คิดถึงเชียงราย...

<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
30 กันยายน 2553
 

The Wrestler: เกียรติยศความฝันประโลมใจ






The Wrestler บอกเล่าเรื่องราวชีวิตช่วงบั้นปลาย Randy the Ram Robinson นักมวยปล้ำลิขิตชีวิตสลด เขาต้องคอยรับจ้างปล้ำอินดี้ตามโรงพละโรงเรียนมัธยมทั่วรัฐนิวเจอร์ซีย์ เพื่อแลกกับเศษเงินเท่าหยิบนิ้ว อาหาร รถบ้าน และความเคารพตัวเอง เห็นได้ว่าค่าเหนื่อยเพียงน้อยนิดที่เขาได้จากการปล้ำแต่ละครั้ง ไม่สามารถยัดเยียดข้าวสามมื้ออิ่มท้องได้ เขาจึงต้องรับจ๊อบจัดเรียงข้าวของในซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นอาชีพเสริม อาชีพเสริมที่สร้างประสิทธิผลทางการเงินมากกว่าอาชีพนักมวยปล้ำหลักที่เขารัก








แค่เริ่มเรื่องผู้กำกับ Aronofsky ก็สามารถบีบรัดอารมณ์คนดูให้คล้อยตามหนังได้แล้ว กับฉากที่ The Ram ต้องกัดนิ้วรับค่าเหนื่อยน้อยนิดจากโปรโมเตอร์หน้าเลือดไร้คำแย้งต่อรอง เมื่อ 20 ปีที่แล้ว The Ram เป็นที่ต้องการตัวของโปรโมเตอร์มวยปล้ำทั่วอเมริกา ปัจจุบันเขาไร้ซึ่งอำนาจต่อรองทางการเงิน ทำได้แค่ปล้ำ รับเงินแล้วแต่บุญวาสนา เมื่อเขาอยู่บนสังเวียนเขาคือสัญลักษณ์แห่งราชัน จากนั้นพอขับรถถึงบ้านเช่า สถานะราชันของ The Ram ก็แปรสภาพเป็น “ยาจก” ไร้ที่ซุกหัวนอน ถูกยึดกุญแจบ้าน ทนต่อสู้กับความหนาวเหน็บบนรถตู้โกโรโกโส ส่องไฟจ้องมองภาพเก่า ๆ ระลึกอดีตประโลมน้ำตา ชายหลังค่อมติดยา บ้างก็มีที่ซุกหัวนอน บ้างก็ไร้ที่ซุกหัวนอน ชีวิต The Ram วนเวียนอยู่กับ “ความฝันสวรรค์” และ “ความจริงอันหดหู่” วันแล้ววันเล่า








The Wrestler ไม่มีทางมาอยู่จุดนี้ได้ถ้ากำพร้าผู้กำกับอย่าง Aronofsky รวมถึงคนเขียนบท Robert D Segal ที่ไม่ได้บอกเล่าหนังให้เป็นเพียงแค่หนังกีฬาของคนขี้แพ้คนหนึ่ง หากยังสอดแทรกประเด็นใกล้ตัวคุณ...การจัดสรร การใช้ชีวิตให้เป็น อดีตที่ผิดพลาด ส่งผลให้คนข้างที่รักเราค่อย ๆ เหินห่างไป กว่าจะมารู้ตัวอีกทีก็ต้องติดหล่ม ตราหน้าเป็นมนุษย์ขี้แพ้ หนังเล่าเรื่องผ่านปรัชญาการใช้ชีวิตที่มีอยู่ให้เป็นต้องทำยังไง... โดยมีเรื่องราวในวงการมวยปล้ำมาเป็นเวทีให้ปรัชญาบริบทนี้ร่ายรำบนสังเวียนอย่างถึงกึ๋น! เช่นเดียวกับหนังชกมวยลุงมาร์ตินขึ้นหิ้งอย่าง Raging Bull ที่บอกเล่าชีวิตเจ้ากระทิงดุ Jake La Motta ตั้งแต่ครั้งรุ่งโรจน์สู่จุดต่ำสุด








การแสดงขั้นมหากาฬของ Mickey Rourke คือจุดแข็งสุดของหนังเรื่องนี้! โดยเฉพาะฉากช่วงแรกที่เขาส่องไฟมองภาพเก่า ๆ แล้ว Aronofsky ก็ค่อย ๆ เปิด Sound ที่ประพันธ์โดย Bruce Springsteen บีบอารมณ์คนดู Rourke สามารถสื่อคนดูรู้ถึง ความฝัน ความทุกข์ ความสุข ความผิดพลาด ผ่านแววตานักสู้เขี้ยวหักผู้นี้








Rourke แสดงให้คนดูเข้าใจว่า The Ram คือนักฝันผู้ป่าเถื่อนเพียงเปลือกนอก เขามีชีวิตอยู่เพียงเพื่อมอบความสนุกผ่านการแสดงบนเวที เป็นที่รักของแฟนมวยปล้ำ แต่เป็นที่ชังได้กระทั่งลูกสาวตัวเอง The Ram ไร้เพื่อนสนิท ลูกสาวเกลียดเขา ชีวิตยามว่างมีเพียง Cassidy (Marisa Tomei) นางระบำเปลื้องผ้าใกล้ปลดเกษียณ เป็นเพื่อนรู้ใจ เข้าใจ เขาเพียงคนเดียว ซึ่งทั้ง The Ram และ Cassidy ก็ได้เติมเต็มปมด้อยให้กันและกัน








Cassidy นางระบำผู้ต้องการ “การให้เกียรติตนเอง” The Ram ชายขี้แพ้ผู้ต้องการแค่ “หนทางแห่งทางออกปมชีวิตอดีต”








ฉากที่กระชากอารมณ์คนดูสุดยากจะกั้นน้ำตาอยู่ คือฉากที่ Stephanie (Evan Rachel Wood) ลูกสาว The Ram ไล่พ่อเธอออกจากบ้านชนิดไม่กลัวนรกถามหา Rouke แสดงท่าทางอาลัยอาวรณ์หลั่งน้ำตาตีบทกระจุย ส่วนนี้ของหนังเปรียบได้กับ “ดาบสองคม”








“จุดคม” การแสดงของ Rouke ตีบทแตกกระจุย เช่นเดียวกับฉากบ้าคลั่งในซุปเปอร์มาร์เก็ต

“จุดบอด” อารมณ์โศกจัดฉากที่ถูกยัดเยียดเข้าไปเกินอนุมานแห่งตรรกะการเดินของหนังดี ๆ สักเรื่องหนึ่ง มองด้วยเหตุและผลเป็นไปได้หรือว่าการที่คนมาสายคนนึงจะถูกไล่เยี่ยงนี้? ก่อนหน้านี้อารมณ์หนังกำลังเดินเนิบดุจสายน้ำ เพียงชั่วครู่พายุอารมณ์ก็ถูกกระโหมเชี่ยวกราก จนยากที่คนดู (บางคน) จะปรับอารมณ์ทันได้







ถ้าให้ตอบว่า “หนังเรื่องนี้ดีไหม” แน่นอนข้าพเจ้ายืดอกตอบเสียงดังว่า “ดี” แต่ยังไม่ใช่หนังดีที่สุดปี 2008 บทหนังมีจุดบอดอย่างละนิดละหน่อยตลอดช่วง ทำให้อารมณ์กระโดดบ้าง...สะดุดบ้าง... คล้าย ๆ นั่งจิบไวน์องุ่นกลั้วแม่โขง และด้วยความที่หนังเน้นการแสดงของ Rouke เกินไป เสมือน "Talk Show Rouke" นั่นจึงเป็นเหตุผลหลักว่าทำไม The Wrestler ถึงไม่ได้ติด 1 ใน 5 ภาพยนต์ยอดเยี่ยมออสการ์ปี 2008 ปีที่คณะกรรมการเลือกความเป็นเอกบทภาพยนตร์มากกว่า "Talk Show Actor” เฉกเช่น Rainman, Kramer vs. Kremer แต่เพียงเท่านี้ The Wrestler ก็ทำให้แฟนมวยปล้ำ/หนัง อิ่มเอมความสุขปนความเศร้าเหลือคณานับแล้ว กับเรื่องราวชีวิตนักมวยปล้ำตกอับ Randy The Ram Robinson ชายผู้มอบรอยยิ้มให้คุณ คุณ คุณ แล้วก็ คุณ แม้ตัวเองจะล้มเหลวเพียงใดก็ตาม...





Create Date : 30 กันยายน 2553
Last Update : 30 กันยายน 2553 13:02:06 น. 0 comments
Counter : 581 Pageviews.  
 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

Chrono_Trigger
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คิดถึงเชียงราย...
[Add Chrono_Trigger's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com