To travel 10,000 miles is better than read 10,000 books
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
13 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
ลุยเดี่ยว เที่ยวซากาดะ เมืองแห่งนาขั้นบันได ประเทศฟิลิปปินส์-Chapter2

แดดเช้าของเมืองซากาดะสวยกว่าที่ไหนๆ ยิ่งได้ที่พักอยู่บนเนินเขาด้วยแล้ว บรรยากาศยิ่งดีเป็นสองเท่า ความลังเลใจที่จะตื่นเช้า และออกไปรับแดดอ่อนๆ จึงไม่มีมาให้เห็น วันนี้ตั้งใจจะไปน้ำตก และเดินท้าแดดช่วงสายๆ ตามระเบียงนาข้าวบนเขา แต่ใจไม่กล้าที่จะเดินคนเดียว เพราะระยะทางค่อนข้างไกล และยังต้องลัดเลาะตามภูเขาอีก เจ้าหน้าที่ที่ศูนย์ท่องเที่ยวเลยแนะนำให้เรารอรวมกลุ่มกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ และอาจจ้างไกด์นำทาง จะได้ไม่หลงอยู่กลางนาข้าวบนเขาให้วุ่นวาย

โชคดีที่ความบังเอิญทำให้นักท่องเที่ยวลุยเดี่ยว 3 คน จาก 3 ดินแดน มาเจอกันที่หน้าศูนย์ท่องเที่ยว ทริปนี้เราเลยมีเพื่อนร่วมทางให้อุ่นใจ หนึ่งในนั้นเป็นหนุ่มเกาหลีที่มาเรียนภาษาอังกฤษในประเทศนี้มา 3 ปี และเคยไปเที่ยวน้ำตกนี้แล้วเมื่อปีก่อน เขาเลยเสนอตัวเป็นไกด์นำทางให้แก่หนุ่มสวีเดนและสาวชาวไทยคนนี้ เย่!!!

น้ำตกอยู่ห่างจากตัวเมืองค่อนข้างไกล และมีรถ Jeepney เพียงเที่ยวเดียวที่ออกเดินทางไปแล้วตั้งแต่ไก่โห่ พวกเราจึงต้องใช้สองขาที่มีอยู่เป็นพาหนะคู่ชีพ

ชื่อเรียกของน้ำตกนี้คือ Big Fall แต่จริงๆแล้วก็ไม่ big สมชื่อสักเท่าไหร่
การไปเห็นน้ำตกแห่งนี้จึงไม่น่าประทับใจเท่ากับความสวยงามของทิวทัศน์ รอยยิ้มและน้ำใจของผู้คนที่พบเห็นตามเส้นทางที่คดเคี้ยวไปจนถึงน้ำตกแห่งนี้เสียมากกว่า




หมู่บ้านบนเขา



เด็กๆในหมู่บ้าน




จากแดดอุ่นๆสีทอง ก็เริ่มกลายเป็นแดดจัดๆ
นาขั้นบันได ที่แคบชันและไม่มีร่มเงาไม้ใหญ่ให้เห็นสักต้น ก็ทำเอาสองขาเริ่มล้า ต้องคอยหยุดพักเป็นระยะๆ




ทำนาบนขุนเขา


และในที่สุด เราก็มาถึงน้ำตกจนได้



ช่วงนี้น้ำน้อย เนื่องจากเป็นหน้าร้อน และคนต้องผันน้ำจากน้ำตกไปใช้ในนา น้ำที่ตกลงมาเลยน้อยกว่าปกติ ตรงข้ามกับจำนวนคนที่ค่อนข้างเยอะ เพราะร้อนๆอย่างนี้ ใครก็มาอยากมาเล่นน้ำตกให้ชื่นใจ แต่แอบ culture shock กับหนุ่มฟิลิปปินส์เล็กน้อยที่แต่ละคนกล้าใส่กางเกงในรัดติ้วสีขาว วิ่งไปวิ่งมาบนโขดหิน แล้วกระโดดลงเล่นน้ำกันอย่างไม่แคร์สายตาใคร ต้องขออนุญาตเบือนหน้าไปทางอื่นโดยเร็วที่สุดนะคร้า

ที่นี่ไม่มีร้านอาหาร นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จึงต้องหยิบขนมปังนิดๆหน่อยๆติดตัวมา แต่ใครที่จริงจังหน่อย ก็ถึงกับแบกหม้อ แบกไห มายกครัว อย่างเช่นแก๊งค์ฟิลิปปินส์ที่เราเจอ เค้ามากันหลายคน เลยแบกข้าวมาหุงและทำอาหารกันริมน้ำตก แถมยังใจดี กวักมือเรียกแก๊งค์เราไปชิมฝีมือปรุงอาหาร คะยั้นคะยอให้ชิมข้าวซากาดะ ที่พวกเค้าปลูกเองกับมือ

ข้าวมื้อพิเศษอย่างนี้ มีเหรอจะกล้าปฏิเสธ




นอกจากเดินเท้าผ่านนาข้าวและชมน้ำตกแล้ว ที่ซากาดะยังมีชื่อเรื่องถ้ำ ใครชอบแนว adventure หน่อย ก็สามารถไปลุยดูได้ ถ้ำที่เราไปชื่อ Sumanging ใช้เวลาเดินดูประมาณ 2 ชั่วโมง ต้องมีไกด์พาไป เพราะด้านในค่อนข้างลื่น และต้องอาศัยลวดลายโลดโผน เกาะเชือก ปีนป่ายและลุยน้ำบ้างเป็นบางจุด ถ้าไปคนเดียวอาจจะหลงและงงเส้นทางได้


พื้นถ้ำ



คล้ายขนมพุดดิ้งเลยแฮะ



สันนิษฐานกันว่าสมัยก่อนที่นี่เคยเป็นทะเลมาก่อน


ไม่ว่าจะที่ไหนๆ ก็เจอเหตุการณ์เช่นนี้ตลอดเลย


คนใจร้ายมาตัดไป น่าเศร้าที่สุด


เนื่องจากพื้นที่เป็นเขาสูง มีถ้ำเยอะ ชีวิตคนจึงผูกพันกับเขาและถ้ำมาตลอด รวมถึงมีความเชื่อถึงภูตผีวิญญาณ และชีวิตหลังความตาย ดังนั้นเขาจึงไม่ฝังศพไว้ใต้ดินเหมือนศาสนาคริสต์ เพราะกลัวว่าวิญญาณจะออกไปเกิดใหม่ไม่ได้ สถานที่ที่เหมาะสมตามหลักฮวงจุ้ยชาวซากาดะก็คือ "ปากถ้ำ" อย่างที่เห็นในภาพ


โลงศพตรงปากถ้ำ




โลงบางโลงมีอายุเกินร้อยปีก็มี บางโลงจะสลักรูปจิ้งเหลนไว้ด้านหน้าเพราะเชื่อว่าจิ้งเหลนเป็นผู้ดูแลโลงศพให้ปลอดภัย และเหตุที่โลงศพขนาดเล็กขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะทั้งหมดเป็นศพของเด็ก (เหมือนที่เราคิดตอนแรก) แต่เป็นเพราะเขาจัดท่านอนให้เป็นแบบคู้ เหมือนเด็กทารกที่อยู่ในครรภ์ เพราะเชื่อว่าคนเรามาเช่นไรก็ต้องไปเช่นนั้น นี่แหละหนอชีวิต ท้ายสุดแล้วทุกอย่างก็กลับเข้าสู่พื้นฐานแรกเริ่มของมัน

ถัดจากดูปากถ้ำใหญ่แล้ว อีกหนึ่งที่ที่เราไม่อยากพลาดเลยก็คือ Hanging coffin หรือโลงศพที่อยู่ตรงหน้าผา ศูนย์ท่องเที่ยวแนะนำว่าไม่จำเป็นต้องมีไกด์ไปก็ได้ เพราะไม่ไกลมาก เพียงแค่เดินอ้อมโบสถ์และเดินทะลุลานฝังศพแบบคริสต์ไปก็ถึงแล้ว ฟังเท่านี้เราถึงกับเฮือก หน้าซีดเผือดเพราะกลัวผี แถมสองหนุ่มเพื่อนเดินทางของเราก็ดั๊นเคยไปที่นั่นกันมาแล้ว
ความอยากรู้อยากเห็นจึงทำให้เราต้องจำใจฉายเดี่ยว เดินอ้อมเขาไปคนเดียว





ทางเดินหลังโบสถ์ค่อนข้างน่ากลัว ยิ่งฟ้าเริ่มครึ้ม ฝนเริ่มตกลงมาปรอยๆ ใจที่กลัวผีอยู่แล้วก็ยิ่งหวั่นๆ เริ่มมองซ้ายมองขวาหาเพื่อนร่วมทาง แต่ก็ไม่มีใคร ตัดสินใจอยู่หลายครั้งว่าจะเดินต่อไปหรือหันหลังกลับดี แต่เราดั้นด้นมาถึงซากาดะแล้วนี่นา ข้อมูลจากศูนย์ท่องเที่ยวยังบอกอีกว่ามีเพียงสองแห่งบนโลกที่ทำพิธีศพเช่นนี้ คือที่นี่และจีน เราเลยยอมทำใจกล้า เดินช้าๆ เผื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ เดินตามมา

สักพัก ก็เจอเด็กผู้ชายตัวเล็กนั่งแกว่งขาเล่นอยู่ริมเขา เลยต้องรีบเข้าไปทำทีถามทาง (แต่จริงๆแล้วต้องการเพื่อน) น้องเค้าบอกว่าเดินมาถูกทางแล้ว แค่อ้อมหลังลานฝังศพ ก็ถึง พร้อมกับเสนอตัวมาเป็นไกด์ในราคา 50 เปโซ (ประมาณ35 บาทไทย) เพื่อหารายได้พิเศษระหว่างปิดเทอม

น้องเค้าแนะนำตัวว่าชื่อโรเดน เกิดที่นี่และอาศัยที่นี่มาโดยตลอด ช่วงปิดเทอมก็จะมานั่งเล่นเป็นไกด์มือสมัครเล่นให้นักท่องเที่ยว โรเดนดูมีความสุขกับการอธิบายเรื่องราวของที่นี่ด้วยภาษาอังกฤษตะกุกตะกัก (แต่เก่งกว่าเราในตอนอายุเท่านั้น) และคะยั้นคะยอให้เราไปดูโลงศพแบบใกล้ๆ เลยให้เราเดินริมหน้าผา (ที่เดินได้พอดีคนและหวาดเสียวได้อีก!) ปีนแบบทุลักทุเล ขึ้นไปบนถ้ำเล็กๆ แล้วดั๊นนนน...ประจวบเหมาะที่เมฆควบแน่นเป็นฝนตกหนักพอดี เราเลยต้องเข้าไปยืนแบบประชิดกับโลงศพที่อัดแน่นอยู่เต็มถ้ำ ฮืออๆๆๆๆ น่ากลัวสุดสุด และตามประสาเด็กน้อยที่ปนความซนนิดๆ โรเดนคะยั้นคะยอให้เราดูกระดูกในโลงศพอีก และคอยถามย้ำๆว่าจะดูไหม เดี๋ยวเปิดให้ดู บางโลงฝาไม่แน่นนะ

เอิ่มมมม พี่ขอบายคะคุณน้อง


ถ้ำขนาดเล็กที่เราต้องไปยืนเบียดกะโรเดน



Hanging coffins




Create Date : 13 มิถุนายน 2553
Last Update : 13 มิถุนายน 2553 19:05:58 น. 7 comments
Counter : 988 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ..แวะมาทักทายค่ะ


โดย: nootikky วันที่: 13 มิถุนายน 2553 เวลา:19:57:45 น.  

 
เมืองสวยน่าเที่ยวจังค่ะ


โดย: mariabamboo วันที่: 13 มิถุนายน 2553 เวลา:20:09:37 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยคนนะคะ


โดย: auau_py วันที่: 13 มิถุนายน 2553 เวลา:20:15:01 น.  

 
ดู adventure มากเลยครับ :)


โดย: Chill up IP: 124.120.225.172 วันที่: 13 มิถุนายน 2553 เวลา:21:17:19 น.  

 
เห็นน้ำตกแล้วอยากเล่นจังเลยย
ลุยเดี่ยวเลยหรอคะ
ดีจังๆ
ได้ประสบการณ์ดีดี แยะเชียว
บรรยากาศดี ผู้คนน่ารัก นะคะ


โดย: PaARAawAaTeE วันที่: 13 มิถุนายน 2553 เวลา:23:03:22 น.  

 
หนึ่งน้องเด็กคนนั้นพอเค้าส่งแกเสร็จแล้วเค้าหายไปเลยปาวอ่ะ 5555555555


โดย: maledfye IP: 58.8.176.89 วันที่: 13 มิถุนายน 2553 เวลา:23:57:19 น.  

 
นี่แกไปคนเดียวแล้วหาเพื่อนเอาข้างหน้าได้เยอะขนาดนี้เร้ยอ่ะ เยี่ยมมากก


โดย: จิ๊บ จิ๊บ IP: 125.25.112.231 วันที่: 14 มิถุนายน 2553 เวลา:19:17:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Claire_plastic
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Claire_plastic's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.