โลกอบอุ่นของทมยันตี ( 2 )
จาก...นิตยสารศรีสยามปีที่ 1 ฉบับที่ 3

          ประจำวันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2539  (หน้า 21)


สัมภาษณ์พิเศษ               

                                   มุติ





โลกอบอุ่นของทมยันตี


คนบางคนมีชีวิตอยู่ได้เพราะมีความรักหล่อเลี้ยง--รักพ่อแม่ รักเพื่อน รักสัตว์ รักต้นไม้

รัก...เมื่อใจบอกให้รัก ไม่มีเหตุผลอื่นใด ด้วยเป็นเรื่องของความรู้สึกผูกพันที่ก่อจากกาลเวลา...

สายใยแห่งความผูกพันจึงมีความอบอุ่นอ่อนหวานแทรกเจืออยู่เสมอ แม้ในบางครั้งเมื่อเหตุผลของการจากพรากมาถึง อาจทำให้ต้องเจ็บปวดและเสียน้ำตา

และถ้าการรักใครสักคน คือการลงทุนเพื่อให้ได้มาซึ่งความรักเป็นผลตอบแทน ความรักของสุภาพสตรีท่านนี้คงยิ่งใหญ่ เพราะเธอต้องการเพียงความสุขใจ--เมื่อได้รัก

“...นกตายก็ร้องไห้ หมาตายก็ร้องไห้ อะไรอย่างนี้ ซึ่งคนในบ้านขนาดที่เรียกว่า ถ้าดิฉันไม่อยู่แล้วนกตาย ลูกก็อุตส่าห์ลงทุนไปซื้อนกที่สีเหมือนกันมาใส่กรงให้ใหม่ เขานึกว่าดิฉันคงจำไม่ได้ ความจริงดิฉันจะจำได้หมดว่านกของดิฉันมีกี่ตัว สีอะไรบ้าง ต่อให้นกสีเขียวห้าตัว ดิฉันก็จำหน้าได้ ทำไมจะจำไม่ได้ว่าหน้าตามันเป็นยังไง เพราะเลี้ยงมาตั้งแต่เป็นลูกนก

“เขาบอกว่าหมาทั้งโลกเป็นของดิฉัน ขับรถชนเสาไฟฟ้า เย็บยังไงก็ไม่ว่า แต่อย่าขับรถชนให้หมาร้องเอ๋งนะ ดิฉันจะเอ็ดตะโรลั่น จะไม่ทำร้ายสัตว์ สิ่งใดที่เขาสู้เราไม่ได้ จะไม่ทำร้ายโดยเด็ดขาดทุกประการ แต่กับมนุษย์นี่สู้สุดใจขาดดิ้นเลย เพราะมนุษย์สติปัญญาเท่าเรา แล้วมนุษย์กับมนุษย์เท่านั้นที่รังแกกันมากที่สุด

“เสืออยู่ในป่าเราไม่ไปยุ่งกับมัน มันก็ไม่มายุ่งกับเรา ไม่หิวก็ไม่จับสัตว์ สังเกตมั้ยเสือที่อิ่มแล้วจะนอนเฉย กวางเดินผ่านก็ยังเฉย มันไม่เคยฆ่ากวางเพื่อเก็บเอาไว้หรือฆ่าเพื่อความสนุกเลย เพราะฉะนั้นถ้าดิฉันจะแข็งก็แข็งกับมนุษย์ แต่จะอ่อนโยนต่อสัตว์ต่อต้นไม้ ใครบอกจะตัดต้นไม้ ถอนหญ้า ยังคิดแล้วคิดอีก ไม่เคยฆ่าต้นไม้ด้วยซ้ำไป เพราะทุกอย่างในโลก เขาสร้างมาให้สมดุลกัน มนุษย์ไปทำลายเพียงเพื่อเราคิดว่าสิ่งนี้ดี หญ้าเขาเกิดมาคลุมพื้นที่ให้ประโยชน์แก่พื้นดิน เราเองที่บอกหญ้าไม่ดี อันนี้ไม่ใช่ เพราะเราเผาหญ้ากันดินถึงเสีย แห้งแล้ง

“ทุกสรรพสิ่งบนโลกมีคุณและโทษต่อกันเพื่อให้โลกสมดุล แต่มนุษย์เป็นสัตว์โลกที่ทำลายทุกอย่าง ทำให้โลกไม่สมดุล เพราะฉะนั้นดิฉันค่อนข้างจะแข็งต่อมนุษย์ ไม่ยอมแพ้มนุษย์ กับสัตว์โลก แม้แต่งูก็ไม่ตี คนที่บ้านเขามักเห็นงูกัน แต่ดิฉันไม่ค่อยเห็น ถ้าเห็นก็จะบอกว่าไม่ชอบนะ ไปให้พ้น ๆ หรือไม่ก็ชี้ว่ารั้วอยู่ตรงนั้นไปให้พ้นๆ ไม่ชอบ อย่าอยู่เลยเดี๋ยวเขาตีเอา งูก็เลื้อยหายไป ใคร ๆถามพูดกับงูรู้เรื่องเหรอ เราบอกพูดด้วยหัวใจ งูเป็นสัตว์จะรับรู้ทางใจ

“ถึงได้บอกว่า ถ้าเรามีเมตตาต่อสรรพสัตว์ แม่แต่กล้วยไม้ กล้วยไม้บ้านดิฉันนี่ เวลาออกดอกต้องขอบคุณด้วยนะ--ขอบใจจ้ะ--แล้วเขาจะออกดอกเรื่อยเลย เวลาดิฉันเอามือไปจับ ก็พูดด้วยใจชมเขาว่าสวยจัง ขอบใจ พอเห็นว่าเครื่องปลูกผุ ก็ไปซื้อกาบมะพร้าวมาแช่น้ำแล้วแซม ๆ เข้าไป เขาก็จะออกดอกให้ดูทั้งปี ไม่ค่อยใช้ปุ๋ย

“สัตว์ก็เหมือนกัน นกแถวนี้มีเต็ม บางทีมากินข้าวเป็นสิบ ๆ ตัว ได้เวลาไอ้กระจอกหลังบ้านมาทีเป็นร้อย สองโมงเช้าร้อง เสร็จแล้วอาบน้ำ น้ำไม่สะอาดก็มองหน้าด้วย ต้องเทน้ำให้ใหม่ ก็ไม่ใช่ขี้ใครนะ ของพวกมันแหละ ต้องล้างให้สะอาด พออาบเสร็จก็ผึ่งลม พอถึงเที่ยงอาหารกลางวันร้องอีกแล้ว สี่โมงเย็นพวกเขาจะกลับบ้าน ต้องเรียกขออาหารเย็น มันกินสามมื้อเลย ถ้าฝนจะตก สองโมงเย็นก็เรียกแล้ว ร้องโวยวายว่าจะกินบ้านนี้ เป็นขี้ข้านก ต้องเลี้ยง บินอยู่แถวนี้จำหน้าได้ด้วย ตอนนี้หายไปตัวหนึ่ง ยังเป็นทุกข์ว่าหายไปไหน”

สำหรับการเขียนนิยายสักเรื่อง จินตนาการเป็นสิ่งสำคัญ แต่อีกส่วนหนึ่งที่มิอาจปฏิเสธได้นั้น มาจากวัตถุดิบชั้นยอดที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน เธอเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆที่เก็บเกี่ยวไว้ ด้วยอารมณ์สนุกว่า

“คุณเคยนั่งริมถนนมั้ย ดิฉันชอบทำ ชอบมาก ๆนั่งตามป้ายรถเมล์ตรงหน้าศูนย์การค้า ดูคนเดินไปเดินมา แล้วคุณทายสีหน้า คนนั้นเขากลุ้มอะไร คิดอะไร เอ๊ะ...จะเปียแชร์ได้หรือเปล่า บางคนก็เดินหน้ามุ่ย เมียจะด่ามั้ยนะ บางคนก็หน้านิ่วคิ้วขมวด เราก็แต่งนิยายไปเรื่อย แต่ละคนที่เดินผ่านมา มีเรื่องบนใบหน้า คนเขาต้องว่าบ้าแน่เลย นั่งหัวเราะอยู่คนเดียว นั่งแต่งไปเรื่อย

“ผู้หญิงบางคนนุ่งกระโปรงสั้น ๆ การนุ่งสั้นต้องมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างยิ่ง ก้าวฉับ ไม่ใช่นุ่งสั้นแล้วเดินหนีบ เจ๊...ก็เจ๊อยากอวดแล้วหนีบไว้ทำไม พวกนุ่งกระโปรงสั้นแล้วข้างหลังยังผ่านิดนึง นึกออกมั้ยคะ พอก้าวลงจากรถเมล์ แควกเท่านั้นแหละ...เพลินจัง

“ภาพชีวิตมันเลื่อนไหลผ่าน แต่ก่อนนั้นขอทานได้วันละสามร้อยถึงสี่ร้อยบาท แต่เดี๋ยวนี้ได้วันละพันเจ็ด สัมภาษณ์ขอทานพม่ามา เห็นมั้ยคะว่ารายได้ดีกว่าทมยันตี นี่ก็นึกว่าจะไปนั่งเหมือนกันนะ (หัวเราะ) เครื่องมือก็ไม่ต้องไปหาที่ไหน ถ้วยพลาสติกที่กินกันแล้วโยนทิ้งนั่นแหละหามาวางไว้ คอยดูหน่อยว่ามันเต็มหรือยัง เต็มก็เทใส่ย่ามเราเท่านั้นเอง-รายได้ดี สรรพากรไม่เกี่ยว ไปด้วยกันไหม

แม้สังคมทุกวันนี้จะหม่นมัว แต่การใช้ชีวิตให้รื่นรมย์ก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากเรารู้จักที่จะปล่อยวางบ้าง

สานต่อความรู้สึกและอารมณ์ละมุนละไมของสุภาพสตรีท่านนี้ได้ใน ศรีสยาม ฉบับหน้า





Create Date : 03 สิงหาคม 2556
Last Update : 3 สิงหาคม 2556 12:28:43 น.
Counter : 875 Pageviews.

1 comments
  
ขอบคุณมากๆค่ะ
อ่านแล้วได้ข้อคิดมากเลยค่ะ
โดย: lovereason วันที่: 3 สิงหาคม 2556 เวลา:22:41:11 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

พ ชมภัค
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



เป็นคน...ยาก
ยากเป็น...คน
คน...เป็นยาก

โดยเฉพาะถ้าคิดจะบรรลุจุดมุ่งหมาย
...ยากยิ่งกว่ายาก

หนทางที่เต็มไปด้วยขวากหนาม ล้วนจำเป็นต้องเสียสละ เสียสละ...และเสียสละ

--------------------พระสนมเฉียนเฟย-----------


** ** ** ** **

อย่าได้คิดจะยอมแพ้และละทิ้งไปง่าย ๆ แบบนี้...

ก็อย่างที่ฉันบอกนั่นแหละ

ถ้าไขว่คว้าความฝันนี้ไม่ได้...
ก็เปลี่ยนเป็นความฝันอื่นเสียก็สิ้นเรื่อง

ยิ้มสักครั้งสิ ความสำเร็จ ชื่อเสียงไม่ใช่ปลายทาง

ทำให้ตัวเองมีความสุขต่างหาก... ถึงจะเรียกว่าคุณค่าและความหมาย

....ไม่ต้องกลัวหัวใจจะแหลกสลาย....

----------------โจว เจี๋ยหลุน (Jay Chou)-------
สิงหาคม 2556

 
 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
MY VIP Friends