ตอนที่ 8 หาดใหญ่สงขลากับหมุดการท่องเที่ยวระดับโลก - "ความจริง 3" ทะเลสาบสงขลา (ฮาร์ดแวร์)
บทความทั้งหมด....................ตอนที่ 8 หาดใหญ่สงขลากับหมุดการท่องเที่ยวระดับโลก - "ความจริง 3" ทะเลสาบสงขลา (ฮาร์ดแวร์)บทความ ที่เกี่ยวกับ "ทะเลสาบสงขลา" เป็นบทความที่ใหญ่ และสำคัญที่สุดแล้ว หากต้องการที่จะทำให้หาดใหญ่สงขลา กลายเป็นหมุดการท่องเที่ยวระดับโลก เทียบชั้น จังหวัดใหญ่ด้านการท่องเที่ยวระดับโลก อย่าง ภูเก็ต หรือเชียงใหม่ ซึ่งเนื้อหา มีรายละเอียดที่มาก และซับซ้อน ...และโดยความตั้งใจของผู้เขียน อยากจะเอาเนื้อหาเชิงลึก ที่เกี่ยวกับ ทะเลสาบสงขลา เอาไว้ตอนสุดท้ายของบทความ แต่ทว่าในชั้นนี้ จะขออธิบายเรื่องราว ที่มาที่ไป และแนวคิดต่างๆ ที่เกี่ยวกับทะเลสาบสงขลา พอให้ผู้อ่าน ให้เห็นเป็นภาพใหญ่พอเป็นสังเขปก่อน ก่อนจะลงในรายละเอียดเชิงลึก ในตอนสุดท้ายของเนื่อหาทั้งหมด ....ความในใจโดยผู้เขียนบทความข้อนี้ จะเป็นบทความที่สำคัญที่สุดของบทความนี้ สิ่งที่เราจะสร้างคือ "หมุดระดับโลก" ของจังหวัดสงขลา เพื่อที่จะเอาไปสู้กับ หมุดระดับโลกอย่าง "ทะเลอันดามัน" ที่ยิ่งใหญ่ 1.ด้วยความรู้สึก อัดอั้นของผู้เขียน ที่เฝ้ามอง การเติบโตในด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดชายทะเล ฝั่งอันดามัน ...การเพิ่มขึ้นของเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศ เข้าสู่สนามบินภูเก็ต สนามบินกระบี่ หรือแม้แต่สนามบินตรัง ที่กำลังโตวันโตคืน เรียกได้ว่า ทะเลอันดามัน กลายเป็นแหล่งการท่องเที่ยวระดับโลกไปแล้ว แล้วจังหวัดสงขลา จะเอาหาดชลาทัศน์ไปสู้ทะเลอันดามัน หรือจะเอาเกาะหนูเกาะแมว ไปสู้เกาะสิมิลัน เกาะพีพี หรือจะอย่างไร อีกทั้ง จังหวัดสงขลา ก็ไม่ใช่จุดมุ่งหมาย ของการท่องเที่ยวที่สำคัญ ผมไม่รู้ว่า เราขาดอะไร ผมจึงเริ่มนั่งคิดวิเคราะห์ ว่าแต่ละจังหวัดท่องเที่ยวที่สำคัญ มีจุดเด่นอะไร จนกระทั่งได้ข้อสรุปบางอย่างที่น่าสนใจว่า "เราอาจจะยังไม่รู้จัก และเข้าใจจังหวัดสงขลาของเราดีพอ"2.เริ่มจากการวิเคราะห์จังหวัดอื่น ผมค้นพบว่า จังหวัดในประเทศไทยจำนวนมากเรียกได้ว่า 90 เปอร์เซ็นส์ของจังหวัดทั้งหมด ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวที่ผมขอเรียกว่า "หมุดระดับโลก" กล่าวคือ เมื่อเราไปจังหวัดนั้นๆ เรากลับไม่รู้เลยว่า จังหวัดนี้ มีที่เที่ยวที่ไหน หรือมีจุดเด่นอะไร ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ของแต่ละบุคคลด้วย ซึ่งก็คือ "ชื่อเสียง" ในด้านการท่องเที่ยว ของจังหวัดนั่นๆนั้นเอง หลายๆจังหวัดถือเป็นเมืองทางผ่าน หลายๆจังหวัดไม่มีแม้กระทั่งสนามบิน แต่ในทางกลับกัน อีกหลายจังหวัดๆ กลับมีชื่อเสียง และกลายเป็น "หมุดระดับโลก" ที่ชัดเจนมาก ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามันทั้งหมด จะมีจุดขายที่ "ทะเลอันดามัน" ที่มีชื่อเสียงอย่างมาก เพราะ ทะเลอันดามันถือเป็น Branding ซึ่งก็คือ การสร้างภาพลักษณ์ ของแบรนด์ขึ้นมา เพื่อให้ผู้คนจดจำ ที่ภาครัฐโดยกระทรวงการท่องเที่ยว ต่างพยายามสร้าง Branding ให้กับทะเลอันดามันมาอย่างยาวนาน และต่อเนื่อง...จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนี้เป็นป่าที่ลึกลับ และเป็นภูเขา แต่ทางจังหวัด ได้นำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจ และเป็นที่จดจำได้ในระดับโลก นั่นคือ เรื่องราวประวัติศาสตร์สงครามโลก ครั้งที่ 2 และทางรถไฟสายมรณะ หรือชื่อภาษาอังกฤษคือ "The Death Railway" ซึ่งแปลเป็นภาษาอังกฤษคือ ทางรถไฟแห่งความตาย ซึ่งคนที่คิดตั้งชื่อนี้คือเก่งมากๆ เพราะเป็นชื่อที่สร้างการรับรู้ และจดจำได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังมี "แคมเปญ" ที่กล่าวมี (1 ไม้หมอนรถไฟ เท่ากับ 1 ชีวิต) ...ซึ่งไม่ว่าจะเป็นจริง หรือไม่ก็ตาม แต่ประโยคนี้เพียงประโยคเดียว ก็สามารถสร้างแรงกระแทกการรับรู้ เพื่อให้ผู้คนได้จดจำ ...จังหวัดเชียงใหม่ มีเรื่องของวัฒนธรรมล้านนา เทศกาลสงกรานต์ อากาศหนาว ดอยอินทนนท์ โดยเฉพาอย่างยิ่ง วัฒนธรรมล้านนา ที่ในอดีตเชียงใหม่คือเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนา ที่ร่ำรวยด้วยวัฒนธรรม ที่เป็นเอกลักษณ์ นี้จึงเป็นสิ่งที่สร้าง Branding หรือการจดจำให้กับ จ.เชียงใหม่เป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้จังหวัดพวกนี้ กลายเป็นที่จดจำ และมีชื่อเสียง อุปมาอุปไมยเหมือนกับ ดารา หรือนักแสดงที่มีชื่อเสียง ที่ทุกๆก็อยากจะได้ลายเซ็นส์ และทำให้จังหวัดที่ยกตัวอย่างมา ทั้ง 3 จังหวัด มีชื่อเสียง และภาพลักษณ์ที่ดีอย่างมาก เรียกได้ว่า ในประเทศไทย มีไม่เกิน 10 จังหวัดที่มี หมุดระดับโลกแบบนี้ในวงการการค้า และการทำธุรกิจ ทุกคนต่างรับรู้ว่า Branding เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ซึ่งนักกลยุทธทางการค้ารู้ดี แล้วหาดใหญ่สงขลามี Branding หรือไม่ ...ขอตอบเลยว่า "มี" แต่เป็น Branding แค่ในระดับประเทศเท่านั้น ยังไม่ใช่ระดับโลก อีกทั้งเป็น Branding ที่ตายไปแล้ว นั่นคือ ตลาดกิมหยง และของหนีภาษี ....ผู้เขียนขอตัวไปเศร้าแปบ...3.แล้วจังหวัดสงขลาละ จะเอาอะไรไปสู้ เมื่อเป็นเช่นนั่น จึงต้องเริ่มมอง และสำรวจตัวเองก่อน ...และแม้ว่าหาดใหญ่จะมี อัตลักษณ์ 3 วัฒนธรรม ที่พอจะใช้งานได้ แต่ทว่า หากต้องการจะสร้าง "หมุดระดับโลก" ผู้เขียนคิดว่ายังไม่เพียงพอ ...เพราะโดยส่วนตัวผู้เขียนคิดว่า "หมุดระดับโลก" มันต้องมีมากกว่านั้น มันต้องยิ่งใหญ่พอ อาจจะยิ่งใหญ่ ในแง่ของสถานที่ หรือ เรื่องราวที่น่าสนใจก็ได้ จากนั้นผู้เขียนก็เริ่ม เปิดแผนที่จังหวัดสงขลา เพื่อดูรายละเอียดในเชิงพื้นที่ก่อน 4.โจทย์ใหญ่คือ หากเราต้องการที่จะสร้าง "หมุดระดับโลก" เพื่อให้เทียบเท่า ทะเลอันดามัน หรือ ประวัติศาสตร์ทางรถไฟสายมรณะ หรือ วัฒนธรรมล้านนา จ.สงขลาจะเอาอะไรไปสู้ได้บ้าง ...จากนั่น ผู้เขียนเริ่มเปิดแผนที่ของจังหวัดสงขลา ผู้เขียนต้องการสิ่งที่ใหญ่เพียงพอ เพื่อที่จะสร้างหมุดระดับโลก ของจังหวัดสงขลา ...เริ่มสำรวจจากทางทิศใต้ พื้นที่ ที่ติดกับประเทศมาเลเซีย ที่มีเทือกเขาสันกาลาคีรี มีเรื่องราวเกี่ยวกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่เขาน้ำค้าง แต่ในความคิดของผู้เขียนคือ เป็นประวิติศาสตร์ที่ไม่ใหญ่เพียงพอ หากต้องการจะเป็น หมุดระดับโลก เพราะเทียบไม่ได้กับ ทางรถไฟสายมรณะ และเรื่องราวของสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับคนทั้งโลก ...มองไปทางด้านทิศตะวันตก ก็จะมีอุทยานแห่งชาติ มีน้ำตกโตนงานช้าง โตนปลิว และอีกหลาย น้ำตกโตน แต่ก็คิดว่า น้ำตกแบบนี้ ก็มีทุกที่ในประเทศไทย คล้ายๆกันหมด ...ลองมองไปทางด้านทิศตะวันออก ก็เจอเขาคอหงส์ ที่นักการเมืองบ้านเราชอบไปพัฒนา แต่นั่นก็เป็นข้อดีคือ เป็นป่าที่ใกล้เมือง พัฒนาง่าย พัฒนาแล้วคนเห็น และใช้ประโยนช์ได้จริง ...แต่ก็ไม่แรงพอที่จะเป็น "หมุดระดับโลก" ได้ แล้วชายหาดกับทะเล ก็มีชายหาดชลาทัศน์ ชายหาดจะนะ ชายหาดสกอม เอาจริงๆชายหาดแบบนี้ที่ไหนๆก็มี ยังขาดเอกลักษณ์อยู่มาก ...ส่วนเกาะ ก็มี เกาะหนู เกาะแมว แถมเกาะขามอีกเกาะ มันเป็นแค่เกาะชายฝั่งขนาดเล็ก ที่ไหนๆก็มี ผู้เขียนเริ่มหมดความหวังแล้วครับ ....จนแล้วจนรอดก็พบเข้า "อย่างจัง" สิ่งที่แรงพอ และใหญ่พอที่จะเป็น "หมุดระดับโลก" ได้ สิ่งที่คนหาดใหญ่สงขลามองข้ามมันมาตลอด มัวแต่หลับหูหลับตา แล้วมานั่งสะกดจิตตัวเองว่า จั.หวัดสงขลาไม่มีแหล่งท่องเที่ยวอะไรเลย สิ่งนั่นคือ "ทะเลสาบสงขลา" นั้นเอง ...ผู้เขียนพบหมุดระดับโลกของจังหวัดสงขลาแล้วครับ ขออนุญาตไปดีใจแบป เย้ๆๆๆ5.มาดู "ความจริง" ของทะเลสาบสงขลา กันก่อน เพื่อที่จะสร้างสิ่งที่เรียกว่า "ความจริงสร้างความเชื่อ และความเชื่อสร้างมูลค่า" ต่อไปดังนี้5.1 ทะเลสาบสงขลามีพื้นที่ถึง 1,040 ตารางกิโลเมตร เรียกได้ว่า ใหญ่กว่าประเทศสิงคโปร์ซะอีก ซึ่งสิงคโปร์พื้นที่ 735 ตารางกิโลเมตร อีกทั้งยังมีพื้นที่ชายฝั่งทะเลสาบยาวถึง 350 กม. เรียกได้ว่า มีขนาดใหญ่เท่ากับจังหวัดใหญ่ๆของไทย จังหวัดหนึ่งเลยที่เดียว ดังนั้นมันจึงมีความสำคัญมาก ความสำคัญสามารถเทียบได้กับ "อินเล" ของพม่า และ "โตนเลสาบ" ของกัมพูชา5.2 ทะเลสาบสงขลาตามลักษณะทางภูมิศาสตร์ จัดได้ว่า เป็น ลากูน (Lagoon) ซึ่งเป็น "ลากูนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ซึ่งจุดเด่นก็คือ จะเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ทะเลอย่างมาก ด้วยข้อมูล "ความจริง" ทางวิทยาศาสตร์ ที่ไม่มีใครโต้แย้งได้ กล่าวคือ เมื่อน้ำจืดจากแม่น้ำ หรือลำคลอง ไหลลงสู่ทะเล จะนำเอาสารอาหารมาด้วย เมื่อมีการปะทะกับน้ำเค็มที่หนักกว่าน้ำจืด ก็จะเกิดการม้วนตัวของกระแสน้ำทั้ง 2 ทำให้เกิดแพลงค์ตอนพืชเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นอาหารของแพลงค์ตอนสัตว์ และแพลงค์ตอนสัตว์ก็จะเป็นอาหารของปลาเล็ก และปลาเล็กก็จะเป็นอาหารของปลาใหญ่ สิ่งเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นที่ปากแม่น้ำต่างๆ แต่ ภูมิศาสตร์ที่เป็น "ลากูน" แบบทะเลสาบสงขลาจะมีความพิเศษกว่าพื้นที่อื่น กล่าวคือ เพราะสารอาหารที่แม่น้ำ หรือลำคลอง นำพามาจะไม่ไหลลงไปสู่ทะเลใหญ่ แต่จะวนเวียนอยู่ภายใน ลากูน อย่างทะเลสาบสงลา ซึ่งจะทำให้สัตว์น้ำมีความพิเศษ และอาหารทะเลจะอร่อยอย่างมาก เนื่องจากสัตว์น้ำมีความสมบูรณ์ "ความจริง" ข้อนี้ เราสามารถสร้างสิ่งที่เรียกว่า "ความเชื่อ" ได้ ผ่านการรับรู้และการประชาสัมพันธ์ ซึ่งสร้าง "มูลค่า" ได้อย่างมหาศาล5.3 มีพันธุ์สัตว์น้ำ ที่ไม่มีที่ไหน เช่นปลาท่องเที่ยว ปลาหัวอ่อน ปลาหัวโหม่ง ปลาจิ้มฟันจรเข้ ปลากระพง 3 น้ำ ปูม้า ปูดำ และปลาหาอยากหลายๆชนิด และด้วยความอุดมสมบูรณ์ของ "ลากูน" จึงทำให้อาหารทะเลที่นี้ มีความมัน และอร่อยกว่าที่อื่น ซึ่งเป็น "ความจริง" ที่มี "มูลค่า" 5.4 มีวิถีชีวิต และวิถีชุมชน รวมถึงประวัติศาสตร์ ที่รอการสืบค้นเพื่อสร้างมูลค่าทางการท่องเที่ยวจำนวนมาก5.5 อีกทั้งยังอยู่ใกล้พื้นที่เศรษฐกิจหาดใหญ่เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นความจริงที่มีมูลค่า ที่จะอธิบายในหัวข้อต่อไป5.6 เนื่องจากเป็นทะเลสาบภายใน ทำให้กระแสลมไม่รุนแรง เมื่อเทียบกับทะเลใหญ่ จึงเหมาะอย่างมากที่จะสร้างพวก ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท คาเฟ่ หรือพูลวิลล่า5.7 มีวิธีชีวิตที่สามารถขึ้นเป็นมรดกโลกได้อย่าง ควายดำน้ำกินหญ้า ปลาโลมาสีชมพู เสือปลาที่เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ การปลูกข้าวในทะเลสาบ นกทะเลต่างๆสายพันธุ์ ฯลฯ 5.8 ทะเลสาบสงขลา มีคำว่า "สงขลา" พ่วงท้ายซึ่งสำคัญมากๆ เหมือนกับคำว่า "มวยไทย" ที่มีคำว่า "ไทย" พ่วงท้าย เพราะคำที่พ่วงท้าย ทำให้รู้ถึงแหล่งกำเนิด และคำพวกนี้ เป็นสิ่งที่มี "มูลค่า" ใช้สำหรับบอกถึงตัวตนในสิ่งที่เราอ้างถึง หรือที่เรียกว่า Branding5.9 ทะเลสาบสงขลาเป็นเขตอนุรักษ์พื้นที่ชุมน้ำระดับโลก ตามอนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) ที่คนทั่วไปมักไม่ค่อยรู้ จึงควรสร้างการรับรู้เพื่อสร้างมูลค่าต่อไป5.10 ทะเลสาบสงขลา เคยมีเขตการปกครองเป็นของตัวเอง หากเทียบกับในปัจจุบัน ก็คือเป็นประเทศๆหนึ่ง แม้จะเป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ นั้นก็คือ เมืองสงขลาที่ปกครองในระบบสุลต่าน ในเขตหัวเขาแดง หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ "สุลต่านสุไลมาน"5.11 ทะเลสาบสงขลา มีทั้งอัตลักษณ์ และ เอกลักษณ์ หากประเทศไทยใช้ 2 คำนี้เป็น ประเทศไทยจะรวยมากๆ5.12 ทะเลสาบสงขลา มีขนาดใหญ่กว่า ประเทศสิงคโปร์ทั้งประเทศเกือบ 2 เท่า หากสมมุติเล่นๆว่า รัฐบาลไทยขายดินแดน จังหวัดพัทลุง และสงขลาพ่วงด้วยทะเลสาบสงขลาให้เป็นดินแดน "โพ้นทะเล" ให้กับประเทศสิงคโปร์ โดยสิงคโปร์จะให้เงินทั้งหมดที่ตัวเองมี แถมไปกู้มาให้ด้วย "เรียกว่ายอมเป็นหนี 100 ปี" ให้แก่รัฐบาลไทย โดยสมมุติว่าคนในพื้นที่ก็ไม่ต่อต้านด้วย ...มันเป็นคำสมมุติที่ชวนให้สงสัยไหม เพราะด้วยมันสมอง และความฉลาดของคนสิงคโปร์ ที่ผู้เขียนคิดว่า น่าจะเก่งที่สุดในเอเชียแล้ว สิงคโปร์จะพัฒนาพื้นที่นี้ได้ดีสักแค่ไหน สิงคโปร์จะทำเงินจากพื้นที่นี้ได้สักเท่าไหร่ จะพัฒนาจนเหนือกว่า ทะเลอันดามันได้หรือไม่ ขนาดในปัจจุบันนี้ "อ่าวมารีน่าเบย์" พื้นที่ๆเกิดจากการปิดกั้นปากคลอง เพื่อกักน้ำจืดเอาไว้ใช้ ซึ่งมีพื้นที่แค่ 900 ไร่ ประเทศสิงคโปร์ยังทำได้ และไปถึงระดับโลกได้ขนาดนั้น ...ถ้าหากรัฐบาลไทยขายจริง แล้วสิงคโปร์จะกล้าซื้อหรือไม่ คำสมมุตินี้ไม่ใช่การขายชาติ เพียงแต่ยกตัวอย่างให้เห็นว่า หากเราเห็นถึงคุณค่าของสิ่งที่เรามี เราก็สามารถพัฒนาสิ่งที่เรามี ให้ต่อยอดไปได้อย่างมหาศาล โดยที่ไม่ต้องอายใคร ...เอาจริงๆ เหตุการณ์ทำนองแบบนี้ เคยเกิดขึ้นจริงมาแล้วในประวัติศาสตร์โลก นั่นคือ การที่ชาวรัสเซียขายรัสอะแลสกาให้กับอเมริกา นั่นเพราะชาวรัสเชียไม่ได้มองเห็นคุณค่าที่แท้จริงของรัสอะแลก้า อีกทั้งยังขาดความรู้ และความเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองมี เรียกได้ว่ามี "ของดี" อยู่ในมือตัวเอง แต่กลับไม่รู้ ซึ่งก็มีคำถามว่า เราชาวหาดใหญ่สงขลาละ กำลังมองข้ามเพชรเม็ดงามก้อนนี้แบบชาวรัสเชียในอดีตหรือไม่ หรือจะรอไปอีกถึงเมื่อไหร่... 5.13 การที่ภูมิศาสตร์ของทะเลสาบสงขลา มีลักษณะเป็น ลูป (loop) กล่าวคือ มีจุดเริ่มต้น และจุดสิ้นสุด ที่จุดเดียวกัน คล้ายกับลู่วิ่งในสนามฟุตบอล ซึ่งเราสามารถที่จะสร้าง เกมส์ หรือ "ชาเลจ" หรือ "ความท้ายทาย" อะไรบางอยู่างเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวได้ ซึ่งได้ผลมาแล้ว ในกรณีศึกษาคือ "ภูกระดึง" แต่จะขอขยายความในหัวข้อถัดไป เพราะ บทความในตอนนี้ ยาวเกินไปแล้วและยังมี "ความจริง" อีกหลายอย่าง เกี่ยวกับทะเลสาบสงขลา ที่รอการสืบค้น เพื่อเอาไปสร้าง "มูลค่า" ทางการตลาด ได้ ซึ่งจากข้อมูล "ความจริง" ทั้งหมดนี้ ทำให้รู้ว่า ทะเลสาบสงขลาคือ "ขุมทรัพย์" ของ จังหวัดสงขลาโดยแท้ และผู้เขียนคิดว่า สามารถเอาไปสู้กับทะเล "อันดามัน" ได้อย่างสบายๆ และเมื่อเรารู้ "ความจริง" บางส่วนเกี่ยวกับทะเลสาบสงขลาแล้ว เราก็จะสามารถสร้าง "ความเชื่อ" เพื่อสร้าง "มูลค่า" ทางการตลาดต่อไป ...บทความต่อไปคลิกที่นี้......................