บังเกิดเกล้า





บังเกิดเกล้า

ซิ่ง  แทรกแซง ทำความหนักใจให้ซิ้มมาก ซิ้มเป็นเมียของพ่อซิ่งและเป็นแม่ของซิ่ง แถมยังรักซิ่งยิ่งชีวิต ซิ้มบอกทุกคนว่าแกสละชีวิตรักษาความเจ็บปวดของซิ่งได้

“ถ้าซิ่งนะค้า...เขาเจ็บนิ้ว ต้องตัดนิ้วก้อยทิ้ง ให้แม่ตายเสียดีกว่า ตายแทนนิ้วก้อยให้ซิ่งได้ค่า”

ซิ่งหันไปยักคิ้วกับเพื่อน ๆ แล้วว่า แม่เวอร์

ซิ่งได้สมญานามปัจจุบันของตัวมาจากเทคนิคการขับรถ เขาขับรถเร็วมาก เร็วจนเพื่อนซิ้มตาค้างมองรถคันที่แล่นอย่างบ้าระห่ำ ก่อนที่จะจำได้ว่าเป็นรถซิ้มแล้วโทรศัพท์บ่นปนบอกกล่าว เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยจนซิ้มต้องยอมรับกับตัวเองว่า ซิ่งขับรถน่ากลัวจริง ๆ

ซิ้มจึงมีฝันร้าย ฝันว่าสักวันหนึ่งแกตื่นขึ้นมา แล้วจะมีคนมาบอกว่า ซิ่งตายแล้วที่นั่นที่นี่

ฝันร้ายรองลงมาสำหรับซิ้มคือที่ซิ่งจะบาดเจ็บจนพิการ หากหนักหนานักซิ่งต้องทรมานมาก ซิ้มตัดสินใจจะฆ่าซิ่ง แล้วฆ่าตัวตายตาม ดีกว่าให้ซิ่งทนทุกข์ทรมาน แต่แน่ละ ซิ้มจะถามซิ่งก่อนว่า เขาอยากทนอยู่หรืออยากตาย หากเขาอยากอยู่แกจะคอยรับใช้ลูก หากเขาอยากตายซิ้มจะตายตาม ถ้าไม่มีลูก ซิ้มก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม ผัวนั่นหรือ ลงจากบ้านไปไม่กี่ก้าวก็กลายเป็นผัวคนอื่นได้ ซิ้มไม่ใส่ใจอาลัยอาวรณ์หรอก

และเพราะซิ้มอยู่ในโลกมานานกว่า ดูป๋าของซิ่งขับรถชนมานับร้อย ๆ ครั้ง ซิ้มจึงห่วงซิ่งนัก

ป๋าขับรถเงอะงะ ชนบ่อยแต่ชนเพียงสะกิดแผ่วเพราะแกขับไปช้า ๆ ระวังคนรอบด้าน

ซิ่งแคล่วคล่อง ชนน้อยแต่ชนหนักทุกครั้ง ซิ่งอายุยังไม่ถึงทำใบขับขี่ แต่ก็ขับรถเหมือนที่เพื่อน ๆของซิ่งทุกคนขับ ให้คนขับรถไปส่งก็ไล่คนขับลงกลางทาง บางทีก็ขโมยรถออกขับเที่ยวกลางคืนหรือไม่ก็ขับรถเพื่อนหรือเอารถไปให้เพื่อนขับ เด็กวัยรุ่นขับรถเงินล้านทั้ง ๆ ที่ไม่เคยหาเงินเข้าบ้าน พวกลูกบังเกิดเกล้า!

ซิ้มไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ว่ากล่าวตักเตือนลูกเขาก็รำคาญแล้วเพื่อน ๆ เขาก็ทำกันทั้งนั้น จะให้ผิดประหลาดอยู่คนเดียวหรือไง

ครั้งหนึ่งซิ้มตื่นขึ้นมา ซิ่งมายืนเรียกอยู่ข้างเตียงบอกว่าขับรถไปชนท้ายเขา คู่กรณีมาคอยเอาเรื่อง สองผัวเมียเค็ม ๆ แก่ ๆ ขับรถเก่า ๆที่พอถูกชนก็ต้องซ่อมเอาทั้งคัน

ซิ้มใจหายวาบ ดีใจที่ซิ่งยังปกติดี แต่ก็ยังใจหาย ซิ่งใส่กางเกงขาสั้นเสื้อยืด บัตรอะไรก็ไม่พกหากไปรถชนลำบากที่ไหน ใครจะมาตามซิ้มไปช่วยลูกได้ถูกที่ทันเวลา

แล้วรถทุกคันมีประกัน ซิ้มว่าจะโทร.เรียกประกัน

ซิ่งบอกว่าคันที่ชนไม่ได้ประกันไว้ ซิ้มบอกซิ่งเอง

ใช่ รถคันนั้นไม่มีประกันอยู่คันเดียว ก็ไม่มีใครใช้ขับ จะประกันให้เสียเงินทำไม

แล้วเมื่อรู้ ๆ อยู่ว่าขาดประกัน ทำไมไม่เอาคันอื่นออกใช้

ซิ่งว่า ก็คันนั้นมันอยู่ไกลห้องนอนซิ้มที่สุด ซิ่งเกรงใจกลัวซิ้มตื่นตอนเอารถออกตอนดึก ขับไปไม่มีใครคิดนี่นาว่าจะชน

หน้าตาซิ่งเริ่มเอือมแม่แก่ ๆ ขี้บ่น

แม่ก็ไปจ่ายเงินให้เขาเขาคิดกระทั่งรูปลอกจากเมืองนอกเล็ก ๆ สองรูปหกร้อยบาท มันเสียรูปเดียว ซิ้มว่าเขาว่าต้องเปลี่ยนทั้งคู่ ลูกคุณไม่มีใบขับขี่ เขาขู่สำทับมา

ซิ้มตัดใจ ช่างมัน ไม่ถึงแสน ถือว่าเป็นบทเรียนให้ซิ่งระมัดระวังต่อๆ ไป

* * *

ซิ่งเริ่มคบเพื่อน เริ่มมีผู้หญิงตอแย บางคนพ่อแม่ไม่สั่งสอน โทร.มาตอนตีสองตีสาม ซิ่งหลับสนิท ซิ้มออกไปรับสาย พอเสียงซิ้มตอบไปสาวเธอก็วางสาย

หนักเข้าซิ้มก็ไม่ไหว เธอพูดขอให้ผู้หญิงเขาเลิกโทร.หลังเที่ยงคืน ซิ้มต้องทำงานนอกบ้านด้วย

เขาโกรธซิ้ม ลูกชายว่าแม่ยุ่ง ซิ้มเริ่มถอดสายโทรศัพท์ก่อนเข้านอน คนแก่ ๆ นอนดึกตีสองตีสามมันไม่ไหวแล้วมันเป็นอย่างนี้แทบทุกคืน

ซิ่งเริ่มรำคาญซิ้ม เขาไม่เข้าใจว่ากายสังขาร ภาระรับผิดชอบทั้งในและนอกบ้าน ทำให้ซิ้มต้องรักษาสุขภาพต้องนอนให้พอ

อาเฮียก็ชักโกรธ หาว่าซิ้มเอาใจ ตามใจลูกมากไป

อาเฮียบอกว่า เมื่อเด็ก ๆเฮียลำบากไม่เคยสบายเหมือนซิ่ง อยู่บ้านเหมือนวัง เสื้อผ้าเต็มตู้ มีรถนั่ง มีรถขับไปโรงเรียนโก้ ไม่ดูหนังสือ ไม่ทำการบ้าน ซิ้มฟังแล้วส่ายหน้า น้ำตาตก ซิ่งยังบ่นว่าไม่สุขสมบูรณ์เท่าเพื่อน ๆ บางคน

ซิ้มให้ลูกให้ผัวจนตัวล้า เริ่มเป็นโรคเครียดสาหัส หงุดหงิด

ซิ่งยิ่งรำคาญแม่

* * *

ซิ่งเที่ยวตลอดแทบไม่อยู่บ้าน เพื่อน ๆ โทร.มาน้อยลง คงไปเจอกันที่อื่น

แม่สาวรอบดึกนั่นก็เงียบไป ซิ้มเริ่มนอนได้ ไม่ต้องถอดสายโทรศัพท์ จะถอดทีไรให้กังวลทุกที กลัวญาติแก่ ๆอาการหนักกลางดึกแล้วตามตัวหัวเรี่ยวหัวแรงไม่ได้

แต่ต้องรักษาสุขภาพตัวก่อน ล้มไปอีกคนใครจะดูลูก ปรนนิบัติเฮียพักนี้เฮียเหนื่อย แกกำลังจะขยายงาน

แล้วฝันร้ายแรงของซิ้มก็มาเยือน เป็นฝันร้ายที่จะอยู่กับซิ้มจนลมหายใจเฮือกสุดท้าย

ตีสาม เสียงโทรศัพท์ดัง

เขาถามว่านั่นบ้านซิ่งใช่ไหม

ซิ้มว่า “ใช่”

เขาว่า “นี่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ซิ่งรถชนนอนอยู่ที่นี่ ให้ญาติมาหา”

“เขาจะตายไหม”

“ไม่ตาย...ยังไม่ตาย”

“หนักไหม”

“ไม่รู้ ยังไม่ได้เช็ดเลือด”

ซิ้มวิ่งออกไปทั้งชุดนอน รถหลายคันกุญแจอยู่ไหน ไม่รู้ ช่างมัน ไปหาลูก ไปเร็วที่สุด

โรงพยาบาลห่างบ้านเท่าไหร่ สามกิโลฯ ห้ากิโลฯ เจ็ดกิโลฯ วิ่งซี ยิ่งวิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งใกล้ลูกไปเท่านั้น

ซิ้มออกวิ่ง ซิ้มไม่เคยวิ่งตั้งแต่เกิด ตอนเรียนตกวิชาพละศึกษา

รถผ่านมา ซิ้มโบกเรียก รถผ่านเลยไปคันแล้วคันเล่า

จากในซอย ซิ้มวิ่งบนถนนใหญ่ ถึงสะพานข้ามคลองแล้ว อีกไกลไหม แต่ใกล้ซิ่งเข้าไปเรื่อย ๆ

รถโดยสารผ่านมา มีคน ซิ้มโบก เขาจอด

“ลูกอยู่โรงพยาบาล รถชน”

“อ๋อ...เมื่อกี้เห็นซากรถ...รอดยาก”

“รอดแน่ โรงพยาบาลบอกรอดแน่”

คนขับยักไหล่

เขาจอดหน้าห้องฉุกเฉิน ซิ้มโยนเงินใบใหญ่ให้ ผู้หญิงรีบแค่ไหนก็ไม่ลืมกระเป๋า

วิ่งเข้าในห้อง ลูกแม่นอนอยู่ เขาเรียกแม่แล้วหลับต่อ

เลือดอาบหน้าลูก แผลเต็มไปหมด หน้าลูกจะเป็นผี จมูกยุบ

แกเอาหน้าชนกระจก ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย

ลูกจ๋า...

เมาด้วย

ลูกแม่ กระดูกหักไหม ซิ้มคลำไปทั่วตัว

กระดูกไม่หัก ไตคงฉีก ม้ามอาจช้ำกระแทกพวงมาลัยเต็มแรง ต้องตรวจละเอียด

“เอ้อ...คุณพี่มีเงินไหม เราโรงพยาบาลหลวง อาจรักษาไม่ได้เต็มที่ หาหมอถูกใจเอาที่โรงพยาบาลเอกชนดีกว่า”

มีเงินไหม มีซี ไม่มีก็จะหาให้มีจนได้

โรงพยาบาลไหนดี

เอาเอกชนที่ใกล้ที่สุด ลูกแม่ เจ็บไหม ลูกแม่ อย่าตายนะ

รถจากโรงพยาบาลเอกชนมารับ ชายสองคนจะมาอุ้มลูก

“เปลสอดอยู่ไหน!” ซิ้มเสียงเขียว

“ไม่ได้เอามา”

“กลับไปเอามา เดี๋ยวนี้เลย”

ไอ้บัดซบสองตัวยอมแกะเตียงจากรถพยาบาล บุญที่ซิ้มเคยฟังจากหมอ เขาว่าคนเจ็บส่วนใหญ่พิการเพราะการอุ้มที่ผิดพลาดมากกว่าเพราะอุบัติเหตุ

เขาหามเปลลูกขึ้นรถ รถเหวี่ยงอาซิ่ง ซิ้มนั่งประคองหัว มืออีกข้างยึดลำตัวมั่นไว้ ซิ้มยังอยู่ ลูกไม่ต้องกลัว ไอ้ระยำพวกนี้มันขับรถไม่ถนอมคนไข้เลย

ถึงโรงพยาบาล ซิ้มโล่งอก แพทย์เวรมายืนมอง

เอาคนไข้ไว้ห้องนี้ หมอผ่าตัดมาถึงเก้าโมงเช้า

เวลาเพิ่งตีสี่กว่า ๆ

“โทร.เรียกหาหมอศัลยกรรมพลาสติกที่เก่งที่สุดในประเทศเดี๋ยวนี้เลย”

“แพงนะ”

“แล้วไงล่ะ อั๊วมีเงิน”

มีหรือไม่มี ไม่รู้ แต่ต้องมี จะให้อาตี๋หน้าเป็นผีได้อย่างไร ยังเด็กนัก คนอื่นมองไม่ว่า แต่ที่อาตี๋ต้องมองตัวเองแล้วร้องไห้ไปตลอดชีวิต ให้แม่ตายแทนดีกว่า

“ใครออกค่าโทรศัพท์” หมอเวรถาม

ซิ้มกระชากคอมันเลย

“เก็บรวมกับค่าห้อง!”

“จะเปิดห้องหรือ?”

หมอเวรไม่รอคำตอบ ดูหน้ารู้ว่าซิ้มฆ่ามันได้

ไม่กี่นาทีต่อมา รายชื่อหมอศัลยกรรมพลาสติกก็มาถึงมือซิ้ม

ซิ้มไม่รู้จักสักคน ไม่เคยคิดเสริมดึงแต่งกับใคร

คนหนึ่งนามสกุลคุ้น ๆ ใช่ คนนี้นามสกุลเดียวกับหมอศัลยกรรมที่แต่งงานกับเพื่อนรุ่นพี่ ถ้าเป็นลูกหมอคนนี้ เชื้อไม่น่าจะทิ้งแถว

เอาคนนี้แหละ

ผ่าตัดอยู่ตั้งแต่ตีห้าถึงเก้านาฬิกา แม่ติดต่อห้องผ่าตัดทุกสองสามนาที เฮียวิ่งตามมาถามอาการแล้วไปทำงาน ส่ายหน้าว่าลูกช่างหาเรื่อง

แล้วซิ่งก็ออกมา ผ้าปิดเต็มหน้า แต่หมอให้แม่ดูแผล แผลเรียบร้อย รักษาดี ๆจะไม่มีรอยเลย

รักษาเครื่องในที่แตกร้าว ลูกจะอ่อนแอไปเป็นปี แต่คนอายุน้อยฟื้นเร็ว

ลูกฟื้นเป็นระยะ ๆ เพื่อน ๆ มาเยี่ยมมากมาย วัยรุ่นวุ่นแต่เพื่อน

ซิ้มเฝ้าลูก บริษัทถูกขโมยเข้า คงคนในฉวยโอกาสเอาตอนนายวุ่น อาเฮียเครียดจัด

“ลื้อมันไม่รู้จักปิดกุญแจห้องทำงาน ยึดกุญแจจากเด็กนั่น เด็กมันไม่รู้เรื่อง ของหายมากมาย”

“ต้องดูลูกก่อน”

“ไอ้ยุ่งคนนี้ ก่อเรื่องไม่มีสิ้นสุด”

“อย่าว่าลูก ลูกไม่ตายก็ดีแล้ว”

“ตายไปหมดเรื่องหมดราว!”

“เฮีย...แกไปเลย ไปจากลูกอั๊วเลย พ่อหมา ๆ”

เฮียไปแล้ว เขาว่าซิ้มบ้า ซิ้มดีใจ จะได้ดูลูกให้หนำใจ

ลูกหายวันหายคืน ซิ้มเริ่มบ่นซิ่ง รถพังยับ ประกันเบี้ยว รถถูกลากจากอู่โน้นไปอู่นี้ ไม่มีใครรับซ่อม ขอรับเงินประกันซึ่งก็ขาดทุนหลายแสน เขาก็อิดออดจนสุดท้ายสูญเปล่า

ค่ารักษาลูกชายแสนแพง แต่คุ้ม

ค่าถูกคนงานโกงเป็นล้าน

เฮียก็ทิ้งซิ้มไป เฮียโมโหที่ซิ้มเอาใจลูกมากมาย

แต่ซิ้มได้ช่วยซิ่ง ช่วยให้ซิ่งได้เกิดอีกหนจากที่ได้ให้กำเนิดเมื่อสิบหกปีที่แล้ว

ซิ้มภูมิใจ

ซิ่งเริ่มออกเที่ยว ยังไม่พ้นระยะพักฟื้นเลย

ซิ้มตักเตือน ซิ่งมองแม่อย่างเบื่อหน่าย

“เฮียเขาก็ไปแล้ว เขาว่าแม่เอาใจซิ่งเกิน”

“ไม่มีใครอยู่กับแม่ได้ แม่เจ้าอารมณ์ ขี้บ่น บ่นทุกเรื่อง บ่นงานหนัก บ่นไม่มีเงิน บ่นไม่พอใจลูก ไม่รู้จะเอาอย่างไร”

“ซิ่งชนคราวนี้แม่หมดหลายล้าน”

“ก็ประกันจ่าย”

“เขาไม่จ่าย ค่าใต้โต๊ะตำรวจก็เยอะ เพราะซิ่งเมา”

“อย่ามาทำให้ผมเครียด”

ซิ่งออกจากบ้านไป

ซิ่งหายหน้าไปเป็นปีแล้ว ไม่เคยมาหาซิ้ม ไม่เคยติดต่อมา

ซิ้มได้ยินข่าวซิ่งจากคนโน้นคนนี้ ปลอบใจตัวเองว่าถ้าเขาสุขก็ดีแล้ว หากเขาทุกข์เขาคงกลับมาหา

มีคนถามซิ้มว่า ลูกอย่างซิ่ง ซิ้มยังยินดีแลกนิ้วก้อยเขาด้วยชีวิตไหม

ซิ้มไม่ตอบ แต่รู้อยู่แก่ใจว่า ยอม

เพราะความรักที่เราให้ ไม่หวังอะไรตอบแทน

แล้วซิ้มก็ไม่เคยนอนตาหลับ โทรศัพท์ทุกครั้งกลางดึก ซิ้มจะเตรียมพร้อมเพราะซิ่งอาจจะเรียกมาจากที่ไหน ที่เขาลำบากอยู่

คอยให้ซิ้มช่วย...


จาก...ขายหัวเราะ ปีที่ 9 เล่มที่ 275 

ประจำวันอังคารที่ 8-14 พฤศจิกายน 2537



ชมภัค  ขอจารึกไว้ แด่...

'แม่' ผู้มีความรักให้ลูกเต็มหัวใจ

และ 'ลูก' ที่ตระหนักซึ้งถึงค่าความรักของ 'แม่'




Create Date : 07 กรกฎาคม 2556
Last Update : 25 สิงหาคม 2556 13:52:11 น.
Counter : 525 Pageviews.

1 comments
  
น่าสงสาร แต่ถีงไงก็หัวอกของพ่อแม่ T T
โดย: มาโซคิส วันที่: 7 กรกฎาคม 2556 เวลา:16:36:38 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



พ ชมภัค
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



เป็นคน...ยาก
ยากเป็น...คน
คน...เป็นยาก

โดยเฉพาะถ้าคิดจะบรรลุจุดมุ่งหมาย
...ยากยิ่งกว่ายาก

หนทางที่เต็มไปด้วยขวากหนาม ล้วนจำเป็นต้องเสียสละ เสียสละ...และเสียสละ

--------------------พระสนมเฉียนเฟย-----------


** ** ** ** **

อย่าได้คิดจะยอมแพ้และละทิ้งไปง่าย ๆ แบบนี้...

ก็อย่างที่ฉันบอกนั่นแหละ

ถ้าไขว่คว้าความฝันนี้ไม่ได้...
ก็เปลี่ยนเป็นความฝันอื่นเสียก็สิ้นเรื่อง

ยิ้มสักครั้งสิ ความสำเร็จ ชื่อเสียงไม่ใช่ปลายทาง

ทำให้ตัวเองมีความสุขต่างหาก... ถึงจะเรียกว่าคุณค่าและความหมาย

....ไม่ต้องกลัวหัวใจจะแหลกสลาย....

----------------โจว เจี๋ยหลุน (Jay Chou)-------
กรกฏาคม 2556

 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
7 กรกฏาคม 2556
MY VIP Friends