Group Blog
มกราคม 2559

 
 
 
 
 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ทนายอ้วนชวนชิม - ซีรี่ย์หัวหินถิ่นของอร่อย - บรรยากาศสุดยอดกับ - Let' Sea Alfresco Restaurant หัวหิน
ชื่อร้าน : Let' Sea Alfresco Restaurant หัวหิน
รายการอาหาร : สะเต๊ไก่, ยำส้มโอกุ้งย่าง, ปีกไก่ทอดราดน้ำปลา, ปอเปี๊ยะผัก, แกงส้มปลากระพงทอด, ซี่โครงหมูอบสับปะรด, ข้าวอบสับปะรด, น้ำผึ้งเลมอน
เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน 10.00 - 23.00 น.
ที่ตั้งร้าน : Let' Sea Alfresco Resort หัวหิน, ประจวบคีรีขันธ์ Thailand
พิกัด GPS : 12° 31' 50.07" N 99° 58' 12.51" E





ร้านอาหารในหัวหินที่จะมาแนะนำในวันนี้เป็นร้านอาหารในหัวหินจริงๆ ร้านสุดท้ายในคลังรูปร้านอาหารในหัวหินที่มีอยู่ในตอนนี้ ส่วนร้านอาหารที่จะแนะนำต่อๆไปนั้นเป็นร้านอาหารรายทางบนเส้นทางกรุงเทพฯ - หัวหินนะครับ ร้านอาหารที่จะมาแนะนำในวันนี้เป็นร้านอาหารในรีสอร์ท การตกแต่งสวย วิวดี ส่วนอาหารนั้นถือว่าใช้ได้นะครับ


Let’s Sea Al FrescoRestaurant - Let’s Sea Al Fresco Resort


การเดินทางไป Let’sSea Al Fresco Resort ก็เดินทางไปไม่ยากนะครับ จากตัวเมืองหัวหินมุ่งหน้ามาทางเขาตะเกียบ วิ่งตรงเข้ามาเรื่อยๆ ผ่านโรงแรมไอบิส หัวหิน ทางซ้ายมือ แล้วอีกแป๊บนึงจะผ่านสวนสาธารณะชื่อทางการคือ “สวนศรี” แต่จะเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของตลาดคนเดินตอนกลางคืนชื่อ “Cicada Market” พอสุดตึกแถวหน้า “Cicada Market” จะมีซอยเล็กๆทางซ้ายมือตรงปากซอยจะเป็นที่จอดรถเวลามาเดิน “Cicada Market” (ที่เสียค่าจอดรถ 40 บาท) ให้เลี้ยวซ้ายมือเข้าซอยไปเลยครับ ขับตรงไปเรื่อยๆ ผ่านทางเข้า “สวนศรี” หรือ “Cicada Market” ทางซ้ายมือ ผ่านบ้านดวงแก้วรีสอร์ททางซ้ายมือแล้วเลี้ยวขวาหน้าบ้านดวงแก้วรีสอร์ทเลยครับ ขับตรงมาเรื่อยๆ ผ่านโรงแรมชมวิวทางซ้ายมือ Let’s Sea Al Fresco Resort อยู่เยื้องๆ กับประตูด้านหลังของ My Resort หัวหินเลยครับ Let’s Sea Al Fresco Restaurant อยู่ในสุดของรีสอร์ท ติดชายหาดเลยครับ






Let’s Sea Al FrescoRestaurant เป็นร้านอาหารหลักของ Let’sSea Al Fresco Resort ตอนเช้าๆก็จะเสิร์ฟa la cart breakfast กันที่นี่เลยครับ Let’s Sea Al Fresco Resort บรรยากาศดีทั้งวันครับ เนื่องจากร้านอาหารหันหน้าออกทางทิศตะวันออก เช้าๆ ก็มีแดดอ่อนๆ พอสายๆ – เที่ยงๆ แดดก็จะเริ่มตรงหัว พอบ่ายๆ - เย็นๆ ก็ไม่มีแดดแล้วครับ เพราะฉะนั้นจะมาทานมื้อเที่ยงหรือว่าจะเป็นมื้อเย็นๆ ก็จะได้บรรยากาศแดดร่มลมตกอยู่ตลอดเวลา ไม่ร้อน ยิ่งถ้ามาทานมื้อเย็นๆ ตอนแดดร่มลมตกจะยิ่งโรแมนติกใหญ่ครับ พอฟ้ามืดทางร้านก็จะจุดเทียนในโคมแก้วทั้งร้านเพิ่มให้บรรยากาศโรแมนติ๊กกก..... โรแมนติกเข้าไปใหญ่ครับ




สำหรับที่นั่งในร้านก็จะมีทั้งภายนอกและภายในอาคาร มีทั้งเป็นห้องแอร์และ open air หรือจะนั่งที่บาร์ก็ได้ครับ มีที่นั่งให้เลือกได้ครบทุกอารมณ์จริงๆ











เมนูของ Let’s Sea Al FrescoRestaurant ก็มีให้เลือกครบครับ เริ่มจากเครื่องดื่มน้ำผลไม้ ม็อคเทลใสๆ ค็อกเทลแบบไม่แรงมาก ไวน์ จนไปถึงบรั่นดี เมนูอาหารก็มีให้เลือกทั้งอาหารไทยและนานาชาติโดยจัดแบ่งหมวดหมู่แบบสากล appetizer สลัด ซุป maincourse และของหวาน








สั่งเครื่องดื่มมาจิบกันก่อนครับ Lemom & Honey ราคา 180 บาท




น้ำ Lemom & Honey รสชาติหวานลึก เปรี้ยวน้อยๆ มีกลิ่นหอมของทั้งน้ำผึ้งและเลมอน ช่วยทำให้สดชื่นดีจริงๆ ยิ่งมาดื่มในร้านที่บรรยากาศดีๆอย่างนี้ช่วยให้อร่อย สดชื่นขึ้นเป็น 3 เท่าครึ่ง อิอิอิ




เมนูแรกที่เราสั่งมาเป็น appetizer ก็คือ ยำส้มโอกับกุ้งย่าง ราคา 280 บาท





เมนูนี้รสชาติไทยแท้ๆเลยครับ  ยำส้มโอแบบไทยๆ ใส่แต่น้ำพริกเผานิดหน่อยไม่ใส่น้ำมันของน้ำพริกเผารสชาติเปรี้ยวนิดๆ ฉ่ำน้ำส้มโอมากๆ รสชาติเปรี้ยวนิดๆ ตามมาด้วยรสหวานน้ำส้มโอ แล้วก็มีรสแซ่บเล็กๆเท่านั้น .......เสียอย่างเดียว ....... เจ้าของบล็อกไม่ชอบที่ทางร้านใส่ถั่วลิสงบดหยาบๆ ....หยาบมากๆ ....... มาด้วยเลยครับ เคี้ยวแล้วติดฟัน เจ็บเหงือกไปหมดเลย น่าจะบดให้ละเอียดอีกนิดนะครับ



เมนูที่สอง ปอเปี๊ยะผักสด ราคา 240 บาท





เมนูนี้  “เหมือนถูกปล้น” ครับ ปอเปี๊ยะแบบเวียดนามไส้ผักธรรมดาๆ ไม่มีเนื้อตัวอะไรเลย มีแค่แป้งกับผักเท่านั้น แล้วเสิร์ฟมาแต่ 8 ชิ้น ราคา 240 บาท ปอเปี๊ยะแบบนี้ตามร้านอาหารเวียดนามทั่วไปขายกันอยู่ที่ 60 - 80 บาทเท่านั้น เจ้าของบล็อกเข้าใจว่าเป็นร้านในรีสอร์ท 5 ดาว แต่คิดราคา 240 บาทแพงไปนะครับ น้ำจิ้มก็รสชาติธรรมดามากๆ ทำก็ช้า ออกมาเป็นอย่างสุดท้ายเลย ทั้งๆที่ไม่มีอะไรเลย มีแต่แป้งห่อผัก ราคา 240 บาทไปเทียบกับจานอื่นเช่นสะเต๊ะไก่ (280 บาท) มีอะไรตั้งเยอะแยะกว่าเราไม่หนีกันเท่าไหร่เลย สรุปว่าไม่ปลื้มจริงๆครับเมนูนี้





เมนูต่อไป  ปีกไก่ทอดราดน้ำปลา ราคา 180 บาท




เมนูนี้อร่อยครับ  ปีกส่วนกลางของไก่ทอดมาแบบกรอบนอก นุ่มใน แล้วราดน้ำปลาปรุงรสหวานๆ เค็มๆ จะรับประทานกับน้ำจิ้มหวานๆเผ็ดๆก็อร่อย หรือรับประทานเปล่าๆก็เยียมครับ เมนูนี้เด็กๆต้องชอบแน่ๆ




เมนูของทานเล่นเมนูสุดท้าย  ไก่สะเต๊ะ ราคา 280 บาท





เมนูนี้อร่อยจริงๆครับ เนื้อไก่เลาะกระดูกออกหมดหมักกับเครื่องจนเข้าเนื้อ ได้กลิ่นผงกระหรี่อ่อนๆ ย่างมาแบบกำลังดีเลยครับ แค่สะเต๊ะไก่ก็อร่อยแล้วนะครับ ยังมีน้ำจิ้มรสเด็ดอีก มันเข้ากั๊นนน .... เข้ากันนนน .... ครับ น้ำจิ้มแบบข้นๆ มีรสหวานมันติดเผ็ดๆที่ปลายลิ้นเท่านั้น เป็นแบบที่เจ้าของบล็อกชอบเลยครับ .......... มาเสียตรงที่ทางร้านใช้ถั่วลิสงบดหยาบใส่ในน้ำจิ้ม .... หยาบเกินไปครับ พอทานไปแล้วติดฟัน ติดเหงือกพัลวัน เจ็บเหงือกไปหมดครับ แนะนำให้บดถั่วลิสงคั่วให้ละเอียดกว่านี้นิดนึงนะครับ อาหารจานนี้จะชนะเลิศมากๆ






เมนู  main course เมนูแรก หอยตลับผัดโหระพาไวน์ขาว ราคา 290 บาท






เมนูนี้คิดว่าคงจะถูกใจต่างชาติมากกว่าคนไทยครับ  เนื่องจากรสชาติอ่อนๆแต่หอมไวน์ขาวมากๆ หอยที่นำมาผัดก็สดครับ หวานเชียว หอมโหระพาอีกต่างหา เมนูนี้สั่งมากินเป็นกับแกล้มกับไวน์ขาวคงเริ่ดน่าดูเลยครับ เจ้าของบล็อกว่าสั่งมากินเป็นกับข้าวไม่ค่อยเข้ากันอ่าคราบ






เมนูต่อมา  ซี่โครงหมูอบสับปะรด ราคา 330 บาท





เมนูนี้ก็เริ่ดครับ ซี่โครงหมูทอดแล้วเอาไปอบกับสับปะรดและผักต่างๆ ได้น้ำซอส  3  รส  หวาน  เปรี้ยว และเค็มนิดๆ ซี่โครงหมูก็เปื่อยมากๆ แทบไม่ต้องใช้แรงในการจัดการ  น้ำซอสก็เข้าเนื้อมากๆครับ





แกงส้มเนื้อปลากะพงชะอบชุบไข่  ราคา 320 บาท




เมนูนี้เข้มข้น ถึงเครื่องมากๆครับ น้ำพริกแกงส้มออกเผ็ดน้อยๆ ตามด้วยรสเปรี้ยวๆ หวานๆ ผักที่ใส่ก็เปื่อยกำลังดี ที่สำคัญใส่ชิ้นปลากะพงทอดลงไปแกงในน้ำแกงชิ้นหนาๆ ใหญ่มากๆ แล้วก็เข้าน้ำแกงมากๆครับ เมนูนี้สุดยอดเลยครับ




ข้าวอบสับปะรด  ราคา 290 บาท




ข้าวอบสับปะรดจานนี้เจ้าของบล็อกเฉยๆ  นะครับ รู้สึกว่าไม่ถึงเครื่องยังไงไม่รู้ เนื้อสับปะรดก็น้อย เครื่องต่างๆก็น้อย มะม่วงหิมพานต์กับหมูหยองก็น้อย ที่เยอะที่สุดเห็นจะเป็นข้าวเท่านั้นละครับ




Let’s Sea Al FrescoRestaurant โดยรวมแล้วก็ถือว่าเป็นร้านอาหารที่บรรยากาศดีมากๆ บริการเยี่ยม กับข้าวก็อร่อยเป็นส่วนมากครับ ถ้าต้องการร้านอาหารบรรยากาศเยี่ยมๆก็เชิญที่ Let’s Sea Al Fresco Restaurant เลยนะครับ





Chubby Lawyer Cafe' ......................... ร้านอร่อย ....... ตามใจฉัน




SmileySmileySmiley




Create Date : 13 มกราคม 2559
Last Update : 13 มกราคม 2559 21:36:02 น.
Counter : 1010 Pageviews.

2 comments
  
ทนายอ้วน Food Blog
เจิมๆๆๆ
บรรยากาศดีนะคะ
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 13 มกราคม 2559 เวลา:22:25:01 น.
  
ฮ่า เหมือนถูกปล้น เลยเหรอคะ ให้คำจำกัดความดีจังเลยค่ะ เดี๋ยวจะจำไปใช้บ้าง

เป็นปกติของอาหารราคาแบบนี้กับโรงแรม 5 ดาวนะคะ และรสชาดจะไปในแนวฝรั่งมากกว่าคนไทยค่ะ เพราะคนไทยไปเดินหากินที่อื่นๆ ได้ ส่วนฝรั่งมักจะทานที่โรงแรมน่ะค่ะ แต่เห็นรีวิวแล้วอร่อยหลายเมนู ชักจะสนใจแล้วค่ะ น้องบอล
โดย: Sai Eeuu วันที่: 24 มกราคม 2559 เวลา:13:41:34 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ทนายอ้วน
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 132 คน [?]



Top บล็อกสูตรอาหาร