cirkit
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2551
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
29 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 
การวางแผนทางการเงิน

บทความโดย ดวงกมล พิศาล

ถ้าเราไม่มีเงินเก็บ ไม่มีการวางแผนทางการเงิน ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจะทำยังไง นั่นคือจุดเริ่มต้นที่บอกว่า ชีวิตต้องมีการวางแผนทางการเงินแล้ว

***********

แม้เส้นทางการเติบโตในสายวิชาชีพของ "ดวงกมล พิศาล" เลขาธิการและผู้อำนวยการ สมาคมบริษัทจัดการลงทุน จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจจัดการกองทุนโดยตรง แต่เธอก็ทำงานในฝากของบริษัทจดทะเบียนมานานกว่า 14 ปีเต็ม ก่อนที่จะผันตัวเองเข้ามาสู่ธุรกิจจัดการลงทุนในปัจจุบัน ก็ด้วยความสนใจและความชอบส่วนตัว ในเรื่องของการออมและการลงทุน ที่มีติดตัวมาตั้งแต่ต้น เมื่อประจวบเหมาะกับผู้ใหญ่ในสมาคมให้โอกาส จึงทำให้เธอก้าวขึ้นมาทำหน้าที่นี้ได้อย่างเต็มตัว

ดวงกมลเริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ตอนที่ตัวเองอายุ 27 ปี ไม่มีเงินเก็บเลยสักบาททั้งที่ตั้งแต่เรียนจบมาทำงานก็เป็นเวลาหลายปีแล้ว เป็นคนที่ไม่มีวินัยในการออมเลย มีเงินเท่าไรคือใช้หมด อยากได้อะไรก็ซื้อ อยากใช้อะไรก็ใช้ แล้วแถมบางทีซื้อของ 2 อย่างซ้ำกันแต่คนละสี แล้วจู่ๆ ตอนอายุ 27 ปี ก็ป่วยอย่างเรื้อรังและรุนแรง ขณะนั้นบริษัทยังไม่มีประกันสุขภาพ จึงใช้ประกันสังคม รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลประมาณ 7 วัน ค่ารักษาพยาบาลแพงมาก นั่นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ตัวเองเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าเราอยู่อย่างนี้ไม่ได้แล้ว

"ถ้าเราไม่มีเงินเก็บ ไม่มีการวางแผนทางการเงิน ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจะทำยังไง นั่นคือจุดเริ่มต้นที่บอกว่าชีวิตต้องมีการวางแผนทางการเงินแล้ว หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็เริ่มสร้างวินัยให้กับตัวเลยเริ่มออม ทำให้เราตระหนักว่าเงินเดือนที่ได้มาถ้ารู้จักจัดสรรการใช้จ่ายรู้เลยว่า ตัวเองสามารถที่จะแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปออมได้"

ดวงกมล บอกว่า สิ่งแรกที่ทำคือการกันเงินออมออกมาเลยส่วนหนึ่ง เริ่มต้นด้วยการทำประกันสุขภาพก่อนควบคู่ไปกับการทำประกันชีวิต แล้วก็ใช้วิธีนี้มาเรื่อยๆ คือบริหารเงินตลอดเวลาว่าทุกสิ้นเดือนเรามีค่าใช้จ่ายอะไรทั้งค่าใช้จ่ายประจำและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แล้วเงินอีกส่วนจะโอนไปเข้าอีกบัญชีเลยไม่ไปยุ่งกับเงินตรงนั้น เงินจึงจะงอกขึ้นเรื่อยๆ

พอเริ่มมีประกันสุขภาพ มีประกันชีวิตแล้ว ก็เริ่มซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นของตัวเองด้วยการลงทุนในคอนโดมิเนียมซื้อไว้ 2 แห่งตั้งใจว่าจะซื้ออยู่ แต่ถ้าราคาดีก็พร้อมขายเช่นกัน โดยจะมีการเช็คตลาดอยู่อย่างสม่ำเสมอเป็นระยะๆ เวลาซื้อจะไม่รีบซื้อแต่จะมองหาไปเรื่อยๆ ก็ต้องเจอช่วงที่มีคนร้อนเงินจะขาย วันที่ซื้อคอนโดมิเนียมตอนนั้นราคาขายที่ 2.8 ล้านบาท แต่ราคาประเมินอยู่ที่ 3.2 ล้านบาท เราก็มั่นใจแล้ว แบงก์ก็ให้กู้มากกว่าที่เราจะต้องจ่ายชำระด้วย จึงตัดสินใจซื้อไป อยู่มาประมาณ 4-5 ปี ราคาเพิ่มขึ้นมาตอนนี้ก็ประกาศขายไว้ 5 ล้านบาท

"ทุกทรัพย์สินที่ลงทุนพี่จะถือว่าทำยังไงให้ใช้ประโยชน์จากมันได้เต็มที่ที่สุด ถ้าเราไม่ยึดติด ได้ราคาดีก็ขาย แล้วเดี๋ยวเราก็ไปหาใหม่ โอกาสมีอยู่เสมอจริงๆ แล้วแต่ว่าเราจะมองหาโอกาสแล้วมองหาจังหวะว่าจะมีหรือไม่ เท่านั้นเองพอเราโตขึ้นทำงาน ตำแหน่งเราก็โตขึ้นเรื่อยๆ เราก็มีกำลังซื้อมากขึ้น หลังจากซื้อคอนโดมิเนียมเสร็จจึงเริ่มที่จะหันมาลงทุนในหุ้นแล้วหลังจากหุ้นก็เริ่มที่จะสนใจกองทุนรวม เพราะฉะนั้นชีวิตก็เริ่มบริหารเงินอย่างนั้นมาตลอด"

ปัจจุบันดวงกมลมีคอนโดมิเนียม 2 แห่ง มีเงินเก็บพอสมควรโดยเงินลงทุนจะอยู่ในหุ้นที่ลงทุนโดยตรง 70% แล้วอีก 30% ที่เหลืออยู่ในส่วนที่เป็นกองทุนรวมและประกันชีวิต

ดวงกมล ยังบอกอีกว่า การบริหารพอร์ตการลงทุนเป็นเรื่องของแต่ละบุคคล แต่เวลาเราแนะนำคนอื่นจะแนะนำเป็นช่วงอายุ ถ้าเขาอายุ 20-30 ปี เพิ่งเริ่มทำงานรับความเสี่ยงได้มาก คุณก็ลงทุนในหุ้น 90% ตราสารหนี้ 10% พออายุ 30-40 ปี ก็ลงทุนในหุ้น 50% ตราสารหนี้ 50% พออายุ 40-50 ปี ใกล้เกษียณแล้วก็ลงทุนในตราสารหนี้ 90% หุ้นอีก 10% ซึ่งตัวเองถ้าดูตามช่วงอยู่ระหว่างกลาง 30-40 ปี ซึ่งควรจะมีพอร์ตโฟลิโอเป็นหุ้นและตราสารหนี้อย่างละครึ่ง แต่ในพอร์ตที่มีอยู่เป็นหุ้นทั้งหมด 100% ในส่วน 70% ที่ลงทุนเองโดยตรงในหุ้น และอีก 30% ที่เหลือก็เป็นกองทุนหุ้นอีกเช่นกัน

ทั้งนี้ เพราะปัจจุบันชีวิตมีภาระน้อยมาก คือภาระในการผ่อนคอนโดมิเนียมซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของเงินเดือนเท่านั้น ที่เหลือก็จะสามารถเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้วก็เป็นเงินเก็บเพื่อลงทุนได้โดยแบ่ง 40% ไว้เป็นค่าใช้จ่ายและอีก 40% เป็นเงินออมเพื่อลงทุน

"พี่เป็นคนใช้เงินเก่ง เป็นคนสนุกสนานกับการใช้ชีวิตไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการท่องเที่ยว ชอบปิ้งซื้อของ อ่านหนังสือ ดูหนัง ดูละคร เที่ยวในประเทศและเที่ยวต่างประเทศ เรียกว่าเอาหมดทุกอย่าง แต่ก็ออมด้วย โอกาสมีอยู่เสมอในการสร้างผลตอบแทนในโลกนี้ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม แล้วแต่ว่าใครจะไปเจอ ใครจะมีทางเลือก เมื่อรู้ว่ามีโอกาสแล้ว ในการที่เราจะเข้าไปตรงนั้นเรารับความเสี่ยงได้หรือไม่ เพราะมีผลตอบแทนก็ต้องมีความเสี่ยง ต้องถามตัวเองว่ารับได้มั้ยตรงนั้น ถ้ารับได้ก็เข้าไป"

สำหรับเป้าหมายการลงทุนของดวงกมลมีอยู่ด้วยกัน 2 ประการ โดยเธอบอกว่า เป้าหมายสูงสุดตั้งใจที่จะเกษียณที่อายุ 50 ปี ไม่เอาเกินไปกว่านั้นแล้ว ซึ่งจะทำได้หรือไม่นั้นขึ้นกับว่า ณ วันนี้เงินสะสมที่เรามีสามารถบริหารให้มันงอกเงยพอที่จะใช้ชีวิตหลังอายุ 50 ปี ต่อไปจนถึงสักวันหนึ่งหรือเปล่า

ส่วนเป้าหมายระยะสั้นก่อนอายุ 50 ปี อาจจะทำงานอีกสัก 5 ปี แล้วตั้งใจว่าจะหยุดพักสัก 1 ปี อาจจะไปทำอะไรที่เคยคิดว่าอยากจะทำแล้วยังไม่ได้ทำ เช่น เรื่องของการออกกำลังกาย เรื่องสุขภาพ การดูแลสุขภาพให้เต็มที่ อยากอ่านหนังสือมากๆ มีหนังสือที่สะสมเอาไว้เยอะมาก ทั้งหนังสือที่เป็นเรื่องของความรู้และเรื่องของบันเทิง หรืออาจจะเป็นงานอดิเรกที่อยากทำ เช่น วาดรูป อยากไปเที่ยวในประเทศต่างๆ ได้มีโอกาสเห็นโลก เห็นอะไรมากขึ้น ในขณะที่คนอื่นอาจจะคิดว่าจะต้องสะสมเงินให้ได้จนถึงเกษียณแล้วค่อยเที่ยว ซึ่งสุดท้ายเมื่อมีเงินก็ไม่มีแรงที่จะเที่ยว สุดท้ายเป็นเวลาที่ต้องมานั่งดูแลสุขภาพ

ดวงกมลฝากว่านักลงทุนทุกวันนี้ แม้จะบริหารเงินและดูแลการลงทุน แต่สิ่งหนึ่งที่คนทั่วไปมักจะลืมคือการบริหารสุขภาพ การดูแลสุขภาพ การออกกำลังกายก็เป็นการลงทุนในชีวิตด้วยเช่นเดียวกัน

ที่มาอ้างอิงจาก //www.bangkokbiznews.com/fundamental/20080302/index.php



Create Date : 29 กรกฎาคม 2551
Last Update : 3 สิงหาคม 2551 11:02:07 น. 2 comments
Counter : 546 Pageviews.

 
เคยมีโอกาสได้ร่วมงานกับคุณดวงกมลอยู่เกือบ 2 ปี
เธอเป็นผู้หญิงเก่งมากเลยค่ะ น่ารักและสนุกกับชีวิตได้เสมอ ชื่นชมเธอมาก ๆ

แต่เธอใช้เงินเก่งจริง ๆ นะ...


โดย: คนดีผีคุ้ม IP: 124.120.205.72 วันที่: 20 สิงหาคม 2551 เวลา:20:52:36 น.  

 
เงินเดือนสูงก็ทำได้สิครับ ผ่อนคอนโดแค่ 20% ของเงินเดือนเอง

แต่คนส่วนใหญ่ ถ้าแบ่งเงินออมมากสุด 30% ก็เป็นจำนวนเงินที่ยังน้อยอยู่เลย จะกินจะใช้ยังลำบาก


โดย: อ่ะ IP: 203.209.101.131 วันที่: 20 มีนาคม 2552 เวลา:10:53:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ลีเปรม
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




freedom trader และ ที่ปรึกษาการลงทุน
Friends' blogs
[Add ลีเปรม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.