...Welcome to 'CharVinFongLian' Club...
ขอต้อนรับสู่ Blog ChuengNgee (จูเลี่ยนจาง) Series Fan Fiction ค่ะ

ภารกิจรักข้ามกาลเวลา...บทที่ 1...

…
ภารกิจรักข้ามกาลเวลา...
บทที่ 1


ทันทีที่รถลีมูซีนสุดหรูติดป้ายทะเบียนซึ่งใครๆ ต่างก็รู้ว่าเป็นรถยนต์ของตระกูล ‘ปิติรัชโภคิน’ แล่นเข้ามายังเส้นทางผู้โดยสารขาเข้าของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและจอดลงตรงหน้าประตูอัตโนมัติอย่างเร่งรีบพร้อมกับร่างเพรียวของเลขาสาววัยสามสิบห้าปี ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนในท่วงท่าทะมัดทะแมงก้าวลงมาจากรถคันหรูทำให้ผู้คนที่พลุกพล่านอยู่บริเวณนั้นต่างก็ต้องหลีกทางให้เป็นทางเดียว

จากนั้นหญิงสาวนาม ‘เนตรกมล’ จึงได้ชายตามองไปทางรถยนต์ที่ขับตามมาจอดลงข้างท้ายอยู่ครู่หนึ่ง ในตอนที่ชายหนุ่มในชุดสูทเต็มยศสองคนก้าวลงมาจากรถก็สบตาตอบผู้เป็นนายแวบหนึ่งเหมือนรู้หน้าที่ก่อนที่จะก้าวเดินไปยังท้ายรถแล้วลากเอาพรมแดงที่มีความยาวนับร้อยเมตรออกมา

...ใช่แล้ว วันนี้เป็นวันที่คุณหนู ‘เมริกา’ บุตรสาววัยยี่สิบห้าปีว่าที่นักศึกษาปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งอังกฤษ ซึ่งเป็นบุตรีเพียงคนเดียวของท่านประธาน ‘ปิติ’ เจ้าสัวอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้คนทั้งในและนอกวงการต่างรู้จักเป็นอย่างดีถึงความเจ้ายศเจ้าอย่างและถือตัวของเจ้าหล่อนได้เดินทางกลับมายังบ้านเกิดในช่วงหยุดภาคเรียนกลางปีนั่นเอง...

ในเวลาต่อมาพรมแดงได้ถูกปูเป็นทางเดินยาวจากหน้าประตู ไปจนถึงบริเวณจุดทางเดินของผู้โดยสารขาเข้าด้วยการกำกับของเนตรกมล โดยที่สายตาของผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์เตรียมการต้อนรับการกลับบ้านของคุณหนูเมริกานั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่เพื่อคนๆ เดียวกลับสร้างความวุ่นวายให้ผู้คนที่สัญจรไปมาแทบจะทั้งสนามบินก็ว่าได้

“โอ๊ะ! ขอโทษค่ะ”

เนตรกมลเอ่ยขึ้นตอนที่เหลียวหลังไปดูผู้ช่วยที่กำลังปูพรมตามตน ทำให้ไม่ระวังเดินชนเข้ากับเด็กสาววัยรุ่นสองคนที่กำลังซุบซิบกับการกระทำของกลุ่มคนตรงหน้าอยู่

เมื่อหญิงสาวเห็นว่าเด็กสองคนยังคงเอาแต่ขบฟันจ้องตนอย่างเคืองๆ แถมยังตั้งท่าขวางทางไม่ให้เธอทำงานต่อได้อีก จึงได้พูดย้ำขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแบบเดิมอีกครั้ง

“ถ้าหากว่าหนูสองคนไม่พอใจที่พวกเราทำแบบนี้ก็เอาไว้พูดกันต่อหน้าคุณหนูของเราดีกว่านะคะ แล้วพี่สาวจะจัดการให้ แต่ว่าตอนนี้ช่วยกรุณาหลีกทางก่อนค่ะ”

“พี่สาวคิดว่าเป็นคนรวยล้นฟ้าแล้วอยากจะทำอะไรก็ได้อย่างงั้นเหรอคะ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านแบบนี้ระวังพวกเราจะรวมชื่อกันแจ้งความได้นะ!”

เด็กสาวที่รูปร่างค่อนข้างท้วมกว่าอีกคนพูดจาโต้ตอบผู้ใหญ่ด้วยน้ำเสียงที่แข็ง

ได้ยินดังนั้นเนตรกมลก็หยักยิ้มที่มุมปากขึ้นมาข้างหนึ่ง ดีที่เธอเจอกับเด็กนิสัยวีนเหวี่ยงเช่นนี้มาหลายปีถึงได้ยังพอสยบอารมณ์คุกรุ่นของตัวเองได้อยู่บ้าง

“ได้ค่ะ ถ้าอยากจะแจ้งความก็รอให้พี่สาวทำงานตรงนี้เสร็จก่อนก็แล้วกันนะคะ แต่ก่อนอื่นพี่สาวขอให้น้องช่วยหลบทางด้วยก่อนที่จะถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายกลับโทษฐานขัดขวางการทำงานที่ทางเราได้ขออนุญาตกับสนามบินไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ”

ได้ยินคำขู่ของพี่สาวเล่นเอาทั้งสองคนต้องหันไปสบตาและกลืนน้ำลายเอื๊อกพร้อมกัน จากนั้นเท้าสองข้างก็ถอยหลบไปโดยอัตโนมัติ

เหตุการณ์โต้เถียงกันที่เกิดขึ้น นอกจากจะอยู่ในสายตาของผู้คนส่วนใหญ่ที่ยืนซุบซิบกันอยู่ในบริเวณนั้นแล้ว ยังรวมถึงร่างสูงเพรียวหุ่นนางแบบในชุดเดรสสั้นสีแดงเพลิงกับรองเท้าส้นสูงราวสามนิ้วที่กำลังเดินออกมาจากด้านในด้วย

คิ้วโก่งเรียวสวยภายใต้แว่นดำกรอบโตขมวดมุ่นพร้อมๆ กับที่ริมฝีปากแดงจัดจ้านข้างหนึ่งหยักยกขึ้นด้วยความไม่พอใจกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า หญิงสาวจึงได้เร่งฝีเท้าให้ไวกว่าเดิมและหยุดลงตรงบริเวณทางออกที่พรมแดงยังปูมาไม่ถึง

“เกิดอะไรขึ้นหรือคะพี่เนตร!”

น้ำเสียงแข็งกระด้างที่ดังขึ้นอยู่ข้างหลังทำให้เนตรกมลสะดุ้งไปเล็กน้อย ตอนที่เหลียวหลังไปมองแล้วเห็นคุณหนูถอดแว่นดำออก จากนั้นก็จ้องตนตากร้าวจึงได้รีบสั่งการให้ผู้ช่วยทั้งสองรีบปูพรมแดงไปให้สุดทางเดิน

ด้านหญิงสาวเมื่อพรมแดงมาจรดลงตรงปลายเท้าก็เหลือบตามองสองคนที่ยืนกุมเป้าก้มหัวงุดอย่างเหยียดๆ ไปคนละทีก่อนที่จะก้าวฉับๆ ไปตามพรมแล้วหยุดฝีเท้าลงตรงข้างกายของเนตรกมลในเวลาติดๆ กัน

“ตกลงว่าพี่เนตรกำลังเถียงกับเด็กสองคนนี้ว่ายังไงคะ!”

เมริกาถามย้ำคนข้างกายอีกครั้ง เนตรกมลจึงได้หันไปกระซิบเพื่อชี้แจงเสียงเบา ในน้ำเสียงนุ่มนวลน่าฟังนั้นแฝงไปด้วยอาการปรามๆ คนอ่อนวัยกว่าอยู่ส่วนหนึ่ง

“สรุปว่าเธอสองคนไม่พอใจสิ่งที่ฉันทำงั้นสิ”

เมริกาใช้แว่นในมือชี้หน้าเด็กสาวสองคนอย่างเอาเรื่อง ด้านจำเลยทั้งสองเดิมทีกำลังจะหันหลังกลับอยู่แล้วด้วยหน่ายที่จะหาเรื่องด้วยกับคุณหนูผู้สูงศักดิ์ผู้มีฉายากระฉ่อนถึงความเอาแต่ใจและไม่มีเหตุผลก็เกิดอารมณ์ปะทุขึ้นทันที

“นี่อย่ามาหาเรื่องกันนะยัย ‘มัลลิกา’!”

....หนอยทำตัวเป็นไฮโซเรียกตัวเองว่าเมริกา เชอะ! คิดว่าเธอไม่รู้หรือไงว่าชื่อมัลลิกาน่ะเจ้าตัวเกลียดอย่างกับอะไรดี...

เพื่อนสาวที่ร่างบางกว่าจึงได้หันหลังขวับพร้อมกับปัดมือเมริกาที่กำลังชี้หน้าตนอยู่ออกอย่างแรงจนแว่นดำหลุดมือคุณหนูกระเด็นออกไปกระแทกพื้นแตกเสียหายแล้วก็โต้ตอบกลับไปเสียงแข็งบ้าง

ปรากฎว่านอกจากแว่นดำจะแตกเสียหายแล้ว คุณหนูยังเสียหลักเซถอยหลังไปจนเท้าพลิกด้วย

“อ๊ะ!” เนตรกมลจึงได้สวบเท้าเข้าไปหาคนอ่อนวัยกว่าแล้วช่วยจับประคองให้ “...เท้าพลิกเลย เจ็บมากมั้ยจ๊ะ ‘เหม่ยลี่’!”

“ไม่เป็นไรค่ะพี่เนตร”

เมริกาตอบคนตรงหน้าสั้นๆ พร้อมรอยยิ้มบาง จากนั้นค่อยตวัดสายตาไปทางคนก่อเรื่อง ตบมือพี่สาวเบาๆ แล้วผลักออก สุดท้ายก็กระเพลกเท้ากลับไปยืนตรงจุดเดิมใหม่อีกครั้ง

...กล้าดียังไงถึงได้เรียกเธอด้วยชื่อเฉิ่มๆ เชยๆ นั่นกันหา !...

ท่าทางเอาเรื่องของคุณหนูผู้สูงศักดิ์เล่นเอาเด็กสาวสองคนต้องหันมองหน้ากันแทบจะกลืนน้ำลายไม่ลงคอ

“ธะ...เธอจะทำอะไรห๊ะ!” เด็กสาวร่างบางเรื่องเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“ฉันขอแจ้งความเธอในข้อหาทำลายทรัพย์สิน” เมริกาพูดขึ้นใหม่ด้วยน้ำเสียงรอดไรฟันพร้อมทั้งชี้นิ้วไปที่ด้านหลังตรงตำแหน่งที่แว่นดำตกแตกเสียหาย

“...แว่นตาฉันราคาเหยียบแสนย่ะ แล้วกระทงที่สองก็...”

หญิงสาวยกหางตาขึ้นข้างหนึ่งและแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายใส่คนต้นเรื่องอยู่แวบหนึ่งค่อยกวาดตามองไปยังผู้คนที่ยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่ล้อมรอบตนก่อนที่จะเอ่ยปากขึ้นเสียงแหลมอย่างถือดี

“ใครที่สามารถเป็นพยานให้ฉันได้ว่าฉันถูกทำร้ายยังไง ฉันยินดีให้ค่าตอบแทนคนละหนึ่งหมื่นบาททันทีค่ะ”

สิ้นเสียงของเมริกา คนส่วนใหญ่ในที่นั้นก็ส่งเสียงฮือฮาแถมยังยกมือสนับสนุนหญิงสาวจำนวนมากกว่าครึ่งที่เจ้าตัวเห็นแล้วก็หยักยิ้มขึ้นมาด้วยความพึงพอใจ ส่วนจำเลยทั้งสองก็ใบหน้าซีดเผือดลงยิ่งกว่าเก่า

เนตรกมลเห็นแล้วก็อดที่จะส่ายหน้าด้วยความระอาในความเอาแต่ใจของคุณหนูของตนไม่ได้ จากนั้นค่อยก้าวเข้าไปสมทบด้วยแล้วตัดสินใจเป็นฝ่ายสงบศึกทั้งหมดด้วยตนเอง

“พอเถอะนะเหม่ยลี่ พี่ว่าอย่ามาเสียเวลาตรงนี้ดีกว่าค่ะ คุณพ่อคุณแม่หนูรออยู่ ประเดี๋ยวเราจะไปถึงงานกันไม่ทันเสียเปล่าๆ นะคะ”

เธอดูออกหรอกว่าคุณหนูแสร้งเจ็บขาเพื่อเรียกร้องความสนใจและอยากจะเอาคืนเด็กสองคนนี่

ได้ยินคำปรามของพี่เนตร เมริกาก็ยู่ปากอย่างแง่งอนไปทีหนึ่งแล้วค่อยหันหน้าไปทางเดิมอีกครั้ง

“เห็นหรือยังว่าพี่เนตรใจดีแค่ไหน...เอาล่ะ เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดฉันจะไม่เอาความเด็กโง่ๆ อย่างเธอสองคนก็ได้ แค่พวกเธอยกมือไหว้และเอ่ยปากขอโทษพี่เนตรซะที่ไปกล่าวหาพี่เขาเมื่อกี้นี้”

“ขอโทษค่ะๆๆ...พวกหนูทำตัวไม่ดีเองค่ะ”

เมื่อเมริกาพูดจบก็ได้ยินคำขอโทษรัวๆ ประสานกันจากจำเลยทันที แล้วพอเห็นว่าคุณหนูผู้สูงส่งลอบถอนหายใจแล้วก็สะบัดมือให้ เด็กสองคนถึงได้ลากจูงกันออกไปจากที่นั้นอย่างรวดเร็ว

“จบเรื่องแล้ว เรารีบไปกันเถอะค่ะพี่เนตร แล้วจำไว้ด้วยนะคะว่าต่อไปถ้าพี่เนตรถูกใครรังแกอีกต้องบอกเหม่ยลี่ไว้ห้ามปิด เพราะว่าเหม่ยลี่จะต้องหาทางแก้แค้นให้พี่เนตรเองเหมือนตัวอย่างเมื่อครู่นี้”

สำหรับเธอพี่เนตรก็เปรียบเหมือนแม่คนที่สองที่คอยใส่ใจห่วงใยเธอทุกฝีก้าวมาตั้งแต่เล็ก ดังนั้นเธอถึงได้รักและเทิดทูนพี่สาวคนนี้มากกว่าใคร

“พี่น่ะอายุปูนนี้แล้วดูแลตัวเองได้ หนูต่างหากล่ะ พี่บอกกี่ครั้งแล้วว่าเวลาอยู่ข้างนอกให้ทำตัวดีๆ หน่อย รู้ตัวหรือเปล่าคะว่ายิ่งเราแสดงกริยาร้ายๆ อย่างนี้ต่อหน้าคนอื่นบ่อยเข้ายิ่งทำให้เราน่ะดูไม่ดีในสายตาของคนทั่วไปกันใหญ่เลย”

“ช่างค่ะ ใครจะเป็นยังไงจะคิดยังไงกับเหม่ยลี่ เหม่ยลี่ไม่สน ขอแค่คนที่เหม่ยลี่รักสบายกาย สบายใจ เหม่ยลี่ก็มีความสุขที่สุดแล้วค่ะ”

พูดจบเมริกาก็เผยยิ้มหวานอย่างสดใสและจริงใจออกมา ด้านเนตรกมลก็ดึงตัวหญิงสาวมากอดตอบอย่างเอ็นดู จากนั้นสองสาวก็ค่อยควงแขนกันออกไปจากที่ตรงนั้น โดยที่คุณหนูผู้สูงศักดิ์ก้าวเดินลงจากพรมด้วยท่วงท่าก้าวเดินเป็นปกติ ปล่อยให้ใครต่อใครกระทั่งผู้ช่วยหนุ่มของเนตรกมลทั้งสองคนก็ได้แต่มองตามด้วยความงุนงงไม่เข้าใจ

ว่าเพราะอะไรถึงต้องมาวุ่นวายปูพรมเป็นทางเดินอย่างนี้โดยที่ไม่ได้คิดจะสนใจใช้เดินด้วยกันละหา?
................................................

ประมาณหนึ่งชั่วโมงถัดมารถลีมูซีนจึงได้เคลื่อนเข้าสู่งานเปิดตัวโครงการ ‘บ้านสุขใจ’ อันเป็นโครงการล่าสุดของเจ้าสัวปิติที่มีทั้งนักข่าวและแขกผู้สนใจเข้าชมงานจำนวนมากที่ต่างก็กำลังรอคอยเวลาของงานเริ่มกันอยู่อย่างคับคั่ง

“โอ้โหพี่เนตร เราจำเป็นต้องจัดงานซะเว่อร์วังอลังการขนาดนี้ด้วยหรือคะ”

เมริกาเอ่ยถามพี่สาวที่นั่งอยู่ข้างๆ กันในตอนที่รถกำลังแล่นเข้าไปสู่ภายในบริเวณของบ้านโครงการที่ตั้งอยู่บนพื้นที่นับร้อยๆ ไร่แล้วเธอเห็นว่าสองข้างทางที่มีที่นั่งจัดเตรียมไว้ให้กับบรรดาผู้ที่เข้ามาร่วมชมงานถูกจับจองไว้จนเกือบจะเต็มอยู่รอมร่อแล้ว

ได้ยินดังนั้นเนตรกมลก็หยักยิ้มบางขึ้นมาก่อนที่จะตอบคำถามคุณหนูออกไปด้วยน้ำเสียงนุ่ม

“งานใหญ่ของปิติรัชโภคินทั้งทีก็ต้องจัดให้มันสมชื่อของวงศ์ตระกูลหน่อยค่ะ อีกอย่างคืองานนี้เป็นครั้งแรกที่เหม่ยลี่ยอมเดินแบบโปรโมทให้ ก็ต้องเป็นที่สนใจของบรรดานักข่าวแล้วก็เซเลปทั้งหลายแน่นอนอยู่แล้วค่ะ”

พอได้ยินคำตอบ เมริกาก็แค่เม้มปากแน่นแล้วก็พยักหน้าช้าๆ ออกมาก่อนที่จะหันกลับไปนั่งพิงหลังติดกับพนักเบาะใหม่อีกครั้ง

...บอกตรงๆ ว่าเธอไม่ชอบเข้าไปวุ่นวายด้วยกับงานพวกนี้สักเท่าไหร่หรอก ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อกับแม่ขอไว้แถมยังมีพี่เนตรสนับสนุนด้วยอีกแรงเธอคงตีอกชกหัวเซย์โนไปตั้งแต่แรกแล้วล่ะ...

คิดถึงตรงนี้รถลีมูซีนก็จอดลงตรงหน้าบ้านเดี่ยวสองชั้นหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงบริเวณทางเข้าด้านหลังของโครงการ โดยมีเจ้าสัวปิติและคุณรัชนีผู้เป็นภรรยายืนรออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว

“แม่คะ พ่อคะ เหม่ยลี่กลับมาแล้ว”

ทันทีที่ก้าวลงจากรถ เมริกาก็วิ่งโผเข้าไปกอดซบกับผู้เป็นพ่อและแม่ทันที แม้ว่าเธอจะได้สไกป์คุยกับทั้งสองคนบ่อยๆ มันก็ไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกตื้นตันใจเหมือนได้เห็นกันตัวเป็นๆ แบบนี้หรอกนะ

ด้านคุณรัชนีก็กอดรัดตัวลูกสาวทั้งน้ำตารื้นอยู่นิดหน่อยด้วยความคิดถึงไม่แพ้กัน ส่วนเจ้าสัวปิติก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ยอมหุบเมื่อนานมากแล้วราวสักหกเจ็ดปีกระมังที่เขาไม่ได้เห็นภาพอันน่าประทับใจเช่นนี้เลย

เป็นเพราะว่าครอบครัวปิติรัชโภคินเอาแต่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันด้วยความคิดถึงที่ผู้ปกครองจะได้พบหน้าบุตรสาวก็แค่เพียงปีละครั้งสองครั้งหรือไม่ก็ไม่ได้พบหน้ากันเป็นปีๆ ก็ยังมีจึงทำให้ไม่มีใครได้สังเกตเห็นสีหน้าและแววตาของเนตรกมลที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่เลขาสาวของเจ้าสัวปิติจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นอบอุ่นอ่อนโยนเหมือนดังเดิมแล้วจึงได้เอ่ยปากแทรกกลางขึ้น

“อ่ะแฮ่ม...ทักทายกันพอหรือยังคะ เดี๋ยวก็เสียฤกษ์ที่อุตส่าห์เฟ้นหากันมาเป็นปีๆ ซะหรอกค่ะ”

พอเนตรกมลกล่าวแบบแซวๆ ออกมา สามคนถึงได้หัวเราะให้กันอยู่ครู่หนึ่งอย่างขัดเขิน จากนั้นเมริกาจึงได้เอ่ยปากขึ้นใหม่

“ถ้าอย่างนั้นทุกคนก็ไปกันก่อนนะคะ เหม่ยลี่รับรองว่าจะจัดการตัวเองแล้วตามไปให้ทันฤกษ์ที่วางไว้แน่นอนค่ะ”

พูดจบหญิงสาวก็เดินนำทีมงานหญิงสองคนที่ยืนรออยู่ตรงประตูเข้าไปยังด้านใน ส่วนเจ้าสัวและภรรยารวมถึงเนตรกมลก็ก้าวกลับขึ้นไปบนรถลีมูนซีนใหม่อีกครั้งหนึ่งเพื่อย้อนกลับไปยังด้านหน้าของโครงการอันเป็นเวทีกลางแจ้งที่จัดไว้สำหรับงานเปิดตัวโครงการ ‘บ้านสุขใจ...สวรรค์ชั้นใหม่ของคนในครอบครัว’ ของวันนี้
.......................................................

ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของเจ้าสัวปิติในตอนนี้ อดที่จะทำให้ชายสูงวัยรู้สึกปลาบปลื้มและประทับใจในความมีมิตรไมตรีของเลขาสาวไปไม่ได้

...เกือบยี่สิบปีแล้วที่เนตรกมลนอกจากไม่ถือสาที่เขาหักหาญน้ำใจเธอแต่ได้เลือก ‘รัชนี’ เข้ามาเป็นคู่ครองชีวิตแล้ว เธอยังยืนยันที่จะต่อสู้เคียงข้างเขาสร้างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นี้จนยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้...

ระหว่างที่เจ้าสัวใหญ่ที่นั่งอยู่ในตำแหน่งประธานของงานโดยกุมมือของภรรยาไว้ด้วยนั้นกำลังเหม่อมองไปยังร่างของเนตรกมลที่คอยยืนกำกับสั่งการอยู่ตรงด้านข้างเวที เสียงของพิธีกรคู่หนุ่มสาวจากบริษัทออกาไนเซอร์มืออาชีพบนเวทีก็ดังขึ้น เจ้าตัวจึงได้หลุดออกจากภวังค์พร้อมกับการปรบมือขึ้นอย่างพร้อมเพรียงร่วมกับทุกคนในงานอันเป็นสัญลักษณ์ของงานครั้งนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

หลังจากที่พิธีกรทั้งคู่ได้แนะนำตัวและกล่าวถึงที่มาของโครงการแล้ว จึงได้ปิดท้ายด้วยจุดประสงค์ของโครงการในครั้งนี้

“...ดิฉันเชื่อว่ายังมีคนอีกหลายครอบครัวที่ปรารถนาจะได้ที่อยู่อาศัยที่ดีพร้อมภายใต้บรรยากาศอันร่มรื่นเหมือนกับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเศรษฐีเขามีกัน เพียงแต่ด้วยความสามารถหรือเงินสะสมที่มีไม่เพียงพอที่จะทำให้เราก้าวไปถึงจุดที่ฝันได้ ทว่าสำหรับวันนี้ความฝันนั้นกำลังถูกหยิบยื่นมาสู่มือของเราด้วยวิสัยทัศน์ของคุณปิติ ปิติรัชโภคิน ที่ต้องการทำให้พวกเราได้มีบ้านสุขใจในราคาที่เอื้ออารีย์ต่อกระเป๋าของเราทุกคนค่ะ และก่อนที่เราจะพาทุกท่านร่วมขบวนไปชื่นชมกับบ้านในฝันนั้นจะขอเชิญคุณเมริกา ปิติรัชโภคินได้อธิบายถึงคุณสมบัติของสวรรค์ชั้นใหม่นี้ให้กับทุกคนได้รับทราบกันค่ะ”

สิ้นเสียงของพิธีกรสาว รถกอล์ฟนับสิบคันก็แล่นเข้ามาจากด้านหลังเวทีแล้วค่อยจอดต่อกันตามเส้นทางเดินกึ่งกลางระหว่างที่นั่งของผู้เข้ามาร่วมงาน

จากนั้นร่างสูงเพรียวในชุดลำลองสบายๆ ดูทะมัดทะแมงเข้ากันดีอย่างไม่มีแบ่งแยกฐานะจึงได้ก้าวลงจากรถกอล์ฟคันหน้าสุดพร้อมกับเสียงปรบมือต้อนรับจากทุกคนเป็นเสียงเดียวกัน
.....................................................

...โปรดติดตามตอนต่อไป บทที่ 2...









Create Date : 25 ธันวาคม 2558
Last Update : 25 ธันวาคม 2558 18:14:17 น. 0 comments
Counter : 411 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ChuengNgee
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




บทประพันธ์ในบ้านหลังนี้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้ประพันธ์โดยสมบูรณ์ ห้ามมิให้ทำการคัดลอก เลียนแบบ หรือตีพิมพ์ ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของบทประพันธ์ในบ้านหลังนี้เพื่อการอย่างอื่นนอกจากการชมเพื่อความบันเทิงเท่านั้น หากผู้ใดทำการละเมิดจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
New Comments
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
25 ธันวาคม 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ChuengNgee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.