cirkit
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
1 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 

Hedging with Dividend Story

Hedging with Dividend Story กลยุทธ์ล้อมกรอบผลตอบแทนกับ หุ้นปันผล


by dr_morky / 30 Jan 2008



ณ สภาวะตลาดหุ้นเช่น นี้ หลายคน อาจกังวลว่า จะลงทุนเมื่อไหร่ ตอนไหนดี ซึ่งก่อนหน้านี้ ผมได้พูดถึงสภาวะตลาดหุ้นทั่วโลกที่ ปรับตัวเป็นแนวโน้มขาลง จากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจ สหรัฐ หรือ การแข็งค่าของเงินเยน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันการลงทุนอยู่ทั่วโลก จนกระทั้ง เฟด สั่งการฉุกเฉิน ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนอกรอบประชุมทันที ถึง -0.75% โดยแม้ว่าตลาด เมื่อรับทราบข่าว ก็ยังไม่มีการสะท้อนผลในเชิงบวกมากเท่าไร เพียงแต่ เป็นการช่วยชะลอตัว การลง เพื่อไม่ให้เกิดแรงตกใจขาย จากการปรับตัวลงแรงจากหุ้นทั่วโลก ซึง ณ ตอนนั้น หุ้นในตลาดโลกปรับตัวลง หลุดแนวรับของภาพการลงทุนระยะยาว เป็นส่วนใหญ่ไปแล้ว



แต่อย่างไรก็ดี ตลาดอาจมีการปรับตัวขึ้นในระยะสั้น จาก สัญญาณ Indicator ที่ปรับตัวลงแรงจน อยู่ในระดับที่ต่ำ ดังนั้น ตราบเท่าที่หุ้นยังไม่กลับเข้ามาในกรอบของ uptrend ก็ให้ตั้งสมติฐานไว้ก่อน ว่าตลาดดีดกลับเป็นแค่การรีบาวด์



ถึงแม้ปัจจุบันหุ้นหลายตัวปรับตัวลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำมาก แต่ก็ไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ว่าหุ้นได้ปรับตัวลงถึงจุดต่ำสุดหรือยัง เพราะตลาดหุ้นทั่วโลก ยังมีแนวโน้มอ่อนตัวลงอยู่ จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก



แต่อย่างไรก็ดี ในสภาวะตลาดเช่นนี้ นักลงทุนก็ยังสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน ได้อยู่

ซึ่งสภาวะตลาดที่อ่อนตัวลงเช่นนี้จะเห็นว่ามีหุ้นพื้นฐานหลายตัวที่ราคาหุ้นปรับตัวลงมามาก ทำให้ผลตอบแทนของเงินปันผล เทียบกับราคาปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าสนใจ ซึ่งมี อัตราส่วนเงินปันผล ต่อราคาหุ้น (Dividend Yield) สูงกว่า 5% อยู่หลายตัว แต่หลายคนก็ยังรู้สึกว่า แม้จะซื้อหุ้นไปแล้วเพื่อรอรับปันผล แต่หากราคาหุ้นยังปรับตัวลดลงต่ำกว่า ปันผลที่จะได้รับ จะทำอย่างไร เท่ากับว่าเงินที่ลงทุน สุดท้าย ก็ต้องขาดทุนจากราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงอยู่ดี



ดังนั้นกลยุทธ์ที่ผมจะมาแนะนำ ให้กับเพื่อนสมาชิก InvestorChart.com ได้รู้จักในบทความนี้คือ การทำ hedging หรือ กลยุทธ์การล้อมกรอบ เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน โดยการใช้เครื่องมือทางตราสารอนุพันธ์เข้ามาช่วย เช่น Option หรือ Future เพื่อที่จะทำให้สามารถ Lock ผลตอบแทนการลงทุนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตลาดที่มีความผันผวนเช่นนี้





ซึ่งผมจะขอยกตัวอย่างดังนี้ครับ



ยกตัวอย่างเช่น Port การลงทุนของ InvestorChart เลือกลงทุนในหุ้น 10ตัว ที่มีผลตอบแทน เงินปันผลที่ดีจาก การดูข้อมูลย้อนหลังเฉลี่ย 3 ปี และวิเคราะห์ผลประกอบการในแต่ละไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะจ่ายปันผลในปี 51 ตามตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ในตาราง โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้ครับ



วิเคราะห์อัตราการจ่ายปันผลย้อนหลังในอดีตที่ผ่านมา อย่างน้อย 3 ปี ว่ามีการจ่ายปันผลในอัตราส่วน คงที่ และสม่ำเสมอหรือไม่
มีผลประกอบการ ที่ไม่มีการปรับตัวลงอย่างมีนัยยะสำคัญ หรือ ต้องไม่มีแนวโน้มที่ผลประกอบการจะถดถอย เพราะจะมีผลต่อเงินปันผลในอนาคต
ต้องเป็นหุ้นขนาดกลางหรือใหญ่ที่อยู่ใน SET100 ดังนั้นจึงจะมีการเปลี่ยนแปลงราคาใกล้เคียงกับ SET index หรือ SET50

ตัวอย่างพอร์ตการลงทุน มูลค่า 1ล้านบาท


STCOK Price Dividend Div.Yield%

KK 29.25 2.2 7.52%
HANA 18.60 1.1 5.91%
TISCO 27.5 1.77 6.44%
SPALI 3.34 0.28 8.38%
CCET 5.90 0.4 6.78%
TCAP 13.90 0.8 5.76%
PHATRA 31.00 2.9 9.35%
MAKRO 93.50 5.5 5.88%
TPC 19.20 2.0 10.42%
GLOW 31.75 1.71 5.39%

เนื่องจากว่า สภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน แต่ปัจจุบันผลตอบแทนของเงินผล จากหุ้นในพอร์ตให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่น่าสนใจ ซึ่งมากกว่า การฝากเงินกับธนาคาร หรือการซื้อพันธบัตรและตั่วเงิน



โดยจะเห็นว่า ณ ปัจจุบัน ดอกเบี้ยธนาคาร ด้วยการฝากออมทรัพย์จะอยู่ที่ เพียง 0.75% โดยการฝากประจำ1ปีก็จะได้ผลตอบแทนที่ 2.37% ในขณะที่เงินเฟ้ออยู่สูงถึง 3.2% ซึ่งผลตอบแทนเงินปันผลจากตลาดหุ้น ( SET DIVIDEND YIELD) อยู่ที่ 3.58% นั่นหมายถึงผลตอบแทนของเงินปันผลในหุ้นเฉลี่ยส่วนใหญ่ ยังมากกว่าเงินเฟ้อ และเงินฝากเสียอีก แต่อย่างไรก็ดี การลงทุนในหุ้นยังมีความเสี่ยงจากราคาหุ้นที่อาจปรับตัวลดลง
ดังนั้น ผมจึงใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยง โดยใช้หลักการ Hedging โดยการ Lock ผลตอบแทน



ด้วยการใช้เครื่องมืออนุพันธ์มาช่วย โดยผมได้ทำสัญญา Short Future ที่ดัชนี SET50 ที่ราคา 500 จุด (เลขสมมุติ) จำนวน 2สัญญา เพื่อปกป้องเงินลงทุน ของมูลค่าหุ้นในพอร์ต 1 ล้านบาท



มูลค่าสัญญา Future = 500จุด(ดัชนีตอนทำสัญญา) x 1,000 บาท ต่อจุด (Multiplier)

= 500,000 บาท



Multiplier
ตัวคูณดัชนี
ตัวเลขที่ตลาดอนุพันธ์กำหนดขึ้นมาใช้แปลงตัวเลขดัชนีหุ้นให้เป็นจำนวนเงินเพื่อใช้ในการกำหนดมูลค่าของสัญญา เช่น SET50 Index Futures กำหนดให้ตัวคูณดัชนีเท่ากับ 1,000 บาท ต้องเราซื้อ SET50 Index Futures ที่ราคา 500 จุด หมายความว่ามูลค่าสัญญาเท่ากับ 500 x 1,000 = 500,000 บาท






ซึ่งหมายความว่า หากดัชนีหุ้น ยังมีแนวโน้มในขาลง และทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลง -10% ทำให้ หุ้นในพอร์ตผม ปรับตัวลดลง -10% เช่นกัน (บนสมมุติฐานว่า หุ้นในพอร์ตส่วนใหญ่เป็นหุ้นใน SET50 และมีทิศทางไปทางเดียวกับ SET50) ดังนั้น ทำให้พอร์ทหุ้นขาดทุน 100,000บาท



ในขณะเดียวกัน ดัชนีSET50 ปรับตัวลง 10% จาก500 จุด คือลดลง 50จุด ดังนั้น

ผลการลงทุนในการ Short Future (ขายดัชนีล่วงหน้า) ทำให้ ได้กำไรเมื่อหุ้นลง

หุ้นตก 50จุด X 1,000 บาท(ตัวคูณดัชนี) X 2 สัญญา = กำไร Future +100,000บาท



นั่นหมายความว่า เมื่อพอร์ตการลงทุนทั้งสองอัน หักล้างกัน จะทำให้

สถานะ Future แสดง กำไร ตอนหุ้นตก 10% ที่ 100,000 บาท

สถานะ Port การลงทุนในหุ้น ขาดทุน 10% หรือ – 100,000 บาท



ดังนั้นไม่ว่าหุ้นจะเปลี่ยนแปลงไปในทางใด พอร์ททั้งสอง อันจะ ควบคู่ไปด้วยกัน เป็นการหักล้างกันทั้งสองด้านคือ ด้านหนึ่งกำไร และด้านหนึ่งขาดทุน



แต่บนเงื่อนไขที่คุณ ถือครองหุ้นอยู่นั้น จึงทำให้ยังคงได้รับเงินปันผล ไม่ว่าราคาหุ้นจะอยู่ในทิศทางใด

ดังนั้น กรณีนี้ จะต้องถือครองหุ้นจนได้ปันผลครบ ตามระยะเวลา 1ปีโดยประมาณ เนื่องจากหุ้นหลายตัวจ่ายปันผลไม่พร้อมกัน



ด้วยกลยุทธ์นี้ นักลงทุนจะได้กำไรส่วนเกินนี้คือการได้รับเงินปันผล บนความเสี่ยงที่ถูกจำกัด ด้วยการปิดสัญญา สองทางพร้อมกัน โดยหลังได้เงินปันผลครบแล้ว ให้ทำการ ปิดสัญญา Future และขายหุ้นในพอร์ตพร้อมกัน ทั้งหมด



จะทำให้สถานะของ พอร์ตหุ้น กับ Future ได้หักล้างกันไป แต่คุณจะได้รับเงินปันผลที่อยู่ราว 7% (บนสมมุติฐานที่ราคาหุ้นกับ Future หักล้างกันได้พอดี ) ซึ่งผลตอบแทน นี้ อาจต้องหักกับ ค่าธรรมเนียม หรือ Commission บางส่วน แต่ โดยรวมแล้ว ก็ยังน่าที่จะให้ผลตอบแทนมากกว่า การฝากเงิน โดยทั่วไปอยู่ดี ครับ

*ที่มาอ้างอิงจาก //www.investorchart.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538616618&Ntype=4





 

Create Date : 01 สิงหาคม 2551
0 comments
Last Update : 3 สิงหาคม 2551 10:31:16 น.
Counter : 288 Pageviews.


ลีเปรม
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




freedom trader และ ที่ปรึกษาการลงทุน
Friends' blogs
[Add ลีเปรม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.