202.44.135.35 18 พฤศจิกายน 2549 15:56:53 น.  

 

จรรยาบรรณ และความคิดเห็นส่วนตัวของแต่ละคน ไม่มีใครสามารถยึดสิ่งใดสิ่งหนึงเป็นบรรทัดฐาน เพราะทุกความคิดเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอ แม้ว่าจะรู้ว่าผิดหรือถูกก็ตาม ...

 

โดย: ColdOut/รรร IP: 203.146.147.13 9 มิถุนายน 2550 2:30:33 น.  

 

เมื่อก่อนอ่านแล้วก็เห็นด้วย ตอนนี้มาอ่านอีกยิ่งอินเข้าไปใหญ่ ในฐานะนักเขียนใหม่ พี่เป็นคนที่เขียนบรรยายได้ห้วนมาก บางทีคนอ่านแล้วไม่อิน ทำให้ต้องพยายามฝึกเขียนให้เยอะขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้มั่นใจที่จะเขียนคือ อยากเล่าเรื่องดีๆ ให้คนอื่นได้ฟังว่าในสมองของเรามีเรื่องที่คิดดีเหมือนกันนะ

พี่ชื่นชมหนูไอซ์ตั้งแต่ยังไม่รู้จักกัน ตอนนี้ยิ่งชื่นชอบหนูเข้าไปอีก เดี๋ยวต้องสมัครเป็นแฟนคลับซะแล้ว

 

โดย: tiara IP: 125.27.156.133 22 มิถุนายน 2550 16:27:03 น.  

 

อ่านแล้วเห็นด้วยอย่างแรง

 

โดย: หมูแพนด้าขาใหญ่ 5 สิงหาคม 2551 18:30:11 น.  

 

เขียนดีจ๊ะหนู :)

 

โดย: klasseye IP: 202.149.25.225 11 กุมภาพันธ์ 2552 9:50:55 น.  

 

ชอบบทความนี้มากค่ะ สะท้อนให้เห็นอะไรหลายด้าน
นักเขียนบางคนไม่ได้คิดแบบนี้ด้วยซ้ำ
เคยเจอมาเหมือนกันค่ะ
พวกมาอ่านนิยายของเราแล้วต่อด้วยฝากนิยายของตัวเอง
เราก็รู้ค่ะว่าเขาไม่ได้อ่านงานเขียนของเราหรอก
ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนะค่ะว่าจะโปรโมตงานเขียนจังตัวเองไปทำไม
เขาคงมั่นใจมั้งค่ะว่าผลงานของเขาจะทำให้คนอ่านรู้สึกสนุกกับผลงานของเขา

 

โดย: ~ Nakashima Ayumi ~ IP: 222.123.223.27 10 เมษายน 2552 13:13:08 น.  

 

คิดอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ

เบื่อหลายคนที่เรียกร้องให้อ่าน ให้เมนท์ ให้โหวต ให้แอด

เข้ามาแล้วทำไมไม่เมนท์ สาปส่งบ้าง จิกกัีดกระแนะักระแหนบ้าง โดยที่ลืมมองไปเลยว่าผลงานของเขานั้น ควรค่าที่เราจะเสียเวลาอยู่ต่อรึเปล่า

บางคนให้วิจารณ์ แต่พอวิจารณ์ไปจริง ๆ กลับรับไม่ได้ โมโห เสียใจ หงุดหงิด อาฆาต ปิดบทความหนีบ้าง ลบตอนในบทความบ้าง ก่อนจะต่อท้ายว่า ฉันเสียความรู้สึดอย่างนี้อย่างนั้น พอกันที คงต้องไป บลา ๆ ๆ เรียกว่าคนที่วิจารณ์โดนคนที่ชอบพออยู่อัดใส่กันไม่ยั้งเลย จะบอกว่าเล่นพวกก็คงได้

ชอบตรงที่บอกเรื่องการใส่ฉากเซ็กส์ทั้งที่มันไม่น่าจะได้ใส่ หรือมันใส่ซะจนมากเกินไป

เห็นหลายคนนะ ถูกคนอ่านเรียกร้อง ก็ตามใจ แล้วก็ตบท้าย ว่าแต่งให้แล้ว เมนท์ โหวตให้ด้วยนะ

มันดูถูกสติปัญญาตัวเองและคนอ่านจริง ๆ นะ แทนที่จะคอนโทรลเขา กลับไปตามเขาทุกอย่าง คุณค่าวรรณกรรมหายหมดแหละ ขอแค่เรทติ้งดี คนชอบ ได้ตีพิมพ์ เป็นพอ

 

โดย: คน IP: 125.26.49.228 5 สิงหาคม 2554 23:04:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


Clear Ice
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]




เป็นผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่ายยิ่งกว่าพายุ ^^





บอกกล่าวกันก่อน

Blog นี้มีอะไร อัพเดทใหม่ๆ คลิกที่ Blog map & Update ค่ะ

ตอนนี้นิยายที่เขียนค้างอยู่ถูกล็อกไว้ชั่วคราว เพราะอยากจัดระเบียบความคิดของตัวเองนิดนึงก่อนค่ะ ขออภัยสำหรับความไม่สะดวกด้วยนะคะ

ขอร้องคนที่มาอ่านงานเขียนของไอซ์ในบล็อกนะคะว่า กรุณาอย่าก็อปปี้ไปเผยแพร่ที่อื่นเลย ไม่ว่าจะให้เครดิตหรือไม่ เพราะบอกตรงนี้เลยค่ะว่า "ไม่อนุญาตทุกกรณี" ขอให้อ่านกันเพียงแต่ในนี้ หรือถ้าอยากแบ่งปันกันจริงๆ ขอให้ทำ link มาที่นี่นะคะ ^^

ตอนนี้ไอซ์เล่น Blog น้อยลงมากๆ เลย เพราะจะไปอยู่ใน Facebook มากกว่า ยังไงแอ๊ดไปคุยกันได้ ที่นี่ นะคะ เป็น Facebook ส่วนตัวของไอซ์ รับแอ๊ดทุกคนค่ะ แต่ว่าไอซ์ใช้คุยเรื่องทั่วๆ ไปด้วย ไอซ์อัพค่อนข้างบ่อย อัพทุกเรื่องเลย อาจจะรกนิดนึง ถ้าจะติดตามเรื่องงานเขียนหรืองานแปล ((ไม่ได้แปลนานแล้วนะคะ ฮา)) ก็สามารถเข้าไปกด like กันที่เพจได้ ที่นี่ นะคะ ^^




ผลงานล่าสุด

กล่องนี้จะเป็นกล่องที่แนะนำผลงานล่าสุดของไอซ์นะคะ ^^

ปี 55 นี้ เปิดศักราชใหม่อย่างอลังการด้วยผลงานใหม่ซึ่งออกพร้อมกัน 2 เรื่องเลยค่ะ ^^ ((ภูมิใจเล็กๆ เพราะหนาด้วยอะ 555)) เป็นหนังสือสองเล่มที่นางเอกของทั้งสองเรื่องมีหน้าตาเหมือนกัน เนื้อเรื่องมีจุดเชื่อมกันเล็กน้อย อ่านเล่มไหนก่อนก็ได้ เพราะเรื่องเกิดขนานกันไปค่ะ หรือถ้าจะอ่านแค่เล่มเดียวก็ได้เหมือนกันค่ะ รับรองว่าไม่สะดุด แต่ถ้าได้อ่านสองเล่มจะรู้ว่า อีกฝ่ายหนึ่งเกิดอะไรขึ้น ^^

ระบำรัก



เรื่องนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นในปารีส-ฝรั่งเศส และทาลลินน์-เอสโตเนียค่ะ พระเอกเป็นจิตรกรและเป็นโจรขโมยงานศิลปะ คราวนี้ภาพวาดที่เขารับงานแทนเพื่อนว่าจะขโมยออกมานั้น ถูกขโมยตัดหน้าเสียก่อน พอกลับมาก็พบว่าเพื่อนตัวดีหายตัวไปอีก แน่นอนว่าตำรวจเพ่งเล็งมาที่เขา ส่วนนางเอกเป็นผู้ครอบครองภาพวาดที่เขาคิดว่าจะสามารถทำให้เขาสืบหาตัวการที่ทำให้เขาลำบากได้ ถ้าชอบพล็อตเก๋ๆ ชิงไหวชิงพริบ รับรองว่าเรื่องนี้ถูกใจแน่ค่ะ ^^

เล่มบนอาจจะไม่หวานมาก แต่เล่มล่างนี่ หวานจนบ.ก.สั่งตัดเลยทีเดียว แอ๊ >_<

ระบำฝัน



เรื่องนี้นางเอกเป็นเด็กถูกเก็บมาเลี้ยงค่ะ เธอไม่มีความทรงจำในวัยเด็กเหลืออยู่เลย ทั้งๆ ที่ชีวิตก็ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบ เพราะพ่อแม่และน้องเลี้ยงรักเธอ แฟนหนุ่มก็รักเธอ แต่ความฝันซึ่งเป็นเศษเสี้ยวจากอดีตตามหลอกหลอนจนเธอไม่อาจอยู่เฉยได้ เธอดิ้นรนหาความจริง โดยที่ไม่รู้เลยความจริงอาจทำให้เธอสูญเสียทุกอย่างไป ฉากเรื่องนี้อยู่ที่ปารีส-ฝรั่งเศสและประเทศไทยค่ะ



ฝากหนังสือ "ระบำรัก" และ "ระบำฝัน" ด้วยนะคะ เป็นสองเล่มที่ไอซ์มั่นใจว่า ถ้าได้อ่านจะชอบแน่นอน บอกไว้ก่อนว่า ถึงจะมีฉากตปท.แต่ก็ไม่ใช่หนังสือท่องเที่ยวนะคะ ดังนั้นจะเน้นที่พล็อตมากกว่ามากๆ ใครที่ชอบงานของไอซ์อยู่แล้ว รับรองว่าจะไม่ผิดหวัง ส่วนคนที่ไม่เคยอ่าน หรือไม่เคยชอบงานของไอซ์มาก่อน อยากให้ลองหยิบมาอ่านดูค่ะ ยินดีรับคำแนะนำ ติชม เสมอนะคะ ^^

ส่วนผลงานก่อนหน้านี้ ก็มีงานแนว Romantic Suspense เล่มแรก เป็นแนวใหม่ของแจ่มใสค่ะ

Deadly Game...เกมรักมรณะ



เกิดการฆาตกรรมต่อเนื่องขึ้น และคนที่ตายก็ล้วนเกี่ยวข้องกับนางเอก ฆาตกรเป็นใครกันแน่ ... เป็นเล่มแรกที่เขียนแนวนี้ ฝากด้วยนะคะ อยากได้ feedback มากๆ ค่ะ ^^

ส่วนผลงานเล่มก่อนหน้าที่ออกวางแผงเดือน ส.ค. 54 ฉลองที่แจ่มใสครบ 10 ปี เป็นหนึ่งในโปรเจ็ค Sweet 10 ค่ะ

คนที่สิบ...รักที่สุด



ในโปรเจ็คนี้จะมีทั้งหมด 4 เล่มด้วยกัน เป็นเรื่องของเพื่อนสาว 4 คนที่เกี่ยวพันกับเลข 10 แต่ละเล่มอ่านแยกกันได้ค่ะ เล่มของไอซ์...นางเอกมีแฟนมาแล้วเก้าคน ก็ไม่ใช่ตัวจริงซักที คนที่สิบนี่...จะใช่ไหมนะ ^^

ฝากผลงานด้วยนะคะ ^^

29/1/2012



ฝากผลงานทั้งหมดด้วยนะคะ ^^

ผลงานเขียนเดี่ยวๆ



ผลงานแปล



ผลงานร่วมกับนักเขียนท่านอื่น





Visitor Map


Friends' blogs
[Add Clear Ice's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.