To travel 10,000 miles is better than read 10,000 books
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2558
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
31 กรกฏาคม 2558
 
All Blogs
 
ทอดน่องท่องสวิตเซอร์แลนด์


น้อยครั้งที่ฉันจะมีโอกาสเดินทางมาสำรวจประเทศในแถบยุโรป ครั้งนี้โชคดีที่ได้มาใช้ชีวิตช่วงสั้นๆณ เกาะอังกฤษ เลยไม่รีรอที่จะจัดทริปออกสำรวจประเทศในฝันที่อยากไปเยือนที่สุดนั่นก็คือ สวิตเซอร์แลนด์


เนื่องจากประเทศนี้ได้ชื่อว่าอะไรๆก็แพงแพงหูฉี่ถึงกับติดอันดับหนึ่งในสิบของประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกมาหลายสมัยฉันจึงนับว่าโชคดีที่มีเพื่อนชาวท้องถิ่นเสนอห้องหับให้พักอาศัย ทำให้ทุ่นค่าใช้จ่ายในครั้งนี้ไปได้มากอยู่และที่สำคัญ ได้ใกล้ชิดวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวสวิตเซอร์แลนด์ได้ดีกว่าพักตามโรงแรมหรือเกสท์เฮาส์เป็นไหนๆทริปของฉันครั้งนี้จึงเป็นแนวไปเที่ยวปนไปอยู่ ไร้ข้อจำกัดทางเวลา เรียกได้ว่าตื่นเมื่อไหร่เที่ยวเมื่อนั้นเน้นเดินทอดน่องชมเมือง โดยมีไกด์ท้องถิ่นผู้ให้ที่พักพิงอาศัยคอยแนะนำสถานที่และเรื่องราวสนุกๆตลอดทริป


เมือง Thun


เมืองที่ดิฉันได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ คือเมือง Thun (ทูน)ซึ่งเป็นเมืองติดทะเลสาบThunersee ข้อดีของการอยู่เมืองนี้คือสงบ และได้ยลวิวงามๆของทะเลสาบสีมรกตท้องฟ้าสีสดใสและเทือกเขาแอลป์ที่มีหิมะแต้มบนยอด แต่วันที่ฉันเดินทางไปถึง กลับมีเมฆฝนและหมอกหนาบดบังยอดเขาทั้งแถบเจ้าบ้านถึงกับเอ่ยปากเสียดายที่ฉันอดยลโฉมความงามของภูเขาสวิสเสียแล้ว พร้อมให้คำแนะนำในการเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ว่าควรจะวางแผนเวลาเผื่อวันฟ้าปิดด้วยเพราะฝนฟ้าและเมฆหมอกมักมาเยือนเสมอๆ อาจทำให้เราพลาดโอกาสชมสถานที่ที่ตั้งใจเป็นมั่นเหมาะไปได้ง่ายๆแต่ไหนๆก็มาเจอน้ำใสแจ๋วของทะเลสาบทูน แล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะจุ่มขาเล่น จากที่ลงเล่นแค่ปลายเท้าแตะสุดท้ายเริ่มสนุก กระโดดจ๋อมลงไปว่ายแบบเต็มตัว ทำให้ได้ของฝากจากประเทศนี้เป็นอาการไอค่อกแค่กพร้อมหวัดอ่อนๆ ติดตัวไปด้วย เพราะนอกจากน้ำในทะเลสาบ (ที่มีต้นกำเนิดมาจากธารน้ำแข็ง)จะเย็นนิดๆแล้ว ฝนที่เริ่มโปรยลงมาก็ทำให้อุณหภูมิในตอนกลางคืนลดลงจนต้องรีบควานหาผ้าห่มอุ่นมาซุกตัวนอนแทบไม่ทัน



ฉันมีเวลาสำรวจเมืองทูนถึงสองวันเต็ม(เพราะมัวแต่นั่งมองฝนอยู่ใต้ชายคา) แต่ก็ประทับใจกับที่นี่ไม่น้อย โดยเฉพาะการใช้ชีวิตอยู่ของคนเมืองนี้ที่มีธรรมชาติล้อมรอบ และได้สัมผัสกับความนิ่ง ไม่วุ่นวายอย่างเมืองใหญ่และที่ฉันประทับใจมากก็คือการออกแบบบ้านที่แสนจะชาญฉลาด สอดรับกับการปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติอย่างที่เห็นชัดจากบ้านเพื่อนที่ไปพัก ซึ่งออกแบบให้โปร่ง มีหน้าต่างรอบ ในหน้าร้อนได้รับลมอ่อนๆที่ถ่ายเททั่วบ้านและยังได้รับแสงธรรมชาติที่ส่งตรงถึงโต๊ะทำงาน พื้นที่ผนังบ้านก็ถูกใช้อย่างคุ้มค่าโดยถูกดัดแปลงให้กลายเป็นที่เก็บของแห้ง อย่างเครื่องปรุงอาหารไปจนเครื่องใช้ต่างๆส่วนขอบหน้าต่างถูกเนรมิตให้เป็นตู้เย็นสำหรับเก็บผักสด และผลไม้ในฤดูหนาวเพราะมีหิมะเป็นตัวทำความเย็นตามธรรมชาติ ห้องใต้หลังคาถูกปรับเป็นห้องนอนที่บุฉนวนเก็บความร้อนกลายเป็นส่วนที่อุ่นที่สุดในบ้านต่างลิบลับกับอุณหภูมิชั้นล่างที่ต้องทำใจสู้หนาวย่องลงมาเข้าห้องน้ำกลางดึกในช่วงที่อากาศเริ่มเย็น ฉันเลยต้องอาศัยห้องใต้หลังคานี่แหละเป็นที่ซ่อนตัว


อาหารเย็นริมระเบียงบ้าน

นอกจากเดินเล่นรอบทะเลสาบแล้วในตัวเมืองทูนเองก็บรรยากาศดีไม่แพ้กัน จริงๆแล้วเมืองนี้ค่อนข้างเล็กมีประชากรเพียง 42,000 เศษเท่านั้น หากมีเวลาเพียงหนึ่งวันก็สามารถเดินได้ครบทุกซอกมุม แม้ว่าเมืองจะเล็กขนาดไหนแต่ที่ทำให้ฉันแปลกใจมากก็คือ เมืองนี้มีร้านอาหารไทยเยอะมาก ในบางพื้นที่ตั้งติดๆกันสามถึงสี่ร้านก็มีเพื่อนเจ้าบ้านบอกว่าถ้าเป็นเมืองใหญ่ เครื่องปรุงอาหารไทยหาได้ไม่ยากเลยเพราะเขาเองยังเคยลงมือเป็นเชฟฝึกหัด ลองทำแกงเขียวหวานเอง เจ้าตัวบอกว่ารสชาติที่ลองทำเองยังคงห่างไกลจากที่เคยชิมที่เมืองไทยนักแม้ว่าจะได้ลองชิมอาหารฝีมือแม่ครัวไทยในสวิสก็ตามที เขาก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่ารสชาติอาหารไม่เข้มข้นเท่าคงเพราะต้องปรับเปลี่ยนสูตรตามวัตถุดิบที่หาได้และตามกลุ่มลูกค้าที่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ทานเผ็ดมากนัก


ปราสาทในเมือง Thun

จากเมืองทูน ฉันวางแผนไปยลเทือกเขาแอลป์แบบระยะประชิดโชคดีที่มีวันฟ้าฝนเป็นใจ ยอมหลบหน้าหนีหายให้ยอดเขาได้โผล่มาทักทายพวกเราบ้างในช่วงเวลานาทีทองที่แดดสาดเข้าหน้า ฉันรีบจับรถไฟมุ่งหน้าเข้าเมือง Interlaken เพื่อต่อรถไฟขบวนสั้นขึ้นเขา ด้วยความที่ไม่ได้วางแผนชัดเจนว่าอยากไปจุดชมวิวใดกันแน่ประกอบกับอาการเลือกไม่ถูก ฉันจึงเปิดโอกาสให้โชคชะตาเป็นตัวกำหนด เห็นรถไฟขบวนใดพร้อมออกก็กระโดดขึ้นขบวนนั้น(แม้ว่าจะยังไม่มีตั๋วโดยสารเลยก็ตาม) มองป้ายที่ชานชาลาเห็นว่ารถขบวนนี้ไป Grindelwald (กรินเดลวัลด์) พลันดูแผนที่เทือกเขาบนรถไฟพบว่าไม่ไกลจากจุดที่เราขึ้นมากนัก และใช้เวลาเดินทางไม่นานเมื่อรถเคลื่อนขวนออกจากสถานี อาการสัปหงกยามเดินทางของฉันก็เริ่มกำเริบแต่วิวสองทางข้างของประเทศนี้เป็นยาเปลี่ยนนิสัยได้ผลชะงัดเพราะไม่ว่าจะลัดเลาะไปตามมุมใดก็งามหมดจดไปเสียทุกที่ จนฉันถึงกับนั่งไม่ติดเบาะ ชะโงกชะเง้อยื่นมือยื่นแขนออกไปถ่ายรูปตลอดทาง




ในช่วงฤดูหนาวของกรินเดลวัลด์นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมาเล่นสกี และสโนว์บอร์ดในช่วงเวลาที่ฉันไปเยือนเป็นช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วง จึงทำได้เพียงเดินเล่นชมวิวมองยอดเขา Eiger ที่เป็นแบคกราวด์งามๆให้เมืองนี้ และนั่งกระเช้าไปเดินเล่นรอบๆเขา ก็ได้อารมณ์ชิวไปอีกแบบนึกเสียดายที่น่าจะวางแผนการเดินทางให้ดีกว่านี้ เพราะไม่ไกลจากกรินเดลวัลด์ยังมีเส้นทางเดินไต่เขาชมทิวทัศน์อีกหลายเส้น ตั้งแต่เส้นทางระยะสั้นหนึ่งชั่วโมงเศษ ไปจนถึงหกชั่วโมงความยากง่ายก็มีให้เลือกหลากหลายทั้งแบบทางราบสำหรับนักเดินเขามือสมัครเล่นหรือแม้แต่สูงชันสำหรับมือฉมังที่ต้องการผจญภัยตามแนวเขานึกย้อนกลับไปกี่ครั้งก็เสียดายทุกครั้งที่ไม่ได้เผื่อเวลาที่นี่ไว้มากนัก ฉันใช้เวลาที่นี่เพียงสี่ชั่วโมงพอตะวันเริ่มลับขอบฟ้า ก็ต้องบอกลากริลเดลวัลด์เสียแล้ว




คืนนี้ เราเปลี่ยนบรรยากาศที่พัก จากเมืองเล็กๆอย่างทูนเป็นแนวซิตี้ไลฟ์ ที่ซูริก เมืองที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อนใจดีตามมาให้กุญแจที่พักถึงที่แถมนัดแนะมารับพานำทัวร์ในวันถัดไป พอเขารู้ว่าฉันเป็นนักตระเวนชิมตัวยง เลยพาไปตะลุยซื้อช็อกโกแลตร้านอร่อยและชีสฟองดูอาหารต้นกำเนิดจากสวิสให้ไม่เสียเที่ยว ทำให้มีโอกาสได้ชิมช็อกโกแลตหลากชนิดพร้อมซื้อกลับอีกเพียบ ด้วยความที่เป็นคนชอบทานของหวานและชีสเป็นทุนเดิมอยู่แล้วฉันจึงขอยกให้ประเทศนี้เป็นหนึ่งในประเทศที่ฉันไม่ควรอาศัยอยู่ เพราะคงทำให้ตัวหนาขึ้นกว่าเดิมเป็นแน่ 


หากใครได้มาเยือนที่นี่ อย่าลืมลองชิมช็อกโกแลตของเขาอาจจะงุนงงเล็กน้อยว่าจะเริ่มอย่างไรดี เพราะมีให้เลือกหลายร้อยแบบฉันเองก็ใช้วิธีเลือกแบบสุ่มมั่ว เพราะสื่อสารภาษาสวิสไม่ได้สักแอะ แต่อาจลองถามคนขายว่าชนิดใดผสมแอลกอฮอล์และแบบใดเป็นช็อกโกแลตธรรมดา เผื่อว่ารสชาติแอลกอฮอล์ไม่คุ้นลิ้น(อย่างที่ฉันรู้สึก) ก็สามารถลองช็อกโกแลตรสนมหวานมันอร่อยเข้มข้นดี ฉันลองทานหลายแบรนด์ และค้นพบว่า อร่อยเข้มข้นทุกแบรนด์ เลือกได้เลยไม่ผิดหวังโดยส่วนตัว ฉันชอบช็อกโกแลตสดเป็นแผ่นๆ ขายเป็นกรัมของ Läderach เพราะมีครบทุกรูปแบบทั้ง White chocolate, Milk chocolate และ Darkchocolate และมีหลายรสชาติให้เลือกบางอันโรยหน้าด้วยพริก อัลมอนด์ มะนาวและคาราเมล ในแผ่นเดียว ดูแปลกใช่ย่อย ฉันขอไปในทิศทางเซฟๆเลือกแบบธรรมดาดีกว่าอย่างราสเบอร์รี่ อัลมอลด์ช็อกโกแลต เฮเซลนัท ซื้อใส่ถุงเล็กๆตั้งใจกลับไปทานที่บ้านแต่เดินไปแป๊บเดียวเท่านั้นก็หายวับในพริบตา มันหยุดมือไม่ได้จริงๆ


มหกรรมการชิมยังไม่หมดเท่านั้น มื้อเย็นก่อนกลับ เราได้ไปลิ้มชีสฟองดูในแบบฉบับของชาวสวิสที่ร้าน Swiss Chuci ชื่อดังของที่นี่ คำแนะนำที่สำคัญมากๆคือควรจะจองก่อนล่วงหน้าหากไม่อยากเสียเที่ยว เพราะร้านนี้มีลูกค้าเข้าออกตลอดเวลาและหากวันใดที่คนเยอะมากๆ เราอาจได้คิวทานอาหารตอนสี่ทุ่มก็เป็นได้ 

เราสั่งชีสฟองดูหม้อใหญ่มาลองเพียงอย่างเดียวหน้าตาของชีสฟองดูนั้นแสนจะธรรมดา คือ ชีสสีนวลๆพร้อมส่วนผสมเช่นไวน์ขาว กระเทียมอยู่ในหม้อตั้งไฟอ่อนๆ เสิร์ฟคู่กับขนมปังตัดเป็นคำเล็กๆ และไม้ยาวสำหรับจิ้มขนมปังจุ่มลงในหม้อชีสสำหรับคนชอบชีสอย่างฉันก็จุ่มเพลิน แต่หากทานไปสักพักก็เริ่มเลี่ยนเอาการ เจ้าบ้านเลยแนะนำวิธีทานชีสฟองดูแบบไม่เลี่ยนและมีรสมีชาติมากขึ้น โดยการจุ่มขนมปังในไวน์ขาว แล้วตามด้วยจุ่มในหม้อชีสพอสัมผัสลิ้นเท่านั้นล่ะ ไม่ต่างจากการกินวาซาบิแบบเปล่าๆเลย เพราะแอลกอฮอล์ในไวน์ระเหยขึ้นจมูกทำเอาน้ำตาเกือบไหลหลังจากทั้งโต๊ะเริ่มน้ำตาซึมได้ที่ เพื่อนเจ้าบ้านยังแถมเคล็ดลับก้นหม้อให้อีกเขาแนะนำว่าอย่าพลาดช่วงเวลาหลังจากปิดเตาไฟ เพราะชีสจะเริ่มเย็นลงและจับตัวที่ก้นหม้อเรียกกันเล่นๆว่า Carpet เราต้องแซะออกมาเป็นแผ่นๆ ทดลองทานแล้วอร่อยดีใครมีโอกาสได้ทานชีสฟองดูก็อย่าลืมทดลองสองสูตรนี้ แต่ระวังสูตรแรกสักนิดน้ำตาอาจจะไหลไม่รู้ตัวเลย

แต่น่าเสียดายอีกที่เราไม่ได้เดินท่องเมืองใหญ่อย่างซูริกมากนักฝนเจ้ากรรมอีกตามเคยที่ทำให้เราได้แต่นั่งเล่นในร่ม คืนนี้ก็เช่นกันเราต้องเดินฝ่าฝนกลับที่พัก และเจ็บใจอีกยกใหญ่ที่วันเดินทางกลับ แสงแดดจ้ามาส่งเราถึงสนามบิน

ฮึ่ม..กลับมาคราวหน้าจะเผื่อวันเที่ยวยาวๆเลย..

 **บทความนี้ตีพิมพ์ในนิตยสาร Business plus เดือนมกราคม 2557**




Create Date : 31 กรกฎาคม 2558
Last Update : 31 กรกฎาคม 2558 18:15:40 น. 0 comments
Counter : 988 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Claire_plastic
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Claire_plastic's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.