|
|
| | 1 | 2 | 3 |
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
ปลูกบ้านย้อนยุค (ปั้นหยา)
ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กอยากจะมีบ้านไม้สักหลัง เนื่องจากตัวเองเป็นคนที่ชอบของเก่าแต่ต้องเป็นของเก่าที่ใช้งานได้นะ ประเภทของเก่าแต่พังแล้วเอามาตั้งโชว์เฉยๆไม่ชอบ เริ่มเลยค่ะ..คือไปได้ไม้เก่าที่บ้านเศรษฐีย่านสุขุมวิท 49 เค้าทุบบ้านทิ้งเพื่อสร้างคอนโด เลยเป็นโชคดีของเราได้ไม้อย่างดีทั้งหนาและยาวมาในราคาที่แสนถูก ก็เลยรีบคว้าไว้ก่อนเอามากองไว้ที่บ้านประมาณ 4 คันรถหกล้อ สภาพบ้านตอนนั้นดูไม่ได้เลยโรงรถกลายเป็นที่กองไม้ เลยเถิดไปถึงในสวน จะทำยังไงดีหละทีนี้ เห็นที่ติดกันข้างบ้านเค้าซื้อไว้แล้วไม่ได้มาสร้างก็เลยสืบหาเจ้าของจนเจอขอซื้อที่เค้ามา เค้าขายให้ในราคาประเมินของกรมที่ดิน วันที่ไปโอนที่ที่กรมที่ดิน(ขอเม้าท์หน่อย) เจ้าของเป็นนายพลตำรวจเอกตอนนี้ใหญ่มาก เรานัดกับภรรยาแกตอน 10 โมงเช้าที่ที่ดิน เรารอ ร๊อ รอ ถึงบ่าย 2 แกโทรมาให้คนขับรถถามทาง ระหว่างที่เราคุยโทรศัพท์อยู่กับคนขับรถของแกได้ยินเสียงแกดังเข้ามาในโทรศัพท์ว่า "นั่งพักก่อนเดี๋ยวค่อยไป" โอ้แม่เจ้านัดกับตรู 10 โมงเช้า เจ๊โผล่มาบ่าย 3 โมง พนักงานกลับบ้านหมดแล้ว เราต้องขอร้องให้เจ้าหน้าที่อยู่รอเจ๊แกหน่อย พอมาถึงเดินผมตีโปร่งกางร่มคอเชิดมองเราหัวจรดเท้าเลย เรารีบทำเรื่องโอนให้เสร็จกลับบ้านลบเบอร์โทรแกออกจากเครื่องเลย ใหญ่แค่ไหนถ้านิสัยแบบนี้ก็ไม่ขอเสวนาด้วยหรอก
เอาเข้าเรื่องต่อ พอได้ที่มาก็ให้ลุงบัวลี ช่างไม้คู่เวรคู่กรรมของเราสร้าง ที่ต้องบอกคู่เวรคู่กรรมเพราะแกรับจ้างทำงานซ่อมแซมบ้านให้เรามานานแล้ว และทุกงานจะต้องรบรากับแกตลอด เพราะแกมาทำงาน 2 วัน หายไปเป็นอาทิตย์ ต้องคอยตามตลอด บ้านหลังนี้แกสร้างคนเดียวตั้งแต่ฐานรากเลย ประตูหน้าต่างทุกบาน รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์แกทำเองหมด มีลูกน้องช่วยคนเดียว ตอนนี้ 2 ปีครึ่งแล้วยังไม่เสร็จเลย แกสร้างบ้านไปเราก็ต้องลุ้นไปว่าจะออกมาเป็นยังไง ห้องน้ำ ประตู หน้าต่างอยู่ตรงไหนเราไม่รู้หรอกเพราะไม่มีแบบ แบบอยู่ในหัวแก สร้างไปเราก็ร้องอ๋อไปตลอดว่าอ๋อ..บันไดอยู่นี่เอง อ๋อ..ห้องนอนอยู่นี่เอง ฯลฯ
พรุ่งนี้มาโพสต่อนะ
ลุงบัวลีกับยูนิฟอร์มหนังแท้ประจำวัน
ขั้นตอนแรกเลยเราให้โจทย์ลุงว่าต้องการบ้านทรงปั้นหยาประมาณสมัย ร.5 - ร.6 พอดีรู้จักกับอาจารย์วราภรณ์ซึ่งเป็นเพื่อนต่างวัยของเราและเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์บางกอก ตั้งอยู่แถวบางรัก อาจารย์เป็นคนใจบุญมากยกบ้านโบราณพร้อมที่ดินและของโบราณในบ้านทั้งหมดให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน แต่ตอนนี้อาจารย์ต้องนั่งปวดหัวปนช้ำใจกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่แย่ๆ เล่าแล้วยาวเก็บเรื่องของอาจารย์ไว้ก่อนละกัน เอาเป็นว่าพาลุงไปดูแบบบ้านของอาจารย์ที่ยกให้แผ่นดินไปแล้ว แล้วลุงก็กลับมาวางแผนคัดแยกไม้ที่กองพะเนินอยู่ว่าจะเอาชื้นไหนไปทำอะไร


จากกองไม้เก่าๆดำๆ ลุงเอามาขัดมาไสจนจำสภาพเดิมไม่ได้ ไม้บางชิ้นภายนอกดูแย่มากทั้งเก่าและเหมือนจะผุ แต่พอไสปุ๊บเนื้อไม้ข้างในทั้งสวยทั้งดีอย่างไม่น่าเชื่อ ไม้ชุดนี้ที่ได้มาประตู หน้าต่าง บานมุ้งลวดของประตูและหน้าต่าง บรรได พื้น ทั้งหมดเป็นไม้สัก ส่วนไม้ตรง คาน แปร เป็นไม้เต็งไทยและไม้ตะเคียน หนา 2" หน้า 8" ตอนซื้อไม่รู้ว่าพวกประตู หน้าต่าง จะเป็นไม้สักเพราะเจ้าของเดิมทาสีน้ำมันทับไว้เราคิดว่าคงเป็นไม้ไม่ดีเลยทาสีทับไว้ ตัวบ้านก็เป็นปูน พอลุงขัดไสออกมาเท่านั้นแหละ...ได้แต่ยิ้มมม...
คัดไม้ไสไม้เสร็จก็เริ่มตั้งเสาตอนตั้งเสาบ้านเราเป็นคนที่ไม่ค่อยจะใส่ใจเรื่องพิธีกรรมต่างๆ ลุงบัวลีขอร้องว่าให้ทำพิธีตั้งเสาเอกหน่อยก็เลยตามใจลุง ลุงเลยต้องเป็นคนไปหาฤกษ์ยามพร้อมทั้งคนทำพิธีและของเซ่นไหว้ต่างๆ ส่วนเรามีหน้าที่จ่ายเงิน จากนั้นลุงบัวลีก็สร้างบ้านไปเรื่อยๆ จากหน้าร้อนมาฝน จนปลายฝนต้นหนาวผ่านไปสองรอบจะเข้ารอบที่สามแล้วก็ได้บ้านหน้าตาออกมาประมาณนี้ค่ะ


ด้านนอกของตัวบ้าน ระเบียงบ้านด้านล่างยังทาสีไม่เสร็จ ชาวบ้านที่คอยตามดูผลงานบ่นเสียดายว่าทาสีทำไม น่าจะโชว์เนื้อไม้ (ฝาบ้านเป็นไม้สัก) เนื่องจากในยุคนั้นเป็นยุคที่คนไทยกำลังรับวัฒนธรรมของยุโรปมาบ้านเรือนต่างๆ ก็จะทาเป็นสีน้ำมัน


หน้าต่างที่ได้มาเป็นหน้าต่างยุคใหม่ เลยให้ลุงเลาะออกทำใหม่ให้เป็นเกร็ดและบานชั้นในกระทุ้งได้ตามแบบของยุคสมัยนั้น


ระเบียงหน้าบ้านหันหน้าเข้าหาบ้านหลังเก่า เวลาจะเรียกแม่บ้านมาหาทีต้องเดินไปตาม เลยทำข้อตกลงกันกับแม่บ้านว่าถ้าได้ยินเสีงตีระฆังให้วิ่งมาเลย จีงเป็นที่มาของการติดระฆังไก่ไว้ที่เสาหน้าระเบียงบ้าน ตีทีเสียงดังได้ใจดีเหลือเกิน ส่วนพื้นระเบียงด้านล่างก็หากระเบื้องลายโบราณมาปู


ส่วนของครัว เคาน์เตอร์ลุงทำให้ส่วนตู้กับข้าวเป็นของเก่าเยอรมัน มุมทานอาหารโต๊ะกินข้าวเป็นของเก่าที่มีอยู่เอามาทำสีใหม่ บังเอิญได้เก้าอี้เก่าเยอรมันมาเข้าชุดกัน มุมดื่มกาแฟเพื่อนชาวเยอรมันหิ้ววิทยุโบราณมาจากเยอรมันเลยบังคับให้ขายมาซะ เสียงดีมากเปิดฟังแล้วได้อารมณ์บ้านๆดี สาเหตุที่เรียกเป็นมุมต่างๆ เพราะชอบบ้านที่โล่งโปร่ง ชั้นล่างก็เลยไม่กั้นห้อง
พรุ่งนี้มาพาทัวร์ต่อค่ะ


ยังอยู่กันที่ชั้นล่างค่ะ ส่วนของเคาน์เตอร์ชงกาแฟจะเชื่อมต่อกับครัว ซึ่งจะมีห้องน้ำอยู่ใกล้ๆกัน อีกส่วนเป็นมุมนั่งเล่นเชื่อมต่อกับส่วนที่ทานอาหาร


บันไดขี้นชั้นสอง โถงช่องแสงใส่กระจกลายสีเขียว ขี้นไปซ้ายมือจะเป็นห้องน้ำแยกส่วนของห้องแต่งตัวกับห้องน้ำ


ภายในห้องแต่งตัว ตู้เสื้อผ้า เคาน์เตอร์ ฝีมือลุงบัวลี


ขี้นบันไดมาทางขวามือจะเป็นโถงนั่งทำงาน ด้านซ้ายขวาจะเป็นระเบียง ส่วนด้านหน้าของที่ทำงานจะเป็นที่นั่งเล่นอีกจุดหนึ่ง


ห้องนอน ซึ่งเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องติดแอร์ ก็เดือดร้อนลุงอีกที่จะต้องทำให้ห้องติดแอร์ให้ได้และหน้าต่างต้องโบราณเหมือนเดิม จะได้ไม่ขัดตาเวลามอง สุดท้ายลุงก็สามารถ....อีกภาพเป็นระเบียงหน้าห้องนอนค่ะ
ทีนี้ก็มาคุยกันถึงอุปกรณ์ต่างๆ รายละเอียดปลีกย่อยที่จะทำให้บ้านดูแล้วได้อารมณ์โบราณและดูขลังจริงกันค่ะ


ประตู หน้าต่าง ที่ได้มาก็เป็นแบบยุคปัจจุบันนี้ค่ะ เลยให้ลุงผ่าประตูเป็นบานผลักเปิดสองบาน ส่วนหน้าต่างก็เสียเวลาหน่อยลุงต้องมาซอยเกร็จใส่ รวมทั้งช่องลมบนประตูและหน้าต่างก็ทำเป็นเกร็จทั้งบ้าน และที่แพงสุดก็คือบรรดาบานพับ มือจับ ที่ล๊อคประตูหน้าต่าง ตะขอสับ ใช้เป็นทองเหลืองทั้งหมด


ระบบไฟ เดินสายไฟลอยแล้วใช้ประกับหนีบไฟแบบโบราณที่เป็นกระเบื้องแบบในภาพ ส่วนสวิท ปลั๊ก แบบในภาพหาไม่ยากค่ะ แต่ที่ยากก็คือเจ้าประกับนี่แหละหายากมาก เนื่องจากตอนจะปลูกบ้านหลังนี้ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องเดินไฟแบบนี้และใช้ประกับแบบนี้หนีบสายไฟทั้งหลัง ก็เริ่มหามาตลอดไปหาที่คลองถมได้มา 2 ตัว เดินไฟทั้งหลังมันต้องใช้เกือบพันตัว จนนาทีสุดท้ายไปเที่ยวหัวหิน ความที่เป็นคนชอบเดินดูอะไรเรื่อยเปื่อย ก็เลยไปเจอร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นร้านเก่าแก่ เลยลองถามหาดูเผื่อจะมีของตกค้างสต๊อคอยู่บ้าง...ก็...ไม่มีหรอก...แต่...แม่ยายเฮียเจ้าของร้านมีบ้านไม้เก่าๆอยู่ที่วังมะนาว กำลังรื้อเดินระบบไฟใหม่ จะทิ้งเจ้าประกับนี่...ได้ยินแล้วตื่นเต้นมาก...รีบขอซื้อ เฮียเลยนัดให้ไปรับหลังปีใหม่ เพราะเฮียไปเยี่ยมแม่ยายปีละครั้งเท่านั้น พอถึงวันที่ 2 มกราคม 2553 ปุ๊บ รีบไปหาเฮียเลย เฮียขายมาให้คู่ละ 5 บาท พร้อมน๊อต เอากลับมาบ้านขัดสีฉวีวรรณ มือเปื่อยไปเป็นอาทิตย์เลย ขาดเหลือนิดหน่อยหาซื้อของที่เค้าทำขึ้นมาใหม่ แต่ราคาแพงคู่ละ 25 บาท ถ้าไม่ได้ของแม่ยายเฮียคงต้องจ่ายค่าประกับอ่วมหละ


โคมไฟจีบ ไฟกิ่ง

กลอนประตูสี่เหลื่ยม หาซื้อตามร้านฮาร์ดแวร์แถวย่านที่เป็นบ้านของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพราะโดยมากจะเป็นบ้านเก่าใช้กลอนแบบนี้เวลาเสียก็ไม่อยากดัดแปลงรูที่ติดกลอน ก็เลยยังมีร้านสั่งมาขาย เราซื้อแถวเจิญผล สามย่านค่ะ แต่เวลาใช้ก็ยุ่งยากหน่อยเพราะเราเอาไปติดประตูห้องน้ำด้วย เวลามีแขกมาบ้านขอเข้าห้องน้ำลืมบอกวิธีใช้กับแขก เปิดไม่เป็นโดนขังอยู่ในห้องน้ำก็มี เลยแก้ไขโดยการแขวนกุญแจไว้หน้าห้องน้ำตามที่เห็นในภาพ ส่วนลูกบิดที่เห็นเป็นลูกบิดหลอกล๊อคไม่ได้ติดไว้ใช้แทนมือจับค่ะ
อีกเรื่องที่ตอนสร้างลีมคิดถึงตอนใช้งานจริง คือ ปลั๊กไฟ เนื่องจากปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าปัจจุบันพัฒนาไปไกลแล้ว เราก็ไม่อยากมาดัดแปลงตัดเปลี่ยนปลั๊ก เช่นคอมพิวเตอร์ ไมโครเวฟ เลยต้องแก้ปัญหาโดยการซื้อปลั๊กสามตาหรือปลั๊กพ่วง มาตัดปลั๊กของมันออกแล้วเอาปลั๊กโบราณมาติดแทนแล้วจึงเอาเจ้าพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะใช้มาเสียบพ่วง รักจะอยู่บ้านไม้โบราณก็ต้องทนหน่อยหละ
และที่ขาดไม่ได้เลยคือผ้าม่านลูกไม้สีขาวพริ้วๆติดไว้แค่ 1/3 ของหน้าต่าง จะได้อารมณ์บ้านไม้สุดๆ ตอนนี้ยังติดไม่เสร็จ ไว้ตอนติดเสร็จพร้อมกับทำประตูใหญ่เข้าบ้านเสร็จจะมาโพสใหม่ค่ะ อ้อ...อีกอย่างที่ขาดไม่ได้ รางน้ำฝนค่ะ ตอนแรกไม่อยากติดเพราะกลัวเกะกะสายตา แต่จำเป็นเพราะน้ำฝนตกใส่ระเบียง พอติดเสร็จชอบมากเลยค่ะ บ้านดูเป็นบ้านไม้เก่าๆขี้นมาทันที
และที่ขาดไม่ได้ต้องขอขอบคุณและขอโทษเพื่อนบ้านข้างๆอย่างมาก เพราะตลอด 2 ปีกว่าจนถึงปัจจุบันเพือนบ้านต้องทนฟังเสียง แป๊ดดดๆๆๆๆๆ ทั้งวัน เพราะการสร้างบ้านไม้ต้องใช้โรเตอร์ไฟฟ้าตัดและไสไม้ตลอดเสียงดังมาก แต่เพือนบ้านแสนดีก็ไม่เคยบ่นว่าซักคำ
| Create Date : 06 กรกฎาคม 2553 |
| Last Update : 4 สิงหาคม 2553 11:54:47 น. |
|
30 comments
|
| Counter : 11334 Pageviews. |
 |
|
|
โดย: นี่แหล่ะตัวฉัน (Sweety's Kae ) วันที่: 6 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:44:42 น. |
|
|
|
โดย: ภูมิพัฒน์ วันที่: 6 กรกฎาคม 2553 เวลา:22:22:07 น. |
|
|
|
| โดย: น้ากุ้ง&บราวนี่ IP: 180.180.197.63 วันที่: 7 กรกฎาคม 2553 เวลา:19:18:29 น. |
|
|
|
โดย: รินธารา วันที่: 7 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:56:25 น. |
|
|
|
| โดย: ชีวิตมีลีลา IP: 203.156.168.233 วันที่: 8 กรกฎาคม 2553 เวลา:9:00:40 น. |
|
|
|
| โดย: หนมจีน IP: 112.142.242.89 วันที่: 8 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:47:57 น. |
|
|
|
โดย: หญิงแม่ วันที่: 9 กรกฎาคม 2553 เวลา:15:10:43 น. |
|
|
|
โดย: nat_nene วันที่: 10 กรกฎาคม 2553 เวลา:9:04:16 น. |
|
|
|
โดย: หวาน ฟุ้ง วันที่: 13 กรกฎาคม 2553 เวลา:8:53:32 น. |
|
|
|
| โดย: Cordia IP: 125.24.97.88 วันที่: 15 กรกฎาคม 2553 เวลา:18:14:05 น. |
|
|
|
โดย: ภูมิพัฒน์ วันที่: 20 กรกฎาคม 2553 เวลา:19:25:16 น. |
|
|
|
| โดย: นก tweety IP: 124.121.63.235 วันที่: 6 สิงหาคม 2553 เวลา:1:24:32 น. |
|
|
|
| โดย: ยิ้มยิ้ม IP: 125.24.92.132 วันที่: 3 กันยายน 2553 เวลา:17:21:37 น. |
|
|
|
| โดย: หมูกระเทียมไข่เจียว IP: 111.84.111.6 วันที่: 3 กันยายน 2553 เวลา:22:03:58 น. |
|
|
|
โดย: หญิงแก่น วันที่: 4 พฤศจิกายน 2553 เวลา:21:28:25 น. |
|
|
|
| โดย: วราแอนทีคสโตร์ IP: 125.27.5.68 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:41:00 น. |
|
|
|
| โดย: วรา IP: 125.25.87.157 วันที่: 9 มกราคม 2554 เวลา:9:27:43 น. |
|
|
|
| โดย: สุกัญญา IP: 125.27.14.200 วันที่: 17 เมษายน 2554 เวลา:22:54:18 น. |
|
|
|
| โดย: ส้ม IP: 118.173.56.136 วันที่: 8 พฤษภาคม 2554 เวลา:21:05:07 น. |
|
|
|
| โดย: หนุ่ม IP: 101.108.186.95 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:7:37:22 น. |
|
|
|
| โดย: หนุ่ม IP: 101.108.186.95 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:7:44:34 น. |
|
|
|
| โดย: เบียร์ IP: 58.8.173.0 วันที่: 28 พฤษภาคม 2555 เวลา:15:38:01 น. |
|
|
|
| โดย: แอน IP: 123.242.172.133 วันที่: 14 ธันวาคม 2556 เวลา:11:30:10 น. |
|
|
|
| โดย: แอน IP: 123.242.172.133 วันที่: 14 ธันวาคม 2556 เวลา:11:32:28 น. |
|
|
|
| โดย: เต้โคราช IP: 122.155.34.107 วันที่: 10 เมษายน 2557 เวลา:10:42:44 น. |
|
|
|
| โดย: เด่น ช่องฟ้า IP: 119.46.221.47 วันที่: 23 เมษายน 2557 เวลา:14:23:35 น. |
|
|
|
|
|
|
|