ทมยันตี...ถนนสายนี้มีหัวใจ

จาก...นิตยสารศรีสยามปีที่ 1 ฉบับที่ 1

          ประจำวันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2539  (หน้า 23)

สัมภาษณ์พิเศษ            

                                 มุติ




ทมยันตี

ถนนสายนี้มีหัวใจ


ผู้ที่มีอารมณ์ละเมียดละไม อ่อนไหวต่อสรรพสิ่งรอบข้าง มักแสดงความรู้สึกเหล่านั้นให้ใคร ๆ ได้สัมผัสอยู่เสมอทั้งในยามตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ และว่ากันว่า บุคคลผู้มีความเปราะบางของอารมณ์มากเกินไป มักบดบังตัวเองไว้ด้วยความแข็งกร้าวห้าวหาญ น้อยคนนักที่จะสามารถทลายปราการนั้นได้

สุภาพสตรีผู้นี้ บอกกับเราว่า เธอมิใช่คนที่อ่อนไหวหรือโรแมนติก ขณะเดียวกันก็ไม่ได้มีความเข้มแข็งจนมากล้น เพราะเธอเป็นเพียงผู้หญิงที่เห็นโลกสวยงาม--เห็นสุนัขยิ้ม อีกาเต้นแร็พ คุยกับดอกไม้ใบหญ้า นก หนู ได้รู้เรื่อง ด้วยเหตุผลที่ว่า เธอมีความรักและมีหัวใจชื่นบานให้กับธรรมชาติ...เท่านี้ก็คงเพียงพอที่จะสร้างตัวละครอย่าง ‘โกโบริ’ และ‘อังศุ-มาลิน’ ให้เป็นที่รักและเข้าไปอยู่ในใจใครหลายคนมาทุกยุคทุกสมัยราวกับตัวละครคู่นี้เคยมีชีวิตอยู่จริง

ทมยันตี-นักเขียนที่ไฟแห่งจินตนาการไม่เคยมอดกับวันเวลาของการบรรจงแต่งตัวอักษรให้มีชีวิตโลดแล่นบนแผ่นกระดาษ--เธอว่า

“การเขียนหนังสือต้องวางพล็อต คือโครงเรื่องก่อนถือเป็นสิ่งสำคัญ นักเขียนจะต้องรู้จักเรื่องของตนตั้งแต่ต้นจนจบ ทันทีที่เริ่มต้นเขียนบรรทัดแรกนักเขียนต้องรู้ว่าบรรทัดสุดท้ายของตนเป็นอย่างไร พอวางโครงเรื่องเสร็จ ก็จะเป็นเรื่องของตัวละคร ซึ่งจะวางเฉพาะตัวเอกว่ามีกี่ตัว จากนั้นจึงเป็นฉาก เมื่อเรามีครบแล้ว ก็เป็นเรื่องของเวลาว่าจะเป็นอดีตหรือปัจจุบัน ยุคไหน เหมือนแปลนบ้านน่ะค่ะ ต้องเห็นรูปร่างในสมองทั้งหมด ส่วนรายละเอียด เฟอร์นิเจอร์นั้นว่ากันทีหลัง”

สำหรับชีวิตคน หนึ่ง คงไม่มีอะไรยิ่งใหญ่มากไปกว่า การได้คิดและทำในสิ่งที่หัวใจรักเรียกร้อง อย่างน้อยเพียงสักครั้ง แล้วจะพบว่าอะไรก็ตามที่เกิดจากความรักและวิญญาณที่แท้จริงนั้น--งดงามจนมิอาจวัดได้ด้วยเงินตรา

“...คนที่เขียนหนังสือต้องรัก ถ้าไม่รักอย่าทำ หนังสือนี่แปลก ตัวอักษรนี่แปลก ถ้ารักเขา เขาก็จะรักคุณ เชื่อดิฉันเถอะค่ะ เขาจะให้คำแปลก ๆ ออกมาเรื่อย ๆ แล้วคุณจะ เอ๊ะ คำนี้มาจากไหน อักษรทุกอักษรมีครูเหมือนปากกาเขาใช้คำว่าอักษรชรณี (อัก-สะ-ระ-ชะ-ระ-นี) แปลว่าแม่แห่งอักษร ปากกาเป็นแม่แห่งอักษร ดิฉันจึงไหว้หมด กราบกระทั่งปากกาและอักษรทุกตัว--ขอบคุณที่เลี้ยงดิฉันมา เพราะฉะนั้นถ้าคุณรักอักษร อักษรจะรักคุณ แล้วคุณจะมีความผูกพัน...”

คงเพราะความรู้สึกเช่นนี้กระมัง ที่ทำให้ทมยันตี-นักเขียนชื่อดังจากยุคสู่ยุค  ได้โคจรมาพบเพื่อนเก่าอย่าง  ‘ศรีสยาม’  อีกครั้ง--เพื่อนเก่าที่เคยเคียงข้างกันเมื่อนานมาแล้ว...

“หนังสือศรีสยามตอนนั้นดังมาก น่าเสียดายตอนที่เขาปิด แต่เมื่อจะเปิดอีกครั้งดิฉันก็ดีใจ เหมือนได้กลับบ้านเก่า เพราะมีความผูกพันกันมา เห็นหนังสือศรีสยามมาตั้งแต่แรกเริ่ม ศรีสยามทำให้ทมยันตีดัง เพราะคู่กรรม 1 ในศรีสยามตอนนั้น มีคนคอยซื้อเป็นแผ่น แล้วพอเวลาเจ้าโกโบริตาย เรียกว่าคนอ่านเดินร้องไห้ เขาบอกโกโบริตายเมื่อกี้นี้เองเพิ่งออกมาจากแท่นพิมพ์ คนยังไม่ทันซื้อศรีสยามก็ร้องไห้เสียก่อนแล้ว...

“ถ้าได้เปิดคู่กรรม 2 ในศรีสยาม จะถือว่าเป็นความสมบูรณ์ของนักเขียน แหม เสียดายจริง ๆ เลย...แต่ไม่เป็นไรนะคะ มี ‘ถนนสายหัวใจ’ อยู่ในศรีสยามยุคใหม่นี้ ถนนสายนี้ยาวมาก เส้นทางของศรีสยามก็คงยาวไกล...

“พล็อตเรื่อง ถนนสายหัวใจ ได้มาจากตอนไปนั่งอยู่ที่มารฺบัชใกล้ ๆ กับลูเซิร์น   เป็นเมืองที่แปลกมีช่องลมหนาวๆ...ตอนนั้นตื่นแต่เช้าวิ่งฝ่าหมอก แล้วได้ยินเสียงระฆังในหมอก รอบ ๆ ก็เป็นป่าช้า ป่าช้าฝรั่งจะสวย มีดอกไม้สวยเชียว ก็ไปเจอหลุมศพ ‘มาเรียน’--เพิ่งฝัง เราก็ไปยืนดูดอกไม้ดูหรีด ดูชื่อเขา ดิฉันพูดกับเขาว่าเสียใจนะมาเรียน พอฉันมาถึงเขาก็ฝังเธอแล้ว ...พอใกล้วันกลับ วันนั้นเป็นวันที่คุณวิศวนาถวิ่งหา เพราะดิฉันหายไปตั้งแต่บ่ายโมงแล้วกลับมาตอนทุ่มไปนั่งเล่นที่ป่าช้าเพราะชอบที่สุด ป่าช้าไทย แขก ฝรั่ง ไม่เคยกลัวเลยนะชอบไปคิดอะไรเงียบ ๆ ถ้าคุณนั่งให้ดี ๆ วิญญาณก็จะบอกอะไรคุณอย่างถ้าเราเข้าสมาธิเงียบ ๆ จะมีสัมผัสแห่งวิญญาณอ่อนโยน เขาจะเล่าอะไรให้เราฟัง บางทีแวบเข้ามาในความคิด...ตอนนั้นขึ้นไปลามาเรียน อากาศเย็นดี ฝนโปรยเป็นละอองลงมาเป็นฝอย ๆ คนก็ไม่มี เลยนั่งคิดอะไรต่ออะไร แล้วพล็อตเรื่อง ‘ถนนสายหัวใจ’ ก็ผุดขึ้นมาทันที สานเรื่องไปเหมือนกับเล่านิทานให้ตัวเองฟัง...

“เล่าไปตั้งแต่ต้นจนจบจากถนนสายหัวใจสายที่หนึ่งซึ่งทอดยาวไกลออกไป   ถนนสายนี้พิสูจน์หัวใจของคนบางคน มนุษย์เรานี่ ไม่ได้พิสูจน์ด้วยการกระทำ คุณวิศวนาถเคยบอกว่า  ให้มองคนเข้าไปในหัวใจเขา แล้วจะได้คำตอบที่ดี อย่าไปมองอะไรผ่าน ๆ เผิน ๆอย่าไปคาดหวังอะไร มองมนุษย์ควรจะมองเข้าไปถึงหัวใจเขา รักใครให้รักด้วยใจ ไม่ต้องไปสนว่าเขาจะมั่งมีขนาดไหน ถ้าหัวใจเป็นหัวใจทอง--ให้รักษาหัวใจนั้นไว้...”

หากในโลกแห่งความเป็นจริง เราสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ในหัวใจใครได้อย่างที่ตาเห็น สัมผัสใจของใครเหมือนได้เข้าไปนั่งอยู่ตรงกลาง--ความสุขในการใช้ชีวิตคงอยู่ไม่ไกล





Create Date : 25 มิถุนายน 2556
Last Update : 26 มิถุนายน 2556 11:13:15 น.
Counter : 655 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

พ ชมภัค
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



เป็นคน...ยาก
ยากเป็น...คน
คน...เป็นยาก

โดยเฉพาะถ้าคิดจะบรรลุจุดมุ่งหมาย
...ยากยิ่งกว่ายาก

หนทางที่เต็มไปด้วยขวากหนาม ล้วนจำเป็นต้องเสียสละ เสียสละ...และเสียสละ

--------------------พระสนมเฉียนเฟย-----------


** ** ** ** **

อย่าได้คิดจะยอมแพ้และละทิ้งไปง่าย ๆ แบบนี้...

ก็อย่างที่ฉันบอกนั่นแหละ

ถ้าไขว่คว้าความฝันนี้ไม่ได้...
ก็เปลี่ยนเป็นความฝันอื่นเสียก็สิ้นเรื่อง

ยิ้มสักครั้งสิ ความสำเร็จ ชื่อเสียงไม่ใช่ปลายทาง

ทำให้ตัวเองมีความสุขต่างหาก... ถึงจะเรียกว่าคุณค่าและความหมาย

....ไม่ต้องกลัวหัวใจจะแหลกสลาย....

----------------โจว เจี๋ยหลุน (Jay Chou)-------
มิถุนายน 2556

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
22
23
24
26
27
28
29
 
 
All Blog
MY VIP Friends