cirkit
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
2 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 

รู้จักกับDSM

รู้จักกับDSM(เด่นศรีเทคนิค..การหากระแสเงินสดจากตลาดหุ้น) ตอนที่1

เมื่อหลายปีก่อนคุณเด่นศรีได้มาบอกเล่าวิธีการเล่นหุ้นในwebboard pantip เป็นที่ฮือฮากันมาก มีการพูดถึงกันอยู่นานพอควร จนระยะหลังคำว่า DSM กลายเป็นคำที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย พอดีผมเคยมีไฟล์ที่เก็บบันทึกไว้ เห็นว่ามีประโยชน์จึงอยากเอามาสรุปให้ฟังเพื่อเป็นประโยชน์กับคนที่คิดจะลงทุน

โดยย่อ DSM เป็นเทคนิคการลงทุนโดยยึดการหากระแสเงินสดจากส่วนต่าง เมื่อราคาห้นค่อยๆลดลง แล้วรอซื้อคืน แต่ถ้าราคาหุ้นกำลังขึ้นจะไม่ขาย เหมือนกับการ STOP LOSS & LET PROFIT RUN
วิธีการของคุณเด่นศรี มี ดังนี้
1.เลือกซื้อหุ้นที่พื้นฐานดี มีปันผล และถือครองหุ้นนั้นไปเรื่อยๆ
2.เมื่อหุ้นที่ซื้อไว้มีราคาสูงขึ้นจะไม่ขาย ถือต่อ
3.ทุกวันที่ราคาหุ้นลดลงต่ำกว่าราคาเมื่อวาน 3 ช่อง จะขายลดความเสี่ยงออกมา 10 %
4.ถ้าราคาหุ้นลดลงมาอีก 3 ช่องก็ขายออกอีก 10%
5.เมื่อราคาตลาดกลับตัวก็จะซื้อคืนที่ขายไปทั้งหมด
6.updateราคาทุก 5 นาที
7.ถ้าไม่มีเวลาเฝ้า ให้ขยายช่วงห่างออกมาก็ได้ครับ

ผมลองดูแล้ว ได้ผลดี แต่ก็ยังรู้สึกฝืนๆอยู่
ต้องลองดูนะครับ ทุกข้อมีความสำคัญ ต้องทำตามอย่างเคร่งครัดครับ

ต่อไปนี้คือส่วนหนึ่งของการถาม-ตอบ เรื่องแนวคิดการหากระแสเงินสดจากหุ้น

คำถาม
จากที่คุณ ..... กล่าวไว้ว่า " ....... ดูเหมือนว่าการเล่นหุ้นแบบนี้จะตั้งอยู่ในสมมุติฐานที่ว่า ยังไงก็ตามราคาหุ้นที่ซื้อไปก็จะกลับมายืนอยู่ที่ราคาเก่า โดยในช่วงระหว่างเวลาขึ้นลง เราก็ได้เงินสดแฝงจากการช็อตออกไปเรื่อยๆ แล้วซื้อกลับเข้ามาที่ราคาถูกกว่า ...... "


ตอบ จะไม่เกี่ยวกับการขึ้นมายืนอยู่ที่ราคาเก่าครับ สำหรับผมเอง ผมไม่เคยสนใจตรงจุดนั้น หรือจะเรียกว่า ไม่สนใจราคาเลยก็ว่าได้ครับ

เพราะผมถือว่า เมื่อผมลงทุนซื้อทรัพย์สินมาแล้ว มันจะราคาเท่าไหร่ไม่สำคัญ สำคัญแค่เพียงว่า มันทำรายได้กลับมาให้เราตลอดชีวิตเราหรือไม่

ราคาสินทรัพย์ที่ซื้อมา จะขึ้นหรือลง ไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญสำหรับผมคือ รายได้จากสินทรัพย์นั้นเพียงอย่างเดียวครับ

แม้ว่าสินทรัพย์ ( หุ้น )นั้น จะราคาขึ้นไปมหาศาล ผมก็จะไม่ขายมันแค่เพียงเพื่อทำกำไร เพราะหากขายทำกำไรไปแล้ว ผมก็จะไม่มีรายได้อีกเลย ต้องวิ่งหาทรัพย์สินชิ้นใหม่ไม่มีที่สิ้นสุด

ยกตัวอย่าง นะครับ

สมมุติ ผมซื้อโรงแรมมา 1 แห่ง เป็นเงิน 100 ล้านบาท

ปีต่อมา ราคาอสังหาริมทรัพย์ตกต่ำ โรงแรมของผมอาจเหลือมูลค่าแค่ 60 ล้านบาท ...... แต่ ผมไม่เคยสนใจ ขอเพียงมันยังทำเงินค่าเช่าห้องพักให้ผมทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี

อีก 2 ปี ถัดมา ราคาอสังหาริมทรัพย์ดีดตัวขึ้น โรงแรมผมขึ้นมามีมูลค่า 200 ล้าน ผมก็ไม่ขายหรอกครับ เพราะผมไม่ได้ต้องการกำไร แต่ผมต้องการรายได้จากโรงแรม
หากขายโรงแรมไป ผมได้กำไรก็จริง แต่จะไม่มีรายได้อีกเลย
แต่หากผมไม่ขายโรงแรม ผมยังมีรายได้ และหากสะสมรายได้ไว้เรื่อย ๆ ผมอาจได้โรงแรมแห่งที่ 2 .... 3 .... 4 .... 10 ตามมาครับ
คงมองเห็นภาพนะครับสำหรับเหตุผลที่ว่า ทำไมผมจึงไม่สนใจมูลค่าพอร์ต แต่สนใจเพียงสิ่งเดียวคือ รายได้ที่เกิดจากพอร์ต

เด่นศรีเทคนิค ตอนที่ 2 การซื้อคืน

อันนี้เป็นข้อความที่คุณเด่นศรี ตัวจริงแกตอบคำถามเอาไว้
หลายคนน่าจะสนใจถึงวิธีการ ซื้อขาย แบบเด่นศรี คิดว่าน่าสนใจ จึงเอาลงไว้ครับ

จากคำถาม
.... " .... 1 สมมติว่าเริ่มต้นการลงทุนเลย เราได้ซื้อหุ้นตัวหนึ่ง 10000 หุ้นราคา 20 บาท ตลาดวันนั้นดูไม่ดี ตัวนี้เปิดมาก็ติดลบ ที่ราคา19.8 ตามหลักของพี่คือเห็นตลาดไม่ดี และคิดว่าหุ้นน่าจะลง เลยขายขาดทุนไปที่ราคา 19.8 10% คือ 1000 หุ้น พอขายแล้วลงต่ออีก เหลือ 19.5 ก็ขายอีก 1000 หุ้น แต่ตลาดแย่มาก ตัวนี้ก็ตกหนักไปอีก 19.2 ก็ขายอีก 1000 หุ้น ก็ยังลงต่ออีก เหลือ 18.9 ก็ขายอีก 1000 หุ้น หลังจากนั้นหุ้นเริ่มทรงๆแถวๆนี้ แต่ดัชนียังตกหนักไม่หยุด ก็เลยยังไม่กล้าซื้อกลับที่ราคานี้ ก็รอไปอีกสักพัก ปรากฏว่า จู่ๆ ก็มีแรงซื้อเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว แป๊บเดียวดันกลับไปที่ 20 บาท และก็ตลาดราคาแถวนี้จนปิดตลาด และหลังจากนั้นหุ้นตัวนี้ก็ไม่ลงมาต่ำกว่า 20 บาทอีกเลย เท่ากับว่าเรา เสียหุ้นไป 4000 หุ้น แบบขายขาดทุนด้วยและซื้อกลับไม่ได้ แบบนี้เราควรทำยังไงดีคะ เพราะหุ้นบางทีมันก็อยู่ที่เจ้ามือด้วยค่ะ บางทีอาศัยตลาดไม่ดีทุบเพื่อเก็บของและรีบรับกลับแบบไม่ให้ทันตั้งตัวเลย ...... "


ผมตอบแบบรวบรัดเลยนะครับ

ถ้าคุณ อิสรภาพทางการเงินและทางปัญญา เอาใจใส่พอร์ต อย่างละเอียด จะไม่มีปัญหาเรื่องนี้เกิดขึ้นครับ


การเข้าซื้อหุ้นคืน อย่าเดาหุ้น และ ไม่เกี่ยวกับ เซต ครับ ต้องดูหุ้นเป็นรายตัว

เมื่อล็อคจุดขาย คุณต้องล็อคจุดซื้อด้วยครับ ไม่ใช่ว่าขายไปแล้วก็ปล่อยปละเลย


ผมเน้นเรื่อง รายได้จากหุ้น มากกว่า กำไรจากหุ้น
กำไร ... เกิดจาก ซื้อหุ้นมาแล้วขายหุ้นไป
รายได้ ... เกิดจาก หุ้นยังอยู่ครบ แต่ได้เงินจากส่วนต่างจากการขายแล้วซื้อกลับคืนมา

เดี๊ยวผมต้องไปธุระก่อน ค่อยมาว่ากันต่อ จะลองยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ อีกนิดครับ

.............

ผมทำเหมือน หุ้น คือ อพาร์ตเม้นให้เช่า สิ่งที่ได้จากมันคือ ค่าเช่า ( ก็คือรายได้จากหุ้น )

อพาร์ตเม้นยังคงอยู่ก็คือ หุ้นยังคงอยู่ในมือ แต่เมื่อผมขายหุ้นแล้วซื้อกลับมาในราคาที่ต่ำกว่าที่ขาย ผมจะได้หุ้นคืนมา + เงินส่วนต่าง ( ก็เหมือนค่าเช่าห้อง )

ผมไม่สนใจว่า พอร์ตจะมีมูลค่าเหลือเท่าไหร่ ขอเพียงมันทำเงินส่วนต่างกลับมาให้ผมพร้อมหุ้นของผมคืนกลับมา

เพราะผมมองว่า อพาร์ตเม้นที่เราลงทุน เราอาจซื้อมาด้วยเงิน 5 ล้านบาท

จากนั้น อพาร์ตเม้นจะมีราคาขึ้นหรือลง ผมไม่สนใจ ขอแค่มีคนเช่าแล้วเก็บค่าเช่าได้ ผมถือว่า ตรงเป้าหมายแล้ว

เงินส่วนต่างที่ได้มา ผมก็จะนำไปซื้อหุ้นเพิ่มเติมเข้าไปเหมือนดอกเบี้ยทบต้น .... เหมือนกับว่าผมนำเงินรายได้จากค่าเช่า ไปซื้ออพาร์ตเม้นเพิ่มเติม

เพื่อมันจะได้ทำรายได้ให้มากขึ้นเรื่อย ๆ

คุณยิปซี ครับ DSM จะมีกฏการซื้อคืนอยู่ 3 ข้อครับ...
1. ซื้อเมื่อราคาขึ้นมา 3-4 ช่องจากราคาต่ำสุดที่เคยขาย ( หรือ ถ้ามีเวลาเฝ้าดูราคา ผมจะล็อกราคาซื้อเป็น ราคาที่ขึ้นมา 3-4 ช่องจากราคา low ครับ อันนี้ต้องอยู่ที่ความสะดวกในการเฝ้าดูราคาของคุณนะครับ )

2. ซื้อเมื่อได้ราคาเห็นว่า ราคาลงมาต่ำกว่าที่เคยขายไปแล้ว ประมาณ 5 ช่อง

3. ซื้อคืน เมื่อสามารถซื้อคืนได้จำนวน 3 ราคาที่เคยขายไป



********************************************

( เพิ่มเติมข้อแม้สำคัญอีกเรื่องครับ สำหรับการซื้อหุ้นคืน โดยใช้หลักข้อ 1. คือ การซื้อคืนในแต่ละวัน ภายในวันเดียวกัน จำนวนที่ซื้อกลับมาต้องมากกว่าจำนวนที่เคยไปในวันเดียวกันนั้นครับ เช่น วันศุกร์ คุณขายไป 10,000 หุ้น หากถึงราคาล็อกซื้อ คุณต้องซื้อได้มากกว่า 10,000 หุ้น
ถ้าหากซื้อได้น้อยกว่าหรือเท่ากับ 10,000 หุ้น ( ในวันนั้น ) ห้ามซื้อครับ ไม่ต้องรีบซื้อ
ข้อห้ามนี้ ใช้เฉพาะการซื้อคืนของหลักการข้อ 1. เท่านั้นครับ ( หลักซื้อคืนเมื่อขึ้นมา 3-4 ช่อง )
........................
ถ้าถามว่า ผมใช้หลักข้อไหน
ตอบคือ ผมใช้หลักข้อ 1. ครับ ด้วยเหตุผลคือ
...... บางครั้ง เราไม่รู้ว่าเจ้ามือจะปล่อยให้ราคาหุ้นร่วงไปถึงไหน การรอให้เริ่มหักหัวขึ้น น่าจะดีกว่าการซื้อแล้วลงต่อไปเรื่อย ๆ เพราะอย่างน้อย การซื้อแบบนี้ ซื้อแล้วโอกาสหุ้นจะขึ้น ก็ยังมีครับ และการซื้อสูงกว่าราคา low ประมาณ 4 ช่อง ผมไม่คิดว่าแพงเกินไปครับ
แต่หากเลือกวิธีซื้อข้อนี้ อย่าลืมข้อห้ามที่ผมบอกไว้ด้วยนะครับ ไม่เช่นนั้น แทนที่จะได้กระแสเงินสดแฝง จะกลับกลายเป็นกินกระแสเงินสดแฝงไปแทนครับ


.................
เด่นศรี
จากคุณ : เด่นศรี - [ 8 ส.ค. 47 13:41:27 ]







 

Create Date : 02 สิงหาคม 2551
0 comments
Last Update : 2 สิงหาคม 2551 23:04:22 น.
Counter : 1641 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ลีเปรม
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




freedom trader และ ที่ปรึกษาการลงทุน
Friends' blogs
[Add ลีเปรม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.